ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 58
________
โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า
การควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึง
ความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชนอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการ
ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
และ
กฎหมายว่าด้วยการกำหนดกระทรวง
เจ้าหน้าที่รักษาการตามกฎหมายดังกล่าว
สมควรปรับปรุงรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวกันเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติ
อนึ่ง
ปรากฏว่าในขณะนี้ได้มีผู้ประกอบกิจการรับรองหรือรับซื้อตั๋วเงิน
กิจการ หาเงินทุนเพื่อบุคคลอื่น
และกิจการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์
รวมทั้ง
การเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของกิจการดังกล่าวมากยิ่งขึ้น
และกิจการเหล่านี้
มีลักษณะเป็นกิจการค้าขายซึ่งกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของ
ประชาชนได้
แต่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความ
ปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
และกฎหมายว่าด้วยการกำหนดกระทรวง
|
|
เจ้าหน้าที่รักษาการตามกฎหมายดังกล่าวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ยังไม่มีบทบัญญัติ
ควบคุมการประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้น
สมควรกำหนดการควบคุมกิจการนั้น
ไว้ในกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่เสียด้วยในคราวเดียวกัน
หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมี
คำสั่งดังต่อไปนี้
- ข้อ 1 ให้ยกเลิก
- (1)
พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือ
ผาสุกแห่งสาธารณชน พุทธศักราช 2471
- (2)
พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือ
ผาสุกแห่งสาธารณชน (ฉบับที่ 2)
พุทธศักราช 2485
- (3)
พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือ
ผาสุกแห่งสาธารณชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2499
- (4)
พระราชบัญญัติกำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราช
บัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
พ.ศ. 2471 พุทธศักราช 2476
- (5)
พระราชบัญญัติกำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราช
|
|
บัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
พ.ศ. 2471 (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2484
- (6)
พระราชบัญญัติกำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราช
บัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
พ.ศ. 2471 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499
- บรรดาบทกฎหมาย กฎ
และข้อบังคับอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในประกาศ
ของคณะปฏิวัติฉบับนี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
ให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แทน
- ข้อ 2
ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
- "พนักงานเจ้าหน้าที่"
หมายความว่า
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีหรือผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
- "รัฐมนตรี" หมายความว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงของกระทรวงที่มี
อำนาจและหน้าที่ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
หรือตามที่กำหนดไว้ใน
พระราชกฤษฎีกา
- ข้อ 3
กิจการดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกิจการค้าขายอันเป็น
สาธารณูปโภค
|
|
- (1) การรถไฟ
- (2) การรถราง
- (3) การขุดคลอง
- (4) การเดินอากาศ
- (5) การประปา
- (6) การชลประทาน
- (7) การไฟฟ้า
- (8)
การผลิตเพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายก๊าซโดยระบบเส้นท่อไปยังอาคาร
ต่าง ๆ
- (9)
บรรดากิจการอื่นอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของ
ประชาชนตามที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกา
- การตราพระราชกฤษฎีกา (9)
ให้กำหนดกระทรวงผู้มีอำนาจและหน้าที่
เกี่ยวกับกิจการนั้นด้วย
- ข้อ 4
ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจากรัฐมนตรี
- ข้อ 5
เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีกำหนดกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด
|
|
ดังระบุไว้ต่อไปนี้
หรือกิจการอันมีสภาพคล้ายคลึงกัน
ให้เป็นกิจการที่ต้อง ขออนุญาต
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการนั้น
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
- (1) การประกันภัย
- (2) การคลังสินค้า
- (3) การธนาคาร
- (4) การออมสิน
- (5) เครดิตฟองซิเอร์
- (6) การรับรองหรือรับซื้อตั๋วเงิน
- (7)
การจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้เงินนั้น
หรือเอาเงินนั้นซื้อ
หรือซื้อลดซึ่งตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นหรือตราสารการเครดิต
- (8) การซื้อ ขาย
หรือแลกเปลี่ยนตราสารแสดงสิทธิในหนี้หรือทรัพย์
สิน เช่น พันธบัตร หุ้น หุ้นกู้
หรือตราสารพาณิชย์
หรือการทำหน้าที่เป็น ตัวแทน
นายหน้า ผู้จัดการ
หรือผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในตราสาร
ดังกล่าว
หรือการจัดให้มีตลาดหรือสถานที่อันเป็นศูนย์กลางการซื้อ
ขาย
หรือแลกเปลี่ยนตราสารดังกล่าว
- การประกาศตามวรรคหนึ่ง
รัฐมนตรีจะกำหนดประเภทหรือลักษณะของ
กิจการด้วยก็ได้
|
|
- ข้อ 6
ในกรณีที่มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการตามที่ระบุไว้ในข้อ
3 หรือข้อ 5
การประกอบกิจการดังกล่าว
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยกิจการนั้น
- ข้อ 7
ในการอนุญาตหรือให้สัมปทานตามข้อ
4 และข้อ 5 รัฐมนตรี
จะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ
ตามที่เห็นว่าจำเป็น
เพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของ
ประชาชนไว้ด้วยก็ได้
- เงื่อนไขที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง
รัฐมนตรีจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง
หรือ เพิ่มเติมก็ได้
แต่ต้องกำหนดระยะเวลาการใช้บังคับเงื่อนไขที่แก้ไข
เปลี่ยนแปลง
หรือเพิ่มเติมตามที่รัฐมนตรีเห็นสมควร
- ข้อ 8
ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการดังต่อไปนี้
หรือกิจการที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน
- (1) การธนาคาร
- (2) การออมสิน
- (3) เครดิตฟองซิเอร์
- (4) การรับรองหรือรับซื้อตั๋วเงิน
- (5)
การจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้เงินนั้น
หรือเอาเงินนั้นซื้อ
หรือซื้อลดซึ่งตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่น
หรือตราสารการเครดิต
|
|
- (6) การซื้อ ขาย
หรือแลกเปลี่ยนตราสารแสดงสิทธิในหนี้หรือทรัพย์
สิน เช่น พันธบัตร หุ้น หุ้นกู้
หรือตราสารพาณิชย์
หรือการทำหน้าที่เป็น ตัวแทน
นายหน้า ผู้จัดการ
หรือผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในตราสาร
ดังกล่าว
หรือการจัดให้มีตลาดหรือสถานที่อันเป็นศูนย์กลางการซื้อ
ขาย
หรือแลกเปลี่ยนตราสารดังกล่าว
- ข้อ 9
ให้กระทรวงคมนาคมมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ
รถไฟและการเดินอากาศ
- ข้อ 10
ให้กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับ
กิจการการชลประทาน
และการขุดคลอง
- ข้อ 11
ให้กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ
การรถราง การประปา การไฟฟ้า
และการผลิตเพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายก๊าซ
โดยระบบเส้นท่อไปยังอาคารต่าง ๆ
- ข้อ 12
ให้กระทรวงเศรษฐการมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ
ประกันภัยและการคลังสินค้า
หรือกิจการที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน
- ข้อ 13
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติ
|
|
| กิจการที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกระทรวงตามที่กำหนดไว้ในประกาศของ
คณะปฏิวัติฉบับนี้หรือพระราชกฤษฎีกา
แล้วแต่กรณี ข้อ 14
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจมอบหมายให้ธนาคาร
แห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการตามที่กระทรวงการคลังมีอำนาจและหน้าที่
ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ได้
เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคาร
แห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ผู้ว่าการธนาคาร
แห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นพนักงาน
เจ้าหน้าที่
เพื่อปฏิบัติกิจการตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมาย
- ข้อ 15 ในการปฏิบัติหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปใน
สถานประกอบกิจการตามที่ระบุไว้ในข้อ
3 หรือข้อ 5 ในระหว่างเวลาทำการ
เพื่อตรวจสอบให้การเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
หรือในกรณีที่มีเหตุ
อันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
พนักงาน
เจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ
ความผิดดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีได้
|
|
| ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้ผู้ประกอบ
กิจการและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการอำนวยความสะดวกแก่
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร ข้อ
16 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 4 หรือข้อ 5
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งปรับทั้งจำ
- ข้อ 17
ผู้ได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานตามข้อ
4 หรือผู้ได้รับ อนุญาตตามข้อ 5
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามข้อ
7 ต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
และในกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกัน
ให้ปรับอีก
ไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังทำการฝ่าฝืนอยู่
- ข้อ 18
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 15
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท
หรือทั้งปรับทั้งจำ
- ข้อ 19
บรรดาเงื่อนไขที่รัฐบาลได้กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการ
ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
และ
ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ
คงใช้บังคับ ได้ต่อไป
- ข้อ 20
ใบอนุญาตหรือสัมปทานให้ประกอบกิจการค้าขายอันเป็น
|
|
| สาธารณูปโภค
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความ
ปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน
ซึ่งได้ออกให้ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับนี้ใช้บังคับคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ
ข้อ 21
ให้ถือว่ากิจการการประกันภัย
การคลังสินค้า การออมสิน เครดิต
ฟองซิเอร์
เป็นกิจการที่รัฐมนตรีได้ประกาศตามข้อ
5 แล้ว
ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง
ซึ่งได้ออกให้ก่อนวันที่ประกาศ
ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ
คงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ
- ข้อ 22
เมื่อรัฐมนตรีได้ประกาศให้กิจการตามข้อ
5 เป็นกิจการ
ที่ต้องขออนุญาตเพิ่มขึ้นจากที่ได้ประกาศไว้แล้ว
ผู้ซึ่งประกอบกิจการอยู่ในวัน
ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ถ้าประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป
ให้ยื่นคำขอรับ อนุญาต
ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ภายในหกสิบวัน
นับแต่รัฐมนตรีประกาศ กำหนด
เมื่อได้ยื่นคำขอรับอนุญาตตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แล้ว
ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตได้แจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาต
- ข้อ 23
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
|