บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน

พระเยซูอยู่ในระดับชั้นของพระยูไล ในอดีตพระยูไลจัดว่าเป็นพระพุทธในระดับชั้นต่ำสุด เมื่อก่อนระดับชั้นที่ต่ำกว่าพระยูไล ไม่เรียกพระพุทธ เรียกพระโพธิสัตว์ อรหันต์ พระยูไลแต่ละองค์จะมีสวรรค์ของตัวเอง ภายในทางช้างเผือกของพวกเรานี้มีพระยูไลร้อยกว่าองค์ ก็คือมีสวรรค์ของพระพุทธอยู่ร้อยกว่าแห่ง แต่ละแห่งจะมีพระยูไลหนึ่งองค์ควบคุมดูแล พระยูไลในสวรรค์แต่ละแห่งก็จะมีวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติของพระองค์ มีวิธีการของพระองค์ในการช่วยเหลือผู้คนให้หลุดพ้น สวรรค์ที่ก่อตั้งขึ้นมาจะสัมพันธ์โดยตรงกับวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติของพระองค์ โดยก่อเป็นโครงสร้างขึ้นมาจากการบำเพ็ญปฏิบัติ สวรรค์ที่ว่านี้ไม่ได้ก่อร่างขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่คนในยุคปัจจุบันจะสามารถบำเพ็ญขึ้นมาได้ ล้วนก่อร่างขึ้นมาเมื่อร้อยๆล้านปีมาแล้ว

ปัญหาอยู่ตรงนี้ คือพวกเราคนธรรมดาสามัญคิดว่าการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมคือต้องเรียนรู้วิธีบำเพ็ญปฏิบัติหลายๆวิธี ศึกษาเรื่องราวของศาสนาอื่นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง คนเราต่างพากันศึกษาสิ่งเหล่านี้ในแบบภูมิปัญญาความรู้ในสังคมมนุษย์ แท้ที่จริงสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรู้ของคนธรรมดาสามัญ จะใช้ทัศนคติของคนธรรมดาสามัญไปเข้าใจไม่ได้ เหตุใดจึงพูดกันว่าผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมต้องเน้นการบำเพ็ญปฏิบัติด้านจิต(ซินซิ่ง) สายเต๋าเน้นเรื่องกุศล ก็เพราะจักรวาลมีหลักธรรมอยู่ข้อหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง คุณสมบัติพิเศษแห่งจักรวาลที่ว่านี้ ณ ระดับชั้นแตกต่างกันจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันต่อสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน คนอยู่ในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ ก็ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานศีลธรรมของคนธรรมดาสามัญ นั่นคือ ถ้าไม่เน้นกุศลก็ขึ้นไปไม่ได้ ก็เพราะสูงจากระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญเป็นมาตรฐานของเทพ ถ้าท่านไม่สอดคล้องกับมาตรฐานชั้นนี้ ท่านก็ขึ้นไปไม่ได้ เหตุใดเทพบนสวรรค์ยังตกลงมาได้ อรหันต์บำเพ็ญได้ไม่ดีก็ต้องตกลงมา ก็เพราะไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของชั้นนั้น


ภายในทางช้างเผือกนี้มีสวรรค์อยู่ร้อยกว่าแห่ง แต่ละแห่งมีพระยูไลหนึ่งองค์ควบคุมดูแลสวรรค์ของพระองค์ คุณสมบัติพิเศษที่ประกอบขึ้นเป็นสวรรค์ของพระองค์ ก็ประกอบขึ้นมาจากวิธีบำเพ็ญปฏิบัติของพระองค์ พวกเราพบว่าไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรือการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมวิธีอื่น ดูภายนอกกระบวนท่าของการเคลื่อนไหวนั้นเรียบง่าย เพียงนั่งสมาธิประสานมือเท่านั้น สายเต๋าก็มีกระบวนท่าอันเรียบง่ายเพียงไม่กี่กระบวนท่า แล้วทำไมเขาจึงสามารถบำเพ็ญสำเร็จเป็นพระพุทธ เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นพระอรหันต์ได้ ก็เพราะการผันแปรเป็นพลัง(กง)ที่แท้จริงของเขาเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนยิ่งนัก ต้องผันแปรเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายคน ต้องผันแปรอิทธิฤทธิ์ออกมาอีกมากมาย และสิ่งต่างๆอีกมากมายที่คนไม่รู้ สิ่งซึ่งเหมาะกับระดับชั้นที่แตกต่างกันล้วนต้องผันแปรออกมา พูดได้ว่ามันเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่าความสลับซับซ้อนของอุปกรณ์ละเอียดอ่อนใดๆในสังคมมนุษย์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นในวงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมจึงมีคำพูดประโยคหนึ่งว่า การบำเพ็ญอยู่ที่ตัวเอง พลัง(กง)อยู่ที่อาจารย์ นั่นคือวิธีบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริง แม้จะมีการพูดถึงวิธีบำเพ็ญปฏิบัติในสายเต๋า แต่ก็เป็นเพียงเรื่องของหลักการภายนอกและปณิธาน เป็นเรื่องความคิดเท่านั้น หากคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติให้บรรลุถึงขั้น มีพลัง(กง)ของสสารพลังงานสูงอย่างแท้จริงแล้ว ตัวเองจะต้องมีปณิธาน คิดที่จะบำเพ็ญปฏิบัติ แต่กระบวนการผันแปรซึ่งดำเนินอยู่ในมิติอื่นเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนยิ่งนัก เป็นเรื่องที่คนทำไม่ได้ อาจารย์เป็นผู้ทำให้ทั้งหมด

ตรงนี้คือปัญหา ถ้าเอาวิชาอื่นปะปนเข้าไปปฏิบัติก็จะเกิดปัญหา ในอดีตห้ามไม่ให้พระสงฆ์สัมผัสกับวิชาอื่น ในวัดไม่ว่าในยุคใดสมัยใดก็ห้ามพระสงฆ์อ่านหนังสือของวิชาอื่น พระสงฆ์ในสมัยนี้ทำกันจนเละเทะ เมื่อก่อนห้ามพระสงฆ์มีสิ่งของของฆราวาส ห้ามอ่านหนังสือของวิชาอื่นโดยเด็ดขาด ก็เพราะต้องการให้เขาบำเพ็ญปฏิบัติด้วยวิธีเดียว ยึดมั่นบำเพ็ญแต่เพียงวิชาเดียว ความคิด ในความนึกคิด ล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในวิชานี้ เขาจึงจะบำเพ็ญขึ้นไปได้อย่างมั่นคง เดินขึ้นไปบนเส้นทางเดียว มิเช่นนั้นท่านปะปนวิชาอื่นเข้าไป เหมือนกับโทรทัศน์เครื่องหนึ่ง หากใส่ชิ้นส่วนของกล้องถ่ายรูปเข้าไป โทรทัศน์เครื่องนั้นก็จะเสียทันที นี่คือความหมาย ถ้าปะปนสิ่งอื่นเข้าไปปฏิบัติ พลัง(กง)ทั้งหมดก็จะสับสนและไม่สามารถบำเพ็ญให้สูงขึ้นไปอีกแล้ว ของแท้ของเทียมแยกแยะลำบาก หากปะปนเอาสิ่งชั่วร้าย สิ่งแปลกปลอมเข้าไป ท่านก็บำเพ็ญโดยเปล่าประโยชน์ อาจารย์ก็หมดหนทางช่วย ปัญหาอยู่ที่จิต(ซินซิ่ง)ของท่าน

การผันแปรของพลัง(กง)เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนยิ่งนัก แต่คนเรากลับนำมาเป็นทฤษฎีในสังคมมนุษย์ ศาสนาคริสเตียนฉันก็เรียนนิด ศาสนาพุทธฉันก็เรียนหน่อย ลัทธิเต๋าฉันก็เอา ลัทธิหยูฉันก็ศึกษา เรียกได้ว่าเป็นหอรวมศาสนาทั้งหลายแหล่ ที่จริงคือทำกันสุ่มสี่สุ่มห้า นี่คือปัญหาใหญ่ที่ปรากฏออกมาในยุคธรรมะเสื่อมถอย คนล้วนมีจิตพุทธ คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ใฝ่หาความดีงาม แต่คนเราก็นำเรื่องการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมมาเป็นทฤษฎีในสังคมมนุษย์ เทคนิควิทยาการในสังคมมนุษย์เรียนยิ่งมากยิ่งดี แต่เขาอยู่ในสภาพสับสนและยุ่งเหยิง ไม่สามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ไม่สามารถมีพลัง(กง)โดยแก่นแท้

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook