บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง

ไม่มีประโยชน์ ที่จะพูดถึงหลักธรรมอันแท้จริงกับพระสงฆ์ผู้บำเพ็ญเยี่ยงคนธรรมดาสามัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระสงฆ์ที่ยังไม่เปิดการรับรู้ เขาไม่รู้อะไรเลย พระสงฆ์ที่เปิดการรับรู้แล้วก็ไม่มีเหลืออยู่ในโลก พวกเขาต่างปลีกตัวเข้าไปอยู่ในป่าเขาที่ห่างไกล พวกเขาต่างรู้จักข้าพเจ้า มีแต่คนธรรมดาสามัญเท่านั้นที่ไม่รู้จัก ผู้บำเพ็ญระดับสูงต่างรู้จักข้าพเจ้า บางเวลาพวกเขาจะมาแอบดูข้าพเจ้าอย่างเงียบๆ แล้วก็ไป บางคนจะเข้ามาพูดสักกี่คำ อย่าเห็นว่าพวกเขาบำเพ็ญมานับร้อยนับพันปีในป่าเขา พวกเขายังบำเพ็ญปฏิบัติได้ไม่สูงนัก เพราะทางที่พวกเขาเดินเป็นหนทางที่ยากลำบาก พวกเขาไม่บำเพ็ญปฏิบัติบนทางสายหลัก(ต้าเต้า) แต่บำเพ็ญปฏิบัติในทางสายย่อย(เสี่ยวเต้า) ดังนั้นแม้เขาจะบำเพ็ญมาเป็นเวลานานก็ไม่ได้มรรคผล แต่เพราะพวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก ความสามารถไม่ถูกปิด จึงสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาได้ การบำเพ็ญปฏิบัติในภพ ความสามารถต่างๆ โดยมากจะถูกปิดไว้ ถ้าไม่ถูกปิดไว้ เพียงขยับความคิด อาจทำให้อาคารบ้านเรือนเปลี่ยนที่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ การทำลายสภาพสังคมของคนธรรมดาสามัญจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด ดังนั้น คนเราจึงคิดว่าพวกเขาปฏิบัติได้สูงยิ่งนัก คนธรรมดาสามัญก็คือเห็นใครสามารถแสดงความสามารถออกมาก็คิดว่าเขาบำเพ็ญได้สูง สิ่งที่อาจารย์พลังลมปราณเหล่านั้นแสดงออกมาล้วนเป็นความสามารถเล็กๆ ศาสตร์น้อยๆ เล็กน้อยเหลือเกิน อะไรก็ไม่ใช่ คนธรรมดาสามัญต่างก็คิดว่าสูงส่งยิ่งนัก

ข้าพเจ้าถ่ายทอดหลักธรรมโดยไม่ทำการแสดงใดๆ ก็คือ การออกมาของข้าพเจ้าก็ได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจน ถ้าทำการแสดงไปด้วย ถ่ายทอดหลักธรรมไปด้วย นั่นก็คือการถ่ายทอดหลักธรรมในทางผิด หากเป็นเช่นนั้น คนที่มาไม่ใช่มาเพื่อหลักธรรม แต่มาเพื่อเรียนเทคนิควิทยาการ องค์ศากยมุนีในสมัยนั้นก็ไม่ทำเช่นนี้ การรักษาโรคให้คนนั้นทำได้ เพราะท่านมองไม่เห็นอยู่ดี เขาก็รู้สึกดีขึ้น แต่รักษาอย่างไร จะเชื่อหรือไม่เชื่อแล้วแต่ท่าน คนป่วยหายดีแล้ว เชื่อหรือไม่เชื่อ ยังเจ็บอยู่หรือไม่เจ็บ บุคคลที่สามไม่รู้ ตรงนี้จึงมีสิ่งที่ต้องรับรู้ สามารถรักษาโรคได้ ในสมัยนั้นพระเยซู องค์ศากยมุนี ก็ทำเช่นนี้ มีเพียงเล่าจื๊อเท่านั้นที่ไม่ทำ เพราะเล่าจื๊อรู้ว่าสังคมมนุษย์นั้นชั่วร้ายและอันตรายหนักหนา เขียนหนังสือห้าพันคำอย่างรีบเร่งแล้วออกนอกด่านจากไปทางทิศตะวันตก

สังคมมนุษย์นั้นสลับซับซ้อนยิ่งนัก คนบนโลกบอกไม่ได้ว่ามาจากมิติใดบ้าง เทพในมิตินั้นยังคิดจะดูแลเขาอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะรับรู้ได้หรือไม่ ถ้าเขารับรู้ก็สามารถกลับไปได้ แต่เขาก็รู้ว่าคนๆนั้นไม่ไหวแล้ว เกินกำลังที่เขาดูแล แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาไปตามยถากรรม ในสมัยที่พระเยซูออกมาช่วยเหลือผู้คนให้หลุดพ้น เขาจึงถือว่าเป็นการก้าวก่ายงานของเขา “คนนี้เป็นคนของข้า เขาควรจะต้องได้รับการช่วยให้กลับไปยังที่ของข้า ทำไมท่านเข้ามาก้าวก่ายในงานของข้า” เขาจึงไม่ยอม ก็เนื่องจากจิตใจเช่นนี้ ความจริงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่พระเยซูไม่สนใจว่าเป็นคนของเขาหรือของพระองค์ จุดประสงค์เพียงต้องการจะช่วยเหลือคนให้หลุดพ้น พระองค์ทรงเห็นมวลมนุษย์ทุกข์ทรมาน อยากช่วยให้หลุดพ้น ให้คนได้กลับขึ้นไป ดังนั้นพระเยซูจึงได้ล่วงเกินเหล่าเทพในแต่ละมิติ ท้ายที่สุดความขัดแย้งขยายความรุนแรงจนสะท้อนลงมายังสังคมมนุษย์ ความขัดแย้งซึ่งเหมือนกับความขัดแย้งในสังคมมนุษย์ รุนแรงสุดที่พระเยซูจะแก้ไขได้ มีเพียงความตายเท่านั้น จึงถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนเพื่อยุติความแค้นระหว่างกัน เมื่อไม่มีร่างกายของคนธรรมดาสามัญ ก็คิดบัญชีกับพระองค์ไม่ได้ ความยุ่งยากทั้งหลายจึงสิ้นสุดลง ดังนั้นคำกล่าวที่ว่าพระเยซูยอมรับโทษแทนมวลมนุษย์ ความหมายก็คือเช่นนี้


องค์ศากยมุนีทรงถ่ายทอดหลักธรรมด้วยความยากลำบากเช่นกัน พระองค์ต้องคอยต่อสู้กับศาสนาทั้งเจ็ดในอินเดียอยู่ตลอดเวลา ในยุคนั้นศาสนาพราหมณ์โบราณมีอิทธิพลอย่างมาก สุดท้ายองค์ศากยมุนีไม่ทรงสามารถบรรลุเป้าหมายก็เสด็จปรินิพพาน

เล่าจื๊อจากไปหลังจากเขียนหนังสือห้าพันคำ(อู่เชียนเอี๋ยน) ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังนำไปปฏิบัติ ท่านได้ทำสิ่งที่ควรทำเพราะนี่คือลิขิตสวรรค์ เพราะสายเต๋าไม่อนุญาตให้จัดตั้งเป็นลัทธิ เป็นการกระทำที่ผิด ที่จัดตั้งสายเต๋าขึ้นเป็นลัทธิ เพราะเต๋าเน้นการบำเพ็ญเดี่ยว เน้นการบำเพ็ญความจริง บำเพ็ญในความสงบเงียบ ดังนั้นเขาจะถ่ายทอดให้ลูกศิษย์เพียงคนเดียว เพราะเขาจะเลือกสรรลูกศิษย์ เลือกสรรคนดีเพื่อถ่ายทอด เขาไม่ช่วยเหลือผู้คนทั่วไปให้หลุดพ้น และไม่มีปณิธานเช่นนี้ พวกเขาบำเพ็ญความจริง ท่านเห็นในอารามเต๋ามีคนอยู่มากมาย ในจำนวนนั้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พวกเขาเลือกสรรไว้ถ่ายทอด คนที่เหลือมีไว้ประดับบารมีเท่านั้น ดังนั้นสายเต๋าจึงไม่ควรจัดตั้งขึ้นเป็นลัทธิ ในอดีตพวกเขาต่างบำเพ็ญในป่าเขาตามลำพัง

ขงจื๊อพูดถึงหลักการครองตน ไม่พูดถึงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม แต่คำสอนของท่านเป็นประโยชน์ต่อคนจีน หลักการเดินสายกลางจะทำให้คนสามารถดำรงอยู่ ณ จุดที่ไม่เสื่อมถอย เพราะวัตถุเมื่อถึงที่สุดแล้วย่อมต้องพลิกกลับ เมื่อขึ้นถึงจุดสุดยอดแล้วย่อมตกลง ดังนั้นจึงให้เดินสายกลาง ดำรงอยู่ตรงกลางตลอดไป ฉันไม่ขึ้นไปข้างบนก็ยังสูงกว่าที่อยู่ข้างล่าง ดำรงอยู่ ณ จุดที่ไม่เสื่อมถอยนี้ตลอดไป สิ่งใดถ้ากระทำอย่างเด็ดขาดเกินไป ย่อมต้องพลิกกลับ นี่หมายถึงคนธรรมดาสามัญ

ในป่าเขาที่ห่างไกลมีผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอยู่มากมาย พวกเขาต่างล่วงรู้ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต แต่ใครก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว พวกเขาไม่อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย สาเหตุที่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะต่างรู้ว่านั่นคือปรากฏการณ์จากการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล จึงควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

ใครก็ตามหากฝืนลิขิตสวรรค์ย่อมต้องได้รับการลงโทษ ใครก็ไม่กล้าฝืน ผู้คนต่างยกย่องงักฮุยเป็นคนดี แล้วทำไมงักฮุยจึงไม่สามารถรักษาราชวงศ์ซ้องใต้เอาไว้ ตระกูลงักเก่งกาจขนาดนั้น ก็เพราะนี่คือลิขิตสวรรค์ งักฮุยพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาราชวงศ์ซ้องใต้เอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ แท้ที่จริงก็คือการฝืนลิขิตสวรรค์ นั่นก็คือราชวงศ์ซ้องนั้นสมควรแก่การล่มสลาย แต่เขากลับพยายามที่จะปกปักรักษาเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงกระทำโดยฝืนลิขิตสวรรค์ นี่คือความหมาย การคำนวณของคนฤาจะสู้สวรรค์ลิขิต นี่ไม่ได้พูดว่างักฮุยไม่ดี เพียงแต่พูดหลักการ

สิ่งที่คนเข้าใจตามมุมมองของคนธรรมดาสามัญว่าถูกต้องนั้น ไม่แน่ว่าจะถูกต้องเสมอไป ฉินซีฮ่องเต้ ฮั่นอู่ตี้ หรือแม้แต่ฮ่องเต้องค์ใดก็ตาม เมื่อกระทำสิ่งใด คนรุ่งหลังก็จะประเมินการกระทำของฮ่องเต้องค์นั้นๆ คนธรรมดาสามัญเข้าใจสิ่งต่างๆ ตามมุมมองที่ตัวเองยืนอยู่ เข้าใจตามความคิดยึดมั่นที่ตัวเองมี สิ่งที่ตัวเองเข้าใจว่าดีหรือเลวไม่แน่ว่าจะดีหรือเลวอย่างแท้จริงเสมอไป มาตรฐานการวัดความดีหรือเลวของคนเรานั้นมีจุดศูนย์รวมอยู่ที่ตัวเอง คนไหนดีต่อฉัน ก็จะบอกว่าเขาดี สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อฉัน ก็จะบอกว่าดี ดังนั้นจึงไม่แน่ว่าจะดีจริงเสมอไป มาตรฐานการวัดความดีหรือเลวต้องวัดด้วยคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล วัดด้วยหลักธรรมเท่านั้น นั้นเป็นกฎจักรวาลที่ไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวสำหรับวัดความดีและเลว ฉินซีฮ่องเต้ฆ่าผู้คนมากมายเพื่อรวบรวมประเทศจีนเป็นหนึ่ง บรรดาฮ่องเต้เมืองต่างๆถูกฆ่าตายไปมากมาย ผู้คนต่างพากันสาปแช่งเขา เขาเข้ายึดครองเมืองต่างๆ ฮ่องเต้ของเหล่าเมืองต่างๆถูกเขาปกครอง ใครก็เกลียดเขา ใครก็สาปแช่งเขา นั่นคือการวัดความดีหรือเลวโดยยืนอยู่ในมุมของตัวเอง ฉินซีฮ่องเต้รวมประเทศจีนเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ล้วนเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล ถ้าไม่ใช่เป็นการดำเนินตามที่สวรรค์ลิขิต เขาก็ทำไม่สำเร็จ รวมประเทศไม่สำเร็จ เรื่องราวของคนธรรมดาสามัญก็เป็นเช่นนี้ พวกเราผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่วิจารณ์ใดๆ ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจะไม่สนใจต่อเรื่องการเมือง ไม่เช่นนั้นเขาก็คือนักการเมือง ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม

มนุษย์เมื่อดำเนินมาถึงกำหนดเวลา ก่อกรรมไว้มากมายจนไม่อาจจะให้อภัย สะสมกรรมไว้มากมายจนตัวเองไม่สามารถชำระหนี้กรรมได้หมด เมื่อไม่สามารถชำระหนี้กรรมที่สะสมไว้ทุกชาติทุกภพ คนพวกนี้จึงต้องถูกทำลายให้สิ้นไป จะทำลายล้างด้วยวิธีใด ในสังคมมนุษย์ภัยพิบัติเล็กจะปรากฏออกมาเพื่อทำลายล้างมนุษย์ สงครามคือวิธีที่สะดวกที่สุด ประวัติศาสตร์ก็จึงเป็นเช่นนี้ จักรพรรดิผู้ก่อตั้งประเทศในแต่ละยุค ต่างมีเทพฝ่ายบู๊จุติลงมาอาสาการรบและเทพฝ่ายบู๊เหล่านี้มีหน้าที่ทำการนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นการเหนื่อยยากของพวกเขาจึงไม่ได้ความดีความชอบ แต่ก็ไม่เป็นการก่อกรรม คือลงมาเพื่อทำการนี้ ชาติแล้วชาติเล่า จะมีคนสักกี่คนที่ไม่ตกอยู่ในวังวน

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook