บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม

ความตกต่ำของมนุษย์ไม่เพียงเริ่มต้นจากสมัยของอีวาตามที่พระเยซูตรัสเท่านั้น โลกใบนี้ไม่ใช่มีอารยธรรมและยุคบุพกาลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ถูกทำลายทิ้งไป บางยุคโลกจะถูกทำลายจนหมดสิ้น หรือถูกเปลี่ยนทิ้ง และสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา มนุษย์ไม่ได้พูดถึงภัยพิบัติกันหรอกหรือ อันที่จริงนั่นคือสิ่งที่พูดกันในศาสนา เมื่อถึงกำหนดภัยพิบัติใหญ่จะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาภัยพิบัติเล็กจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ภัยพิบัติเล็กคือการทำลายมนุษย์ในเฉพาะแห่งเฉพาะที่ เมื่อพื้นที่นั้นเกิดเสื่อมลง ก็ต้องถูกทำลายทิ้ง เช่นแผ่นดินไหว แผ่นดินยุบตัว พายุทรายทับถม หรือเกิดโรคระบาด สงคราม ภัยพิบัติเล็กจะเกิดในพื้นที่เฉพาะแห่ง ภัยพิบัติใหญ่คือภัยพิบัติของมวลมนุษย์ส่วนใหญ่ นับเป็นเวลายาวนานกว่าที่ภัยพิบัติใหญ่จะปรากฏขึ้นสักครั้ง การโคจรของโลกและการเคลื่อนไหวของวัตถุจะเหมือนกันคือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ หากภัยพิบัติใหญ่เกิดขึ้นในระหว่างการโคจร นั่นคือมนุษย์ตกอยู่ในสภาพต้องถูกทำลายให้สิ้นซาก แต่ก็มีคนบางส่วนเหลือรอดชีวิตและสืบสานวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ต่อไป โดยใช้ชีวิตแบบมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพราะเครื่องมือทำงานถูกทำลายจนหมดสิ้นไปแล้ว ตกถึงคนรุ่นถัดไปก็ยิ่งลำบาก เพราะหลายสิ่งหลายอย่างถูกลืมไปหมดแล้ว และมนุษย์ก็เริ่มขยายเผ่าพันธุ์ในสภาพบุพกาลอีกครั้ง มีอารยธรรมและวิทยาการใหม่ จวบจนมนุษย์เกิดการเสื่อมถอย ภัยพิบัติก็จะปรากฏอีกครั้ง ดำเนินไปตามวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงภายใต้กฎเกณฑ์ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมถอยไป ณ ช่วงเวลาแตกต่างกัน

นั่นก็คือมนุษย์ย่อมต้องเกิดการเสื่อมถอย แต่ทุกครั้งที่มนุษย์เข้าสู่ยุคแห่งอารยธรรม ทวยเทพจะส่งผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงจำนวนหนึ่งมายังสังคมมนุษย์เพื่อช่วยมนุษย์ให้หลุดพ้น จุดมุ่งหมายคือเพื่อป้องกันมิให้ความคิดมนุษย์และวัตถุบนโลกเกิดการเสื่อมถอยอย่างไม่ได้สัดส่วน สรรพสิ่งบนโลกซึ่งกำเนิดขึ้นในจักรวาลนี้ล้วนมีคุณสมบัติพิเศษชนิดหนึ่งอยู่ เพราะคุณสมบัติพิเศษนี้ จึงทำให้สสารต้นกำเนิดไร้รูปก่อตัวขึ้นเป็นสสารมีรูป สสารที่มีชีวิต แต่ก่อนที่สสารจะเกิดเสื่อมถอย จะยอมให้ความคิดมนุษย์เสื่อมถอยก่อนไม่ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มนุษย์เข้าสู่ยุคอารยธรรม มีวัฒนธรรมก็จะมีผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงปรากฏตัว ก่อนประวัติศาสตร์ต่างยุคต่างสมัย ก็มีผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงปรากฏตัวออกมาแล้ว ที่ปรากฏตัวออกมาในอารยธรรมยุคนี้ มีพระเยซู องค์ศากยมุนี เล่าจื๊อ ออกมาบอกกล่าวผู้คน ในพื้นที่ที่เจริญทางอารยธรรมต่างยุคต่างสมัย จะมีผู้สำเร็จธรรมต่างรับผิดชอบสั่งสอนผู้คนให้กลับไปสู่สภาพดั้งเดิมแท้จริงอย่างไร ให้ผู้ได้ธรรมะบรรลุความสำเร็จสมบูรณ์ ให้คนธรรมดาสามัญยึดมั่นในคุณธรรมอย่างไร ให้มนุษย์รักษาศีลธรรมให้คงอยู่ในระดับที่มั่นคงเพื่อผดุงความคิดมนุษย์มิให้เสื่อมถอยโดยง่าย จนกว่าวัตถุทั้งมวลในจักรวาลเกิดการเสื่อมถอยแล้ว เมื่อนั้นจึงเลิกยุ่งเกี่ยว แต่จะเป็นช่วงเวลาอันยาวนาน


