หน้าบ้านจอมยุทธ >> ห้องสมุด >>ศาสนา--อารยธรรม-ลัทธิ-ความเชื่อ>>จ้วนฝ่าหลุน
    

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร

คำศัพท์


จ้วนฝ่าหลุน

โดย อาจารย์หลี่ หงจื้อ

                   “ฝอฝ่า(พุทธธรรม)”เป็นสิ่งที่เลิศล้ำสุดยอด เป็นวิชาที่เหนือวิทยาศาสตร์ ลึกล้ำมหัศจรรย์เกินกว่าบรรดาทฤษฎีทั้งหลายในโลก หากจะเข้าไปสู่อาณาเขตนี้ ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนจากรากเหง้า หาไม่แล้วความจริงของจักรวาล จะยังคงเป็นเทพนิยายของมนุษย์ตลอดไป มนุษย์จะยังคงหลงวนเวียนอยู่ในกรอบที่ตนเองขีดขึ้นด้วยความเขลา ถ้าเช่นนั้น“ฝอฝ่า”แท้จริงแล้วคืออะไร คือศาสนาหรือ คือปรัชญาหรือ นี่เป็นเพียงความเข้าใจของ“ผู้ศึกษาศาสนาพุทธในยุคปัจจุบัน”

                     พวกเขาเพียงแต่ศึกษาทฤษฎี พวกเขานำมาวิเคราะห์ค้นคว้าภายในขอบข่ายที่เรียกว่าปรัชญา แท้จริงแล้ว“ฝอฝ่า”ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เท่านั้น นั่นเป็นเพียงหลักธรรมเบื้องต้นของ“ฝอฝ่า”เท่านั้น “ฝอฝ่า”เป็นข้อไขปริศนาของความลี้ลับทั้งมวล จากอนุภาค โมเลกุลจนถึงจักรวาล จากเล็กที่สุดถึงใหญ่ที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ครอบคลุม ไม่มีสิ่งใดตกหล่น เป็นการบรรยายคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล “ความจริง ความเมตตา ความอดทน” (เจิน ซั่น เหยิ่น) ที่มีลักษณะต่างกันตามระดับชั้นที่ต่างกัน ก็คือ สิ่งที่สายเต๋าเรียกว่า“เต๋า” สายพุทธเรียกว่า“ฝ่า”(หลักธรรม)

                     วิทยาศาสตร์ของมนุษย์ในปัจจุบันแม้จะก้าวหน้าอย่างไร ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความลี้ล้ำของจักรวาล เมื่อเรากล่าวถึงปรากฏการณ์รูปธรรมของ“ฝอฝ่า” ก็จะมีคนพูดว่า“ยุคนี้เป็นยุคของอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาศาสตร์ก็เจริญก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้ ยานอวกาศก็บินไปถึงดาวดวงอื่นแล้ว ยังจะพูดถึงเรื่องงมงายในอดีตกันอีก” พูดให้ชัดขึ้น ต่อให้สมองกลจะก้าวหน้าแค่ไหนก็ไม่อาจเปรียบได้กับสมองมนุษย์ สมองมนุษย์เฉพาะหน้ายังคงเป็นปริศนา ไม่สามารถค้นคว้าให้ทะลุปรุโปร่ง ยานอวกาศจะบินได้สูงเพียงใดก็ไม่อาจบินออกจากมิติวัตถุที่มนุษย์คงอยู่นี้ได้ ความรู้ของมนุษย์ในยุคปัจจุบันสามารถเข้าใจได้เพียงสิ่งตื้นๆเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ยังห่างไกลจากความจริงของจักรวาลอีกมากมายนัก บางคนถึงกับไม่กล้าเผชิญ ไม่กล้าสัมผัส ไม่กล้ายอมรับปรากฏการณ์จริงที่ดำรงอยู่โดยวัตถุวิสัย เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความคิดแบบอนุรักษ์เกินไป ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงทัศนคติความคิดที่สืบทอดกันมา สิ่งที่จะสามารถไขข้อปริศนาของจักรวาล มิติอวกาศ และร่างกายมนุษย์ได้ทั้งหมด มีเพียง“ฝอฝ่า”เท่านั้น เขาสามารถแยกแยะระหว่างความดี(ซั่น)กับความชั่ว ความดี(เฮ่า)กับความเลว กำจัดความคิดเห็นที่ผิดพลาดทั้งปวงและให้พบกับความถูกต้อง

                         แนวคิดการพัฒนา และการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติในปัจจุบัน ได้แต่จำกัดอยู่ในโลกของวัตถุเท่านั้น ต่อเมื่อสิ่งของชนิดหนึ่งได้เป็นที่รู้จักแล้วจึงค่อยเริ่มไปค้นคว้าในสิ่งนั้น มนุษย์เราจะเดินตามกันไปบนเส้นทางนี้ แต่ในมิติที่เราอาศัยอยู่กันนี้ยังมีสิ่งที่เราสัมผัสไม่ถึงและมองไม่เห็น แต่คงอยู่โดยวัตถุวิสัย และได้สะท้อนเป็นปรากฏการณ์มายังมิติอันเป็นวัตถุของเรานี้ ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด แต่คนเรากลับไม่กล้าที่จะไปสัมผัส โดยคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่แน่ชัด คนที่ถือทิฐิจะดันทุรังอ้างอย่างไร้เหตุผลว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คนที่มีเจตนาเป็นอย่างอื่นก็จะพูดเหมารวมอย่างขัดกับความรู้สึกของคนว่าเป็นเรื่องงมงาย ผู้คนที่ไม่ค่อยติดตามก็ใช้ข้ออ้างว่าวิทยาศาสตร์เจริญไม่พอเพื่อหลีกเลี่ยง หากว่ามนุษย์สามารถเริ่มกลับมาทำความเข้าใจใหม่ถึงตัวเองกับจักรวาลอีกครั้ง เปลี่ยนแปลงความคิดที่แข็งทื่อ มนุษย์ก็จะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว “ฝอฝ่า”เท่านั้นที่จะสามารถช่วยให้มนุษย์เข้าใจโลกอันหาขอบเขตที่สุดมิได้ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นับตั้งแต่อดีตกาลมา มีเพียง“ฝอฝ่า”เท่านั้นที่จะสามารถอธิบายเกี่ยวกับมนุษย์ วัตถุคงอยู่ในแต่ละมิติ ชีวิต และจักรวาลทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์