ประกาศคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 37
_______
โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า
ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีองค์การ
รัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และได้ทำความตกลงกับองค์การ
ดังกล่าวตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทยกับองค์การรัฐมนตรีศึกษา
แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ขององค์การรัฐมนตรีศึกษา
แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย
ลงนามเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2513
ซึ่งกำหนดให้ประเทศไทยให้เอกสิทธิและความคุ้มกันดังที่ระบุไว้
ในการนี้จำเป็นต้องตรากฎหมายเพื่อดำเนินการตามความตกลงนั้น
หัวหน้าคณะ ปฏิวัติจึงมีคำสั่ง
ดังต่อไปนี้
- ข้อ 1
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยขององค์การ
รัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
|
|
- (1) ให้ยอมรับนับถือว่า
องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้เป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีถูมิลำเนาในประเทศไทย
- (2)
ให้องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผู้แทน ของรัฐสมาชิก
ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ขององค์การหรือพนักงานใด
ๆ ซึ่งได้
รับแต่งตั้งให้ทำการแทนผู้อำนวยการ
พนักงานระหว่างประเทศ
พนักงานอื่น ๆ
ของสำนักงานใหญ่ขององค์การ
รวมตลอดถึงผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาผู้ปฏิบัติหน้าที่
เพื่อสำนักงานใหญ่ขององค์การ
ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความ
ตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน
ประเทศไทย ลงนามเมื่อวันที่ 9
ตุลาคม พ.ศ. 2513
ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับนี้
ทั้งนี้ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทย
เพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้
|
|
ข้อ 2
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตาม
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
- ข้อ 3*
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- *[รก.2515/6/1พ/13 มกราคม 2515]
- ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม
พุทธศักราช 2515
-
- จอมพล ถ.กิตติขจร
-
- หัวหน้าคณะปฏิวัติ
|
|
ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทย
กับ
องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย
ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 37 ลงวันที่ 12 มกราคม
พุทธศักราช 2515
___________
รัฐบาลแห่งประเทศไทย
(ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า
"รัฐบาล")
และ
องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า
"องค์การ")
___________
โดยคำนึงถึงความปรารถนาขององค์การรัฐมนตรีแห่งเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ที่จะจัดตั้งสำนักงานใหญ่
(ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า
"ซีเมส") ขึ้น ในกรุงเทพ ฯ
ในประเทศไทย
และเพื่อที่จะให้ความสะดวกแก่การปฏิบัติการหน้าที่
ของสำนักงานใหญ่อย่างมีประสิทธิผล
รัฐบาลกับองค์การจึงได้ทำความตกลงกัน
ดังต่อไปนี้ |
|
ข้อ 1
รัฐบาลยอมรับนับถือสภาพนิติบุคคล
และความสามารถขององค์การ ที่จะ ก)
ทำสัญญา ข)
ได้มาและจำหน่ายซึ่งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์
ค)
เป็นคู่กรณีในการดำเนินคดีของศาล
ข้อ 2
- 1)
รัฐบาลให้โดยไม่คิดมูลค่าแก่องค์การ
และองค์การรับนับแต่
วันที่เริ่มใช้บังคับ
และชั่วอายุของความตกลงนี้
ซึ่งการใช้และครอบครองที่ที่จัดให้
เริ่มแรกในสถานที่ส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ
จนกว่าจะถึงเวลาที่ได้สร้าง
สถานที่ขึ้นใหม่
เพื่อการใช้ของซีเมส
และการใช้สิ่งติดตั้ง
เครื่องเรือนและบริภัณฑ์
ประจำสำนักงานซึ่งมีอยู่ ณ
สถานที่นั้น
ตลอดจนความสะดวกอื่น ๆ ด้วย
สถานที่ สิ่งติดตั้ง บริภัณฑ์
และเครื่องเรือนเช่นว่านั้น
ตลอดจนความสะดวกอื่น ๆ จะได้
ทำความตกลงกันในรายละเอียดต่อไประหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่เกี่ยวข้องกับ
องค์การ
|
|
- 2) ในส่วนที่เกี่ยวกับซีเมส
และสิ่งติดตั้ง ณ
สถานที่นั้นซึ่งรัฐบาล
เป็นผู้จัดหาให้
-
- ก)
เว้นแต่ในกรณีความผิดเนื่องมาจากองค์การรัฐบาลจะ
รับผิดชอบสำหรับค่าซ่อมแซมรายใหญ่
ๆ ที่มีลักษณะไม่เกิดเสมอ ๆ
โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการซ่อมแซมความเสียหายอันเกิดจากอัคคีภัย
เหตุสุดวิสัย ข้อบกพร่อง
หรือการเสื่อมสภาพในทางโครงสร้าง
และจะรับผิดชอบสำหรับการหาสิ่งติดตั้ง
เช่นว่านั้นมาแทน
เมื่อและหากจำเป็นและสำหรับการหาอาคารใด
ๆ หรือส่วน
แห่งอาคารนั้นในซีเมสซึ่งอาจถูกทำลายไปทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนมาแทน
-
- ข)
องค์การจะรับผิดชอบสำหรับการซ่อมแซมเล็ก
ๆ น้อย ๆ
ทุกรายเพื่อการทนุบำรุงและรักษาส่วนของสถานที่ที่ซีเมสได้ครอบครองอยู่
ข้อ 3
- 1)
รัฐบาลยอมรับนับถือความละเมิดมิได้ของซีเมส
เจ้าพนักงาน
หรือข้าราชการของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร
ตุลาการ ทหารหรือตำรวจ
|
|
จะเข้ามาในซีเมสเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการใด
ๆ ในที่นั้นมิได้ เว้นแต่จะได้
รับความยินยอมและเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการซีเมสได้ตกลงด้วยแล้ว
- 2)
เจ้าหน้าที่ของไทยที่เหมาะสมจะใช้ความพยายามอันควรที่จะ
รับรองว่าความสงบสุขของซีเมสจะไม่ถูกรบกวนจากบุคคลหรือคณะบุคคลที่พยายาม
จะเข้ามาโดยมิได้รับอำนาจหรือก่อความไม่สงบขึ้นในบริเวณใกล้ชิดกับซีเมส
- 3) หากได้รับการขอร้องจากซีเมส
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของไทย
ที่เหมาะสมจะจัดตำรวจมีจำนวนเพียงพอเพื่อรักษากฎหมายและความสงบในซีเมส
และเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดออกไปจากที่นั้น
- 4)
องค์การจะป้องกันมิให้ใช้ซีเมสเป็นที่ลี้ภัยของบุคคลผู้หลบหนี
การจับกุมตามกฎหมายใด ๆ
ของประเทศไทย
หรือผู้ซึ่งรัฐบาลต้องการตัวเพื่อ
การส่งข้ามแดนไปยังอีกประเทศหนึ่งหรือผู้ที่พยายามจะหลีกเลี่ยงไม่รับ
กระบวนการทางกฎหมายหรือการดำเนินคดีของศาล
ข้อ 4
- บรรณสารของซีเมส และโดยทั่วไป
เอกสารทั้งปวงที่เป็นของซีเมส
จะถูกละเมิดมิได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ
ที่ใด
|
|
ข้อ 5
รัฐบาลรับที่จะรับรองว่า
องค์การจะได้รับบริการสาธารณะที่จำเป็น
และจะได้อุปโภคผลประติบัติเช่นเดียวกับองค์การระหว่างประเทศอื่นที่ตั้งอยู่ใน
ประเทศ
สำหรับการสื่อสารเป็นทางการขององค์การ
ข้อ 6
- ตามมูลฐานแห่งการไม่ค้ากำไร
สินทรัพย์
รายได้และทรัพย์สินอื่น
ขององค์การจะได้รับยกเว้น
- ก)
จากการเก็บภาษีอากรทางตรงไม่ว่าในรูปใด
อย่างไรก็ตาม
องค์การจะไม่เรียกร้องให้มีการยกเว้นภาษี
ซึ่งอันที่จริงมิได้มากไปกว่าค่าภาระ
เพื่อบริการสาธารณูปโภค
- ข) จากศุลกากรและภาษีใด ๆ
นอกเหนือจากค่าบริการที่ได้ให้
และจากข้อห้ามและข้อกำกัดใด ๆ
ในเรื่องการนำเข้าและส่งออกในส่วนที่เกี่ยวกับ
สิ่งของที่องค์การนำเข้าหรือส่งออกเพื่อการใช้เป็นทางการขององค์การ
โดยเป็น
ที่เข้าใจกันว่าสิ่งของที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นเช่นว่านี้
หากได้ใช้เพื่อความมุ่ง
ประสงค์อย่างอื่น
หรือได้จำหน่ายไปในภายหลัง
หรือได้โอนไปภายในประเทศไทย
ให้แก่บุคคลอื่นใดซึ่งไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้น
สิ่งของนั้น ๆ
จะอยู่ในบังคับแห่ง
ศุลกากรและภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
- ค)
รัฐบาลจะให้ส่วนแบ่งสำหรับน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นสำหรับยาน
|
|
| พาหนะที่ซีเมสจำเป็นต้องใช้อย่างเป็นทางการในปริมาณและอัตราที่ให้แก่คณะ
ทูตานุทูตในประเทศไทย ข้อ 7
โดยไม่อยู่ในบังคับแห่งการควบคุมทางการเงิน
ข้อบังคับหรือคำสั่ง
ประวิงการชำระหนี้ใด ๆ
องค์การอาจ ก)
รับและถือครองกองทุนและเงินตราต่างประเทศทุกชนิด
และ
ดำเนินการทางบัญชีเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศทุกสกุล
ข) โอนกองทุน
และเงินตราต่างประเทศขององค์การภายใน
ประเทศไทยและจากประเทศไทยไปยังอีกประเทศหนึ่งได้โดยเสรี
ในการใช้สิทธิขององค์การตามข้อนี้
องค์การจะรับฟังข้อทักท้วงใด ๆ
ที่มีมาจากรัฐบาลเท่าที่จะให้ผลตามข้อทักท้วงเช่นว่านั้นได้
โดยไม่เสียผลประโยชน์
ขององค์การ |
|
ข้อ 8
รัฐบาลจะให้การตรวจลงตราซึ่งอาจจำเป็นในการเข้าประเทศไทย
โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมแก่บุคคลดังต่อไปนี้
ก) ผู้แทนของรัฐสมาชิก ข)
พนักงานของซีเมส คู่สมรส
และบุตรที่พึ่งพิงตน ค)
บุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้ซีเมส
ข้อ 9
- ผู้แทนของรัฐสมาชิกซึ่งมีส่วนร่วมในงานขององค์การหรือในการประชุม
ใด ๆ
ซึ่งอาจเรียกประชุมโดยองค์การ ณ
ที่ทำงาน
จะมีสิทธิได้รับเอกสิทธิและ
ความคุ้มกันในอาณาเขตประเทศไทยขณะปฏิบัติการหน้าที่ของตน
และระหว่างการ
เดินทางไปยังและมาจากที่ทำงานเช่นเดียวกับที่ได้ประสาทให้แก่สมาชิกของคณะ
ทูตานุทูตในชั้นที่เทียบกันได้
- เอกสิทธิและความคุ้มกันที่ระบุไว้ข้างต้นจะไม่ขยายไปถึงบุคคลที่มี
สัญชาติไทย
ข้อ 10
- 1. ผู้อำนวยการซีเมส
หรือพนักงานใด ๆ
ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ทำการ
แทนผู้อำนวยการจะได้อุปโภคเอกสิทธิและความคุ้มกันในระหว่างพำนักอยู่ใน
|