ในระหว่างนี้ ภาระกิจของผู้สำเร็จธรรมเหล่านี้คือช่วยผดุงมิให้มนุษย์เกิดการเสื่อมถอย และช่วยชี้แนะผู้ที่สามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรมขึ้นไปได้ สามารถบำเพ็ญปฏิบัติได้ธรรมะ เพราะคนไม่ได้วิวัฒนาการมาจากวานร ตามที่ดาร์วินกล่าว นั่นมนุษย์กำลังดูถูกตัวเอง มนุษย์ล้วนตกลงมาจากระดับชั้นของมิติอวกาศต่างๆ ในจักรวาล เพราะเมื่อเขาเข้ากับข้อกำหนดของหลักธรรมของจักรวาลในระดับชั้นนั้นไม่ได้ ก็ต้องตกลงมา เหมือนอย่างที่พวกเราพูด จิตของคนธรรมดาสามัญมีมากเท่าใด ก็จะยิ่งตกลงมาต่ำจนกระทั่งลงมาอยู่ในสภาพของคนธรรมดาสามัญ ในสายตาของชีวิตชั้นสูง ชีวิตมนุษย์บนโลกนี้มิได้เพื่อให้ท่านอยู่เป็นคน แต่เพื่อให้ท่านอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแห่งวังวนบนโลก รับรู้ในเร็ววันและกลับไป นี่คือความคิดของเหล่าผู้สำเร็จธรรม โดยเปิดประตูให้ท่าน ใครที่กลับไปไม่ได้ก็ได้แต่เวียนว่ายตายเกิดต่อไป จนสะสมกรรมไว้มากมายรอการทำลายทิ้ง ดังนั้นโลกจึงมีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง

พูดจากอีกด้านหนึ่ง โลกก็คือสถานที่ทิ้งขยะในจักรวาล ภายในจักรวาลอันยิ่งใหญ่มีทางช้างเผือก มีกลุ่มดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์นับจำนวนไม่ถ้วน บนดาวทุกดวงล้วนมีสิ่งมีชีวิต คนไม่ยอมรับถึงการคงอยู่ของมิติอื่น จึงมองไม่เห็นการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในมิตินั้น เขาคงอยู่ในอีกมิติหนึ่งบนดาวดวงเดียวกัน ไม่อยู่ในมิติของเรา คนธรรมดาสามัญจึงมองไม่เห็นเขา เหมือนอย่างคนพูดกันว่า ในมิตินี้ดาวอังคารร้อนมาก แต่ถ้าสามารถทะลวงผ่านไปถึงมิตินั้น ที่นั่นกลับเย็น คนที่มีความสามารถพิเศษมองดูดวงอาทิตย์ ดูไปดูมาไม่ร้อน ดูอีกทีเป็นสีดำ ดูอีกทีที่นั่นคือโลกที่เย็นสบาย ในมิติแห่งวัตถุนี้มันสะท้อนปรากฏให้เห็นอย่างนี้ ในมิติแห่งวัตถุอีกมิติหนึ่งมันจะสะท้อนปรากฏให้เห็นอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นชีวิตมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง คนมีอยู่ทั่วทุกที่ เมื่อไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของระดับชั้นนั้น ก็ต้องตกลงมาทีละเล็กทีละน้อย เหมือนการเรียนตกชั้น ตกลงมายังสังคมมนุษย์ คนไม่ดีในจักรวาลล้วนต้องตกลงมา ตกลงมายังจุดกึ่งกลางของจักรวาล -- โลก

คนในสังคมมนุษย์ต้องเวียนว่ายตายเกิด การเวียนว่ายตายเกิดไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเกิดเป็นคน เขาอาจกลับมาเกิดเป็นวัตถุนานาชนิด เป็นพืช เป็นสัตว์ชนิดต่างๆ แม้กระทั่งเป็นจุลินทรีย์ ในระหว่างการเวียนว่ายตายเกิดก็จะพกพาสิ่งไม่ดีที่ตัวเองกระทำติดตัวไปด้วย -- กรรม สิ่งที่ชีวิตจะนำติดตัวไปด้วยมีกุศลและกรรม ซึ่งจะติดอยู่กับตัวตลอดไป ถ้ามีกรรมหนักไปเกิดเป็นต้นไม้ ต้นไม้นั้นก็จะมีกรรม ไปเกิดเป็นสัตว์ สัตว์นั้นก็จะมีกรรม อิฐ ดิน หิน สัตว์ พืชบนโลกล้วนมีกรรมติดตัว เหตุใดในปัจจุบันการกินยาฉีดยาจึงไม่บังเกิดผลในร่างกายของคนในยุคธรรมะเสื่อม เพราะคนปัจจุบันได้ก่อกรรมไว้มากมาย มีกรรมใหญ่หลวง ฤทธิ์ยาจึงใช้ไม่ได้ผล ไม่สามารถขจัดโรคได้อีกต่อไป ถ้าเพิ่มขนาดของยามากขึ้น คนก็จะต้องพิษ เวลานี้มีโรคหลายชนิดที่รักษาไม่ได้ โลกทั้งโลกได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดการเสื่อมถอยอย่างรุนแรงแล้ว

พระเยซูสามารถไถ่บาปแทนมนุษย์ องค์ศากยมุนีช่วยคนให้พ้นทุกข์ด้วยความเหนื่อยยากเป็นเวลา 49 ปี มีการพูดถึงการโปรดสัตว์มิใช่หรือ เหตุใดท่านเหล่านั้นจึงไม่พาคนขึ้นไป เพราะพวกเขาไม่สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับชั้นนั้น จึงขึ้นไปไม่ได้ แต่ละระดับชั้นจะมีมาตรฐานสำหรับชั้นนั้นๆ ท่านไม่มีคุณสมบัติของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ท่านจะเรียนมหาวิทยาลัยได้ไหม เป็นเพราะท่านมีสิ่งต่างๆ มากมายไม่ยอมปล่อยวาง ร่างกายหนักเกินไปจึงขึ้นไปไม่ได้ ระดับศีลธรรมของท่านอยู่ ณ ตำแหน่งใด ท่านก็จะอยู่ ณ ตำแหน่งนั้น ต้องใช้วิธีเดียวกับการเรียนหนังสือ ใครที่ขึ้นไปได้ก็ให้ขึ้นไป พวกที่เหลือนับวันก็จะยิ่งเสื่อมถอย รอการถูกทำลาย ขยะเหม็นเน่าแล้ว ไม่สามารถปล่อยให้เกิดมลภาวะในจักรวาล ต้องทำลายทิ้งเท่านั้น

การโปรดสัตว์นั้นเป็นคำพูดของพระพุทธ นั่นก็คือในระดับชั้นของพระยูไลจะพูดถึงการโปรดสัตว์ พระพุทธที่สูงกว่าชั้นของพระยูไลหนึ่งเท่า พระพุทธที่ระดับสูงเช่นนั้นจะไม่ยุ่งเรื่องของมนุษย์แล้ว ถ้าคิดจะยุ่ง คำพูดเพียงคำเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์ ยุ่งไม่ได้อีกต่อไป เพราะพลังของพระองค์สูงเกินไป พระพุทธในระดับชั้นที่สูงขึ้นไปอีก โลกรองรับไม่ไหวแม้หัวแม่เท้าสักข้างของพระองค์ สูงยิ่งกว่านั้นอีกโลกรองรับไม่ไหวแม้กระทั่งขนเส้นเดียวของพระพุทธท่าน คำพูดของพระพุทธก็คือหลักธรรม พูดออกมาก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเหล่าพระพุทธจึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในโลก มีแต่พระยูไล พระโพธิสัตว์เท่านั้นที่พูดเรื่องการโปรดสัตว์ พูดเรื่องการช่วยผู้คนให้พ้นทุกข์

พระยูไลเรียกคนเป็นคนธรรมดาสามัญ แต่สำหรับเทพที่บรรลุระดับชั้นสูงขึ้นไป หันกลับไปดูพระยูไลก็คือคนธรรมดาสามัญ เทพที่อยู่สูงระดับนั้น มองเห็นคนยังต่ำกว่าจุลินทรีย์ พอมองดูเห็นว่าสถานที่แห่งนี้ช่างเน่าเปื่อยเละเทะนัก ที่แห่งนั้นก็จะมลายดับสลายไปทันที โลกก็คือสถานที่อย่างนี้ พูดว่าคนช่างน่าสงสาร นั่นคือคำพูดของพระพุทธในระดับชั้นที่อยู่ใกล้กับคน พระเยซูก็อยู่ในระดับชั้นของพระยูไล เล่าจื๊อก็ใช่ พระพุทธในระดับชั้นที่สูงขึ้นไปจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคน แม้คนจะร้องขอความช่วยเหลือ พระองค์ก็จะไม่ได้ยิน คนเรียกชื่อของพระองค์ถือเป็นการด่าว่า เสมือนหนึ่งได้ยินเสียงเรียกชื่อของพระองค์จากกองอุจจาระนั่นเอง

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook