บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ จัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479
    


พระราชบัญญัติ จัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2478)
เจ้าพระยายมราช
พล.อ.เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ 20 เมษายน พุทธศักราช 2480
เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายจัดการฝึกและ อบรมเด็กบางจำพวกให้เหมาะสมแก่กาลสมัย จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดการฝึก และอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479

มาตรา 2 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป [รก.2480/6/204/26 เมษายน 2480] มาตรา 3 ให้ยกเลิกกฎหมาย กฎ และข้อบังคับในส่วนที่มีบัญญัติ ไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือที่แย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ เด็ก หมายความว่า เด็กซึ่งจะจัดการฝึกและอบรมตามพระราช บัญญัตินี้ รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ [นิยามคำว่า อธิบดี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501] มาตรา 5 เด็กซึ่งจะจัดการฝึกและอบรมตามพระราชบัญญัตินี้ได้แก่ (ก) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในโรงเรียนดัดสันดานตามบทแห่ง กฎหมายลักษณะอาญา หรือตามบทแห่งกฎหมายอื่น (ข) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในโรงเรียนฝึกอาชีพตาม มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประถมศึกษา พุทธศักราช 2478 (ค) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมอันจัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสถานฝึกและอบรมเด็ก เพื่อ ดำเนินการฝึกสอนอบรมในทางศีลธรรม จรรยา และวิชาอันเป็นความรู้ทั่วไป วิชาชีพ การทำงานอุตสาหกรรม การทำงานเกษตรกรรม การพาณิชยกรรม ตามที่เห็นสมควร มาตรา 7 การฝึกและอบรมนั้น จักต้องคำนึงถึงอุปนิสัยใจคอ ของเด็ก และพยายามจัดไปในทางที่เหมาะสมอันจะพึงอำนวยประโยชน์ อย่างดีที่สุดในชีวิตเบื้องหน้าของเด็กและชุมชน มาตรา 8 รัฐมนตรีมีอำนาจแบ่งประเภทและชั้นของเด็ก กับจัด ให้เด็กในต่างประเภท ต่างชั้นได้รับการปฏิบัติและประโยชน์ต่าง ๆ กัน มาตรา 9 เด็กที่มีความอุตสาหะ ความประพฤติ และความก้าวหน้า ในวิชา หรือการทำงาน อาจได้รับประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ต่อไปนี้ 1. เลื่อนประเภทหรือชั้น 2. ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน 3. ได้รับส่วนแบ่งปันผลกำไร 4. ได้รับความไว้วางใจให้ออกไปนอกเขตสถานฝึกและอบรมโดย ลำพัง 5. ได้รับความไว้วางใจให้ไปอยู่นอกเขตสถานฝึกและอบรม 6. ได้รับการผ่อนผันให้พ้นไปจากการควบคุมของสถานฝึกและอบรม ภายในบังคับเงื่อนไขซึ่งรัฐมนตรีกำหนดไว้ มาตรา 10 เด็กจักต้องอยู่ในวินัยโดยปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎ ข้อบังคับและระเบียบอันตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการฝึกและอบรม เด็กที่มิได้ปฏิบัติตนตามวรรคต้นได้ชื่อว่าละเมิดวินัย
มาตรา 11 เด็กที่ละเมิดวินัยอาจได้รับทัณฑ์สถานใดสถานหนึ่งหรือ หลายสถานดังต่อไปนี้ 1. ภาคทัณฑ์ 2. ตำหนิ 3. ทำงานเกินหรือนอกเวลา 4. งดการเลื่อนหรือลดประเภทลดชั้น 5. ถอนจากตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน 6. งดหรือลดส่วนแบ่งปันผลกำไร 7. ถอนความไว้วางใจ 8. เฆี่ยนด้วยไม้เรียวไม่เกิน 10 ที ในกรณีความผิดและเงื่อนไขอย่างใดซึ่งจะลงทัณฑ์สถานที่ 7 และ 8 ก็ดี ขนาดและชนิดของไม้เรียวก็ดี ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง มาตรา 12 ภายใต้บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีมีอำนาจออก ข้อบังคับวางระเบียบและวิธีการเพื่อจัดการฝึกและอบรมเด็ก มาตรา 13 เมื่อเห็นว่าการจัดให้เด็กอยู่ในสำนักของเอกชนหรือ ในความดูแลของเอกชนจักอำนวยประโยชน์อันดียิ่งให้แก่ชีวิตในเบื้องหน้า ของเด็ก อธิบดีมีอำนาจที่จะดำเนินการได้ ในการมอบหมายให้เด็กไปอยู่ในสำนักของเอกชนหรือในความดูแล ของเอกชนนั้น อธิบดีจะกำหนดเงื่อนไขและจะให้ผู้รับตัวทำสัญญาโดยมี หลักทรัพย์เป็นประกันด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่จะเห็นสมควร มาตรา 14 จะต้องเปิดโอกาศให้เด็กได้ร้องเรียนหรือชี้แจงถึง กรณีข้อทุกข์ร้อนโดยสมควร
มาตรา 15 จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการเยี่ยมและติดต่อ จากบุคคลภายนอกตามสมควร มาตรา 16 ในปีหนึ่ง ๆ จะต้องจัดให้เด็กได้รับการตรวจอนามัย โดยทั่วไปจากแพทย์ เด็กที่ป่วยเจ็บจะต้องจัดให้ได้รับการรักษาพยาบาลตามสมควร และ ถ้าจำเป็นอธิบดีมีอำนาจสั่งให้ส่งตัวไปรักษาพยาบาลนอกสถานฝึกและอบรมได้ มาตรา 17 โดยปกติในวันหนึ่ง ๆ จะจัดให้เด็กทำงานและศึกษา เกินกว่าสิบชั่วโมงไม่ได้ มาตรา 18 เมื่อถึงคราวให้ออกไปเป็นอิสระ ให้เด็กได้รับ 1. ใบบริสุทธิ 2. หนังสือแสดงผลของการฝึกและอบรม 3. เครื่องแต่งกายหนึ่งสำรับ ถ้าของตนเองไม่มี มาตรา 19 เมื่อถึงคราวให้ออกไปเป็นอิสระ หากปรากฏว่า เด็กป่วยหนัก หรือไม่มีที่จะไปอยู่ หรือไม่มีทางดำรงชีพ อธิบดีจะอนุญาต ให้คงอยู่ในสถานฝึกและอบรมก็ได้ แต่เด็กนั้นจักต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่ง การที่จะอยู่ต่อไป นอกจากในกรณีป่วยหนัก อธิบดีจะอนุญาตให้เด็กอยู่ต่อไปใน สถานฝึกและอบรมจนเกินอายุ 20 ปีบริบูรณ์ไม่ได้ มาตรา 20 ภายใต้บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีจะจัดให้ มีการสงเคราะห์เด็กซึ่งได้ออกไปเป็นอิสระแล้วก็ได้ เด็กที่ได้รับการสงเคราะห์ตามวรรคต้นจะต้องอยู่ภายใต้กฎ ข้อบังคับ ระเบียบและเงื่อนไขแห่งการสงเคราะห์นั้น
มาตรา 21 เด็กที่ได้รับความไว้วางใจหรือการผ่อนผันให้ไปนอก เขตสถานฝึกและอบรม หากกระทำผิดวินัยหรือเงื่อนไขที่กำหนดให้ พนักงาน เจ้าหน้าที่อาจนำตัวส่งสถานฝึกและอบรมได้โดยมิต้องมีหมายหรือดำเนินการ ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างใด มาตรา 22 ถ้าเด็กกระทำความผิดอาญาขึ้นภายในเขตของ สถานฝึกและอบรม และความผิดนั้นเป็นเพียงความผิดฐานลหุโทษหรือฐาน นำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเขตสถานฝึกและอบรม หรือฐานประทุษร้าย ต่อทรัพย์สินของสถานฝึกและอบรม หรือฐานพยายามหลบหนี แทนที่จะดำเนิน เรื่องเพื่อการฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อธิบดีมี อำนาจวินิจฉัยให้ลงทัณฑ์ฐานละเมิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ได้ ข้อความตามมาตรานี้ไม่ได้ตัดสิทธิของเอกชนที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คดีอาญาหรือคดีแพ่งดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23 เด็กที่หลบหนีจากการควบคุมของเจ้าพนักงานสถานฝึก และอบรม หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ศาลสั่งเพิ่มเวลาที่ต้องฝึกและอบรมขึ้นอีก ตามที่เห็นควรแทนการลงโทษอาญา แต่ต้องไม่เกินอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หากเด็กที่กระทำผิดตามวรรคต้นมีอายุในขณะหลบหนีครบ 18 ปี บริบูรณ์และปรากฏว่าเคยหลบหนีมาแล้วแต่ก่อน ให้มีความผิดฐานหลบหนี ที่คุมขัง มาตรา 24 ผู้ใดช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่เด็กด้วยประการ ใด ๆ ให้หลบหนีดังบัญญัติไว้ในมาตราก่อน มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสถานฝึกและ อบรมหรือเป็นเจ้าพนักงานสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ ให้เพิ่มโทษเป็น ทวีคูณ [ความในวรรคสองของมาตรา 24 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501] มาตรา 25 เด็กที่ได้ออกเป็นอิสระไปแล้ว ไปกระทำความผิดอาญา ขึ้นอีก หากศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมสำหรับความผิดใน ครั้งหลัง ให้เพิ่มเวลาส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมเป็นทวีคูณ แต่ต้องไม่เกิน อายุ 20 ปีบริบูรณ์ มาตรา 26 ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าทรัพย์สินอย่างใด ห้ามมิให้นำเข้ามาหรือมีไว้ในสถานฝึกและอบรม มาตรา 27 ผู้ใดเข้าไปในสถานฝึกและอบรมโดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี หรือบังอาจรับจากหรือส่งมอบแก่เด็ก นำเข้ามา หรือเอาออกไปจากสถานฝึกและอบรมซึ่งเงินหรือสิ่งของต้องห้ามโดยทาง ใด ๆ อันฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือกฎแห่งสถานฝึกและอบรมก็ดี ผู้นั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสถานฝึกและ อบรม หรือเป็นเจ้าพนักงานสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ ให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณ เงินหรือสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้ามาในสถานฝึกและอบรมโดยฝ่าฝืน บทมาตรานี้ให้ริบเป็นของแผ่นดิน [ความในวรรคสองของมาตรา 27 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501]
มาตรา 28 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กับให้มีอำนาจตั้งแต่งและถอดถอนพนักงาน เจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) พิบูลสงคราม รัฐมนตรี

------------------------------------------------------
พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501

มาตรา 6 การฝึกและอบรมเด็กตามพระราชบัญญัติจัดการฝึกและ อบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ปฏิบัติอยู่ในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้โอนไปอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกรมประชา สงเคราะห์เพื่อดำเนินการต่อไป

----------------------
พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2501 หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยรัฐบาล ได้พิจารณาเห็นว่า การปฏิบัติและอบรมแก้ไขความประพฤติของเด็กและ เยาวชนที่กระทำผิดกฎหมายนั้น มีหลักสำคัญมุ่งไปในทางที่จะสงเคราะห์ให้ เด็กได้มีโอกาสแก้ไขความประพฤติและปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งทางครอบครัวและสังคม ยิ่งกว่าที่จะแก้ไขด้วยวิธีกำหราบและลงโทษดังที่ เคยปฏิบัติกันมา โดยที่ถือว่าสาเหตุที่เด็กเหล่านี้กระทำผิดกฎหมายนั้น เนื่องจากไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน และความเอาใจใส่ดูแลจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองโดยถูกต้องและเพียงพอ หรือตกไปอยู่ในสภาพแห่งสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ อันไม่เป็นคุณแก่เด็ก หรือด้วยเหตุความวิปริตทางร่างกายและจิตใจ ของเด็กเอง ฉะนั้น การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนดังกล่าว จึงจำเป็นต้อง ดำเนินการโดยสุขุมรอบคอบ โดยการพินิจถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพ สิ่งแวดล้อม สภาพทางบ้านและครอบครัว ตลอดจนสภาพทางร่างกายและ จิตใจ เพื่อจะวิเคราะห์และได้ทราบถึงมูลแห่งการกระทำผิดนั้น แล้วหาทาง สงเคราะห์อบรมแก้ไขด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ส่งไปอบรมเลี้ยงดูและให้การ ศึกษาทั้งวิชาสามัญและวิชาชีพ ในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ตามที่เหมาะสม กับเด็ก และเมื่อถึงเวลาที่เด็กหรือเยาวชนเหล่านี้จะต้องเลี้ยงรักษาตนเอง ก็มีการจัดหางานให้ทำ จัดหาที่อยู่อาศัยให้ เหล่านี้เป็นต้น

โดยเหตุที่การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งแต่เดิม มาหนักไปในทางลงโทษนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางแก้ไขความประพฤติตาม หลักจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ อันมีลักษณะเป็นงานประชาสงเคราะห์ยิ่งกว่า งานราชทัณฑ์ ดังนั้นรัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะโอนการฝึกและอบรมเด็กซึ่งอยู่ ในโรงเรียนฝึกอาชีพเกาะใหญ่ของกรมราชทัณฑ์ไปอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของ กรมประชาสงเคราะห์เพื่อดำเนินการต่อไป

[รก.2501/79/542/14 ตุลาคม 2501]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook