บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

คณะราษฎร์

2

กลุ่มบุคคลผู้พลิกแผ่นดิน และการลิ้มลองอำนาจ อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่องทางการเมืองและการปกครอง มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ .

           พ.ศ. 2475 ปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี แห่งราชวงค์จักรี ที่ได้ปกครองประเทศสยามในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7   ยุคสุดท้ายแห่งการปกครองระบอบสมบูรณาญา-สิทธิราชย์ ระบบที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ อำนาจนิติบัญญัติ อำนานจบริหาร และอำนาจตุลาการ ได้โดยเอกเทศ
                 ในปีเดียวกันนั้นเอง เศรษฐกิจของประเทศสยามได้ทรุดหนัก และต่ำลงจนถึงขีดสุด การเงินฝืดเคืองรายได้ของประเทศตกต่ำ คนว่างงานมีอยู่ทั่วพระราชอาณาจักร รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอะไรได้   จนถึงกับต้องลดเงินเดือนข้าราชการและยุบกองทหารบางส่วน และประกาศ เป็นทางการว่า จะเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้นอีกหลายชนิด นายพลตำรวจโท พระยาอธิกรณ์ประกาศ อธิบดีกรมตำรวจได้รับคำสั่งให้จับกุมตัวผู้ที่ไม่ยอมเสียเงินรัชชูปการ และจัดส่งตัวบุคคลเหล่านั้นไปทำถนนที่พระโขนง
                 เกิดความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ศาลทั่วพระราชอาณาจักร ประกาศยึดทรัพย์ชาวนาขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดใช้เป็นค่าภาษี ที่ไม่ยอมเสียให้แก่ทางราชการ ชาวนาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐมและในจังหวัดต่างๆ ได้เดินทางเข้ามายื่นฎีกา กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว โดยขอให้ทรงงดเก็บภาษี ส่วยอากร และค่านา และหยุดการยึดทรัพย์สินของชาวนา แต่ทางราชการก็มิได้จัดการสิ่งใดตามฎีกาที่ได้ ร้องทุกข์ขึ้นมา โดยได้อ้างถึงความจำเป็นนานาประการ

              จนในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งกระแสพระราชดำรัส โดยให้นำไปอ่านทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งมีข้อความดังต่อไปนี้
                    
              " ด้วยได้ทรงรับฎีการาษฎร์ทูลเกล้าฯ ถวายมาที่ต่างๆหลายฉบับ กราบบังคมทูลร้องทุกข์ถึงความอัตคัดขัดเคือง ซึ่งเกิดขึ้นจากปีหลังมาจนถึงปีนี้ เป็นเหตุให้เกิดความขัดสนจนยาก ทำมาหากินไม่พอจะเลี้ยงชีพ และเสียภาษีอากรได้สะดวกเหมือนก่อน พากันร้องให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้วยประการต่างๆ  เช่นขอให้งดภาษีอากร เป็นต้น ได้ทรงทราบความฎีกาก็รู้สึกสงสาร ด้วยทรงตระหนักอยู่แล้วว่า ความลำบาก ของประชาชนมีอยู่แพร่หลาย จึงมีพระราชประสงค์จะให้ทราบความจริงกันทั่วไปว่า บุคลที่ได้รับความเดือดร้อนในเวลานี้ ไม่เฉพาะแต่ราษฎร์ที่ถวายฎีกาเพียงเท่านั้น ทั้งที่เป็นคหบดีและพ่อค้า ตลอดจนข้าราชการและเจ้านาย ก็ได้รับความลำบากด้วยกันทั้งนั้น เพราะเหตุผลแห่งความอัตคัดฝืดเคืองครั้งนี้ มิได้เกิดขึ้นในพระราชอาณาเขตอันจะพึงปกป้องได้ด้วยพระบรมเดชานุภาพ หรือรัฎฐาภิบาลนโยบายของรัฐบาล เหตุเกิดขึ้นภายในประเทศอื่นก่อน แล้วลามปามมาเป็นลำดับถึงประเทศนี้ ความเดือนร้อนก็มีแก่ประเทศอื่นเช่นเดียวกัน แต่ประเทศของเรานี้ยังนับว่าเบากว่าประเทศอื่นอยู่ โดยมากก็เป็นแต่อัตคัดขัดสน ไม่ถึงกับต้องอดอยากอย่างเขา ถึงกระนั้นความลำบากก็ยังกระทบกระเทีอนถึงบ้านเมืองทุกประเทศ เพราะเมื่อประชาชนยากจนลง การเก็บภาษีอากรที่รัฐเฉลี่ยแก่คนทั้งปวง เอามา
ใช้ในการปกครองแผ่นดินและบ้านเมืองก็ได้น้อยลง ไม่พอแก่การดังก่อน


                   เฉพาะประเทศเรานี้ เมื่อปี พ.ศ. 2473 เงินภาษีอากรและผลประโยชน์ของแผ่นดิน เก็บได้กว่า 96 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2474 จำนวนเงินเก็บได้ต่ำกว่า 19 ล้านบาท มาถึง พ.ศ. 2475 ประมาณจำนวนเงินจะตกลงไปอีกสัก 20 ล้านบาท รวมเงินแผ่นดินตกต่ำใน 2 ปีนี้ถึง 91 ล้านบาท เป็นเหตุให้เกิดความยากลำบากแก่รัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะสงเคราะห์ราษฎร์ด้วยเลิกเก็บภาษีอากรเสียอีก   ฐานะการเงินแผ่นดินที่เป็นอยู่ ณ บัดนี้ ถึงจะไม่ลดภาษีอากรลงเลย รัฐบาลก็ยังต้องขวยขวายหาเงินจากทางอื่นมาชดใช้ ให้พอจำนวนเงินที่ขาดไป มิฉะนั้นจะบังเกิดภัยพิบัติถึงบ้านเมืองด้วย
                เมื่อความจำเป็นมีอยู่ดังนี้ จึงต้องโปรดให้ตัดรายจ่ายราชการ เลิกขบวนการ และลดจำนวนข้าราชการ ลง ตัดรายจ่ายทางเงินเดือนและลดค่าใช้สอยให้น้อยลงเพียงเท่านั้น ก็ยังไม่พอชดเชยใช้เงินที่ขาด ถึงกับตั้งภาษีอากรขึ้นมาใหม่อีกหลายอย่าง แต่ภาษีที่ตั้งขึ้นมาใหม่คราวนี้ คิดเฉลี่ยเก็บจากบุคคลจำพวกอื่น อันเป็นบุคคลผู้มีทรัพย์พอจะเสียให้เป็นพื้น แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสละเงินซึ่งเคยได้รับใช้สอยส่วนพระองค์ ออกช่วยราชการแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่ และยอมให้เก็นภาษีทรัพย์ส่วนพระองค์ อันต้องพิกัดเหมือนประชาชนทั้งปวง แต่ราษฎร์ทั้งหลายนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดทรงให้ผ่อนผันมิต้องลำบากมากขึ้นด้วยภาษีอากรที่ตั้งใหม่ดังกล่าวมา ว่าโดยครั้งนี้ เป็นเวลาที่ชาวสยามทุกจำพวก นับตั้งแต่องค์พระเจ้าอยู่หัว ลงไปจนถึงราษฎร์ พลเมือง จะต้องช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้พ้นอันตราย ด้วยโรควิปริตทั้งโลก จะต้องยอมทนคความลำบากด้วยกันไปชั่วคราว และหวังใจด้วยว่า จะพ้นความอัตคัดขัดสนในไม่ช้าไม่นาน ด้วยชาวประเทศอื่นก็เดือดร้อนในเรื่องนี้เหมือนกับเรา รัฐบาลทุกประเทศก็พากันร้อนใจ และคิดแก้ไขด้วยกันทั้งนั้น หากเป็นความใหญ่หลวง เป็นความอัตคัดเกี่ยวเนื่องกันไปหมดประเทศหนึ่งประเทศใดจะแก้ไขโดยลำพังไม่ไหว จึงยังปรึกษาหารือกันช้าอยู่ ส่วนประเทศเราก็ต้องอนุโลมตามถึงกระนั้นการใด ซึ่งทรงสามารถจะบรรเทาความเดือดร้อนได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็โปรดฯ ให้จัดการนั้นๆดังเช่นให้ลดค่านา เรียน้อยกว่าแต่ก่อน และลดราคาเงินบาทให้ราษฎร์ซื้อขายได้ผลประโยชน์มากขึ้น เป็นต้น

                  การอย่างใดที่รัฐบาลพึงกระทำ เพื่อบรรเทาความลำบากได้ ก็จะกระทำต่อไป ในส่วนขปงประชาชนก็อาจจะช่วยรัฐบาลได้ ด้วยความอุตสาหะประกอบการให้เกิดโภคทรัพย์ยิ่งขึ้น และพึงพยายามสงวนทรัพย์สินที่มีอยู่อย่าใช้ให้เปลืองไปเสียในการไม่เป็นประโยชน์   จะบรรเทาความลำบากไปได้ ส่วนการเก็บภาษีอากรนั้นก็ควรพยา ยามช่วยราชการ ด้วยความเต็มใจโดยความสามารถ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำหรับรัฐบาล ปกครองบ้านเมืองและคิดแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ให้ประชาชนอยู่เป็นสุข ด้วยหากรัฐบาลไร้ทุนทรัพย์และรายได้แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอให้ประชาชนทั้งหลายเห็นแก่บ้านเมืองเป็นสำคัญโดยทั่วกัน.

ประกาศมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2475

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook