บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

รัฏฐาธิปัตย์ในระบอบประชาธิปไตย

ทุกประเทศในโลกนี้ล้วนมีกฎหมายใช้บังคับในการปกครองประเทศทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรหรือกฎหมายจารีตประเพณีก็ตาม  วัตถุประสงค์หรือความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายใช้บังคับก็เพื่อให้สังคมเกิดความสงบสุขนั่นเอง  ดังนั้น  จึงมีสุภาษิตหรือหลักกฎหมายทั่วไปว่า “ความสงบสุขของสังคม  คือกฎหมายสูงสุด”

หลักกฎหมายทั่วไปเกิดขึ้นจากความเป็นธรรมตามธรรมชาติ ซึ่งความเป็นธรรมตามธรรมชาตินี้มีอยู่แล้วในธรรมชาติ มนุษย์ไม่ได้สร้างความเป็นธรรมตามธรรมชาติขึ้นแต่อย่างใด แต่มนุษย์เป็นเพียงผู้ค้นพบและนำมาใช้หรือปฏิบัติเพื่อให้ความเป็นธรรมตามธรรมชาติบังเกิดผลเป็นรูปธรรมขึ้นเท่านั้น หลักกฎหมายทั่วไปหรือความเป็นธรรมตามธรรมชาติ ก็คือ  “หลักนิติธรรม” นั่นเอง

ในประเทศที่ปกครองโดยกฎหมาย ซึ่งเรียกกันว่า “นิติรัฐ” นั้น  การกระทำทั้งหลายของผู้ปกครองหรือผู้ใช้อำนาจปกครองต้องชอบด้วยหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไป  ซึ่งรวมถึงการใช้บังคับและการตีความกฎหมายต่าง ๆ ต้องให้สอดคล้องหรือเป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไปด้วย

ความเป็นธรรมตามกฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือบัญญัติขึ้นไว้  ซึ่งอาจไม่สอดคล้องหรือมิใช่สิ่งเดียวกันกับความเป็นธรรมตามธรรมชาติก็ได้  ดังนั้น  เมื่อใดที่ความเป็นธรรมตามกฎหมายขัดต่อความเป็นธรรมตามธรรมชาติ  จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ความเป็นธรรมตามกฎหมายสอดคล้องกับความเป็นธรรมตามธรรมชาติให้ได้  หรืออีกนัยหนึ่ง  การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายจะต้องไม่ให้ขัดต่อหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไป ไม่ว่าหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไปนั้นจะมีบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ตาม

หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไป  เพราะหลักการปกครองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน  สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรม  รวมทั้งก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม  ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมายทั่วไป  และหลักการที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็คือ  “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน”  คำว่า  “ปวงชน”  ย่อมหมายถึงประชาชนโดยรวมทั้งหมด  มิใช่ประชาชนคนใดคนหนึ่งหรือประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  แต่อย่างไรก็ตาม  การที่จะให้ประชาชนทุกคนมีความคิดความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เหมือนกันหรือสอดคล้องกันทั้งหมดย่อมเป็นไปได้ยากหรืออาจเป็นไปไม่ได้  ดังนั้น  การตัดสินปัญหาหรือการหาข้อยุติในเรื่อง ใด ๆ โดยใช้มติเสียงข้างมาก จึงเป็นหลักการที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

หลักการเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนมีความหมายว่า  ผู้ใดหรือกลุ่มบุคคลใดจะมีสิทธิใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครองประเทศได้  จะต้องได้รับการมอบหมายหรือได้รับความยินยอมจากประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย  และในการปกครองระบอบประชาธิปไตยของนานาอารยประเทศทั่วโลกต่างยึดถือกันว่า  รัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชน  (ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม)  เท่านั้น  ที่เป็น  “รัฏฐาธิปัตย์”  ได้  แนวความคิดหรือความเชื่อที่ยึดถือกันว่า  “ผู้ใดยึดอำนาจการปกครองได้  ผู้นั้นคือรัฏฐาธิปัตย์”  จึงเป็นความคิดหรือความเชื่อที่ผิดโดยสิ้นเชิง  เพราะขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยชัดแจ้ง

2

ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้คิดและเชื่อแบบหลงทางเกี่ยวกับเรื่อง  “รัฏฐาธิปัตย์”  มาโดยตลอด  ซึ่งแสดงให้เห็นถึง  “ความด้อยพัฒนาทางความคิดแบบประชาธิปไตย”  ของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี  และด้วยเหตุดังนั้นประเทศไทยจึงมีการรัฐประหารหรือยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินโดยคณะเผด็จการทหารมาหลายครั้งหลายหน โดยไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าวงจรอุบาทว์ทางการเมืองในลักษณะเช่นนี้จะหมดสิ้นไปจากระบบการเมืองการปกครองของประเทศไทยได้เมื่อใด

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะต้องทำความเข้าใจและยึดถือความคิดความเชื่อที่ถูกต้องในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริงเสียที  สังคมไทยต้องเลิกคิดหรือเชื่อว่าเมื่อคณะเผด็จการทหารหรือคณะบุคคลใดทำการรัฐประหารหรือยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน  ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง  และตั้งตนเป็นผู้ปกครองประเทศแล้ว เราต้องเชื่อถือและปฏิบัติตาม  แต่ในทางตรงกันข้าม เราต้องคิดและเชื่ออย่างมั่นคงว่าคณะบุคคลใดก็ตามที่กระทำการเช่นว่านั้น  คนพวกนั้นคืออาชญากรทางการเมืองที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมทางการเมืองที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศ  และต้องไม่ยอมรับนับถือการกระทำใด ๆ ของกลุ่มอาชญากรทางการเมืองดังกล่าวว่ามีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนิตินัยหรือทางพฤตินัยใด ๆ ต่อระบบการเมืองการปกครองของประเทศ  รัฐธรรมนูญ  รัฐสภา  รัฐบาล  และองค์กรใด ๆ ที่คณะเผด็จการทหารบงการให้มีขึ้นหรือแต่งตั้งขึ้น  ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น  องค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสาม อันได้แก่  รัฐสภา  รัฐบาล และศาลต่าง ๆ ที่มีอยู่โดยถูกต้องและชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยก่อนการก่ออาชญากรรมทางการเมืองของคณะเผด็จการทหารต้องดำเนินการตามสิทธิและอำนาจหน้าที่ของตนไปตามปรกติ

อาจมีผู้โต้แย้งว่าองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยดังกล่าวจะดำเนินการตามสิทธิและอำนาจหน้าที่ของตนตามปรกติได้อย่างไร  ในเมื่อคณะเผด็จการทหารใช้รถถังและปืนบังคับและข่มขู่คุกคามอยู่  ก็อาจอธิบายได้ว่าถ้าคนส่วนใหญ่มีจิตสำนึกเป็นประชาธิปไตยและมีความคิดความเชื่ออย่างมั่นคงว่าการใช้กำลังยึดอำนาจและล้มล้างระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่เลวร้ายและเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด  ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างประมาณค่ามิได้  แล้วช่วยกันกระทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา   ในที่สุด  พวกเผด็จการทั้งหลายย่อมไม่สามารถอยู่ต่อไปได้  แต่จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้รักชาติรักประชาธิปไตยทุกคน   และสิ่งที่ควรต้องกระทำอีกประการหนึ่งก็คือ  จะต้องช่วยกันเรียกร้องให้สหประชาชาติและนานาอารยประเทศทั้งหลายทั่วโลกเข้ามาช่วยเหลือในการกดดันและปราบปรามคณะเผด็จการทหาร  โดยถือว่าคนพวกนั้นเป็นอาชญากรสงครามหรือผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงของโลก

เมื่อสามารถกอบกู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาได้แล้ว  จะต้องดำเนินการชำระสะสางการกระทำทั้งหลายของพวกเผด็จการทหารดังกล่าว เพื่อให้เกิดความถูกต้องและชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย เช่น  กฎหมายใดซึ่งออกโดยรัฐสภาที่มาจากอำนาจเผด็จการต้องได้รับการพิจารณาทบทวนเพื่อยกเลิกหรือรับรองโดยรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  สำหรับรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน  ต้องถือว่ายังคงมีผลใช้บังคับอยู่ตลอดมา  ไม่ได้ถูกยกเลิกตามประกาศของคณะเผด็จการทหารแต่อย่างใด  ด้วยเหตุผลว่าการกระทำของคณะเผด็จการทหารเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยชัดแจ้ง  โดยเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักนิติธรรมหรือหลักกฎหมาย

3

ทั่วไป  การกระทำต่าง ๆ ของรัฐบาลที่มาจากอำนาจเผด็จการต้องได้รับการพิจารณาทบทวนเพื่อยกเลิกหรือรับรองโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน องค์กร คณะบุคคล  และบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งในช่วงเวลาที่ประเทศตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ  ต้องได้รับการพิจารณาทบทวนเพื่อยกเลิกหรือรับรองให้ถูกต้องและชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและหรือกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย    คำพิพากษา  คำวินิจฉัย  และคำสั่งของศาลต่าง ๆ ซึ่งออกโดยอาศัยรัฐธรรมนูญและหรือกฎหมายที่มาจากอำนาจเผด็จการต้องมีการพิจารณาทบทวนเพื่อยกเลิกหรือรับรองให้ถูกต้องและชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและหรือกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย  นอกจากนั้น กระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองนี้จะต้องดำเนินการสอบสวนและฟ้องร้องเพื่อให้ศาลพิจารณาลงโทษกลุ่มอาชญากรทางการเมืองที่กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามโทษานุโทษต่อไป

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้มีจิตสำนึกเป็นประชาธิปไตยได้ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการให้การศึกษาแก่ประชาชน  การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องกระทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  โรงเรียนทหารต้องสอนให้นักเรียนทหารมีจิตสำนึกว่า  ทหารเป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย  ทหารมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของรัฐบาล  ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา  ทหารไม่มีหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  ปัญหาทางการเมืองต้องแก้ไขด้วยการเมือง  การรัฐประหารหรือการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินโดยใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน  เป็นสิ่งที่เลวร้ายและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง  สถาบันฝึกอบรมผู้พิพากษาตุลาการต้องสอนให้ผู้พิพากษาตุลาการทั้งหลายมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่า  คณะเผด็จการทหารที่กระทำการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินและล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย  ไม่ใช่รัฏฐาธิปัตย์  แต่เป็นอาชญากรทางการเมือง  ซึ่งกระทำผิดกฎหมายอาญาและกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ  ต้องสอนให้ผู้พิพากษาตุลาการมีความกล้าหาญทางจริยธรรมและไม่เกรงกลัวอำนาจเผด็จการทหาร  การสยบยอมหรือปฏิบัติตามคำบงการหรือความต้องการของเผด็จการทหาร  ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม  เป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งของผู้พิพากษาตุลาการ  สำหรับประชาชนพลเมืองอื่น ๆ ต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทุกคนมีทั้งสิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การใช้สิทธิและเสรีภาพของตนเองต้องมีขอบเขตและไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น  ต้องเคารพในกฎเกณฑ์และกติกาของบ้านเมือง  ต้องจำแนกแยกแยะให้ออกว่าระบอบประชาธิปไตยแตกต่างจากระบอบอนาธิปไตยและระบอบอัตตาธิปไตย  และที่สำคัญที่สุด  ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันพิทักษ์รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

การสร้างจิตสำนึกดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่เรื่องง่ายและอาจต้องใช้เวลาอีกยาวนาน  แต่สังคมไทยควรต้องมีความหวังว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงสามารถเกิดขึ้นได้ในบ้านเมืองนี้  อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในนานาอารยประเทศทั้งหลายในโลกนี้

--------------------------------------------------------------------
โดย สมยศ  รักษกุลวิทยา
น.บ.,ศศ.บ.(รัฐศาสตร์),ร.ม.(การปกครอง)  นายอำเภอเมืองสรวง  จังหวัดร้อยเอ็ด แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook