บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 7

ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนมาก สำหรับผู้ฝึกพลัง(กง) เรามีข้อกำหนดที่ค่อนข้างเข้มงวด ผู้ฝึกพลัง(กง)จะฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสายพุทธ สายเต๋า หลักพลัง(กง)สายพิสดาร(ฉีเหมิน) ไม่ว่าจะเป็นวิชาใดแขนงใดก็ตาม ขอเพียงเป็นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในสายหลัก ล้วนถือเป็นเรื่องเด็ดขาด ต่างไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ข้อนี้ยืนยันได้ เพราะว่าปัญหาที่ตามมาหลังการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้นใหญ่หลวงนัก เราจะต้องพูดให้ทุกท่านฟังอย่างละเอียด การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต พุทธศาสนาในยุคเริ่มต้นหมายถึงการฆ่าคนเป็นสำคัญ นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากที่สุด ต่อมาภายหลังสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ สัตว์ใหญ่ หรือสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างใหญ่ ก็เห็นเป็นเรื่องสำคัญทั้งนั้น ทำไมในวงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม จึงถือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นปัญหาร้ายแรงมาโดยตลอด เมื่อก่อนในพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า ผู้ที่ไม่ควรตายกลับถูกฆ่าตายไป ก็จะกลายเป็นผีไร้ญาติ เมื่อก่อนพูดถึงการนำส่งวิญญาณให้พ้นจากทุกข์ ก็หมายถึงคนพวกนี้ ถ้าหากไม่ได้รับการนำส่งวิญญาณให้พ้นทุกข์แล้ว ชีวิตเหล่านี้ก็จะไม่มีกินไม่มีดื่ม ตกอยู่ในสภาวะที่ทุกข์ทรมาน นี่เป็นสิ่งที่กล่าวกันในพุทธศาสนาในอดีต

เราพูดกันว่า เมื่อคนๆ หนึ่งทำแต่เรื่องไม่ดีต่ออีกคนหนึ่ง เขาก็จะให้กุศลจำนวนมากแก่ผู้นั้นเป็นการชดเชย โดยทั่วไปเราหมายถึงการครอบครองสิ่งของของผู้อื่น แต่หากว่าทำให้ชีวิตหนึ่งจบลงในทันทีทันใด จะเป็นสัตว์ก็ดี สิ่งมีชีวิตอื่นก็ดี ก็จะเป็นการก่อกรรมที่หนักมาก การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตในอดีตหมายถึงการฆ่าคนเป็นสำคัญ กรรมที่ก่อขึ้นนั้นค่อนข้างหนัก แต่การฆ่าสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไปก็ไม่เบาเช่นกัน เป็นการก่อกรรมหนักโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกพลัง(กง) ในขั้นตอนของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ได้มีการกำหนดทุกข์ภัยเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้แก่ท่านในแต่ละระดับชั้นที่แตกต่างกัน ทั้งหมดล้วนคือกรรมของตัวท่านเอง ทุกข์ภัยของตัวท่านเอง จัดเรียงไว้ให้ท่านในแต่ละระดับชั้น เพื่อให้ท่านได้ยกระดับชั้นสูงขึ้น ขอเพียงแต่ท่านยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้น ก็จะสามารถผ่านไปได้ แต่ถ้ามีกรรมหนักเช่นนี้เกิดขึ้นในทันทีทันใด ท่านจะผ่านไปได้อย่างไร ลำพังอาศัยจิต(ซินซิ่ง)ของท่าน ท่านจะไม่สามารถผ่านไปได้ และอาจทำให้ท่านไม่สามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรมต่อไปได้

พวกเราพบว่า ในเวลาที่คนเกิดมา ภายในบริเวณที่กำหนดในมิติจักรวาลนี้ ก็ได้กำเนิดตัวเขาออกมามากมายในเวลาเดียวกัน มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับตัวเขา มีชื่อเดียวกัน ทำในสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขาโดยสมบูรณ์ ในที่นี้เกี่ยวโยงถึงปัญหาเช่นนี้คือ หากสิ่งมีชีวิต(ชีวิตสัตว์ใหญ่อื่นๆ ก็เช่นกัน) ตายไปอย่างกะทันหัน ในขณะที่ตัวเขาในมิติอื่นๆ ยังใช้ชีวิตไม่หมดตามอายุขัยที่กำหนดไว้เดิม ยังจะต้องอยู่ไปอีกหลายปี ฉะนั้นผู้ที่ตายไปนี้ก็จะตกอยู่ในสภาพไร้ที่พักพิง ต้องร่อนเร่พเนจรไปในมิติของจักรวาล ในอดีตเรียกกันว่าผีไม่มีญาติ ไม่มีกินไม่มีดื่ม ทุกข์ทรมานมาก ก็คงจะเป็นเช่นนี้ แต่พวกเรามองเห็นจริงๆ ว่าเขาตกอยู่ในสภาวะที่น่ากลัวมาก เขาจะต้องรอคอยต่อไปเช่นนี้ จนกว่าชีวิตของเขาในแต่ละมิติจะดำเนินจนจบอายุขัย จึงจะพากันไปหาที่พักพิงของเขาด้วยกัน หากเวลายิ่งยาวนาน เขาก็ต้องทนทุกข์มากยิ่งขึ้น เขาทนทุกข์ยิ่งมากขึ้น กรรมที่ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานก็จะไปเพิ่มให้แก่ผู้ที่ฆ่าเขาอย่างไม่หยุดยั้ง ท่านคิดดูว่าท่านจะมีกรรมเพิ่มขึ้นมากเพียงใด นี่คือการมองเห็นของพวกเราโดยผ่านความสามารถพิเศษ(กงเหนิง)

เรายังมองเห็นอีกสถานการณ์หนึ่ง ในเวลาที่คนเกิดมา ในมิติพิเศษที่กำหนด ก็จะมีรูปแบบการดำเนินชีวิตของเขาคงอยู่ กล่าวคือชีวิตของเขาดำเนินไปถึงส่วนไหน ควรทำอะไร ล้วนมีอยู่ข้างในมิติพิเศษนั้นทั้งหมด ใครเป็นผู้จัดเรียงชีวิตของเขา แน่นอน ก็คือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเป็นผู้กระทำเรื่องนี้ ดังเช่น พวกเราอยู่ในสังคมของคนธรรมดาสามัญ หลังจากที่เขาเกิดมา ในครอบครัวนี้มีเขา ในโรงเรียนมีเขา หรือเมื่อเติบโตขึ้นที่ทำงานมีเขา ผ่านการทำงานของเขาได้มีการติดต่อประสานงานกับสังคมในด้านต่างๆ กล่าวคือการจัดวางในสังคมทั้งหมดล้วนมีการกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากชีวิตนี้ตายไปอย่างกะทันหัน ไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้แต่เดิม เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นใครที่ทำให้เรื่องนี้ยุ่งเหยิง ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงท่านนั้นย่อมไม่ให้อภัยแก่เขา ทุกท่านลองคิดดู การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม เราจะต้องบำเพ็ญปฏิบัติไปสู่ระดับสูง ถ้าผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงท่านนั้นไม่ให้อภัยแก่เขา ท่านว่าเขายังจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมได้หรือ อาจารย์บางท่านก็ไม่มีระดับชั้นสูงเท่าผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงที่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ เพราะฉะนั้นอาจารย์ของเขาก็จะต้องพลอยรับกรรมไปด้วย ยังต้องถูกทำโทษให้ตกลงมา ท่านลองคิดดู นี่เป็นปัญหาทั่วๆ ไปหรือ ดังนั้นเมื่อมีการกระทำเรื่องเช่นนี้ก็ยากที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม

ในบรรดาผู้บำเพ็ญปฏิบัติหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า อาจมีคนที่อยู่ในยุคสมัยสงครามซึ่งเคยผ่านการสู้รบ สงครามนั้นเป็นสภาพการณ์แบบหนึ่ง อันเป็นผลเกิดจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของปรากฏการณ์สวรรค์ทั้งหมด ท่านเป็นเพียงส่วนหนึ่งในสภาพการณ์นั้น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์ของสวรรค์หากไม่มีมนุษย์ไปกระทำการใดๆ ก็ยังไม่สามารถทำให้สภาพการณ์เช่นนั้นมาสู่สังคมมนุษย์ได้ และก็ไม่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของสวรรค์ เรื่องเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่า ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความผิดของท่านเพียงคนเดียว แต่กรรมที่เรากล่าวถึงในที่นี้เกิดจากการมุ่งทำความชั่วร้าย เพื่อการแสวงหา เพื่อบรรลุผลประโยชน์ส่วนตัว หรือสิ่งใดที่ส่งผลกระทบถึงตัวเอง จึงก่อเกิดเป็นกรรมเช่นนี้ขึ้น อะไรก็ตามที่เกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของมิติใหญ่ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสภาวะทางสังคม นี่ล้วนไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับท่าน

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นการก่อกรรมหนัก บางคนก็คิดว่า ไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฉันอยู่บ้านต้องทำอาหาร ถ้าฉันไม่ฆ่าแล้ว คนในครอบครัวจะกินอะไร ปัญหาที่เป็นรูปธรรมนี้ข้าพเจ้าไม่สนใจ ข้าพเจ้าบรรยายธรรมให้กับผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม ไม่ใช่บอกให้คนธรรมดาสามัญทั่วไปว่าจะดำรงชีวิตอย่างไร ปัญหาที่เป็นรูปธรรมจะปฏิบัติอย่างไร ก็ให้ใช้หลักธรรมใหญ่(ต้าฝ่า)เป็นบรรทัดฐาน ท่านคิดว่าควรทำอย่างไรดี ท่านก็ทำอย่างนั้น คนธรรมดาสามัญคิดจะทำอะไรก็ทำ เป็นเรื่องของคนธรรมดาสามัญ จะให้ทุกคนบำเพ็ญธรรมจริงทั้งหมดย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จำเป็นต้องใช้มาตรฐานสูงมากำหนด ดังนั้น ณ ที่นี้เป็นการกำหนดเงื่อนไขให้แก่ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมเท่านั้น

ไม่เฉพาะแต่คน สัตว์ แม้แต่พืชก็มีชีวิตทั้งนั้น ในอีกมิติหนึ่งสสารใดๆ ล้วนมีชีวิต เมื่อตาทิพย์ของท่านเปิดจนถึงระดับธรรมจักษุ ท่านจะพบว่าแม้กระทั่งก้อนหิน ผนัง อะไรก็สามารถพูดคุยทักทายกับท่านได้ อาจมีคนคิด ถ้าเช่นนั้นธัญญาหาร พืชผักที่พวกเรากินล้วนมีชีวิต ยังมีแมลงวันและยุงในบ้าน จะทำอย่างไร ในฤดูร้อนถูกกัดจนทนไม่ได้ มองมันกัดอยู่ตรงนั้นโดยไม่ทำอะไรมัน เห็นแมลงวันตกลงไปในอาหารสกปรกเหลือเกิน ตีก็ไม่ได้ ข้าพเจ้าขอบอกกับทุกท่านว่า พวกเราไม่ควรทำลายชีวิตอย่างไม่มีเหตุผลตามอำเภอใจ แต่เราก็ไม่ควรเป็นสุภาพชนที่ระมัดระวังจนเกินไป สนใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เดินก็กลัวจะเหยียบเอามดตาย จนต้องกระโดดข้าม ข้าพเจ้าว่าท่านมีชีวิตอยู่อย่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน นั่นไม่ใช่การยึดติดหรอกหรือ ท่านกระโดดเดินไป ไม่เหยียบมดตาย แต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อีกมากมาย ท่านก็เหยียบตายไปแล้ว ภายใต้จุลทรรศน์ยังมีสิ่งมีชีวิตที่เล็กลงไปอีกมากมาย ยังมีเชื้อโรคและแบคทีเรียอีก ท่านอาจเหยียบมันตายไปไม่น้อย ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็อย่ามีชีวิตอยู่เลย พวกเราไม่ใช่จะเป็นคนแบบนี้ ถ้าทำเช่นนี้ก็บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ได้ เราต้องมองไปที่หลักใหญ่ ต้องบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสง่าผ่าเผย

พวกเรามีชีวิตอยู่ก็มีสิทธิในการดำรงชีวิตอย่างมนุษย์ ดังนั้นสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ก็ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของชีวิตคน เราไม่ควรจงใจที่จะไปทำลายสิ่งมีชีวิต แต่เราก็ไม่ควรจะถือเคร่งมากจนเกินไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อย่างเช่นพืชผักและธัญญาหารล้วนมีชีวิต พวกเราอย่าได้คิดว่ามันมีชีวิตแล้วก็ไม่กินไม่ดื่ม อย่างนั้นยังจะฝึกพลัง(กง)อะไรได้ ใจต้องเปิดกว้างหน่อย อาทิเช่น ในขณะที่ท่านเดิน มด หนอน ที่วิ่งมาอยู่ใต้เท้าของท่าน ถูกเหยียบตายไป นั่นอาจเป็นได้ว่ามันสมควรตาย เพราะว่าท่านไม่มีเจตนาไปทำร้ายมัน ในวงการชีววิทยาหรือจุลชีววิทยาก็พูดถึงปัญหาความสมดุลของการดำรงชีวิต ถ้ามีมากเกินไปก็จะล้น เพราะฉะนั้นพวกเราพูดว่าให้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสง่าผ่าเผย ในบ้านมีแมลงวัน มียุง เราก็ไล่มันออกไป ติดมุ้งลวดไม่ให้มันเข้ามา บางครั้งไล่ไม่ไป ถ้าเช่นนั้น ตีตายก็ตีตายเถอะ มิติที่มนุษย์อยู่ หากมันมาต่อยคนและทำร้ายคนก็ต้องไล่มันออกไป แน่นอนหากไล่ไม่ไป ก็ไม่สามารถมองดูมันกัดคนอยู่ตรงนั้น ท่านเป็นผู้ฝึกพลัง(กง)ไม่กลัว มีภูมิต้านทาน คนในครอบครัวท่านไม่ได้ฝึกพลัง(กง) เป็นคนธรรมดาสามัญ ยังมีปัญหาของโรคติดต่อ และไม่สามารถมองดูมันกัดหน้าเด็กโดยไม่สนใจ

ขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งให้พวกท่านฟัง ในสมัยแรกๆ ขององค์ศากยมุนี มีนิทานอยู่ตอนหนึ่ง วันหนึ่งองค์ศากยมุนีจะสรงน้ำ พระองค์ทรงเรียกสาวกให้ไปช่วยทำความสะอาดอ่างอาบน้ำในป่า สาวกของพระองค์มองลงไปในอ่างอาบน้ำเห็นมีหนอนคลานอยู่เต็มไปหมด ถ้าหากล้างอ่างอาบน้ำก็จะทำให้หนอนตาย จึงกลับมารายงานให้องค์ศากยมุนีทราบว่า ในอ่างอาบน้ำมีหนอนอยู่เต็มไปหมด องค์ศากยมุนีไม่สนพระทัย เพียงแต่ตรัสว่า เจ้าไปทำความสะอาดอ่างอาบน้ำเสีย สาวกผู้นี้กลับไปดูอ่างอาบน้ำอีกก็ไม่กล้าลงมือ ถ้าลงมือหนอนก็ต้องตาย เขาเดินวนอยู่รอบหนึ่งก็กลับมาถามองค์ศากยมุนีว่า อาจารย์ ในอ่างอาบน้ำมีหนอนคลานอยู่เต็มไปหมด ถ้าลงมือก็จะทำให้หนอนตาย องค์ศากยมุนีมองเขาแล้วตรัสว่า ที่ข้าพเจ้าบอกให้เจ้าไปทำความสะอาดคืออ่างอาบน้ำ สาวกก็เข้าใจในทันที รีบไปทำความสะอาดอ่างอาบน้ำจนสะอาด ในที่นี้อธิบายถึงปัญหาข้อหนึ่ง ไม่ใช่เพราะว่ามีหนอน พวกเราก็ไม่อาบน้ำเลย และไม่ใช่เพราะมียุง พวกเราต้องไปหาที่อยู่ใหม่ข้างนอก และไม่ใช่เพราะอาหารก็มีชีวิต พืชผักก็มีชีวิต พวกเราก็รัดคอไว้ ไม่กินและไม่ดื่ม ไม่ใช่เช่นนี้ พวกเราควรจะจัดความสัมพันธ์นี้ให้ถูกต้อง บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสง่าผ่าเผย เราไม่มีเจตนาไปทำร้ายสิ่งมีชีวิตเป็นใช้ได้ เช่นเดียวกันคนจะต้องมีมิติของการดำรงชีวิตของคนและมีเงื่อนไขของความอยู่รอด ซึ่งก็ต้องผดุงเอาไว้ คนยังต้องรักษาชีวิตและการดำรงชีวิตที่ปกติ

ที่ผ่านมามีอาจารย์ชี่กงปลอมบางคนบอกว่า ตามปฏิทินของจันทรคติจีน ทุกวันที่ 1 และวันที่ 15 สามารถฆ่าสัตว์ได้ บางคนยังกล่าวว่าฆ่าสัตว์ 2 เท้าได้ เหมือนกับว่าสัตว์ 2 เท้าก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ทุกวันที่ 1 และวันที่ 15 ฆ่าสัตว์ก็ไม่นับเป็นการฆ่าสัตว์หรือ ถือเป็นการขุดดิน ใช่หรือไม่ จากคำพูดและการกระทำของอาจารย์ชี่กงปลอมบางคน ก็สามารถแยกแยะได้ว่า เขาพูดถึงอะไร เขาแสวงหาอะไร อาจารย์ชี่กงท่านใดที่มีความคิดเห็นเช่นนี้โดยมากล้วนมีวิญญาณแปลกปลอมสิงอยู่ ท่านดูอาจารย์ที่มีวิญญาณสุนัขจิ้งจอกสิงอยู่ คนนั้นเวลากินเนื้อไก่ ท่าทางมูมมาม แม้แต่กระดูกก็ไม่ยอมคายออกมา

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่เพียงแต่จะก่อกรรมหนักแล้ว ยังเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาของเมตตาจิต พวกเราผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมมิต้องมีจิตใจเมตตากรุณาหรอกหรือ ในเวลาที่พวกเรามีเมตตาจิตขึ้นมา อาจเห็นถึงความทุกข์ของสรรพสัตว์ เห็นใครก็ทุกข์ไปหมด จะปรากฏปัญหาเช่นนี้

อ่านต่อหน้า   1   2   3    4   5

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook