บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514
    


พระราชบัญญัติ ควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2514
เป็นปีที่ 26 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมแร่ดีบุก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

บทบัญญัติหมวด 1 แห่งพระราชบัญญัตินี้จะให้ใช้บังคับเมื่อใด ให้ประกาศ โดยพระราชกฤษฎีกา *[รก.2514/81/1พ.]

มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พุทธศักราช 2479 (2) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2479 (3) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราช บัญญัตินี้แทน มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "แร่" หมายความว่า แร่ดีบุกที่ถลุงแล้วหรือที่ยังมิได้ถลุง และ หมายความตลอดถึงแร่ชนิดอื่นที่มีเนื้อดีบุกเจือปนอยู่เกินร้อยละสี่ของแร่นั้น ๆ
แต่ไม่หมายความถึงแร่ชนิดอื่นที่มีเนื้อดีบุกเจือปนอยู่เกินร้อยละสี่แต่ไม่เกิน ร้อยละแปดของแร่นั้น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง "ทำเหมือง" หมายความว่า การกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บก หรือที่น้ำ เพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธี "ผู้ทำเหมือง" หมายความว่า ผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับใบอนุญาต ทำเหมืองชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยแร่ "ใบสุทธิแร่" หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้ผู้ทำเหมือง ทำเหมือง ขายแร่ และส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามโควตา ภายใน กำหนดระยะเวลาโควตาและเงื่อนไข ดังระบุไว้ในหนังสือสำคัญนั้น "โควตา" หมายความว่า จำนวนส่วนควบคุมแร่ที่กำหนดให้พึง ทำเหมืองได้ในเหมืองแร่รายหนึ่ง ๆ เป็นส่วนร้อยของจำนวนแร่ทำเหมือง ภายในกำหนดระยะเวลา "ระยะเวลาโควตา" หมายความว่า กำหนดระยะเวลาซึ่งจะพึง ทำเหมืองและจำหน่ายแร่ตามโควตา "จำนวนแร่ทำเหมือง" หมายความว่า จำนวนแร่ซึ่งเหมืองแร่ราย หนึ่ง ๆ พึงทำเหมืองได้ในปีหนึ่ง ๆ ตามที่คณะกรรมการประเมินกำหนด
"คณะกรรมการประเมิน" หมายความว่า คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ "ผู้ซื้อแร่" หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราช บัญญัตินี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับการศุลกากร ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษา การตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระ ราชบัญญัตินี้ด้วย กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
การทำเหมือง การซื้อแร่ การขายแร่
และการส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร
______

มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ทำเหมือง ทำเหมือง ขายแร่ หรือส่งแร่ออก นอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับใบสุทธิแร่
มาตรา 7 ผู้ทำเหมืองผู้ใดประสงค์จะขอใบสุทธิแร่ ให้ยื่นคำขอต่อ ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ตามแบบพิมพ์ที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนด มาตรา 8 ให้มีคณะกรรมการประเมินขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคล ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคน เพื่อประเมินกำหนดจำนวน แร่ทำเหมืองของเหมืองแร่รายหนึ่ง ๆ ตามหลักเกณฑ์ซึ่งรัฐมนตรีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา มาตรา 9 ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่เป็นผู้ออกใบสุทธิแร่ตามส่วนระยะ เวลาและส่วนร้อยของจำนวนแร่ทำเหมืองที่คณะกรรมการประเมินกำหนด ใบสุทธิแร่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 10 ผู้รับใบสุทธิแร่รายใดไม่พอใจในจำนวนแร่ทำเหมืองของตน ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ภายใน กำหนดสิบห้าวันนับแต่วันรับใบสุทธิแร่ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา 11 ถ้าใบสุทธิแร่ชำรุดในสารสำคัญ สูญหายหรือถูกทำลาย
ผู้รับใบสุทธิแร่อาจขอรับใบแทนต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ได้ โดยทรัพยากรธรณี ประจำท้องที่จะออกใบแทนให้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำขอ

มาตรา 12 ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ ผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดทำเหมือง ได้เกินโควตาที่ได้รับ รัฐมนตรีอาจพิจารณาเพิ่มโควตาให้ได้ แต่ถ้าผู้รับใบสุทธิ แร่ผู้ใดไม่สามารถทำเหมืองได้เต็มโควตาที่ได้รับ รัฐมนตรีอาจลดโควตาลงได้ มาตรา 13 เพื่อควบคุมให้การส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรได้ตามจำนวน ที่กำหนด รัฐมนตรีจะให้นำโควตาที่เหลือจากผู้รับใบสุทธิแร่รายหนึ่งไปให้แก่ ผู้ทำเหมืองรายอื่นในระยะเวลาโควตาเดียวกันก็ได้ มาตรา 14 ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ อธิบดีโดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรี จะโอนโควตาจากใบสุทธิแร่ฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับไปเพิ่มลงในใบสุทธิแร่ อีกฉบับหนึ่งก็ได้ เมื่อผู้รับใบสุทธิแร่เหล่านั้นร้องขอ แต่เมื่อรวมโควตา ทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนแร่ทำเหมืองของใบสุทธิแร่ฉบับที่ได้รับโอนโควตา มาเพิ่มนั้น มาตรา 15 ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ ถ้าผู้ทำเหมืองผู้หนึ่งได้รับ ใบสุทธิแร่สำหรับทำเหมืองในเขตเหมืองแร่หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมือง

ชั่วคราวของตนเป็นใบสุทธิแร่หลายฉบับ เมื่อผู้ทำเหมืองร้องขอให้รวมจำนวน แร่ทำเหมืองในใบสุทธิแร่หลายฉบับเข้าด้วยกัน ให้ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ บันทึกอนุญาตให้รวมจำนวนแร่ทำเหมืองลงในใบสุทธิแร่ตามคำร้องขอ

มาตรา 16 ในการทำเหมืองภายหลังวันเริ่มต้นระยะเวลาโควตา อธิบดีจะเปลี่ยนแปลงโควตาของผู้ทำเหมืองให้ลดลงตามส่วนระยะเวลาโควตา ที่เหลือก็ได้ มาตรา 17 ในกรณีที่ผู้ทำเหมืองได้รับใบสุทธิแร่สำหรับทำเหมืองใน เขตเหมืองแร่ หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวแล้ว และประสงค์ จะทำเหมืองในเขตเหมืองแร่หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวของ ตนเองในเขตอื่นที่มีเขตติดต่อกันนั้น ให้ผู้ทำเหมืองนำใบสุทธิแร่มาแจ้งให้ ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่บันทึกเลขหมายประทานบัตร หรือใบอนุญาตทำเหมือง ชั่วคราวที่ผู้ทำเหมืองประสงค์จะทำเหมืองเพิ่มขึ้นนั้นลงในใบสุทธิแร่ของ ผู้ทำเหมืองนั้นเสียก่อน แล้วจึงให้ทำเหมืองได้ มาตรา 18 ในกรณีที่ผู้รับใบสุทธิแร่ตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก

ของผู้รับใบสุทธิแร่ นำใบสุทธิแร่ของผู้ตายไปให้ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ตรวจ พิจารณาสลักหลังให้เพื่อใช้ใบสุทธิแร่นั้นต่อไป

มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ซื้อแร่ซื้อแร่จากผู้ทำเหมือง เว้นแต่เป็นแร่ ที่ผู้ทำเหมืองขายตามใบสุทธิแร่ และผู้ซื้อแร่ต้องบันทึกรายการซื้อพร้อมทั้ง ลายมือชื่อกำกับในใบสุทธิแร่ มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้รับใบสุทธิแร่มีแร่ไว้ในครอบครองของตนเอง หรือของผู้แทนหรือลูกจ้างเกินโควตาที่ได้รับตามใบสุทธิแร่ในระยะเวลาโควตา หนึ่ง ๆ เว้นแต่ภายในกำหนดอัตราปริมาณที่รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีไว้ในครอบครองเกินโควตาได้ มาตรา 21 ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าแร่ที่ผู้ซื้อแร่มีอยู่ในครอบครอง ถ้าจะให้ส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมด จะกระทบกระเทือนปริมาณแร่ส่งออก นอกราชอาณาจักร รัฐมนตรีอาจสั่งกำหนดอัตราส่วนให้ผู้ซื้อแร่ระงับการส่งแร่ ทั้งหมดหรือบางส่วนออกนอกราชอาณาจักรได้ ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าผู้ซื้อแร่สามารถจะส่งแร่ที่มีอยู่ในครอบครอง ออกนอกราชอาณาจักรได้ แต่ผู้ซื้อแร่ไม่ส่งออกนอกราชอาณาจักรและการกัก

แร่นั้นจะกระทบกระเทือนปริมาณแร่ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร รัฐมนตรีอาจ สั่งให้ส่งแร่ทั้งหมด หรือบางส่วนออกนอกราชอาณาจักรได้

มาตรา 22 แร่ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการวิเคราะห์แต่ละคราว ไม่เกินห้าสิบกรัมไม่อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติในหมวดนี้ มาตรา 23 อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอน ใบสุทธิแร่หรือใบอนุญาตซื้อแร่ เมื่อปรากฏว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทแห่งพระราชบัญญัตินี้

หมวด 2
การส่งแร่เข้ามูลภัณฑ์กันชน
______

มาตรา 24 ให้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่จากผู้ทำเหมือง หรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่าง ประเทศ ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนตาม วรรคหนึ่งไม่อาจกระทำได้ตามกำหนดเวลา ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของ
รัฐมนตรีมีอำนาจกู้ยืมเงินเพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนได้ แล้วให้เรียกเก็บเงิน แทนแร่จากผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง โดยรวมถึง ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับในส่วนจำนวนเงินที่ รัฐบาลเป็นผู้ส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศโดยตรง มาตรา 25 เมื่อได้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่แล้ว ให้ทรัพยากรธรณี ประจำท้องที่ออกหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนให้แก่ผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้นั้นมีส่วนในมูลภัณฑ์กันชน หนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชน ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 26 สิทธิเรียกร้องตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจโอนหรือ จำนำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 27 ถ้าหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนชำรุดในสารสำคัญ สูญหาย หรือถูกทำลาย ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจขอรับใบแทนต่อทรัพยากรธรณี ประจำท้องที่ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้นได้

มาตรา 28 เมื่อรัฐมนตรีประกาศจ่ายเงินส่วนแบ่งอันเป็นผลจากการ ชำระบัญชีมูลภัณฑ์กันชนแล้ว ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนขอรับเงินส่วนแบ่ง ตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนคืนได้ โดยส่งมอบหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนต่อ ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้น หรือต่อกรมทรัพยากรธรณี

หมวด 3
บทกำหนดโทษ
_____

มาตรา 29 ผู้ทำเหมืองผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6 หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนดในใบสุทธิแร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน สี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะริบแร่ที่มี อยู่โดยการกระทำความผิดตามมาตรานี้เสียก็ได้ มาตรา 30 ผู้ซื้อแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองพันบาท มาตรา 31 ผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่เกินจำนวน และจะ ริบแร่ที่มีอยู่เกินจำนวนนั้นเสียก็ได้
มาตรา 32 ผู้ซื้อแร่ผู้ใดได้รับคำสั่งของรัฐมนตรีให้ส่งแร่ออกนอก ราชอาณาจักร ตามมาตรา 21 วรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนพ้นกำหนด สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่เท่าของราคา แร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ________________________ หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วย พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พุทธศักราช 2479 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมหรือระงับการควบคุมเกี่ยวกับการผลิต การซื้อ การขาย และการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักรได้ทันท่วงที ในขณะที่คณะมนตรีดีบุกระหว่างประเทศได้ตกลงให้มีการควบคุมหรือไม่ให้มี การควบคุมโควตาการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักร และบทบัญญัติว่าด้วย การส่งแร่ดีบุกเข้ามูลภัณฑ์กันชนยังไม่รัดกุมเพียงพอ และบางบทบัญญัติได้นำ ไปบัญญัติไว้แล้วในกฎหมายว่าด้วยแร่ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย การควบคุมแร่ดีบุกเสียใหม่

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook