บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร พ.ศ. 2541
    


พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร พ.ศ. 2541

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541
เป็นปีที่ 53 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงรูปแบบของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการ ดำเนินงานของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของ คณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร พ.ศ. 2541" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2541/91ก/1/2 ธันวาคม 2541] มาตรา 3 ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 35 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2514 มาตรา 4 เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของคณะมนตรีความร่วมมือ ทางศุลกากร ให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์ (1) ให้ยอมรับนับถือว่าคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากรเป็นนิติบุคคล

(2) ให้คณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร ผู้แทนสมาชิก ที่ปรึกษา และผู้ เชี่ยวชาญ ซึ่งได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคณะมนตรีและผู้แทนสมาชิก และเจ้าพนักงานของ คณะมนตรีได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาจัดตั้งคณะมนตรีความร่วมมือ ทางศุลกากร ฉบับลงนามเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2493 ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในระหว่าง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจ เกี่ยวกับคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร มาตรา 5 บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใดอ้างถึง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 35 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2514 หรืออ้างถึงบทบัญญัติแห่ง ประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่ง นั้นอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้ หรืออ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ในบทมาตราที่มีนัยเช่น เดียวกัน แล้วแต่กรณี มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี

อนุสัญญาจัดตั้งคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร
ท้ายพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร
พ.ศ. 2541
_______

รัฐบาลผู้ลงนามในอนุสัญญานี้ โดยพิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะให้ได้มาซึ่งระบบศุลกากรอันมีความ กลมกลืน และมีแบบเดียวกันในขั้นสูงที่สุดและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่จะศึกษาปัญหาที่มีอยู่เป็น ประจำในการพัฒนา และปรับปรุงวิชาการทางศุลกากร และกฎหมายศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับปัญหา นั้น ๆ ให้ดีขึ้น โดยที่ตระหนักอยู่ว่า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในเรื่องเหล่านี้ จักเป็นประโยชน์แก่การค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงตัวประกอบต่าง ๆ ทั้งในทาง เศรษฐกิจและวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการนี้ด้วย จึงได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

ข้อ 1

ได้กำหนดให้จัดตั้งคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากรคณะหนึ่ง (ต่อไปนี้ จะเรียกว่า "คณะมนตรี") ขึ้นไว้ ณ ที่นี้

ข้อ 2

(ก) สมาชิกคณะมนตรี ได้แก่ (1) ภาคีผู้ทำสัญญาของอนุสัญญานี้ (2) รัฐบาลแห่งดินแดนที่มีการศุลกากรแยกต่างหาก ซึ่งเสนอโดยภาคี ผู้ทำสัญญาผู้มีความรับผิดชอบในการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างสมบูรณ์แบบของรัฐบาลนั้น โดยรัฐบาลนั้นมีความเป็นอิสระในการดำเนินความสัมพันธ์ทางพาณิชย์ภายนอก และซึ่งการรับเข้า เป็นสมาชิกแยกต่างหากนั้น ได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีแล้ว (ข) รัฐบาลใด ๆ แห่งดินแดนที่มีการศุลกากรแยกต่างหาก ซึ่งเป็นสมาชิก คณะมนตรีตามวรรค (ก) (2) ข้างต้นย่อมหมดสภาพเป็นสมาชิกในเมื่อภาคีผู้ทำสัญญาผู้มีความ รับผิดชอบในการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างสมบูรณ์แบบของรัฐบาลนั้น ได้แจ้งให้ คณะมนตรีทราบถึงการถอนตัวออกจากสมาชิกภาพของรัฐบาลนั้นแล้ว (ค) แต่ละสมาชิกจะตั้งผู้แทนได้หนึ่งคน และผู้แทนสำรองอีกคนหนึ่ง หรือมากกว่านั้นเป็นผู้แทนของตนในคณะมนตรี ผู้แทนนั้น ๆ อาจมีคณะที่ปรึกษาช่วยเหลือ ด้วยก็ได้ (ง) คณะมนตรีอาจรับผู้แทนของรัฐบาลใด ๆ ซึ่งมิได้เป็นสมาชิก หรือ ผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศใด ๆ ไว้ในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วยก็ได้

ข้อ 3

การหน้าที่ของคณะมนตรีได้แก่ (ก) ศึกษาปัญหาทั้งปวงเกี่ยวกับความร่วมมือกันในเรื่องศุลกากร ซึ่งภาคีผู้ทำ สัญญาได้ตกลงให้ส่งเสริมตามความมุ่งประสงค์ทั่วไปของอนุสัญญานี้ (ข) ตรวจสอบลักษณะทางวิชาการของระบบศุลกากรตลอดทั้งตัวประกอบ ทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับลักษณะทางวิชาการนั้น ๆ โดยมุ่งหมายที่จะเสนอวิธีที่ได้ผลในทางปฏิบัติ แก่สมาชิกคณะมนตรี เพื่อให้บรรลุถึงซึ่งความกลมกลืนและมีแบบเดียวกันในขั้นสูงที่สุดเท่าที่ จะทำได้
(ค) เตรียมร่างอนุสัญญาและบทแก้ไขอนุสัญญา และเสนอแนะให้รัฐบาลที่ เกี่ยวข้องรับเอาอนุสัญญาและบทแก้ไขนั้น ๆ ไปใช้ (ง) ทำข้อเสนอแนะเพื่อให้มีความแน่นอนในการตีความและการใช้เป็นแบบ เดียวกัน สำหรับอนุสัญญาที่ได้ทำขึ้นอันเป็นผลงานของคณะมนตรี ตลอดทั้งอนุสัญญาว่าด้วย รายการจำแนกประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากร และการประเมินราคาสินค้าเพื่อความ มุ่งประสงค์ในทางศุลกากร ตามที่กลุ่มศึกษาของสหภาพศุลกากรแห่งยุโรปได้เตรียมการไว้ และเพื่อจุดมุ่งหมายที่ว่านี้ คณะมนตรีจะปฏิบัติการหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยชัดแจ้งตาม อนุสัญญานั้น ๆ ให้ต้องตามบทบัญญัติของอนุสัญญา (จ) ทำข้อเสนอแนะในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อระงับกรณีพิพาทเกี่ยวกับการตี ความหรือการใช้อนุสัญญาตามที่อ้างถึงในวรรค (ง) ข้างต้นให้ต้องตามบทบัญญัติของอนุสัญญา นั้น ๆ คู่พิพาทอาจตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะรับเอาข้อเสนอแนะของคณะมนตรีเป็นข้อผูกพันก็ได้ (ฉ) ให้ความแน่นอนในการแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับข้อบังคับและระเบียบการศุลกากร (ช) ให้ข่าวสารหรือคำแนะนำว่าด้วยเรื่องศุลกากรแก่รัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ภายใน ขอบเขตแห่งความมุ่งประสงค์ทั่วไปของอนุสัญญานี้ และทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ด้วย ทั้งนี้ จะโดยริเริ่มขึ้นเองหรือโดยได้รับการร้องขอก็ตาม (ซ) ร่วมมือกับองค์การระหว่างรัฐบาลอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ในอำนาจของ คณะมนตรี

ข้อ 4

สมาชิกคณะมนตรีจะจัดหาข่าวสารและเอกสารใด ๆ ที่จำเป็นในการบริหาร การหน้าที่ของคณะมนตรีให้แก่คณะมนตรีตามที่ได้รับคำขอ แต่ทว่าสมาชิกย่อมไม่จำต้องเปิดเผย ข่าวสารที่ไม่พึงเปิดเผย หากการเปิดเผยข่าวสารที่ว่านั้นจะเป็นการขัดขวางต่อการใช้กฎหมายของ สมาชิกเอง หรือมิฉะนั้น จะเป็นการขัดกับสาธารณประโยชน์ หรือจะเป็นการเสียหายแก่ผล ประโยชน์ทางพาณิชย์อันชอบธรรมของวิสาหกิจใด ๆ ทั้งสาธารณะและเอกชน

ข้อ 5

ให้คณะมนตรีมีคณะกรรมการถาวรทางวิชาการคณะหนึ่งและสำนักงานเลขาธิการ สำนักงานหนึ่งช่วยเหลือ

ข้อ 6

(ก) คณะมนตรีจะเลือกตั้งประธานคนหนึ่ง และรองประธานไม่น้อยกว่า 2 คนจาก บรรดาผู้แทนของสมาชิกปีละครั้ง (ข) คณะมนตรีจะสถาปนาระเบียบการประชุมของคณะมนตรีเอง โดยถือเสียงข้าง มากไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิก (ค) คณะมนตรีจะสถาปนาคณะกรรมการกำหนดรายการสินค้าขึ้นคณะหนึ่งตาม ที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการกำหนดรายการจำแนกประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากรและ คณะกรรมการประเมินราคาสินค้าคณะหนึ่ง ตามที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการประเมินราคา สินค้าเพื่อความมุ่งประสงค์ในทางศุลกากร คณะมนตรียังอาจสถาปนาคณะกรรมการอื่น ๆ ได้อีก ตามแต่จะปรารถนา เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาตามที่อ้างถึง ในข้อ 3 (ง) หรือเพื่อความ มุ่งประสงค์อื่นใดภายในอำนาจของคณะมนตรี (ง) คณะมนตรีจะเป็นผู้กำหนดการงานที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการถาวรทาง วิชาการทำและอำนาจหน้าที่จะมอบให้ใช้แทนด้วย (จ) คณะมนตรีจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบงบประมาณประจำปี ควบคุมการใช้จ่าย เงินของคณะมนตรี และสั่งการเกี่ยวกับการเงินของคณะมนตรีต่อสำนักงานเลขาธิการตามที่จะ พิจารณาเห็นว่าเป็นการบังควร

ข้อ 7

(ก) สำนักงานใหญ่ของคณะมนตรีจะตั้งอยู่ ณ กรุงบรัสเซลส์ (ข) คณะมนตรี คณะกรรมการถาวรทางวิชาการ และคณะกรรมการใด ๆ ที่คณะมนตรีจัดตั้งขึ้น อาจประชุมกัน ณ ที่ใดนอกจากที่สำนักงานใหญ่ของคณะมนตรีก็ได้ หากคณะมนตรีได้มีมติให้เป็นเช่นนั้น (ค) คณะมนตรีประชุมกันอย่างน้อยปีละสองครั้ง การประชุมครั้งแรกจะมีขึ้น ไม่ช้ากว่าสามเดือนหลังจากที่เริ่มใช้อนุสัญญานี้

ข้อ 8

(ก) สมาชิกคณะมนตรีแต่ละรายจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้หนึ่งคะแนนเสียง เว้นแต่กรณีที่สมาชิกรายใดจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในปัญหาใดปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับการ ตีความ การใช้หรือการแก้ไขอนุสัญญาฉบับใดฉบับหนึ่งตามที่อ้างถึงในข้อ 3 (ง) ที่ใช้อยู่ และซึ่ง มิได้ใช้แก่สมาชิกรายนั้น (ข) เว้นแต่ตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 6 (ข) มติของคณะมนตรีจะต้องได้รับเสียง ข้างมากสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน คณะมนตรี ไม่อาจลงมติไม่ว่าในเรื่องใดนอกจากจะมีสมาชิกซึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น มาประชุมเกินกว่าครึ่ง

ข้อ 9

(ก) คณะมนตรีจะสถาปนาความสัมพันธ์กับสหประชาชาติ องค์กรสำคัญ ๆ องค์คณะ สาขา และทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ และกับองค์การระหว่างรัฐบาลอื่นใด ดังเช่นที่จะให้มีความร่วมมือกันอย่างดีที่สุดเพื่อสัมฤทธิผลในภารกิจของตนตามลำดับ (ข) คณะมนตรีอาจจัดการตามที่จำเป็นเพื่อให้ความสะดวกในการปรึกษาหารือ และการร่วมมือกับองค์การมิใช่รัฐบาล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่กับเรื่องใด ๆ ในอำนาจของคณะมนตรี

ข้อ 10

(ก) คณะกรรมการถาวรทางวิชาการประกอบด้วยผู้แทนสมาชิกคณะมนตรี สมาชิกคณะมนตรีรายหนึ่งอาจตั้งผู้แทนได้คนหนึ่ง และผู้แทนสำรองคนหนึ่งหรือมากกว่านั้นเป็น ผู้แทนของตนในคณะกรรมการ ผู้แทนนั้น ๆ ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานชำนัญพิเศษในเรื่องเกี่ยวกับ วิชาการศุลกากรและจะมีผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือด้วยก็ได้ (ข) คณะกรรมการถาวรทางวิชาการจะประชุมกันปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสี่ครั้ง

ข้อ 11

(ก) คณะมนตรีจะแต่งตั้งเลขาธิการคนหนึ่งและรองเลขาธิการคนหนึ่งซึ่งการ หน้าที่ หน้าที่เงื่อนไขเกี่ยวกับบริการและระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งของเลขาธิการและรองเลขาธิการ คณะมนตรีจะเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น (ข) เลขาธิการจะแต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการ การแต่งตั้งและ ข้อบังคับสำหรับเจ้าหน้าที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรี

ข้อ 12

(ก) แต่ละสมาชิกจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับคณะผู้แทนของตนในคณะมนตรี ในคณะกรรมการถาวรทางวิชาการและในคณะกรรมการใด ๆ ของคณะมนตรี (ข) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของคณะมนตรีนั้น บรรดาสมาชิกคณะมนตรีจะเป็นผู้ออก ตามส่วนสัดซึ่งคณะมนตรีจะได้กำหนดขึ้น (ค) คณะมนตรีอาจตัดสิทธิออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกใดที่มิได้ชำระส่วน บำรุงส่วนของตนภายในสามเดือนนับแต่ได้รับแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระนั้น (ง) แต่ละสมาชิกจะต้องชำระส่วนบำรุงประจำปีของตนเต็มจำนวนสำหรับ ปีงบประมาณ ซึ่งในระหว่างปีนั้นตนได้เข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรี และสำหรับปีงบประมาณ ซึ่งในระหว่างปีนั้นการแจ้งถอนตัวออกจากสมาชิกภาพได้มีผลบังคับ

ข้อ 13

(ก) คณะมนตรีจะได้อุปโภคอำนาจตามกฎหมายในดินแดนของแต่ละสมาชิก ดังที่กำหนดไว้ในภาคผนวกของอนุสัญญานี้ เช่นที่อาจจำเป็นแก่การปฏิบัติการหน้าที่ของ คณะมนตรี (ข) คณะมนตรี ผู้แทนสมาชิก ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่ได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อ ช่วยเหลือคณะมนตรีและผู้แทนสมาชิก และเจ้าพนักงานประจำคณะมนตรี จะได้อุปโภคเอกสิทธิ และความคุ้มกัน ดังที่ระบุไว้ในภาคผนวกของอนุสัญญานี้ (ค) ภาคผนวกของอนุสัญญานี้ประกอบเข้าเป็นส่วนเดียวกันกับอนุสัญญา และการอ้างอิงใด ๆ ถึงอนุสัญญานี้ให้ถือรวมกันว่าเป็นการอ้างอิงถึงภาคผนวกด้วย

ข้อ 14

ภาคีผู้ทำสัญญายอมรับบทบัญญัติแห่งพิธีสารเกี่ยวกับกลุ่มศึกษาของสหภาพ ศุลกากรแห่งยุโรปซึ่งได้เปิดให้ลงนาม ที่กรุงบรัสเซลส์ในวันเดียวกันกับอนุสัญญานี้ ในการ กำหนดส่วนสัดส่วนบำรุงตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 12 (ข) นั้น คณะมนตรีจะได้นำเรื่องสมาชิกภาพ ของกลุ่มศึกษานี้ขึ้นพิจารณาด้วย

ข้อ 15

อนุสัญญานี้จะเปิดให้ลงนามจนถึงวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1951

ข้อ 16

(ก) อนุสัญญานี้จะต้องมีการสัตยาบันกันต่อไป (ข) สัตยาบันสารจะต้องมอบไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยมซึ่งจะได้ แจ้งให้รัฐบาลผู้ลงนามและที่ภาคยานุวัต และเลขาธิการทราบเรื่องการมอบสัตยาบันสารแต่ละรายนั้นด้วย

ข้อ 17

(ก) เมื่อรัฐบาลผู้ลงนามได้มอบสัตยาบันสารไว้ครบเจ็ดรัฐบาลด้วยกันแล้ว อนุสัญญานี้จะเป็นอันใช้ได้ระหว่างรัฐบาลนั้น ๆ (ข) สำหรับรัฐบาลผู้ลงนามซึ่งได้ให้สัตยาบันในภายหลังอนุสัญญานี้จะใช้ก็ต่อเมื่อ รัฐบาลนั้นได้นำสัตยาบันสารไปมอบไว้แล้ว

ข้อ 18

(ก) รัฐบาลแห่งรัฐใดที่มิได้เป็นผู้ลงนามอนุสัญญานี้อาจภาคยานุวัตเข้าใน อนุสัญญาได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1951 เป็นต้นไป (ข) ภาคยานุวัตสารจะต้องมอบไว้ ณ กระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยมซึ่งจะได้ แจ้งให้บรรดารัฐบาลผู้ลงนามและที่ภาคยานุวัต และเลขาธิการทราบเรื่องการมอบภาคยานุวัตสาร แต่ละรายนั้นด้วย (ค) อนุสัญญานี้จะเริ่มใช้สำหรับรัฐบาลที่ภาคยานุวัตในเวลาที่ได้มอบภาคยา นุวัตสารไว้ แต่ไม่ก่อนที่อนุสัญญาจะเริ่มใช้ตามความในวรรค (ก) ข้อ 17

ข้อ 19

อนุสัญญานี้มีกำหนดอายุไม่จำกัด แต่ไม่ว่าขณะใดเมื่อพ้นกำหนดเวลาห้าปีนับแต่ อนุสัญญานี้เริ่มใช้ตามวรรค (ก) ข้อ 17 แล้ว ภาคีผู้ทำสัญญาใดอาจถอนตัวเสียก็ได้ การถอนตัวจะ มีผลเมื่อครบหนึ่งปีหลังจากวันที่กระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยมได้รับแจ้งการถอนตัวนั้น กระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยมจะแจ้งการถอนตัวแต่ละรายให้รัฐบาลผู้ลงนามและที่ภาคยานุวัต และเลขาธิการทราบด้วย

ข้อ 20

(ก) คณะมนตรีอาจเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขอนุสัญญานี้แก่บรรดาภาคีผู้ทำ สัญญา (ข) ภาคีผู้ทำสัญญาใดที่ยอมรับการแก้ไข จะได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศ เบลเยี่ยมทราบเรื่องการยอมรับของตนเป็นลายลักษณ์อักษร และกระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยม จะแจ้งให้รัฐบาลผู้ลงนามและที่ภาคยานุวัตทั้งปวง และเลขาธิการทราบเรื่องได้รับแจ้งการยอมรับ นั้นด้วย (ค) บทที่แก้ไขจะเริ่มใช้ต่อเมื่อครบกำหนดสามเดือนหลังจากที่กระทรวงการ ต่างประเทศเบลเยี่ยมได้รับแจ้งการยอมรับจากภาคีผู้ทำสัญญาทั้งปวง เมื่อการแก้ไขใดได้รับการ ยอมรับจากภาคีผู้ทำสัญญาทั้งปวงแล้ว กระทรวงการต่างประเทศเบลเยี่ยมจะได้แจ้งให้รัฐบาลผู้ลง นามและที่ภาคยานุวัตทั้งปวงและเลขาธิการทราบถึงการยอมรับเช่นว่านั้น และวันที่ซึ่งบทที่แก้ไข นั้นจะเริ่มใช้ด้วย (ง) ภายหลังที่บทที่แก้ไขได้เริ่มใช้แล้ว รัฐบาลใดจะให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัต อนุสัญญานี้มิได้ เว้นแต่จะยอมรับบทที่แก้ไขนั้นด้วย เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลของตน ตามลำดับโดยถูกต้องแล้ว ได้ลงนามอนุสัญญานี้ ทำ ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่สิบห้า เดือนธันวาคม คริสตศักราช หนึ่งพันเก้าร้อย ห้าสิบ (15 ธันวาคม ค.ศ. 1950) เป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ตัวบททั้งสองฉบับซึ่งรวม เป็นต้นฉบับเดียวกันมีความถูกต้องเท่ากัน จะได้มอบไว้ในบรรณสารของรัฐบาลเบลเยี่ยม โดย รัฐบาลเบลเยี่ยมจะได้ส่งสำเนาอนุสัญญาที่รับรองว่าถูกต้องไปให้รัฐบาลผู้ลงนามและที่ภาคยานุวัต ทราบเป็นราย ๆ ต่อไป

ภาคผนวก
ต่อท้ายอนุสัญญาจัดตั้งคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร
ความสามารถตามกฎหมาย เอกสิทธิ
และความคุ้มกันของคณะมนตรี

ข้อ 1
บทนิยาม

มาตรา 1 ในภาคผนวกนี้ 1. เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งข้อ 3 คำว่า "ทรัพย์สินและสินทรัพย์" ให้รวมถึง ทรัพย์สินและกองทุนซึ่งคณะมนตรีเป็นผู้บริหาร อันเป็นผลสืบเนื่องจากการหน้าที่ตามธรรมนูญ ของคณะมนตรีนั้นด้วย 2. เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งข้อ 5 ความว่า "ผู้แทนสมาชิก" ให้ถือว่ารวมถึง บรรดาผู้แทน ผู้แทนสำรอง ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ และเลขานุการของบรรดาคณะผู้แทนด้วย

ข้อ 2
สภาพนิติบุคคล

มาตรา 2 คณะมนตรีจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล และมีความสามารถที่จะ (ก) ทำสัญญา (ข) ได้มาและจำหน่ายไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ (ค) จัดดำเนินการฟ้องคดี ในเรื่องเหล่านี้ เลขาธิการจะกระทำการในนามของคณะมนตรี

ข้อ 3
ทรัพย์สิน กองทุนและสินทรัพย์

มาตรา 3 คณะมนตรี ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของคณะมนตรี ไม่ว่าตั้งอยู่ ณ ที่ใด และผู้หนึ่ง ผู้ใดยึดถือไว้จะได้อุปโภคความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายทุกรูป เว้นเฉพาะในกรณีใดที่ คณะมนตรีได้สละความคุ้มกันนั้นอย่างชัดแจ้ง อย่างไรก็ดีเป็นเข้าใจว่าการสละความคุ้มกันนั้นจะ ไม่ขยายไปถึงมาตรการบังคับคดีใด ๆ ด้วย มาตรา 4 สถานที่ของคณะมนตรี จะละเมิดมิได้ ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของคณะมนตรี ไม่ว่าจะตั้งอยู่ ณ ที่ใด และผู้หนึ่งผู้ใดยึด ถือไว้ จะได้รับความคุ้มกันจากการค้น การเรียกเกณฑ์ การริบ การเวนคืน และการแทรกสอดในรูป อื่นใด ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ศาล หรือฝ่ายนิติบัญญัติ มาตรา 5 บรรณสารของคณะมนตรี และโดยทั่วไปเอกสารทั้งปวงที่เป็นของคณะมนตรี หรือที่คณะมนตรียึดถือไว้ จะละเมิดมิได้ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด มาตรา 6 โดยมิต้องถูกกำกัดด้วยการควบคุม ข้อบังคับเกี่ยวกับการเงิน หรือกำหนดเลื่อน การชำระหนี้ชนิดใด ๆ (ก) คณะมนตรีอาจถือไว้ซึ่งเงินตราชนิดใด ๆ และดำเนินการบัญชีในเงินตราใด ๆ ก็ได้ (ข) คณะมนตรีอาจโอนกองทุนของคณะมนตรีได้โดยเสรีจากประเทศหนึ่งไปยัง อีกประเทศหนึ่ง หรือภายในประเทศใด ๆ และแปลงผันเงินตราใด ๆ ซึ่งคณะมนตรียึดถืออยู่ให้เป็น เงินตราอื่นใดก็ได้

มาตรา 7 ในการใช้สิทธิตามมาตรา 6 ข้างต้นนี้ คณะมนตรีจะต้องคำนึงถึงข้อทักท้วงใด ๆ ซึ่งสมาชิกรายหนึ่งรายใดของคณะมนตรีได้กระทำขึ้นตามสมควร และจักต้องดำเนินการอย่างใด อย่างหนึ่งตามข้อทักท้วงเช่นว่านั้น เท่าที่คณะมนตรีจะพิจารณาเห็นว่าการดำเนินการเช่นนั้นย่อม ทำได้โดยไม่เป็นการริดรอนผลประโยชน์ของคณะมนตรี มาตรา 8 คณะมนตรี สินทรัพย์ รายได้และทรัพย์สินอื่นของคณะมนตรี จักได้รับ (ก) ยกเว้นจากภาษีทางตรงทั้งปวง อย่างไรก็ดี เป็นที่เข้าใจกันว่า คณะมนตรีจะไม่ เรียกร้องให้มีการยกเว้นภาษี ซึ่งความจริงมิได้มากไปกว่าค่าภาระเพื่อบริการสาธารณูปโภค (ข) ยกเว้นจากศุลกากร และข้อห้าม ข้อกำกัด ว่าด้วยการนำเข้าและการนำออก เกี่ยวกับสิ่งของที่คณะมนตรีนำเข้าหรือนำออกเพื่อใช้เองอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี เป็นที่เข้าใจ กันว่า สิ่งของที่นำเข้าภายใต้ความยกเว้นเช่นว่านี้ จะไม่นำออกขายในประเทศซึ่งได้นำสิ่งของนั้น ๆ เข้า เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลของประเทศนั้นได้ตกลงด้วยแล้ว (ค) ยกเว้นจากศุลกากร และข้อห้าม ข้อกำกัด ว่าด้วยการนำเข้าและนำออกในส่วน ที่เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์โฆษณาของคณะมนตรี มาตรา 9 แม้ว่าตามหลักทั่วไป คณะมนตรีจะไม่เรียกร้องขอยกเว้นอากรสรรพสามิตและ ภาษีในการขายสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่จะต้อง ชำระก็ตาม แม้กระนั้นเมื่อคณะมนตรีทำการซื้อรายใหญ่ ๆ เพื่อใช้เองอย่างเป็นทางการซึ่งทรัพย์สิน ที่ได้ถูกเรียกเก็บ หรือที่อาจถูกเรียกเก็บอากรหรือภาษีเช่นว่านั้น หากสามารถจะกระทำได้ ก็ให้ สมาชิกคณะมนตรีดำเนินการทางธุรการตามที่เหมาะสมเพื่อขอยกหรือขอคืนจำนวนอากรหรือภาษี นั้นได้

ข้อ 4
ความสะดวกเกี่ยวกับการสื่อสาร

มาตรา 10 คณะมนตรีจะได้อุปโภคในดินแดนของแต่ละสมาชิกคณะมนตรี สำหรับการ สื่อสารอย่างเป็นทางการของคณะมนตรี ซึ่งผลประติบัติที่ได้รับอนุเคราะห์ไม่น้อยกว่าที่สมาชิกนั้น ได้ให้แก่รัฐบาลอื่นใด รวมทั้งที่ได้ให้แก่คณะทูตของรัฐบาลนั้น ในเรื่องลำดับก่อนหลัง อัตราและ ภาษีเกี่ยวกับไปรษณีย์ เคเบิล โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรภาพ โทรศัพท์ และการสื่อสารอื่น ๆ และ อัตราสำหรับหนังสือพิมพ์สำหรับการแจ้งข่าวสารแก่หนังสือพิมพ์และวิทยุ มาตรา 11 มิให้ทำการเปิดตรวจหนังสือโต้ตอบเป็นทางการ และการสื่อสารเป็นทางการ อื่น ๆ ของคณะมนตรี ความในมาตรานี้มิให้แปลความไปในทางที่จะไม่ยอมให้มีการป้องกันที่เหมาะสม เกี่ยวกับความมั่นคงดังที่จะได้กำหนดขึ้นตามความตกลงระหว่างคณะมนตรีกับสมาชิกคณะมนตรี รายหนึ่งรายใด

ข้อ 5
ผู้แทนสมาชิก

มาตรา 12 ผู้แทนสมาชิกในการประชุมของคณะมนตรี คณะกรรมการถาวรทางวิชาการ และ คณะกรรมการของคณะมนตรี ขณะปฏิบัติการหน้าที่และระหว่างการเดินทางไปยังและมาจากสถาน ที่ประชุม จะได้อุปโภคเอกสิทธิและความคุ้มกัน ดังต่อไปนี้ (ก) ความคุ้มกันจากการจับกุมตัวหรือการหน่วงเหนี่ยว กักขัง และจากการยึด หีบห่อส่วนตัวและความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายทุกชนิด เกี่ยวกับถ้อยคำที่พูดหรือ ที่เขียน และการกระทำทั้งปวงที่ตนได้กระทำในตำแหน่งหน้าที่เป็นทางการ (ข) ความละเมิดมิได้สำหรับกระดาษเอกสารและเอกสารทั้งปวง
(ค) สิทธิที่จะใช้รหัส และที่จะรับกระดาษเอกสารหรือหนังสือโต้ตอบโดยทาง ผู้ส่งหนังสือหรือถุงปิดผนึก (ง) ความยกเว้นเกี่ยวกับตนเองและคู่สมรสของตนจากข้อกำกัดในการเข้าเมือง การจดทะเบียนคนต่างด้าวในรัฐที่ตนไปเยือนหรือผ่านเข้าไปในการปฏิบัติการหน้าที่ของตน (จ) ความสะดวกเกี่ยวกับข้อกำกัดทางเงินตราหรือการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับที่ให้ แก่ผู้แทนของรัฐบาลต่างประเทศในการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการเป็นการชั่วคราว (ฉ) ความคุ้มกันและความสะดวกเกี่ยวกับหีบห่อส่วนตัวเช่นเดียวกับที่ให้แก่ สมาชิกในคณะทูตที่มีชั้นเทียบเท่ากัน มาตรา 13 เพื่อที่จะประกันให้ผู้แทนสมาชิกในการประชุมคณะมนตรี คณะกรรมการถาวร ทางวิชาการ และคณะกรรมการของคณะมนตรีมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการพูด และมีอิสรภาพบริบูรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้คงอำนวยความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับ ถ้อยคำที่พูดหรือที่เขียน และการกระทำทั้งปวงที่ผู้แทนนั้น ๆ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ของ ตนต่อไปอีก แม้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะมิได้ผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่เช่นว่านั้นอีกต่อไปแล้วก็ตาม มาตรา 14 เอกสิทธิและความคุ้มกันที่ได้อำนวยให้แก่ผู้แทนสมาชิกมิใช่เพื่อคุณประโยชน์ ส่วนตัวของบุคคลนั้น ๆ เอง แต่เพื่อที่จะพิทักษ์รักษาการปฏิบัติการหน้าที่โดยอิสระในส่วนที่ เกี่ยวกับคณะมนตรีนั้นเอง ฉะนั้น สมาชิกรายหนึ่งจึงมิได้มีเฉพาะสิทธิเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ที่จะ สละความคุ้มกันของผู้แทนของตนในกรณีใด ๆ ก็ตามที่สมาชิกนั้นเห็นว่าความคุ้มกันนั้นจะ ขัดขวางวิถีทางของความยุติธรรม และเป็นกรณีที่อาจสละเสียได้ โดยไม่เป็นการเสียหายแก่ความ มุ่งประสงค์ในการที่ได้อำนวยความคุ้มกันนั้นให้ มาตรา 15 บทบัญญัติแห่งมาตรา 12 และ 13 มิให้ใช้ในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ บุคคลนั้นเป็นคนชาติ หรือที่บุคคลนั้นเป็นหรือได้เคยเป็นผู้แทนของรัฐนั้น

ข้อ 6
เจ้าพนักงานของคณะมนตรี

มาตรา 16 คณะมนตรีจะระบุประเภทต่าง ๆ ของเจ้าพนักงานที่จะใช้ความในข้อนี้ เลขาธิการ จะได้แจ้งให้สมาชิกคณะมนตรีทราบชื่อของเจ้าพนักงานซึ่งรวมอยู่ในประเภทนั้น ๆ มาตรา 17 เจ้าพนักงานของคณะมนตรี จะ (ก) ได้รับความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับถ้อยคำที่พูดหรือ ที่เขียนและการกระทำทั้งปวงที่ตนได้กระทำในตำแหน่งหน้าที่เป็นทางการและภายในขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของตน (ข) ได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีอากรเกี่ยวกับเงินเดือนและเงินตอบแทน ที่คณะมนตรีได้จ่ายให้แก่ตน (ค) ได้รับความคุ้มกันจากข้อกำกัดเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการจดทะเบียนคน ต่างด้าว รวมทั้งคู่สมรสและญาติผู้พึ่งอาศัยตนอยู่ด้วย (ง) ได้รับเอกสิทธิเกี่ยวกับความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับที่ได้ให้แก่ เจ้าพนักงานในคณะทูตที่มีชั้นเทียบเท่ากัน (จ) ได้รับความสะดวกในการส่งตัวกลับประเทศในเวลาที่มีวิกฤติกาลระหว่าง ประเทศเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานในคณะทูตที่มีชั้นเทียบเท่ากัน รวมทั้งคู่สมรสและญาติผู้พึ่งอาศัย ตน (ฉ) มีสิทธิที่จะนำเครื่องเรือนและของใช้ต่าง ๆ เข้ามา โดยปลอดอากรในเวลา ที่เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในประเทศที่เกี่ยวข้อง และที่จะนำเครื่องเรือนและของใช้เช่นว่านั้นกลับไปยัง ประเทศภูมิลำเนาของตน โดยปลอดอากรเมื่อการหน้าที่ของตนสิ้นสุดลง มาตรา 18 นอกจากเอกสิทธิและความคุ้มกันดังได้ระบุไว้ในมาตรา 17 แล้ว เลขาธิการ คณะมนตรียังจะได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกัน ความยกเว้นและความสะดวก ที่ได้ให้แก่หัวหน้า คณะทูตตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่เกี่ยวกับตนเอง คู่สมรส และบุตรซึ่งมีอายุต่ำกว่า 21 ปีอีกด้วย รองเลขาธิการจะได้รับเอกสิทธิ ความคุ้มกัน ความยกเว้นและความสะดวกที่ให้แก่ ผู้แทนทางทูตที่มีชั้นเทียบเท่ากัน

มาตรา 19 เอกสิทธิและความคุ้มกันที่ได้ให้แก่เจ้าพนักงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ของ คณะมนตรีเท่านั้น มิใช่เพื่อคุณประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลนั้น ๆ เอง เลขาธิการย่อมมีสิทธิและ หน้าที่ที่จะสละความคุ้มกันของเจ้าพนักงานผู้ใดผู้หนึ่งในกรณีใดที่เห็นว่าความคุ้มกันนั้นจะ ขัดขวางวิถีทางของความยุติธรรม และอาจสละเสียได้โดยไม่เป็นการเสียหายแก่ผลประโยชน์ของคณะมนตรี ในกรณีเกี่ยวกับเลขาธิการ คณะมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะสละความคุ้มกันเสียได้

ข้อ 7
ผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อคณะมนตรี

มาตรา 20 ผู้เชี่ยวชาญ (นอกจากเจ้าพนักงานที่อยู่ภายในขอบข่ายของข้อ 6) ที่ปฏิบัติภารกิจ เพื่อคณะมนตรีจะได้รับเอกสิทธิความคุ้มกันและความสะดวกเช่นที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติการหน้าที่ ของตนได้โดยอิสระ ในระหว่างกำหนดเวลาที่ปฏิบัติภารกิจของตน รวมทั้งเวลาที่ได้ใช้ไปในการ เดินทางเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของตนนั้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญจะได้รับ (ก) ความคุ้มกันจากการจับกุมตัวหรือการหน่วงเหนี่ยวกักขัง และจากการยึด หีบห่อของตน (ข) ความคุ้มกันจากการดำเนินการตามกฎหมายทุกชนิดเกี่ยวกับถ้อยคำที่พูดหรือ ที่เขียนหรือการอื่น ๆ ที่ได้กระทำไปในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน (ค) ความละเมิดมิได้สำหรับกระดาษเอกสารและเอกสารทั้งปวง มาตรา 21 เอกสิทธิ ความคุ้มกันและความสะดวกที่ได้ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ ก็เพื่อผลประโยชน์ ของคณะมนตรี มิใช่เพื่อคุณประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการย่อมจะมีสิทธิและ หน้าที่ที่จะสละความคุ้มกันของผู้เชี่ยวชาญผู้ใดผู้หนึ่งเสียได้ ในกรณีใดที่เห็นว่าความคุ้มกันนั้นจะ ขัดขวางวิถีทางของความยุติธรรม และอาจสละเสียได้โดยไม่เป็นการเสียหายแก่ผลประโยชน์ของ คณะมนตรี

ข้อ 8
การใช้เอกสิทธิผิด

มาตรา 22 ผู้แทนสมาชิกในการประชุมของคณะมนตรี คณะกรรมการถาวรทางวิชาการ และคณะกรรมการคณะมนตรีในขณะปฏิบัติการหน้าที่ของตน และระหว่างการเดินทางไปยังและ มาจากสถานที่ประชุม และเจ้าพนักงาน ตามความหมายในมาตรา 16 และมาตรา 20 จะไม่ถูก เจ้าหน้าที่ของดินแดนกำหนดให้ออกไปจากประเทศที่ตนกำลังปฏิบัติการหน้าที่อยู่เนื่องจาก กิจกรรมใด ๆ ที่ได้ทำในตำแหน่งหน้าที่ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีการใช้เอกสิทธิผิดเกี่ยวกับที่ พำนักซึ่งได้กระทำลงโดยบุคคลใดเช่นว่านั้น ซึ่งมีกิจกรรมอยู่ในประเทศนั้น อันเป็นเรื่อง นอกการหน้าที่เป็นทางการของตน บุคคลนั้นอาจถูกรัฐบาลแห่งประเทศนั้นกำหนดให้ออกไป เสียก็ได้ แต่ทว่า (1) ผู้แทนสมาชิกของคณะมนตรี หรือบุคคลซึ่งมีสิทธิได้รับความคุ้มกันทางทูต ตามมาตรา 18 จะไม่ต้องถูกกำหนดให้ออกไปจากประเทศด้วยวิธีอื่นใด นอกเหนือจากวิธีการทาง การทูตที่ใช้แก่ผู้แทนทางทูตที่ประจำประเทศนั้น (2) ในกรณีเจ้าพนักงานซึ่งมาตรา 18 มิได้ใช้นั้น มิให้ออกคำสั่งให้ออกไปจาก ประเทศนอกจากจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของประเทศที่เกี่ยวข้องนั้น เสียก่อน และความเห็นชอบเช่นว่านั้นจะให้ได้ก็เฉพาะเมื่อได้หารือกับเลขาธิการคณะมนตรีแล้ว เท่านั้น และถ้าได้ดำเนินการขับไล่เจ้าพนักงานผู้ใดออกจากประเทศ เลขาธิการคณะมนตรีย่อม มีสิทธิที่จะไปร่วมในการดำเนินการเช่นว่านั้นในนามของบุคคลที่ถูกดำเนินการนั้นได้ มาตรา 23 เลขาธิการจักร่วมมือในทุกขณะกับเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมของสมาชิกคณะมนตรี ในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการรักษาความยุติธรรมตามสมควร จักประกันให้มีการปฏิบัติ ตามข้อบังคับของตำรวจ และจักป้องกันมิให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดเกี่ยวกับเอกสิทธิ ความคุ้มกัน และความสะดวกบรรดาที่ได้ว่าไว้ในภาคผนวกนี้

ข้อ 9
การระงับข้อพิพาท

มาตรา 24 คณะมนตรีจะจัดหาวิธีการที่เหมาะสมในการระงับ (ก) ข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญา หรือข้อพิพาทอื่นใดที่มีลักษณะทางแพ่งซึ่ง คณะมนตรีเป็นคู่พิพาทฝ่ายหนึ่ง (ข) ข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงานผู้ใดของคณะมนตรี ซึ่งโดยตำแหน่ง ที่เป็นทางการของตนได้อุปโภคความคุ้มกัน หากความคุ้มกันนั้นมิได้สละเสียตามบทบัญญัติแห่ง มาตรา 19 และ 21

ข้อ 10
ความตกลงเพิ่มเติม

มาตรา 25 คณะมนตรีอาจทำความตกลงเพิ่มเติมกับภาคีผู้ทำสัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือ ภาคีผู้ทำสัญญาทั้งหมด เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติของภาคผนวกนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคีผู้ทำสัญญา ฝ่ายนั้นหรือภาคีผู้ทำสัญญาทั้งหมดนั้นก็ได้
_______________________________
หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 35 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของคณะมนตรีความ ร่วมมือทางศุลกากร ได้ออกใช้บังคับในระหว่างที่มีการปกครองโดยคณะปฏิวัติและใช้ชื่อว่าประกาศ ของคณะปฏิวัติ สมควรปรับปรุงรูปแบบและบทบัญญัติของกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติ ดังกล่าวให้เป็นพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามวิธีการตรากฎหมายในระบบปกติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook