บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

อิสราเอล
ข้อเขียนโดย ::  ดร.จรัล มะลูลีม

2

ใน ค.ศ.1832 อิบรอฮีม ปาชา ผู้นำอียิปต์ เข้าครองปาเลสไตน์แทนตุรกี ต่อมาอีก 8 ปีชาวปาเลสไตน์ กลับไปเข้ากับตุรกีต่อสู้กับอียิปต์ กองทัพของตุรกี อังกฤษ และรัสเซียเป็นฝ่ายมีชัย อังกฤษจึงเข้ามามีอำนาจ ในตะวันออกกลางได้ อังกฤษสนใจปาเลสไตน์เป็นพิเศษ เพราะเป็นทางเชื่อมมาถึงอินเดียได้ แต่อังกฤษต้องแข่งขันกับฝรั่งเศส และรัสเซีย ซึ่งต่างก็ต้องการมีอิทธิพลที่นั่นด้วย ในที่สุดอังกฤษ ก็ได้พบวิธีการซึ่งช่วยอังกฤษ แย่งปาเลสไตน์มาจากตุรกี และผนวกเข้าใต้การปกครองแบบอาณัติของอังกฤษได้ วิธีการนั้น มาในรูปของขบวนการ ไซออนนิสม์แห่งยุโรปนั่นเอง

          ไซออนนิสม์ คือ ขบวนการการเมืองนานาชาติ ของชาวยิวกลุ่มหนึ่ง(มิใช่ทั้งหมด) มีวัตถุประสงค์จะผูกพันชาวยิวในโลกไว้ด้วยพันธะด้านเชื้อชาติ ให้กลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ โดยมีศูนย์กลางทางการเมือง และวัฒนธรรมอยู่ที่รัฐอิสราเอล พวกไซออนนิสม์ ทำการต่อสู้ เพื่อจัดตั้งมาตุภูมิของชนชาติยิวขึ้น ในประเทศปาเลสไตน์ โดยความเชื่อที่ว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานดินแดนนั้น ให้แก่พวกตน และพวกตนเคยเป็นเจ้าของดินแดนนี้ มาแต่ครั้งโบราณ โดยไม่ยอมรับความจริงที่ว่า การที่ชาวยิวมาครอบครองดินแดนปาเลสไตน์ ในสมัยไบเบิลนั้น เป็นเพียงเหตุการณ์ตอนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศนี้ เท่านั้น และเชื้อสายของชาวยิวที่อยู่ในปาเลสไตน์ ก็เกือบจะหมดสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่ง อีกทั้งยิวก็ไม่ใช่ ผู้อาศัยคนแรกในปาเลสไตน์ หรือเป็นเจ้าของปาเลสไตน์ด้วย

          ผู้ตั้งลัทธิไซออนนิสม์ มีชื่อว่า นายเธียวดอร์ เฮอร์เซิล เป็นชาวยิวสัญชาติฮังกาเรียน อาชีพของเขา คือ นักหนังสือพิมพ์ มีความคิดว่า วิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหา ความเป็นปรปักษ์กับชาวเซมิติค (ลัทธิแอนตี้-เซมิติสม์ คือ ลัทธิที่เกลียดชังชาวยิวและศาสนาจูดาย ซึ่งเริ่มขึ้นโดย นักหนังสือพิมพ์ ชาวเยอรมนี ผู้มีนามว่า วิลเฮล์ม มารร์) ของชาวยุโรปได้ ก็คือ การจัดตั้งรัฐมาตุภูมิของชนชาติยิวขึ้น นายเฮอร์เซิลชักชวนตัวเองให้เชื่อ (ทั้งๆ ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเลย) ว่าปาเลสไตน์เป็นแผ่นดินที่ไม่มีผู้คน จึงเหมาะที่จะให้เป็นที่อยู่ของชนชาติที่ไม่มีดินแดนอยู่ (คือยิว) ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ในปาเลสไตน์มีชาวอาหรับอาศัยอยู่แล้วประมาณ 700,000 คน และมีชาวยิวประมาณ 56,000 คน อันที่จริงนั้นได้มีผู้เสนอ ให้จัดตั้งรัฐยิวขึ้นที่อื่นมาแล้ว เช่น ดร.แองเจโล แรพโพพอร์ท และนายอับราฮัม กาแลนท์ เสนอให้จัดตั้งในประเทศซูดาน (ในทวีปแอฟริกา) เพราะในนั้นมีประชากรอยู่น้อย แต่องค์การไซออนนิสม์ ก็ไม่สนใจ เพราะปักใจจะเอาปาเลสไตน์อยู่แล้ว ผู้นำขบวนการไซออนนิสม์หัวรุนแรงคนหนึ่ง คือ นายยาโบตินสกี้ ได้เรียกร้องให้ตั้งรัฐยิวขนาดใหญ่ ซึ่งจะรวมเอาฝั่งตะวันออกของจอร์แดน และดินแดนโพ้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนถึงแม่น้ำยูเฟรติส มารวมไว้ด้วย นี่คือ ปรัชญาที่กำหนดทิศทางทาง การเมืองของอิสราเอลมาจนถึงทุกวันนี้

          ในระยะต้นๆ นั้น การที่ชาวยิวมาอยู่ร่วมกับ ชาวอาหรับในปาเลสไตน์ ก่อนหน้าจะมีลัทธิไซออนนิสม์ขึ้นนั้น ชาวอาหรับ มิได้รังเกียจรังงอนอะไร แต่ในต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อขบวนการไซออนนิสม์ ดึงดันจะเข้ามาครอบครองปาเลสไตน์ให้ได้ ชาวอาหรับ ก็ได้คัดค้านความพยายามนั้น เป็นเสียงเดียวกัน พวกเขาถือว่า ชาวอาหรับครอบครองปาเลสไตน์ มาช้านานแล้ว และกำลังอยู่ในปาเลสไตน์ ในตอนนั้นด้วย จึงยอมให้ชาวยิวเข้ามาเป็นเจ้าของประเทศไม่ได้

          นายเชม วีซมานน์ ผู้นำคนหนึ่งของลัทธิไซออนนิสม์ได้เที่ยวขอร้องรัฐบาลประเทศต่าง ๆ รวมทั้งผู้คนจำนวนมากโดยเน้นอย่างฉลาดถึงผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศเหล่านั้นกับองค์การไซออนนิสม์สากล และใช้ความสนิทสนมกับบุคคลสำคัญ ๆ เป็นเครื่องมือของพวกไซออนนิสม์สามารถบีบคั้นทางการเมืองแก่รัฐบาลของประเทศตะวันตกโดยมุ่งไปที่อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งรัฐบาลอังกฤษซึ่งตอนนั้นมีเซอร์ เชอร์ชิล เป็นนายกรัฐมนตรีถูกผู้แทนของประธานาธิบดีวิลสันแห่งสหรัฐอเมริการบเร้าจนได้ประกาศคำประกาศบัลโฟร์ออกมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1947 เป็นคำประกาศสนับสนุนการจัดตั้งรัฐยิวขึ้นในปาเลสไตน์ และกล่าวว่ารัฐบาลอังกฤษจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะให้การนี้บรรลุความสำเร็จ คำประกาศนี้มีในรูปของจดหมายซึ่งนายอาเธอร์ บัลโฟร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษสมัยนั้นเขียนถึงลอร์ด นอร์ธสไชด์นายธนาคาร ชาวฝรั่งเศส ต่อมาฝรั่งเศส อิตาลีและสหรัฐอเมริกาก็รับรองคำประกาศนี้

          อังกฤษได้ส่งชาวยิวจากประเทศอังกฤษไปยังปาเลสนไตน์เพื่อทำให้คำประกาศบัลโฟร์เป็นผลสำเร็จขึ้นมา นอกจากนั้นก็มีชาวยิวจากประเทศอื่น ๆ อพยพเข้ามาอีก เช่น จากรัสเซียเป็นจำนวนมาก อังกฤษได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการอพยพเข้าประเทศขึ้น ทำให้มีโควต้าชาวยิวที่จะอพยพเข้ามาได้ปีละ 16,500 คน และยังได้ออกกฎหมายแบ่งสันที่ดินและตั้งหลักแหล่งชาวยิวขึ้น นอกจากนั้น อังกฤษยังออกกฎหมายให้ชาวยิวใช้ทรัพยากรสินแร่และจัดทำโครงสร้างพื้นฐานขึ้นได้ ชาวยิวจึงมีอำนาจควบคุมการชลประทาน การไฟฟ้า และการใช้สินแร่ที่สำคัญที่สุดของประเทศมากขึ้นทุกที มาตรการเหล่านี้เป็นการเอาเปรียบประชากรส่วนใหญ่คือชาวอาหรับซึ่งเดิมมีจำนวนร้อยละ 80 ของประชากรในประเทศ (1922) ประธานาธิบดีทรูแมนแห่งสหรัฐอเมริกาได้ส่งสาส์นถึงนายเชอร์ชิล คัดค้านการจำกัดโควต้ายิวอพยพ และได้ใช้อิทธิพลหว่านล้อมเชอร์ชิลให้ช่วยเหลือ พวกไซออนนิสม์ ชาวยิวบางส่วนก็ได้ลักลอบเดินทางเข้าปาเลสไตน์โดยความช่วยเหลือของอเมริกา องค์กรที่เป็นตัวแทนของชาวยิวได้เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าปาเลสไตน์เป็นดินแดนของยิว และชาวปาเลสไตน์ควรจะเป็นชนกลุ่มน้อยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยิว

 

          พวกไซออนนิสม์ในปาเลสไตน์ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากชาวยิวที่ร่ำรวยในประเทศอื่น ๆ และยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศตะวันตกที่มีอิทธิพลอีกด้วย ในเดือนเมษายน 1918 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไซออนนิสม์ในปาเลสไตน์ขึ้น อ้างตนว่าเป็นตัวแทนของชาวยิวทั่วโลก มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลอังกฤษในปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐยิว คณะกรรมการนี้ได้รับความสนับสนุนจากองค์กรไซออนิสต์สากล ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองบาเซิลเมื่อปี ค.ศ. 1897 ในไม่ช้าองค์การตัวแทนชาวยิวนี้ก็ได้กลายเป็นรัฐบาลที่สองคู่กับรัฐบาลอังกฤษในปาเลสไตน์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในยุโรปและอเมริกา เป็นผู้พิจารณาอนุมัติในเรื่องที่ชาวยิวจะเข้ามาอยู่ในประเทศ ได้จัดตั้งระบบการศึกษาและสุขาภิบาลขึ้นเพื่อชาวยิวโดยเฉพาะ ยิ่งกว่านั้นนายยาโบตินสกี้ ผู้นำฝ่ายขวาขององค์กรไซออนนิสท์ ยังได้จัดตั้งกองทัพใต้ดินของยิวขึ้นมีชื่อว่าหน่วยฮากานาห์ ตอนนี้อังกฤษพยายามเกลี้ยกล่อมสหรัฐอเมริกาให้ช่วยรับผิดชอบทางทหารและทางการเงินในปาเลสไตน์ด้วย การคัดค้านของชาวอาหรับในการที่ยิวอพยพเข้ามาอย่างมากมาย และการที่ชาวอาหรับต่อสู้กับชาวยิว รวมทั้งองค์กรใต้ดินของยิวต่อสู้กับอังกฤษ เพราะอังกฤษไม่ยอมเพิ่มโควต้าชาวยิวอพยพตามที่อเมริกาขอร้อง ทำให้รัฐบาลหนักใจมาก จึงประกาศจะถอนตัวไปจากปาเลสไตน์ในวันที่ 15 พฤษภาคม 1948 ทิ้งให้ปาเลสไตน์อยู่ในการดูแลของสหประชาชาติ

          ส่วนสหรัฐอเมริกา นั้นช่วยเหลือสนับสนุนอิสราเอลอยู่ตลอดมานับตั้งแต่ตอนที่อังกฤษประกาศ “ คำประกาศบัลโฟร์ ” แล้ว เช่นยอมรับรองคำประกาศนั้นและออกเงินสนับสนุนให้ชาวยิวอพยพเข้าประเทศปาเลสไตน์ (สมัยประธานาธิบดีทรูแมน) ทั้งนี้เพราะอเมริกาไม่อยากให้ชาวยิวเข้าไปอยู่ในสหรัฐอเมริกามากนัก เมื่อยิวตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นแล้วอิสราเอลได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐสองทางด้วยกันคือ ความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือองค์การที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลโดยตรง กับความช่วยเหลือทางอ้อมคือความช่วยเหลือจากสถาบันและองค์การไซออนนิสม์อเมริกันและจากประชาชนอเมริกัน รวมทั้งความช่วยเหลือจากรัฐบาลอื่น ๆ และสถาบันอื่น ๆ ภายใต้ความกดดันของรัฐบาลสหรัฐ

          สำหรับด้านทหารและอาวุธยุทธภัณฑ์ มีประจักษ์พยานอยู่มากมายที่แสดงให้เห็นว่าก่อนที่จะตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นในปี 1948 นั้น รัฐบาลสหรัฐแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นการลักลอบขนอาวุธยุทธภัณฑ์จากประเทศต่าง ๆ เพื่อให้พวกผู้ก่อการร้ายไซออนนิสม์ในปาเลสไตน์ และยอมให้เงินซึ่งมีผู้อุทิศให้ชาวยิวออกจากประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษี เงินเหล่านั้นอิสราเอลนำไปซื้ออาวุธผิดกฎหมายจากเชคโกสโลวาเกีย และประเทศคอมมิวนิสต์อื่น ๆ เมื่ออิสราเอลก่อกำเนิดมาจนถึงปี 1962 สหรัฐได้ให้อาวุธแก่อิสราเอลโดยใช้นโยบายดังต่อไปนี้

(1) แอบให้อาวุธแก่อิสราเอลอย่างลับ ๆ
(2) สหรัฐให้ แคนนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนีตะวันตกส่งอาวุธให้อิสราเอล

ในสมัยนายเคนเนดีเป็นประธานาธิบดีนั้น สหรัฐได้เลิกนโยบายที่จะส่งอาวุธให้อิสราเอลอย่างลับ ๆ เป็นส่งให้อย่างเปิดเผย โดยอ้างว่าโซเวียตรัสเซียได้ส่งอาวุธให้ฝ่ายอาหรับ “เพื่อให้อิสราเอลมีอาวุธสมดุลกับฝ่ายอาหรับ” แต่ความเป็นจริงนั้นสหรัฐต้องการใช้อิสราเอลเป็นเครื่องค้ำจุนนโยบายจักรวรรดินิยมใหม่ของสหรัฐนั่นเอง อิสราเอลจะถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อต้านอาหรับ เมื่อฝ่ายอาหรับต่อต้านผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา

          ปัญหาเรื่องการปกครองปาเลสไตน์ต่อไปได้กลายเป็นที่ถกเถียงกันในสมัชชาสหประชาชาติ คณะกรรมาธิการพิเศษของสหประชาชาติเกี่ยวกับปัญหาปาเลสไตน์ ได้เสนอแผนการให้แบ่งปาเลสไตน์ออกเป็นส่วน ๆ โดยมีรัฐอาหรับ รัฐยิว และส่วนที่ไม่เป็นของใครสำหรับกรุงเยรูซาเล็มเมืองหลวงนั้นให้อยู่ในความดูแลของสหประชาชาติ รัฐอาหรับและรัฐยิวจะมีความสัมพันธ์กันด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ชาวอาหรับคัดค้านข้อเสนอนี้ โดยอ้างว่าไม่สอดคล้องกับกฎหมาย, ความยุติธรรมและหลักการประชาธิปไตย การแบ่งประเทศไม่เป็นที่ต้องการของประชาชนส่วนใหญ่แต่สหประชาชาติก็ตัดสินด้วยการลงคะแนนเสียง 33 ต่อ 13 (มีผู้ไม่ออกเสียง 30 คน) ให้แบ่งปาเลสไตน์ดังนี้ การที่สหประชาชาติตัดสินเช่นนี้เป็นเพราะอิทธิพลทางการเมืองขององค์การไซออนนิสม์นั่นเอง และเป็นความอยุติธรรมต่อประชาชนอาหรับผู้อยู่ในประเทศนี้เป็นอย่างยิ่ง ในปีนั้น (1947) มีชาวยิวที่อยู่มาแต่ดั้งเดิมอยู่เพียง 1 ใน 10 เท่านั้นเอง ถ้าไม่นับชาวยิวที่อยู่มาก่อนหน้านี้แล้ว ชาวยิวที่อยู่ในปาเลสไตน์ตอนนั้นก็เป็นชาวต่างประเทศ คืออพยพมาจากประเทศอื่น ๆ ทั้งนั้น นอกจากนั้นตามมติของสหประชาชาติที่จะยกที่ดินจำนวน 14,500 ตารางกิโลเมตร จากที่ดินทั้งหมด 26,323 ตารางกิโลเมตร (คือร้อยละ 57) ให้แก่รัฐยิว โดยชาวอาหรับจะเหลือที่ดินอยู่เพียงร้อยละ 43 นั้นนับว่าเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำที่ดินที่ชาวยิวได้รับยังเป็นที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่ที่ดินที่ชาวอาหรับได้รับล้วนแต่เป็นภูเขาและทะเลทรายไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้

อ่านต่อ >>>

บรรพชนต้นตระกูลอิสราเอล
การอพยพ
อิสราเอล 12 เผ่า
กษัตริย์องค์แรกๆ ของอิสราเอล
สองราชอาณาจักร
สมัยจักรวรรดิอัสซีเรียเรืองอำนาจ
สมัยจักรวรรดิบาบิโลนเรืองอำนาจ
สมัยจักรวรรดิเปอร์เซียเรืองอำนาจ
สมัยจักรวรรดิกรีกเรืองอำนาจ
สมัยจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook