บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ >>
    


พระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2517
เป็นปีที่ 29 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2517/175/1พ/18 ตุลาคม 2517] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "เกษตรกรรม" หม ายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด การประมง และ เกษตรกรรมอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา "เกษตรกร" หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และให้ หมายความรวมถึงกลุ่มเกษตรกรตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรตาม กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ "ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น" หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจาก เกษตรกรรมโดยตรงประเภทเมล็ดพืช เส้นใยธรรมชาติและผลิตผลเกษตรกรรม อย่างอื่นที่เกิดจากดอกผล ลำต้น ใบ ราก หัวหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชและ ให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ และสัตว์น้ำที่ได้จากการประมง
ตลอดจนผลิตผลพลอยได้อันเกิดจากผลิตผลเกษตรกรรมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา "ผลิตภัณฑ์อาหาร" หมายความว่า ผลิตผลเกษตรกรรมที่ใช้เป็น อาหารหรือส่วนประกอบของอาหารสำหรับคนหรือสัตว์ไม่ว่าจะแปรรูปแล้ว หรือไม่ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษ ตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา "ค่าธรรมเนียมการส่งออก" หมายความว่า เงินที่เรียกเก็บจาก ผู้ส่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ "ผู้ส่งออก" หมายความว่า ผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการค้า และให้หมายความรวมถึง เจ้าของหรือบุคคลอื่นซึ่งครอบครองผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในขณะส่งออก ไปนอกราชอาณาจักรด้วย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า "กองทุน สงเคราะห์เกษตรกร" ในกระทรวงการคลังประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ตามมาตรา 5 เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกร ในการผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและ ผลิตภัณฑ์อาหาร ให้กระทรวงการคลังเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตามพระราช บัญญัตินี้ เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่กระทรวงการคลังเก็บรักษาไว้ตาม วรรคสอง ให้กระทรวงการคลังนำไปหาดอกผลได้โดยการฝากออมทรัพย์หรือ ฝากประจำกับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือการซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล มาตรา 5 กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรประกอบด้วย (1) เงินที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายและกฎหมาย ว่าด้วยการโอนเงินงบประมาณรายจ่าย
(2) เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกตามมาตรา 11 (3) ดอกผลของเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (4) เงินกู้ที่รัฐบาลกู้เพื่อสมทบกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรี (5) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ ให้จัดสรรกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ ของรายรับตาม (2) เป็นเงินทุนหมุนเวียน มาตรา 6 การเรียกเก็บเงินอื่นใดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารนอกจากอากรขาออก ค่าธรรมเนียมหรือเงินอย่างอื่นที่เรียกเก็บตามกฎหมาย และ ค่าธรรมเนียมการส่งอ อกตามพระราชบัญญัตินี้ จะกระทำมิได้ มาตรา 7 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจา นุเบกษากำหนดชนิดหรือประเภทของผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหารที่ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออก เมื่อปรากฏว่า (1) การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใดหรือประเภทใดอาจทำให้ราคาผลิตผลเกษตรกรรม
ขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้น มีแนวโน้มสูงขึ้นจนกระทบ กระเทือนต่อการบริโภคภายในประเทศ หรืออาจก่อให้เกิดความขาดแคลน ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้นภายใน ประเทศ หรือ (2) ราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใดหรือ ประเภทใดในต่างประเทศสูงกว่าราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้นในประเทศมาก ทำให้กำไรจากการส่งออกสูง เกินสมควร การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่งต้องได้รับ อนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหาร ชนิดหรือประเภทที่กำหนดตามมาตรา 7 รวมทั้งระเบียบการเก็บและ วิธีการชำระค่าธรรมเนียมการส่งออก การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่งต้องได้รับ อนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
มาตรา 9 ถ้าการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรม ขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกเกิดขึ้นจากการ ซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์มีอำนาจลดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกสำหรับผลิตผลเกษตรกรรม ขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทดังกล่าวสำหรับปริมาณที่ซื้อขายกัน แต่ละคราวได้ มาตรา 10 ภายใต้บังคับมาตรา 9 ผู้ส่งออกซึ่งผลิตผลเกษตรกรรม ขั้นต้น และผลิตภัณฑ์อาหารชนิด หรือประเภทที่กำหนดตามมาตรา 7 ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมการส่งออกตามอัตรา ระเบียบและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์กำหนด มาตรา 11 เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกที่เรียกเก็บได้ตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อใช้ในกิจการตามที่ บัญญัติไว้ในมาตรา 18 โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน การจัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อใช้ในการส่งเสริม
การผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือ ผลิตภัณฑ์อาหาร ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี

มาตรา 12 ให้มีคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดี กรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นกรรมการโดย ตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินแปดคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหนึ่งคน ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคน และเกษตรกรอื่นอีกสามคน คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการหรือบุคคลอื่นเป็นเลขานุการและ ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการก็ได้ มาตรา 13 กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ สองปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้

มาตรา 14 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 13 กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (4) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่ง แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทน หรือให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการเลขานุการและ ผู้ช่วยเลขานุการ อาจได้รับค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทน หรือเบี้ยประชุม ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 15 การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธาน กรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธาน ในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 16 คณะกรรมการอาจตั้งคณะอน ุกรรมการเพื่อให้กระทำ กิจการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนได้ ให้นำมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การประชุมและวินิจฉัยของ คณะอนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา 17 ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณาโครงการส่งเสริมการผลิต และโครงการพยุงราคา
และการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารที่กระทรวง ทบวงกรมและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเสนอ (2) พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสำหรับโครงการ ส่งเสริมการผลิตและโครงการพยุงราคาและการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรม ขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร (3) ทำความเห็นเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพิจารณาตาม (1) และ (2) (4) วางระเบียบการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (5) ติดตามผลการดำเนินการของกิจการตามโครงการในมาตรา 18 มาตรา 18 กิจการตามโครงการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุน สงเคราะห์เกษตรกรได้นั้นได้แก่กิจการ ดังต่อไปนี้ (1) การส่งเสริมการผลิตผ ลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์ อาหารโดย   (ก) จัดหาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ในราคาอันสมควร
  (ข) ให้เกษตรกรกู้เพื่อการลงทุนในการผลิตและการจำหน่าย ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร   (ค) ดำเนินการจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน การจัดหา กรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่เกษตรกร การปฏิรูปที่ดิน และการจัดรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม   (ง) ดำเนินการอื่นใดอันจะก่อประโยชน์ในการผลิตผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งการส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบ สำหรับอุตสาหกรรมเกษตร (2) การพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร ในประเทศโดย   (ก) ซื้อหรือรับจำนำผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์ อาหารในราคาที่รัฐมนตรีกำหนด   (ข) ขายภายในประเทศและขายโดยส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร   (ค) ดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งกิจการตาม (ก) และ (ข) แห่งข้อนี้ (3) การดำเนินการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อขจัดภัยร ้ายแรงต่อ สิ่งแวดล้อมอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกร
มาตรา 19 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจ่ายเงินจากกองทุน สงเคราะห์เกษตรกรแก่กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง องค์การของรัฐบาล และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้จ่ายในกิจการตาม โครงการส่งเสริมการผลิตและโครงการพยุงราคาและการจำหน่ายซึ่งผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี มาตรา 20 ในการสงเคราะห์เกษตรกรตามโครงการช่วยเหลือ ในเรื่องการผลิต ให้คำนึงถึงผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ประสบความ เดือนร้อนเป็นหลักก่อน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 21 ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ทุกปี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศรายงานการรับจ่ายเงิน ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรในราชกิจจานุเบกษา รายงานการรับจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบแล้ว ให้ทำรายงานผล การตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอรัฐสภาทราบ
มาตรา 22 ผู้ส่งออกผู้ใดไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกตาม มาตรา 10 หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ตนเสียค่าธรรมเนียมการ ส่งออกน้อยกว่าที่ต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับสิบเท่า ของค่าธรรมเนียมการส่งออกที่ยังต้องชำระ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เงินค่าปรับตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นค่าธรรมเนียมการส่งออกที่ เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร มาตรา 23 ผู้ใดกระทำการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่ผู้ส่งออก เพื่อให้ผู้ส่งออกไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออก หรือให้เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกน้อยกว่าที่ต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 24 เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกที่เรียกเก็บได้ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2518 ให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรร้อยละแปดสิบ ส่วนที่เหลือให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา 25 บรรดาคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับ
การอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าใด ๆ ที่ผู้ส่งออกต้องเสีย ค่าธรรมเนียมการส่งออกและในส่วนที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการส่งออก ที่ออกไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงมีผลใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะ ได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว

มาตรา 26 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ประชากรส่วนใ หญ่ของประเทศประกอบอาชีพการเกษตร ผลิตผลเกษตรกรรม เป็นสินค้าขาออกที่ทำรายได้มาสู่ประเทศเป็นลำดับหนึ่ง การเศรษฐกิจของ ประเทศขึ้นอยู่กับอาชีพการเกษตรเป็นสำคัญ แต่ปรากฏว่าเกษตรกรส่วนมาก เป็นผู้ยากจนต้องกู้ยืมเงินทุนมาใช้ในการประกอบอาชีพและเป็นค่าใช้จ่ายใน ครอบครัว จึงทำให้เกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว และต้องสูญเสียกรรมสิทธิ์ใน ที่ดินและกลายเป็นผู้เช่าที่ดินต้องเสียค่าเช่าในอัตราสูง นอกจากนั้นเกษตรกร ผู้ผลิตตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารโดยมุ่งเอาเปรียบกดราคาเพื่อให้ตน ได้รับผลกำไรจากการซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากเกษตรกรให้มาก ที่สุด รัฐบาลจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรให้ หลุดพ้นจากหนี้สิน มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และให้สามารถเพิ่มผลผลิตและ มีรายได้สูงขึ้น และเพื่อช่วยพยุงราคาขายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและ ผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นผลดีแก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ภายในประเทศ เห็นสมควรมีกฎหมายจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรขึ้น โดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด ้านการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต และ เพื่อพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook