บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม

ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ

      เมื่อพระซิ่นคงเช็ดถูที่โต๊ะบูชาพบว่าแจกันหยกขาวมีน้ำเต็มมีกิ่งหลิวปักอยู่เธอเคยได้ยินไต้ซือบอกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ไต้ซือเมี่ยวส้านจะสำเร็จธรรม จึางทให้เธอดีใจจนออกนอกนหน้าโยนผ้าเช็ดโต๊ะทิ้งรีบวิ่งออกมานอกห้อง ประจวบกับหย่งเหลียนกำลังจะนำดอกไม้ไปบูชาพระ ทั้งสองไม่ได้ระวังตัว จึงเกิดชนกันขึ้น ล้มลงไปคนละทาง เมื่อหย่งเหลียนได้สติก็มองมาทางซิ่นคงแล้วพูดว่า เธอก็ยังเป็นแบบนี้ กระโดกกระเดกเหมืนเดิมมีเรื่องอะไรกันหรือ
     
จึงเที่ยววิ่งชนคนจนเจ็บไปหมดแล้วอย่างนี้เมื่อซิ่นคงได้สติแล้วก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วพูดว่า อาจารย์หย่งเหลียนเพราะฉันเห็นแจกันหยกขาวมีน้ำมีกิ่งหลิวจึงดีใจขึ้นมา คิดจะรีบไปเรียนท่านไต้ซือให้รู้ จึงไม่มีสติวิ่งชนอาจารย์เข้า โปรดอภัยให้ด้วย หย่งเหลียนจึงพูดขึ้นว่า มีเรื่องนี้จริงหรือซิ่นคงตอบว่า เรื่องนี้เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันไม่กล้าโกหกหรอกหย่งเหลียนพูดว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอเอาดอกไม้นี้ไปถวายพระฉันไปเรียนไต้ซือเอง เมื่อซิ่นคงรับดอกไม้แล้วก็เข้าไปในห้องหย่งเหลียนก็เข้ามายังห้องของไต้ซือ ก็เห็นไต้ซือกำลังเสวนากับแม่อุปถัมภ์อยู่
     
เมื่อเห็นหย่งเหลียนเข้ามาก็ตรัสขึ้นว่า เอ่อ! หย่งเหลียนเธอมาพอดี ฉันกำลังมีเรื่องจะพูดกับเธออยู่พอดีประมาณว่าวันนี้จะเป็นวันที่ฉันจะสำเร็จธรรมแล้ว เมื่อคืนเข้าสมาธิก็เกิดมีดอกบัวขาวบานขึ้นกลางใจกลัวว่าจะเป็นเพียงลางสังหรณ์ หย่งเหลียนก็นำเรื่องแจกันหยกขาวที่มีทั้งน้ำและกิ่งหลิวเล่าให้ฟัง ไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นธรรมสัมพันธ์ก็มาถึงแล้ว ขอให้พวกเธอได้จัดแจงสถานที่ๆ หอหลิงหลงฉันคงเข้าเงียบที่นั่นเมื่อหย่งเหลียนออกไปสั่งงานพวกพระให้ช่วยตระเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้ว ไต้ซือเมี่ยวส้านก็เข้าไปชำระสรงพระวรกายด้วยน้ำหอม เปลี่ยนจีวรชุดที่สง่างาม หลังจากนั้นก็เสด็จขึ้นสู่หอหลิงหลง เสด็จขึ้นประทับบนโต๊ะฌานเพื่อเข้าสู่สมาธิ แม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนก็นำเหล่าภิกษุณีแบ่งเป็นสองขบวนยืนประดับอยู่ทั้งซ้ายและขวา เมื่อกล่องปลาไม้ถูกเคาะให้จังหวะ ควันธูปลอยวนอบอวลแล้ว พระทุกรูปก็เริ่มสวดมนต์ ศูรางคมธารณีสูตร
     
กล่าวฝ่ายเด็กน้อยเซิ่นอิง เขากำลังเตรียมเรื่องซุกซนอยู่ในใจที่ต้องการจะก่อกวนไต้ซือ เมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า เขาก็ไม่สนใจจะรับประทานอาหารเช้าเลย รีบวิ่งตรงมาที่วัดก็เห็นพวกพระภิกษุณีกำลังชุลมุนกันอยู่ ทั้งยังได้ข่าวว่าท่านไต้ซือจะบรรรลุมรรคผล สำเร็จเป็นพุทธในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากจึงเผ่นขึ้นไปดูบนหอ ในขณะนั้นประชาชนที่อยู่ตามเชิงเขาก็ได้รับข่าวนี้ด้วย ก็พากันมาที่วัดเพื่อเข้าพิธีกราบไหว้ ทำให้หอหลิงหลงทั้งชั้นบนชั้นล่างเต็มไปด้วยผู้คน เหล่าพระภิกกษุณี ก็ยังคงหลับตาสวดมนต์อยู่ พวกที่มาเฝ้าก็สงบนิ่งอยู่ ไม่มีเสียงอึงคะนึงแต่อย่างไร จะมีก็แต่เด็กชายเซิ่นอิง
      เมื่อเห็นสภาพของไต้ซือเมี่ยวส้านก็แอบหัวเราะว่า ทำงีบหลับอยู่ดีนัก พูดได้อย่างไรว่าจะสำเร็จพุทธะ เห็นชัดๆ อยู่ว่าทำหลอกเจ้าอยู่ที่นั่น คอยเดี๋ยวเราจะไปทำให้ตกใจเสียหน่อย รับรองว่าท่านคงกระโดดเหยงขึ้นมาแน่ๆ เมื่อเด็กชายเซิ่นอิงคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็ค่อยๆย่องเข้าไปข้างๆ กล่องปลาไม้ที่เคาะจังหวะ แล้วก็เลือกหยิบไม่เคาะกล่องที่มีขนาดใหญ่ ค่อยๆ ขยับไปที่หน้าของไต้ซือร้องตะโกนขึ้นมาคำหนึ่งแล้วก็ตีลงบนกระหม่อมของไต้ซือขณะนั้นแม้จะมีคนเห็นแต่ก็เขาไปห้ามไม่ทันเสียแล้วการตีครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า ตีหัวร้องตวาด

      เมื่อตีลงไป ก็มีลำแสงสีแดงพุ่งออกมา ทุกคนคิดว่าศีรษะไต้ซือคงแตกจึงทำให้มีเลือดไหลออกมา เมื่อมองด้วยสติ แสงสีแดงนั้นก็ค่อยๆ พุ่งขึ้นมา แล้วค่อยๆ รวมตัวกันกลายเป็นรูปธรรมกายของไต้ซือประทับยืนขึ้นพระบาทเปล่า ในพระหัตถ์ก็ทรงถือแจกันขาวที่มีกิ่งหลิวปักอยู่การตีครั้งนี้ทำไมถึงมีเงาภาพเกิดขึ้นละทั้งนี้เพราะจิตญาณของไต้ซือได้บำเพ็ญจนถึงขั้นไม่ต้องใช้กายเนื้อแล้ว แต่เพราะอยู่ในโลกมนุษย์นาน ฝุ่นไอกิเลสแปดเปื้อน ทวารกลางกระหม่อมจึงถูกอุดตัน จิตญาณจึงไม่สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อได้จนกระทั่งได้รับการกระแทกจากการตี ทวารกลางกระหม่อมจึงเปิดขึ้น
     
ดังนั้นจึงอาศัยการตีครังนี้ ทำให้ละทิ้งกายเนื้อการซุกซนของเซิ่นอิงก็เป็นธรรมสัมพันธ์ที่ประจวบเหมาะขณะนั้นเหล่าพระภิกษุณีเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นไหว้ ฝูงชนที่มาเฝ้าก็พลอยไหว้ตามไปด้วย ต่อมาก็แลเห็นธรรมกายของไต้ซือลอยสูงยิ่งขึ้นๆ แล้วค่อยๆหายเข้ากลีบเมฆไป ทุกคนจึงพากันลุกขึ้น หย่งเหลียนลุกขึ้นคลำกายเนื้อของไต้ซือปรากฎว่าเย็นเฉียบเสียแล้วจึงบอกให้ภิกษุณีช่วยกันสวดมนต์ต่อไป ตนเองและแม่อุปถัมภ์ก็เตรียมตัวเข้าเมืองหลวง เพื่อกราบทูลให้ราชาเมี่ยวจ้วนทรงทราบเพื่อจัดการต่อไป ทั้งสองคนลงมาจากหอหลิงหลงแล้วเดินออกจากวัด


     
เมื่อเดินออกมาถึงซุ้มประตูวัดก็ได้ยินเสียงกระพรวนดังใกล้เข้ามา มีองครักษ์สองคนขี่ม้าเร็วจะลอยมา เมื่อมาพบบุคคลทั้งสองเข้าจึงถามว่า ท่านระภิกษุณีทั้งสองจะไปไหน เราได้ถือราชโองการจากราชาเมี่ยวจ้วนให้นำพระราชโองการมาที่นี่โดยเฉพาะ รีบๆ ไปเรียกเจ้าอาวาสคนปัจจุบัมารับราชโองการ ดังนั้นแม่อุปถัมภ์และหย่งหลียนจึงคุกเข่าลงไหว้ราชโองการ แล้วให้องครักษ์ทั้งสองเข้ามาในวัดรีบสั่งให้จัดโต๊ะบูชารับราชโองการ เมื่อทุกคนคุกเข่าลงไปเพื่อฟังราชโองการ ที่แท้ราชาเมี่ยวจ้วนก็รู้เรื่องการบรรลุมรรคผลของไต้ซือแล้ว เพราะตอนที่ราชาเมี่ยวจ้วนกำลังออกว่าราชการอยู่นั้นก็ปรากฎเห็นธรรมกายจของไต้ซือมาปรากฎที่หน้าบัลลังก์ ประทับยืนอยู่บนอากาศแล้วตรัสว่า
     
ขณะนี้ตนได้สำเร็จบรรลุมรรผลแล้วพระพุทธองค์ได้สถาปนาให้เป็น มหาเมตตาสดับเสียงโปรดทุกข์โพธิสัตว์กวนอิม จะต้องไปที่เขาโปตละโลกาแห่งทะเลใต้ ดังนั้นจึงมากราบลา เมื่อไรที่ราชาเสด็จสวรรคตก็จะมาโปรด ดังนั้นราชาเมี่ยวจ้วนจึงมีพระราชโองการ ให้ทำการลงลักปิดทองพระวรกายของพระโพธิสัตว์ที่ทรงเหลือไว้ แล้วประทับตั้งไวัที่หอหลิงหลง ให้คนกราบไหว้บูชา ให้เปลี่ยนชื่อหอหลิงหลงเป็นหอเมตตาโพธิสัตว์กวนอิม
     
ภายหลังที่พระโพธิสัตว์กวนอิมบรรลุธรรมแล้ว คุณแม่อุปถัมภ์ก็ถูกคนทั้งหลายสถาปนาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสก็ออกคำสั่งให้หาช่างไม้ฝีมือเยี่ยม และช่างสีที่เก่งช่วยกันลงลักปิดทองพระวรกายเนื้อของพระโพธิสัตว์กวนอิมจากนั้นก็ลบชื่อหอหลิงหลงออก แล้วก็เปลี่ยนเป็นหอเมตตาโพธิสัตว์กวนอิม จากนั้นสร้างตู้ไว้ที่ตรงกลางหอแล้วก็นำพระวรกายเนื้อทองของโพธิสัตว์ให้ประทับอยู่ในตู้เพื่อให้คนกราบไหว้ตลอดไป งานที่ทำไปหลายวันจึงเสร็จเรียบร้อย

     บัดนี้ประเทศซิ่นหลินกั๊ว นับตั้งแต่พระราชาลงมาจนถึงพสกนิกรต่างก็มีความศรัทธาบำเพ็ญทั่วหน้ากัน จนกล่าวได้ว่าประเทศซิ่นหลินกั๊วกลับกลายเป็นพุทธประเทศไป เพราะทุกคนศรัทธายึดพระรัตนตรัยเป็นสรณ ะ ต่อมาภายหลังเมื่อราชาเมี่ยวจ้วนเสด็จสวรรคตแล้ว ก็ได้รับการโปรดจากโพธสัตว์กวนอิมสำเร็จเป็นอรหันต์ ส่วนแม่อุปถัมภ์ก็ถูกสถาปนาเป็นเจ้าอุปถัมภ์แดง หย่งเหลียนก็ได้รับการโปรดไปสู่ทะเลใต้ คอยเฝ้าอยู่เบื้องพระบาทเป็นกุมารีเซียนหลง ส่วนเด็กน้อยที่ชุกซนเซิ่นอิงนับตั้งแต่พระโพธิสัตว์บรรลุมรรคผลแล้ว เขาก็เกิดมีปัญญาบรรลุธรรม เดิมทีเขามีญาณของเจ้าอัคนีย์แดนทักษิณ จิตญาณสูงกว่าผู้อื่นเขาครึ่งหนึ่ง เมื่อบรรลุธรรมแล้วก็ได้รับการโปรดของพระโพธิสัตว์กวนอิมให้เฝ้าอยู่เบื้องพระบาท เขาคือกุมารส้านไฉ
     
หลังจากที่โพธิสัตว์กวนอิมได้เสด็จไปกราบลาราชาเมี่ยวจ้วนแล้วก็ลอยละล่องมาตามเมฆ ก็เสด็จถึงเขาโปตละโลกาแห่งทะเลทักษิณ อันเป็นที่พำนักของพระองค์ ดินแดนแห่งนี้งดงามประหนึ่งเกาะเนรมิตที่มีรัศมีส่องประกายเจิดจรัสแผ่ไพศาล ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เต็มไปด้วยบุปผชาติแปลกตาขึ้นอยู่โดยรอบ บรรรดาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็พากันต้อนรับด้วยการเต้นรำมีดอกบัวขาวในสระส่งกลิ่นหอมจรุงจิต
      ท่ามกลางป่าไผ่สีม่วงที่สูงชลูดเสียดเมฆเปล่งรัศมีแวววาว ตรงกลางเป็นปทุมอาสน์ที่ส่องฉัพพรรณรังสีโดยรอบ แต่ยังว่างอยู่ พระโพธิสัตว์เสด็จมาถึงทีนี่ก็ตรัสว่า เจิรญพร แล้วเสด็จขึ้นประทับนั่งบนปทุมอาสน์นั้น ซึ่งในวันนั้นตรงกับวันที่ 19 เดือนเก้าที่น่าอัศจรรย์ก็คือ วันที่ 19 เดือนยี่ เป็นวันประสูติ วันที่ 19 เดือนหก เป็นวันออกบรรพชา และวันที่ 19 เดือนเก้า บรรลุมรรผล ซึ่งทั้งสามววันล้วนเป็นวันที่ 19
ซึ่งเรียงจากต้นปีสู่ปลายปีเหมือน เกิด บวช และสำเร็จ แต่ประชาชนก็ถือว่าทั้งสามวันเป็นวันประสูติทั้งหมดซึ่งง่ายต่อการจดจำ

ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook