บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

เทวทัต

เป็นพระภิกษุรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา ท่านเป็นโอรสของพระเจ้าสุปปพุทธะ แห่งโกลิยวงศ์ ในนครเทวทหะ กับพระนางอมิตา พระภคินีของพระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดา  มีพระภคินีองค์หนึ่งคือ เจ้าหญิงพิมพา หรือยโสธรา ซึ่งได้สมรสกับเจ้าชายสิทธัตถะ

หลังจากบรรพชาอุปสมบทแล้ว พระเทวทัตกับพระภิกษุอีกหกรูปได้พักจำพรรษา เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย อยู่กับพระบรมศาสดา ณ อนุปิยอัมพวัน และในระหว่างพรรษานั้น พระภัททิยะได้สำเร็จวิชชาสาม พระอนุรุทธ์ได้ทิพจักษุ ต่อมาได้ฟังมหาปุริสวิตักกสูตร จึงได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระอานนท์ได้สำเร็จพระโสดาบัน พระภคุ พระกิมพิละ ได้สำเร็จพระอรหันต์ ส่วนพระเทวทัตได้ฌานสี่ และมีฤทธิ์ขั้นปุถุชน สามารถนิรมิตตน ให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้

ต่อมาประมาณแปดปี ก่อนพุทธปรินิพพาน พระเทวทัตได้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าไปยังนครโกสัมพี พร้อมกับเถระผู้ใหญ่ แปดสิบรูป มีพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ เป็นต้น ปรากฎว่าชาวเมืองพากันนำภัตตาหาร ผ้าและเภสัช ไปถวายพระพุทธองค์ และพระเถระผู้ใหญ่วันละมาก ๆ แต่ไม่มีผู้ใดถามหาพระเทวทัตเลย ทำให้ท่านน้อยใจมาก

วันหนึ่ง พระเทวทัตเกิดความคิดว่า ทำไมจึงไม่มีใครรู้จักตนบ้าง จะหาผู้ใดดีให้เป็นผู้อุปัฎฐาก จึงจะมีลาภสักการะเช่นพระเถระรูปอื่น ๆ แล้วก็คิดถึงยุพราช แห่งมคธรัฐ คือ เจ้าชายอชาติศัตรู ราชโอรสพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระเยาว์ ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา จึงได้เดินทางไปยังนครราชคฤห์ พอได้โอกาสจึงนิรมิตตน เป็นกุมารน้อย มีงูพิษพันอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วเหาะไปปรากฎตัวบนพระเพลาของเจ้าชายอชาติศัตรู แล้วคลายฤทธิ์กลับเป็นพระภิกษุ เจ้าชายทรงเลื่อมใสในอิทธิฤทธิ์นั้นมาก ถึงกับปวารณาตนเป็นผู้อุปถัมภ์พระเทวทัต และทรงให้สร้างวิหารถวายที่ตำบลคยาสีสะ

เมื่อได้รับลาภสักการะและได้รับคำสรรเสริญมาก พระเทวทัตก็หลงลืมตัวเกิดความปรารถนาว่า ต่อไปจะปกครองสงฆ์แทนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนี้จากพระมหาโมคคัลลานะ จึงตรัสว่าการกระทำของเทวทัตจักปรากฎผลออกมาเอง แล้วตรัสเทศนาเรื่องศาสดาห้าจำพวกให้ฟัง ต่อมาพระพุทธองค์ได้เสด็จไปถึงพระเวฬุวันได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า สักวันหนึ่งพระเทวทัตจักเสื่อมลาภสักการะ และจักเสื่อมจากกุศลกรรมทั้งหลาย และตรัสเปรียบเทียบว่าผลกล้วยย่อมฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่ และลูกม้าอัสดรย่อมฆ่าแม่ม้า ฉันใด ลาภสักการะ และสรรเสริญที่เกิดแก่เทวทัตย่อมฆ่าพระเทวทัตฉันนั้น

ต่อมาวันหนึ่งพระเทวทัตไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลขอปกครองสงฆ์แทนพระพุทธองค์ โดยอ้างว่าพระพุทธองค์ทรงชรามากแล้ว แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตโกรธจัดจึงผูกอาฆาตพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก พระพุทธเจ้าได้ตรัสให้สงฆ์ทำปกาสนียกรรมแก่พระเทวทัต ได้รับสั่งให้พระสารีบุตร เป็นตัวแทนสงฆ์ไปประกาศในกรุงราชคฤห์แทนสงฆ์ ตามความเป็นจริงว่า แต่ก่อนพระเทวทัตเป็นอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง พระเทวทัตทำอย่างใด พูดอย่างใด ไม่พึงเห็นว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นอย่างนั้น พึงเห็นเป็นเรื่องเฉพาะตัวพระเทวทัตเท่านั้น

พระเทวทัตคิดว่าตนถูกพระพุทธเจ้าทอดทิ้งแน่แล้ว จึงวางแผนจะสร้างความพินาศแก่พระพุทธเจ้า แล้วเข้าไปเฝ้าเจ้าชายอชาติศัตรู ทูลยุยงให้ปลงพระชนม์พระราชบิดา แล้วขึ้นครองราชย์เสียเอง ส่วนตนเองก็จะปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า แล้วขึ้นทำหน้าที่แทน เจ้าชายอชาติศัตรู ได้ดำเนินการตามจนเป็นผลสำเร็จ จากนั้นพระเทวทัตก็เริ่มดำเนินการให้คนไปยิงพระพุทธเจ้า แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงดำเนินการขั้นที่สองคือ ขึ้นไปบนเขาคิชกูฎ แล้วกลิ้งก้อนหินให้ตกมาทับพระพุทธเจ้า แต่ไม่เป็นผล เพียงแต่มีเศษหินกระเด็นไปถูกพระบาทพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดห้อพระโลหิตขึ้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายที่ติดตามว่า การกระทำดังกล่าวจัดเป็นอนันตริยกรรมคือ บาปหนักยิ่งประการหนึ่ง

พระเทวทัตได้พยายามปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าต่อไปอีก โดยให้ช้างนาฬาคีร์ของพระเจ้าอชาติศัตรูที่กำลังตกมัน มาทำรายพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ทรงปราบช้างนั้นได้ ประชาชนผู้ประสบเหตุการณ์ต่างพากันแซ่ซ้องสาธุการ และเลื่อมใสในพุทธานุภาพ ในขณะเดียวกันก็กล่าวโจษขานกันว่า เรื่องนี้พระเทวทัตเป็นตัวการ และตำหนิพระเจ้าอชาติศัตรู ที่ยังบำรุงพระเทวทัตอยู่ พระเจ้าอชาติศัตรูจึงงดการบำรุงพระเทวทัต และชาวกรุงก็ไม่ยอมใส่บาตรให้ด้วย

เมื่อเสื่อมลาภสักการะแล้ว พระเทวทัตกับเพื่อคู่ใจอีกสี่รูปก็เที่ยวกล่าวอวดตนให้ประชาชนเลื่อมใส แต่ประชาชนก็มิได้หลงเชื่อ วันหนึ่งพระเทวทัตไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลขอให้ทรงบัญญัติวัตถุห้าประการคือ ให้ถือการอยู่ป่า ถือการบิณฑบาตร ถือผ้าบังสุกุล ถือการอยู่ตามโคนไม้ และถือมังสวิรัติ เป็นวัตรตลอดชีวิต แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตจึงพาคณะเที่ยวโฆษณาชวนเชื่อในกรุงราชคฤห์ว่า วัตถุห้าประการเป็นของดี มีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนไม่น้อย พระพุทธองค์ทรงทราบจึงเรียกพระเทวทัตมาตรัสเตือน แต่พระเทวทัตไม่ยอมเชื่อ

เช้าวันหนึ่งพระเทวทัตพบพระอานนท์ จึงสั่งให้มากราบทูลพระพุทธเจ้าว่า นับแต่วันนั้นไปท่านจะทำอุโบสถสังฆกรรมแยกจากพระพุทธเจ้า แยกจากสงฆ์ แล้วชักชวนพระภิกษุบวชใหม่ชาววัชชี 500 รูป ให้เข้าเป็นพวกและนำไปอยู่ที่วิหารคยาสีสะ กล่าวสอนลัทธิของตนว่า สิ่งที่พระสมณโคดมทำ ไม่ใช่ธรรม สิ่งที่ตนทำเท่านั้นคือ ธรรม

เนื่องจากพระภิกษุ 500 รูปนั้น เป็นสานุศิษย์ของพระสารีบุตร พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งให้พระสารีบุตรติดตามาไปนำกลับมา เมื่อพระเทวทัตรู้เข้า ก็ล้มป่วยอยู่เก้าเดือน เกิดสำนึกตน ก่อนตายขอให้ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าขอขมาโทษ แต่เมื่อเดินทางมาถึงหน้าพระเชตุวัน ก็ถูกแผ่นดินแยกตัวพระเทวทัตตกจมลงไป ขณะจมถึงแค่คางได้กล่าวคำสรรเสริญพระพุทธคุณ และขอถึงพระพุทธองค์เป็นที่พึ่ง

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook