บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการ ตามคำพิพากษาคดีอาญา พ.ศ. 2527
    


พระราชบัญญัติ
การปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการ
ตามคำพิพากษาคดีอาญา พ.ศ. 2527

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2527
เป็นปีที่ 39 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติเพื่อความร่วมมือ ระหว่างประเทศในการดำเนินการตามคำพิพากษาคดีอาญา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการปฏิบัติเพื่อ ความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการตามคำพิพากษาคดีอาญา พ.ศ. 2527"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจ ากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2527/132/1พ/27 กันยายน 2527] มาตรา 3 บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ และ ประกาศอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับ บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "ประเทศผู้โอน" หมายความว่า ประเทศที่ส่งนักโทษไปยังประเทศ ผู้รับโอน "ประเทศผู้รับโอน" หมายความว่า ประเทศที่รับนักโทษจาก ประเทศผู้โอน "นักโทษไทย" หมายความว่า บุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ว่าจะมีสัญชาติอื่น ด้วยหรือไม่ก็ตามซึ่งต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ลงโทษและกำลังรับโทษ อยู่ในต่างประเทศ "นักโทษต่างประเทศ" หมายความว่า บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งต้อง คำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ลงโทษและกำลังรับโทษอยู่ในราชอาณาจักร "โทษ" หมายความว่า จำคุก กักขัง และหมายความรวมถึงวิธีการ เพื่อความปลอดภัย การคุมความประพฤติ วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน การพักการลงโทษ การพักการกักกัน และการลดวันต้องโทษด้วย "คณะกรรมการ" ห มายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการโอน นักโทษ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่ละ กระทรวงมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้น กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้ บังคับได้

หมวด 1
บททั่วไป
_____

มาตรา 6 การโอนนักโทษไทยในต่างประเทศเพื่อมารับโทษต่อใน ราชอาณาจักร หรือการโอนนักโทษต่างประเทศในราชอาณาจักรเพื่อไป รับโทษต่อในต่างประเทศ ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) ประเทศผู้โอนและประเทศผู้รับโอ นจะต้องมีสนธิสัญญาระหว่างกัน ในเรื่องความร่วมมือในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาคดีอาญา (2) การโอนนักโทษจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้โอนกับ ประเทศผู้รับโอน และนักโทษซึ่งจะได้รับการโอน (3) ความผิดที่นักโทษไทยหรือนักโทษต่างประเทศได้รับโทษอยู่ต้อง เป็นความผิดที่มีโทษฐานใดฐานหนึ่งตามกฎหมายของประเทศผู้รับโอน (4) นักโทษซึ่งจะได้รับการโอนต้องไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี อาญาในความผิดอื่นหรืออยู่ในระหว่างการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ใน ประเทศผู้โอน (5) การโอนนักโทษจะทำให้เกิดผลดีหรือเป็นประโยชน์แก่นักโทษผู้นั้น
(6) การโอนนักโทษจะมีผลกระทบต่อปัญหาอาชญากรรมและความรู้สึก ของประชาชนในประเทศผู้โอนและประเทศผู้รับโอนเพียงใดหรือไม่ เมื่อคำนึง ถึงลักษณะและความรุนแรงของการกระทำความผิด ความใน (3) มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สนธิสัญญาระหว่างประเทศผู้โอน และประเทศผู้รับโอนมิได้กำหนดข้อความดังกล่าวไว้ หรือมีเงื่อนไขกำหนดไว้ เป็นประการอื่น มาตรา 7 บรรดาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการโอนนักโทษ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 8 การโอนนักโทษตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการตัดสิทธิที่ นักโทษนั้นจะพึงได้รับผลจากการอภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา และลดโทษ โดยประเทศผู้โอนภายหลังการโอน

หมวด 2
คณะกรรมการพิจารณาการโอนนักโทษ
_____

มาตรา 9 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการ พิจารณาการโอนนักโทษ" ประกอบด้วยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน กรรมการ เจ้ากรมพระธรรมนูญ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อธิบดีศาลคดีเด็ก และเยาวชนกลาง อธิบดีกรมอัยการ อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการกองสนธิสัญญา กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 10 การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 11 คณะกรรมการมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำมาตรา 10 มาใช้บังคับโดย อนุโลม

หมวด 3
การโอนนักโทษไทย
_____

มาตรา 12 นักโทษไทยซึ่งประสงค์จะขอโอนมารับโทษต่อใน ราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอพร้อมทั้งส่งเอกสารหลักฐานที่คณะกรรมการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยที่มีอำนาจหน้าที่ ประจำประเทศผู้โอน หรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วแต่กรณี มาตรา 13 ถ้านักโทษไทยไม่สามารถยื่นคำขอได้ด้วยตนเอง หรือ เป็นเด็กหรือเยาวชนตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน ให้สามีหรือภริยา ญาติหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีอำนาจยื่นคำขอตามมาตรา 12 แทนนักโทษไทยได้
มาตรา 14 ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอตามมาตรา 12 หรือมาตรา 13 ไม่สามารถจัดหาเอกสารหลักฐานประกอบคำขอได้ด้วยตนเอง ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดหาให้ มาตรา 15 เมื่อได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวต่อเลขานุการ คณะกรรมการเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา ให้คณะกรรมการพิจารณาและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการ โอนนักโทษไทยโดยเร็ว แล้วแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยผ่าน กระทรวงการต่างประเทศ และในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให ้คณะกรรมการแสดงเหตุผล ของการมีคำสั่งไม่อนุญาตนั้นด้วย คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด มาตรา 16 ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งอนุญาตให้มีการโอนนักโทษ ไทย ให้คณะกรรมการส่งเรื่องไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อดำเนินการ ขอความเห็นชอบในการโอนนักโทษไทยดังกล่าวจากประเทศผู้โอน และเมื่อ ประเทศผู้โอนได้แจ้งผลการพิจารณาให้กระทรวงการต่างประเทศทราบแล้ว ให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการและ ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว มาตรา 17 เมื่อคณะกรรมการได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ประเทศผู้โอนได้ให้ความเห็นชอบในการขอโอนนักโทษไทย จากประเทศผู้โอนตามมาตรา 16 แล้ว ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการ ให้มีการโอนนักโทษไทยผู้นั้นต่อไปโดยเร็ว
เมื่อนักโทษไทยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว ในกรณีที่ศาล ของประเทศผู้โอนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ลงโทษจำคุกหรือกักขัง ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทำคำสั่งเป็นหนังสือส่งตัวนักโทษไทยนั้นไปคุมขังไว้ ณ สถานที่ที่ จัดไว้ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ถ้านักโทษไทยนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย การคุมความประพฤติ วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน การพักการลงโทษและ การพักการกักกัน ก็ให้นำวิธีการเช่นว่านั้นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ใช้อยู่ในราชอาณาจักรมาใช้ตามควรแก่กรณี มาตรา 18 เพื่อประโยชน์ในการโอนนักโทษไทยมารับโทษต่อใน ราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษของ ศาลแห่งประเทศผู้โอนเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษของศาลที่มีเขตอำนาจ ในราชอาณาจักร การอุทธรณ์ ฎีกา หรือการขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ในศาล ที่มีเขตอำนาจในราชอาณาจักรเกี่ยวกับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตาม วรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ มาตรา 19 เมื่อได้มีการตกลงรับโอนนักโทษไทย ให้คณะกรรมการ ใช้เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงโทษที่มีการรับรองเป็นทางการโดยประเทศ ผู้โอนเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ถ้าปรากฏว่าโทษตามคำพิพากษาหรือ คำสั่งลงโทษของศาลแห่งประเทศผู้โอนตรงกับโทษตามกฎหมายที่ใช้อยู่ใน ราชอาณาจักร ให้คณะกรรมการทำคำสั่งเป็นหนังสื อส่งไปยังเจ้าพนักงาน เรือนจำหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจในการปฏิบัติตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย การคุมความประพฤติ วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน การพักการลงโทษและ การพักการกักกัน แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ปรากฏว่า โทษหรือเงื่อนไขในการรับโทษตามกฎหมายของ ประเทศผู้โอนไม่ตรงกับโทษ หรือเงื่อนไขในการรับโทษตามกฎหมายที่ใช้อยู่ ในราชอาณาจักร ให้คณะกรรมการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อ ศาลอาญาหรือศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง เพื่อพิจารณาสั่งปรับใช้โทษหรือ เงื่อนไขในการรับโทษให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ โทษหรือเงื่อนไขในการรับโทษที่ปรับใช้จะต้องไม่หนักกว่าโทษหรือเงื่อนไข ในการรับโทษที่นักโทษไทยจะต้องรับในประเทศผู้โอน ในกรณีที่ปรากฏว่าความผิดที่นักโทษไทยได้รับอยู่ตามคำพิพากษา หรือ คำสั่งของศาลแห่งประเทศผู้โอนไม่เป็นความผิดที่มีโทษฐานใดฐานหนึ่งตาม กฎหมายที่ใช้อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการที่นักโทษไทยผู้นั้นได้ร ับโทษ ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ศาลมีอำนาจสั่งใช้วิธีการเพื่อ ความปลอดภัยได้ และให้ศาลปรับโทษตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นเป็นวิธีการ เพื่อความปลอดภัยอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควร แต่ต้องไม่หนักกว่า โทษหรือเงื่อนไขในการรับโทษที่นักโทษไทยจะต้องรับในประเทศผู้โอน ทั้งนี้ ให้นำวิธีการตามวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม คำสั่งของศาลอาญาหรือศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางให้เป็นที่สุด มาตรา 20 ให้ถือว่านักโทษไทยซึ่งได้รับการโอนมารับโทษต่อใน ราชอาณาจักรเป็นนักโทษเด็ดขาด หรือเป็นผู้ถูกสั่งใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การคุมความประพฤติ วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน การพักการลงโทษและ การพักการกักกัน ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในราชอาณาจักรว่าด้วยการนั้น แล้วแต่กรณี มาตรา 21 การอภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาและลดโทษ การพักการลงโทษ การพักการกักกัน และการลดวันต้องโทษสำหรับนักโทษไทย ซึ่งรับโทษต่อในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่ได้มีสนธิสัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้เป็นไปตามที่ กำหนดไว ้ในสนธิสัญญานั้น
มาตรา 22 ในการรับโทษต่อในราชอาณาจักร ให้นักโทษไทยซึ่ง ได้รับการโอนได้รับประโยชน์จากเหตุดังต่อไปนี้ (1) การหักระยะเวลาการลงโทษที่นักโทษไทยผู้นั้นได้รับอยู่ตาม กฎหมายของประเทศผู้โอนจนถึงวันที่มีการรับมอบ (2) การอภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาและลดโทษของประเทศ ผู้โอนเฉพาะในส่วนที่มีผลใช้บังคับถึงนักโทษไทยผู้นั้น (3) กรณีที่มีกฎหมายของประเทศผู้โอนออกมาภายหลังและบัญญัติว่า การกระทำตามที่นักโทษไทยผู้นั้นได้รับโทษอยู่ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป หรือ บัญญัติให้เป็นคุณแก่นักโทษไทยผู้นั้น (4) การแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกคำพิพากษา หรือคำสั่ง ลงโทษของศาลแห่งประเทศผู้โอน (5) การหักระยะเวลาตั้งแต่วันที่มีการรับมอบนักโทษไทยผู้นั้นจนถึง วันที่นักโทษไทยผู้นั้นเข้ารับโทษต่อในราชอาณาจักร เมื่อความตามวรรคหนึ่งปรากฏแก่คณะกรรมการ หรือเมื่อนักโทษไทย หรือผู้มีอำนาจยื่นคำขอตามมาตรา 13 ร้องขอ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออก คำสั่งให้นักโทษไทยผู้นั้นได้รับประโยชน์ดังกล่าวได้ คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

หมวด 4
การโอนนักโทษต่างประเทศ
____

มาตรา 23 การยื่นคำขอโอนนักโทษต่างประเทศเพื่อไปรับโทษต่อ ในประเทศผู้รับโอน ให้ประเทศที่ประสงค์จะรับโอนยื่นคำขอผ่านวิถีทางการ ทูตตามแบบวิธีการและเอกสารหลักฐานที่คณะกรรมการกำหนดต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ ณ กระทรวงการต่างประเทศ
มาตรา 24 เมื่อได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาส่งคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวต่อ เลขานุการคณะกรรมการเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา มาตรา 25 การโอนนักโทษต่างประเทศจะกระทำมิได้ในกรณีใด กรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) เมื่อโทษที่นักโทษต่างประเทศได้รับอยู่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นโทษฐานกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส และพระราชธิดา ความผิดต่อความมั ่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิด ต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร หรือความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ การคุ้มครองสมบัติที่มีค่าทางศิลปะของชาติ *(2) (ก) นักโทษต่างประเทศได้รับโทษจำคุกในราชอาณาจักรแล้ว ไม่ถึงหนึ่งในสามของโทษจำคุกทั้งสิ้นตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือไม่ถึงสี่ปี สุดแต่ระยะเวลาใดจะน้อยกว่า (ข) นักโทษต่างประเทศได้รับโทษจำคุกในราชอาณาจักรแล้ว ไม่ถึงแปดปี ในกรณีที่เป็นความผิดฐานผลิต จำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ และมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต (3) เมื่อโทษจำคุกที่นักโทษต่างประเทศจะต้องรับต่อไปใน ราชอาณาจักรเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งปีของโทษจำคุกทั้งสิ้นตามคำพิพากษาหรือ คำสั่ง *[มาตรา 25 (2) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530] มาตรา 26 คณะกรรมการอาจพิจารณาไม่อนุญาตให้โอนนักโทษ ต่างประเทศ ถ้าเห็นว่าการโอนนั้นจะมีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง หรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรหรือต่อความสงบเรี ยบร้อยของประชาชน
มาตรา 27 ในกรณีที่นักโทษต่างประเทศผู้ใดมีหน้าที่ต้องชำระ ค่าปรับ คืนทรัพย์สินหรือชดใช้ราคาหรือค่าเสียหายตามคำพิพากษาในคดีอาญา หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ นักโทษต่างประเทศผู้นั้นจะต้องทำการ ชำระคืน หรือชดใช้ดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นก่อนที่คณะกรรมการจะมีคำสั่งเห็นชอบ ในการโอน มาตรา 28 ให้คณะกรรมการมีคำสั่งให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในการโอนนักโทษต่างประเทศ และให้แจ้งคำสั่งนั้นให้ประเทศผู้รับโอนทราบ โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด และให้ถือว่าคำสั่งเห็นชอบของ คณะกรรมการเป็นหลักฐานในการโอนนักโทษต่างประเทศไปยังประเทศ ผู้รับโอน

หมวด 5
การดำเนินการรับมอบและส่งมอบนักโทษ
____

มาตรา 29 การรับมอบนักโทษไทยและการส่งมอบนักโทษ ต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับการโอน ให้ดำเนินการผ่านวิถีทางการทูต ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 30 เมื่อได้มีการรับมอบนักโทษไทยในประเทศผู้โอน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการให้นักโทษไทยผู้นั้นเดินทางจากประเทศผู้โอน เข้ามาในราชอาณาจักรโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามวันนับแต่วันที่มีการ รับมอบ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นและเมื่อเดินทางเข้ามาใน ราชอาณาจักรแล้ว ต้องดำเนินการให้นักโทษไทยผู้นั้นเข้ารับโทษต่อทันที
มาตรา 31 เมื่อได้มีการส่งมอบนักโทษต่างประเทศแล้ว นักโทษ ต่างประเทศผู้นั้นจะต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่การส่งมอบเสร็จสิ้นลง เว้นแต่คณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ มอบหมายจะได้ขยายระยะเวลาให้ตามความจำเป็น

หมวด 6
บทกำหนดโทษ
____

มาตรา 32 นักโทษไทยผู้ใดหลบหนีการควบคุมตัวในระหว่างการ เดินทางจากประเทศผู้โอนมายังราชอาณาจักร หรือนักโทษต่างประเทศผู้ใด หลบหนีการควบคุมตัวในระหว่างก่อนเดินทางออกไปนอ กราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับ ไม่เกินเจ็ดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง มาตรา 33 นักโทษไทยผู้ใดขัดขืน หรือไม่ปฏิบัติตามการจัดการของ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 17 หรือมาตรา 30 หรือนักโทษต่างประเทศ ผู้ใดขัดขืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
          มาตรา 34   การกระทำความผิดตามมาตรา 32 หรือมาตรา 33   ในส่วนที่เกี่ยวกับนักโทษไทย   แม้กระทำนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่ากระทำ   ความผิดในราชอาณาจักร


          มาตรา 35   ให้คณะกรรมการม ีอำนาจเปรียบเทียบความผิดตาม   มาตรา 33 ได้ และในการนี้ให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้พนักงาน   เจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบได้   โดยจะกำหนด   หลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้ได้รับมอบหมายปฏิบัติ   ตามที่เห็นสมควรก็ได้
          เมื่อผู้กระทำความผิดได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว   ให้ถือว่า   คดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   และให้ดำเนินการ   โอนนักโทษต่อไป
          ถ้าผู้กระทำความผิดไม่เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการ   หรือผู้ได้รับมอบหมายส่งตัวผู้กระทำความผิดให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
        พลเอก ป. ติณสูลานนท์
  นายกรัฐมนตรี

  หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่   ในปัจจุบันนี้ได้มีบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งรับโทษอยู่ในต่างประเทศเนื่องจาก   กระทำความผิดในต่างประเทศ และบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งรับโทษอยู่ใน   ประเทศไทยเนื่องจากกระทำความผิดในประเท ศไทยอยู่เป็นจำนวนมาก   สมควรที่จะกำหนดมาตรการให้มีการโอนตัวผู้กระทำความผิดดังกล่าวให้   ได้รับโทษต่อในประเทศที่ผู้นั้นมีสัญชาติได้ เพื่อประโยชน์ในการที่แต่ละประเทศ   จะได้ให้การอบรมแก้ไขฟื้นฟูจิตใจผู้กระทำความผิดที่มีสัญชาติของประเทศ   ของตนให้กลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  ________________
    พระราชบัญญัติการปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ   ในการดำเนินการ ตามคำพิพากษาคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530   หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติ   มาตรา 25 (2) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่าง   ประเทศในการดำเนินการตามคำพิพากษาคดีอาญา พ.ศ. 2527 ได้วาง   หลักเกณฑ์ไว้ว่า การโอนนักโทษต่างประเทศจะกระทำมิได้ถ้านักโทษ   ต่างประเทศได้รับโทษจำคุกไปแล้วยังไม่ถึงหนึ่งในสามของโทษตามคำพิพากษา   หรือยังไม่ถึงสี่ปี แต่ระยะเวลาสี่ปีให้เปลี่ยนเป็นไม่ถึงแปดปี ในกรณีที่เป็นโทษ   ฐานผลิต จำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย   ซึ่งยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งถือเอาโทษตาม ที่   กฎหมายกำหนดไว้ถึงจำคุกตลอดชีวิตเป็นสำคัญ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าผู้นั้น   จะได้ถูกพิพากษาลงโทษหนักเบาประการใด อันอาจก่อให้เกิดความไม่   เป็นธรรมแก่นักโทษซึ่งทำผิดในโทษฐานเดียวกัน แต่ที่ศาลเห็นว่าไม่ควร   ลงโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต สมควรแก้ไขให้ระยะเวลาแปดปีนี้ใช้เฉพาะในกรณี   ที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น จึงจำเป็นต้องตรา   พระราชบัญญัตินี้
        *[รก.2530/220/1พ/2 พฤศจิกายน 2530]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook