บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

อารยธรรมมนุษย์

อารยธรรมยุคกลางตะวันตก

การรุกรานของอนารยชนเยอรมัน

จักรวรรดิโรมันแบ่งออกเป็น 2 จักรวรรดิ คือ

จักรวรรดิโรมันตะวันตก มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงโรม ตอนหลังได้ถูกรุกรานจากพวกอนารยชนเยอรมันจากเผ่าต่างๆ ส่วนอีกจักรวรรดิคือ จักรวรรดิโรมันตะวันออก ตอนหลังถูกรุกรานจากพวกมองโกลเผ่าฮั่น

พวกอานารยชนที่เข้ามายึดครองจักรวรรดิโรมันตะวันตก เนื่องจากพวกอานารยชนไม่คุ้นเคยกับการดำรงชีวิตแบบคนเมือง สิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนจึงเสื่อมโทรมลงเพราะไม่ได้รับการดูแล ยุคนี้จึงถูกเรียกว่า ยุคมืด

  เนื่องจากการรุกรานของพวกอานารยชนเยอรมันมีหลายเผ่า จึงรุกรานเข้ามายังดินแดนของจักรวรรดิโรมัน โดยหัวหน้าเผ่าหรือแม่ทัพของตนต่างก็เป็นอิสระต่อกัน เมื่อยึดกรุงโรมและดินแดนส่วนต่างๆได้แล้วจึงได้สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ปกครองดินแดนส่วนที่ตนยึดได้ โดยไม่มีผู้นำคนใดสามารถตั้งตนเป็นจักรพรรดิปกครองจักรวรรดิเหมือนสมัยที่จักรวรรดิโรมันมีอำนาจ ผู้ที่ตั้งตนเป็นกษัตริย์ก็ไม่สามารถควบคุมเผ่าต่างๆได้ทั้งหมด จึงได้สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ปกครองดินแดนที่ได้ยึดครอง แล้วพัฒนาการปกครองตามระบบฟิวดันสืบต่อมา

 คริสต์ศาสนาในยุคกลาง

ความเชื่อพื้นฐานของคริสต์ศาสนา มีดังนี้ 1.พระเจ้า คือ ผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง 2.บาปกำเนิดของมนุษย์ คือ มนุษย์ทุกคนมีปากติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด 3.โลกและมนุษย์สร้างขึ้นโดยบัญชาของพระเจ้า นักปรัชญาที่สำคัญของศาสนาคริสต์ก่อนยุคกลาง คือ เซนต์ ออกัสติน ผลงานที่สำคัญคือ “อาณาจักรของพระเจ้า” อธิบายแนวคิดของศาสนาคริสต์ว่าเป็นโลกแห่งความบริสุทธิ์ และจะเน้นคำสอนจากคัมภีรำไบเบิลอย่างเคร่งครัด อีกคนหนึ่งคือ เซนต์ อไควนัส อธิบายเกี่ยวกับการสร้างสรรพสิ่งของพระเจ้าว่าเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน มนุษย์จึงเป็นคนที่มีเหตุผล มีสติปัญญา

 อารยธรรมไบแซนไตน์

จักรวรรดิโรมันตะวันออกไม่ได้ถูกพวกอานารยชนเข้ายึดครอง เรียกว่า จักรวรรดิไบแซนไตน์ จึงมีการปกครองตนเองเป็นอิสระ โดยมีกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครอง และมีจักรพรรดิคอนสแตนตินคุม

จักรวรรดิไบแซนไตน์มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียน พระองค์ต้องการฟื้นูจักวรรดิไบแซนไตน์ให้ยิ่งใหญ่ จึงสร้างกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นเสมือน “โรมใหม่” และทรงชำระและรวบรวมกฏหมายโรมันเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเมืองการปกครอง เรียกว่า ประมวลกฏหมายของจัสติเนียน วิหารที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ โบสถ์เซนต์ โซเฟีย

ชาวอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลามได้ขยายอำนาจเข้าไปในจักรวรรดิไบแซนไตน์ ในที่สุดพวกออตโตมาน เตอร์กได้บุกเข้าไปจนสามารถยึดครองกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จ แต่ไม่ได้ทำลายศาสนสถานที่สำคัญ ในทางประวัติศาสตร์ถือว่าการสิ้นสุดจักวรรดิไบแซนไตน์นี้เป็นการสิ้นสุดสมัยประวัติศาสตร์ยุคกลางแล้วเข้าสู่สมัยใหม่

ในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนทรงมีนโยบายในการขยายอำนาจทางการเมืองการปกครองและด้านศาสนาไปยังดินแดนที่ยึดครอง เพราะศาสนาเป็นเครื่องมือส่งเสริมสถานภาพและอำนาจของจักรพรรดิในการขยายอำนาจทางการเมืองการปกครอง สังคมและวัฒนธรรม พระองค์จึงได้สร้างศาสนสถานไว้ตามเมืองสำคัญที่จักรวรรดิไบแซนไตน์แผ่อำนาจไปถึงเมืองสำคัญต่างๆ เมืองเวนีส และเมืองเจนัว

 กำเนิดและความหมายของระบบฟิวดัล

ระบบฟิวดัลเป็นระบบที่มีความสำคัญมากในยุคกลาง ที่ทำให้ยุคกลางเป็นสังคมที่มีระเบียบและเหมาะกับยุคนั้น เพราะเป็นยุคหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันใหม่ๆ คนที่เป็นชนชั้นสามัญชนหรือชาวนาต้องหาที่พึ่งเพื่อความปลอดภัย จึงต้องอาศัยเจ้าขุนนางหรือผู้ที่มีอำนาจ โดยยินยอมอยู่ใต้อุปถัมภ์ของเจ้าที่ดินหรือขุนนางและได้มีการจัดการการใช้ที่ดินและก่อให้เกิดลักษณะเศรษฐกิจ แบบเลี้ยงตัวเองในแต่ละแมเนอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าที่ดินกับข้าหรือชาวนาเป็นลักษณะความสัมพันธ์ในแนวดิ่งหรือความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเที่ยมกัน เจ้าที่ดินเป็นชนชั้นที่สูงกว่า กษัตริย์ หรือเจ้าขุนนางจึงมีอภิสิทธิ์ และต้องให้ความคุ้มครองแก่ข้าหรือชาวนาติดที่ดินของตนและในขณะเดียวกัน ข้าหรือชาวนาก็ต้องทำงานหนักด้วยการให้แรงงานและผลผลิตแก่นายของตนรวมทั้งให้ความจงรักภักดีด้วย

 การใช้ที่ดินในระบบแมเนอร์

หน่วยการปกครองระหว่างลอร์ดหรือเจ้าที่ดินกับชาวนาติดที่ดิน เรียกว่า แมเนอร์ (Manor) ภายในแมเนอร์หนึ่งๆ ชาวนาสามารถปลูกข้าว ปลูกพืชต่างๆเลี้ยงสัตว์หรือประกอบอาชีพอื่นๆได้ แต่ต้องแบ่งพืชผลให้แก่เจ้าที่ดินของตนอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นพันธะที่ค่อนข้างเข้มงวด

ในแต่ละแมเนอร์ขุนนางจะแบ่งที่ดินเป็นแปลงๆ นิยมแบ่งเป็น 3 แปลง เรียกว่า ระบบนา 3 แปลง แต่ละแปลงจะปลูกพืช ดังนี้ แปลงที่ 1 ปลูกพืชในฤดูใบไม้ผลิ แปลงที่ 2 ปลูกพืชในฤดูใบไม้ร่วง แปลงที่ 3 เมื่อคราดแล้วจะปล่อยทิ้งร้างไว้ เพื่อให้ดินฟื้นตัวและกลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ระบบนา 3 แปลงนี้จึงเป็นการแบ่งที่นาเพื่อการปลูกพืชสลับกันไป

ระบบแมเนอร์เริ่มเสื่อมลงในยุคกลางตอนปลาย เนื่องจากสาเหตุหลายประการ การเพิ่มของประชากร การอพยพในชนบทไปทำงานในเมืองตามโรงงาน และยังมีการตลาดส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

สรุป ที่ดินในระบบแมเนอร์จะขึ้นอยู่กับการเกษตรเป็นหลัก ส่วนอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมนั้นยังมีน้อย ทางด้านศาสนาจะเน้นความเชื่อและความศรัทธาในพระเจ้า



 การจัดระเบียบสังคมในระบบฟิวดัล

ในแต่ละแมเนอร์จะแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

  1. ขุนนาง มีหน้าที่ในการปกครอง ขุนนางจะมีที่ดินของตน เรียกว่า ดีเมนส์
  2. พระ มีหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและอบรมสั่งสอน มีโบสถ์และวัดอยู่บริเวณเดียวกันเรียกว่า แรคทอรี
  3. สามัญชน มีหน้าที่เพาะปลูกและเป็นแรงงาน ชาวนาที่อยู่ในที่ดินของขุนนางจะแบ่งเป็น 2 ชนชั้น คือ ชนชั้นวิเลนส์ เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของแมเนอร์ หน้าที่เพาะปลูกและส่งผลผลิตให้ขุนนาง และชนชั้นคอททาร์ มีฐานะด้อยกว่าวิเลนส์ เพราะได้รับที่ดินน้อยกว่า ส่วนกลุ่มอื่นๆเป็นผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ชั่วคราว

สรุป สังคมยุโรปยุคกลางหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 5 แล้ว บรรดาผู้คนในยุโรปต่างก็แสวงหาที่พึ่งเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน จึงเกิดระบบฟิวดัลขึ้น ระบบนี้กษัตริย์จะมอบที่ดินให้ขุนนาง แล้วเจ้าขุนนางมอบที่ดินให้ชาวนาทำกินในที่ดินที่ได้รับมอบ เมื่อได้ผลผลิตแล้วก็จะแบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งให้เจ้าขุนนางตามข้อตกลง ขุนนางในแต่ละแมเนอร์จึงมีอำนาจในการปกครองและควบคุมดูแลคนของตนอย่างเบ็ดเสร็จ

 มรดกอารยธรรมด้านการเมืองการปกครอง

มรดกทางการเมืองการปกครองที่สำคัญในระบบฟิวดัล มีดังนี้

  1. การเมืองการปกครองระบบฟิวดัลเป็นแบบพันธะที่จักรพรรดิทรงมีอำนาจอยู่ในขอบเขตของข้อตกลง
  2. การแบ่งแยกอำนาจของฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักรอย่างชัดเจน
  3. มีระบบการปกครองแบบรัฐสภา
  4. มีการพิจารณาคดีด้วยระบบลูกขุน
  5. มีหลักกฏหมายเป็นอำนาจสูงสุด

มรดกและอารยธรรมด้านเศรษฐกิจและการค้า

ระบบเศรษฐกิจแบบแมเนอร์ที่มีลักษณะเศรษฐกิจแบบเลี้ยงตัวเองในยุโรปต้นยุคกลางตอนต้น ทำให้การจัดช่วงชั้นทางสังคมให้เป็นระเบียบและมีหน้าที่ตามสถานภาพของตน คือ พระมีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอน ขุนนางมีหน้าที่ในการปกครองและการรบ ชาวนามีหน้าที่รับใช้และเป็นแรงงานในไร่นาของขุนนาง

สมาคมพ่อค้า มีการกำหนดคนให้ฝึกงาน 7 ปี เพื่อให้เกิดความชำนาญในการที่จะเป็นเจ้าของร้านหรือเจ้าของโรงงานเองในโอกาสต่อไป เมื่อเข้าเป็นสมาคมแล้วก็จะต้องพยายามค้าขายในกลุ่มสมาชิกด้วยกันเองในราคาที่เป็นธรรมและพยายามทำให้การค้ามีกำไรมากกว่าสมาคมอื่นๆ

มีชนชั้นใหม่ที่เกิดขึ้น คือ ชนชั้นกลาง หรือพวกพ่อค้าและเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นพวกที่มีอิสระหรือเสรีชนที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเกิดเมืองต่างๆ และกลายเป็นศูนย์กลางการค้ามาตั้งแต่ยุคกลางตอนกลางเป็นต้นมา ยุคกลางตอนกลางจึงได้ชื่อว่า ยุคที่เจริญรุ่งเรือง

เมืองที่เกิดขึ้นในยุคกลางที่ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคกลางก็ยังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ การค้าอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน เวนิส คอนสแตนติโนเปิล ปารีส เจนัว เป็นต้น

 มรดกอารยธรรมด้านสังคมและวัฒนธรรม

อารยธรรมที่เป็นมรดกสำคัญในยุคกลาง ได้แก่ ระบบศักดินาสวามิภักดิ์หรือระบบฟิวดัลในยุคกลางตอนต้นที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้อุปถัมภ์กับผู้รับอุปถัมภ์หรือระบบนายกับข้าในแต่ละแมเนอร์ มีการแบ่งคนในสังคมออกเป็นชนชั้น ขุนนางหรือเจ้าที่ดิน พระและสามัญชน ต่อมาในยุคกลางตอนกลางและตอนปลายได้เกิดชนชั้นที่สำคัญในเมืองคือชนชั้นกลางที่ประกอบด้วยพ่อค้า เป็นชนชั้นที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าในยุคนั้น

ส่วนมรดกอารยธรรมยุคกลางด้านศิลปกรรมมีการสร้างสรรค์งานเพื่อความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาเป็นสำคัญ จึงมีการสร้างวัด โบสถ์และวิหารที่ใหญ่โตเพื่อความศรัทธาและการเผยแพร่ศาสนา ในยุคกลางตอนต้นเป็นศิลปะแบบโรมานเนสค์และในตอนปลายเป็นแบบโกธิค ส่วนทางจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไตน์ ศิลปะแบบไบแซนไตน์การสร้างโบสถ์วิหารเป็นโบสถ์ที่มีผังสำหรับรองรับโดม ภายในมีการประดับด้วยโมเสคที่สวยงาม ศิลปกรรมชิ้นเอกอยู่ที่วิหารเซนต์ โซเฟีย ในกรุงอิสตันบุล ตุรกี

แนวคิดเกี่ยวกับอารยธรรม
อารยธรรมตะวันออกสมัยโบราณ
อารยธรรมตะวันตกสมัยโบราณ
อารยธรรมยุคกลางตะวันตก
อารยธรรมยุคกลางตะวันออก
อารยธรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์
อารยธรรมสมัยใหม่ด้านแนวคิดทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลง
อารยธรรมสมัยใหม่ด้านเศรษฐกิจและการปฏิวัติอุตสาหกรรม
จักรวรรดินิยมและผลกระทบ
สงครามโลก บทเรียนสำหรับมนุษยชาติ
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook