บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477
    


พระราชบัญญัติ ไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477

นริศรานุวัดติวงศ์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2476)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า เนื่องจากพาณิชยกรรมของ ประเทศได้เจริญขึ้น สมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวด้วยการไปรษณีย์ซึ่งยังคง ใช้อยู่ในเวลานี้ เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชนและเหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

ข้อความเบื้องต้น
_______

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477"
มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป *[รก.2477/-/1226/10 กุมภาพันธ์ 2477]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชกำหนดไปรษณีย์ รัตนโกสินทรศก 116 และบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ที่ขัดหรือแย้งกับบทบังคับแห่ง พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
บทวิเคราะห์ศัพท์
________

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็น อย่างอื่น (1) "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้บังคับบัญชาราชการ กรมไปรษณีย์โทรเลข (2) "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ผู้แทนหรือ เจ้าพนักงานอื่น ซึ่งทำการในตำแหน่งอธิบดี (3) "เจ้าพนักงาน" หมายความว่า เจ้าพนักงานกรมไปรษณีย์ โทรเลข (4) "กรม" หมายความว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข (5) "ที่ทำการไปรษณีย์" หมายความตลอดถึงโรงเรือนสิ่งที่ปลูกสร้าง ห้อง ยานพาหนะ หรือสถานที่ทุกแห่งที่ใช้เป็นที่ทำการไปรษณีย์ (6) "ตู้ไปรษณีย์" หมายความว่า ที่รับไปรษณียภัณฑ์ทุกชนิด ซึ่งกรมไปรษณีย์โทรเลขจัดไว้
(7) "ถุงไปรษณีย์" หมายความตลอดถึง ถุง หีบ ห่อ ซอง หรือของ หุ้มห่ออื่น ๆ สำหรับบรรจุไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ แม้ถุงนั้นจะมี ไปรษณียภัณฑ์อยู่หรือไม่ก็ตาม (8) "ไปรษณียากร" หมายความว่า ค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียสำหรับ ส่งไปรษณียภัณฑ์ทางไปรษณีย์ (9) "ตราไปรษณียากร" หมายความว่า บัตรตราใด ๆ ซึ่งรัฐมนตรี จัดให้มีขึ้น เพื่อใช้เป็นค่าไปรษณียากร หรือค่าธรรมเนียมอื่น หรือจำนวนเงิน ที่จะต้องเสียในการส่งไปรษณียภัณฑ์ รวมทั้งตราไปรษณียากรสำหรับผนึก หรือตราไปรษณียากรที่พิมพ์ ดุน หรือแสดงไว้โดยวิธีอื่นบนซอง กระดาษห่อ ไปรษณียบัตรหรือสิ่งอื่น ๆ (10)* "ไปรษณียภัณฑ์" หมายความว่า จดหมาย ไปรษณีย์บัตร ไปรษณีย์บัตรตอบรับ หนังสือกิติยคดี ตัวอย่างหรือแบบสินค้า ของตีพิมพ์ทุกชนิด หนังสือพิมพ์ลงทะเบียน ห่อจดหมาย ห่อพัสดุ ธนาณัติ เช็คไปรษณีย์ หรือวัตถุ อย่างอื่นที่นำมาใช้ในการสื่อสารไปรษณีย์ (11) "ธนาณัติ" หมายความว่า ตราสารซึ่งที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง สั่งให้ที่ทำการไปรษณีย์อีกแห่งหนึ่งจ่ายเงิน (12) "ไปรษณียนิเทศ" หมายความว่า สมุดกฎ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือ ประกาศว่าด้วยการไปรษณีย์ทั่วไป อันพึงต้องปฏิบัติตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามสัญญาสากลไปรษณีย์ (13)*" เช็คไปรษณีย์" หมายความว่า ตราสารสำหรับขายแก่ประชาชน เพื่อประโยชน์ในการส่งเงินโดยเจ้าพนักงาน ณ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง ให้เจ้าพนักงาน ณ ที่ทำการไปรษณีย์แห่งใดแห่งหนึ่งจ่ายเงินให้แก่บุคคลใด บุคคลหนึ่งซึ่งระบุนามไว้ หรือผู้ถือตราสารนั้น *[ความใน (10) และ (13) ของมาตรา 4 แก้ไขโดยพระราช บัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2483]

หมวด 2
อำนาจสิทธิ์ขาด
______

มาตรา 5 รัฐบาลทรงไว้ซึ่งอำนาจสิทธิ์ขาดที่จะจัดการไปรษณีย์ และ ตั้งที่ทำการไปรษณีย์ภายในราชอาณาจักร อำนาจนี้มอบหมายให้ไว้แก่กรมซึ่งมีสิทธิและหน้าที่จัดการไปรษณีย์ และ ตั้งที่ทำการไปรษณีย์ขึ้น ตามที่รัฐมนตรีเห็นสมควร และมีหน้าที่ทำกิจการต่าง ๆ อันเกี่ยวแก่การรับ รวบรวม ส่ง จ่าย และส่งมอบไปรษณียภัณฑ์ตามกฎ ข้อบังคับ และคำสั่งที่ตั้งขึ้น การตั้งหรือเลิกที่ทำการไปรษณีย์ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 6 เมื่อกรมได้จัดการไปรษณีย์ขึ้นที่ใดแล้ว ห้ามมิให้บุคคลซึ่ง ไม่ได้รับอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น ส่ง จัดให้ส่ง ฝาก ส่งมอบ ให้แก่ผู้อื่นเพื่อให้ไปส่ง นำส่ง หรือกระทำการอื่นเกี่ยวกับการนำส่งจดหมาย หรือไปรษณียบัตรโดยทางอื่นนอกจากทางไปรษณีย์ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (1) จดหมายหรือไปรษณียบัตรไม่เกินสามฉบับที่ฝากผู้เดินทาง โดยผู้รับฝากนั้นมิได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง รางวัล หรือผลประโยชน์อย่างใด ๆ ในการนั้น (2) จดหมายหรือไปรษณียบัตรที่ได้จัดให้ผู้เดินหนังสือพิเศษถือไป และ เกี่ยวข้องด้วยกิจธุระของผู้ฝาก หรือผู้รับจดหมายหรือไปรษณียบัตรนั้นโดยเฉพาะ และผู้เดินหนังสือนั้นต้องห้ามมิให้รับจดหมายหรือไปรษณียบัตรจากผู้อื่น หรือ นำส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรให้แก่ผู้อื่น (3) จดหมายหรือไปรษณียบัตรที่เกี่ยวข้องเฉพาะสินค้า หรือทรัพย์สิน ที่ส่งไปโดยทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ซึ่งจะต้องส่งมอบพร้อมกับสินค้า หรือทรัพย์สินนั้นโดยมิต้องเสียค่าจ้าง รางวัล หรือได้ผลประโยชน์อย่างใด

ในการรับนำไป หรือส่งมอบจดหมายหรือไปรษณียบัตรนั้น แต่จดหมายหรือ ไปรษณียบัตรนั้น ต้องให้เจ้าพนักงานตรวจดูได้ และต้องมีคำว่า จดหมาย ของผู้รับตราส่ง หรือถ้อยคำอย่างอื่นทำนองเดียวกัน มาตรา 7 ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 6 ห้ามมิให้บุคคลต่อไปนี้นำส่ง รับ รวบรวม หรือส่งมอบจดหมาย หรือไปรษณียบัตร แม้ว่าตนจะมิได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง รางวัล หรือผลประโยชน์อย่างใด ๆ กล่าวคือ (1) ผู้ทำการรับขนของ หรือคนโดยสารโดยปกติ รวมทั้งผู้ขับ ลูกจ้าง หรือตัวแทนของบุคคลนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จดหมาย หรือไปรษณียบัตรอันเกี่ยวข้อง กับของซึ่งรับขนนั้น (2) เจ้าของ นาย ผู้บังคับการ หรือกะลาสีเรือ หรืออากาศยาน ที่ผ่านหรือแล่นไปตามแม่น้ำลำคลอง หรือในอากาศภายในราชอาณาจักร หรือ แล่นผ่านไปตามฝั่งทะเล หรือระหว่างท่าเรือ หรือที่ใด ๆ ภายในราชอาณาจักร หรือระหว่างที่ใด ๆ ภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือลูกจ้าง หรือตัวแทน ของบุคคลนั้น ๆ เว้นแต่จดหมายหรือไปรษณียบัตรนั้น เกี่ยวกับของที่รับขนนั้น หรือเป็นจดหมาย หรือไปรษณียบัตรที่ได้รับไว้เพื่อนำส่งไปโดยได้รับอำนาจจาก กรม มาตรา 8 กรมไม่จำต้องรับผิดในการที่ไปรษณียภัณฑ์ซึ่งอยู่ในระหว่าง ส่งทางไปรษณีย์สูญหาย ส่งผิด เนิ่นช้า แตกหัก หรือบุบสลาย เว้นไว้แต่ในกรณี พิเศษที่มีกฎหมายหรือกฎข้อบังคับระบุไว้แจ้งชัดว่าต้องเสียค่าทำขวัญ มาตรา 9 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจอนุญาตโดยออกเป็น ข้อบังคับข้อสัญญา และเงื่อนไขทั่วไป หรือให้แต่เฉพาะบุคคลในกรณีพิเศษ (1) ให้ตั้งที่ทำการไปรษณีย์ประเภทรับอนุญาตขึ้นภายในราชอาณาจักร (2) ให้ส่ง นำส่ง หรือส่งมอบไปรษณียภัณฑ์โดยทางอื่นนอกจากทาง ไปรษณีย์
(3) ให้ผู้อื่นรวบรวมไปรษณียภัณฑ์ เพื่อส่งโดยทางไปรษณีย์ หรือ โดยทางที่ได้อนุญาตเป็นพิเศษตามมาตรานี้ (4) ให้ทำกิจการอย่างอื่นทั่วไปตามที่เห็นสมควร เพื่อปฏิบัติการให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 3
ไปรษณียากร
_____

มาตรา 10 รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตรา ไปรษณียากร และค่าธรรมเนียมอื่นในการส่งไปรษณียภัณฑ์ทางไปรษณีย์ภายใน ราชอาณาจักรตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือเกี่ยวแก่ไปรษณียภัณฑ์ต่างประเทศ ซึ่งมีบทกำหนดไว้ตามสัญญาสากลไปรษณีย์และวางข้อบังคับกำหนดข้อสัญญาและ เงื่อนไขในการเรียกเก็บไปรษณียากรตามที่กำหนดไว้นั้น มาตรา 11 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจออกข้อบังคับ (1) ให้เสียไปรษณียากรล่วงหน้าสำหรับไปรษณียภัณฑ์ที่ส่งภายใน ราชอาณาจักรทุกประเภท หรือแต่บางประเภท และกำหนดวิธีที่จะต้องเสีย ไปรษณียากรล่วงหน้า (2) กำหนดอัตราไปรษณียากรที่จะต้องเสียสำหรับไปรษณียภัณฑ์ภายใน ราชอาณาจักร เมื่อมิได้เสียไปรษณียากรหรือได้เสียล่วงหน้าไว้ไม่พอ (3) กำหนดวิธีที่จะสั่งให้ส่งไปรษณียภัณฑ์ต่อไปยังที่อื่นโดยไม่ต้อง เสียค่าธรรมเนียมหรือต้องเสียเพิ่มขึ้นอีก ตามแต่จะระบุไว้ในข้อบังคับ (4) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม การส่งด่วน คือ นำส่งนอกเวลา ส่งธรรมดา สำหรับไปรษณียภัณฑ์เพิ่มขึ้น หรือใช้แทนอัตราไปรษณียากรที่ต้อง เสียตามพระราชบัญญัตินี้
(5) ว่าด้วยกิจการอย่างอื่นทั่วไปที่เกี่ยวแก่ไปรษณียากร ข้อบังคับนี้ เมื่อได้โฆษณาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา 12 ผู้รับไปรษณียภัณฑ์ ซึ่งยังมีไปรษณียากรหรือค่าธรรมเนียม อื่นที่ต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้ค้างอยู่จำต้องชำระค่าไปรษณียากร หรือ ค่าธรรมเนียมอื่นนั้นในขณะที่รับไปรษณียภัณฑ์ เว้นแต่จะต้องส่งคืนเสียทันที โดย มิได้เปิดผนึกหรืออ่านข้อความ ถ้าอธิบดีเห็นว่าไปรษณียภัณฑ์นั้นได้มีผู้แกล้งส่งมาเพื่อเป็นเครื่อง รบกวนผู้รับ จะงดไม่เรียกเก็บไปรษณียากรนั้นก็ได้ ถ้าผู้รับไม่ยอมรับ หรือส่งคืนไปรษณียภัณฑ์ซึ่งยังมีไปรษณียากร หรือ ค่าธรรมเนียมอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ค้างอยู่ดังกล่าวแล้ว หรือถ้าผู้รับตาย หรือหาตัวไม่พบ ผู้ฝากจำต้องชำระค่าไปรษณียากร หรือค่าธรรมเนียมอื่นที่ ค้างอยู่นั้นจนครบตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 13 เมื่อได้รับไปรษณียภัณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีจากที่แห่งใด แห่งหนึ่งภายนอกราชอาณาจักร และเจ้าพนักงานได้เสียค่าภาษีนั้นให้แก่ ด่านภาษีใดหรือ ณ ที่ใดแล้ว เงินค่าภาษีนั้นให้เรียกคืนได้เหมือนหนึ่งว่า เป็นไปรษณียากรที่ค้างอยู่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 14 ในการเรียกร้องให้ใช้ไปรษณียากร หรือค่าธรรมเนียมอื่น สำหรับไปรษณียภัณฑ์ที่ค้างอยู่ตามพระราชบัญญัตินี้ (1) เมื่อได้ยื่นไปรษณียภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานแสดงว่า ผู้รับไม่ยอมรับ หรือผู้รับตาย หรือหาตัวไม่พบ ให้ถือเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่า การได้เป็นจริงตามข้อความที่ได้แสดงนั้น (2) ถ้าได้ความว่า ไปรษณียภัณฑ์มาจากผู้ใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ฝาก เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น

มาตรา 15 เครื่องหมายของเจ้าพนักงานกรมไปรษณีย์โทรเลขแห่ง กรุงสยามหรือต่างประเทศบนไปรษณียภัณฑ์ใด แสดงว่าไปรษณียากร หรือ ค่าธรรมเนียมอื่นสำหรับไปรษณียภัณฑ์นั้นยังค้างอยู่ ให้ถือเป็นหลักฐาน เบื้องต้นว่า จำนวนเงินที่ปรากฏนั้นได้ค้างอยู่จริง

หมวด 4
ตราไปรษณียากร
______

มาตรา 16 ให้รัฐมนตรีจัดให้มีตราไปรษณียากรชนิดต่าง ๆ และ บอกมูลค่าตามที่เห็นว่าจำเป็น และให้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขราคา ตรา ไปรษณียากรนั้น เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ตราไปรษณียากรที่จัดให้มีขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขราคานั้น ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 17 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจออกข้อบังคับ (1) ว่าด้วยการจ่าย ขาย เก็บรักษา และใช้ตราไปรษณียากร (2) กำหนดราคาตราไปรษณียากรที่จะขาย (3) ระบุบุคคลที่จะขายตราไปรษณียากร กับวางอัตราและเงื่อนไข ในการขาย (4) กำหนดหน้าที่และสินจ้าง ที่จะให้แก่ผู้ขายตราไปรษณียากร (5) วางเงื่อนไขในการปรุตราไปรษณียากร การลบเลือน ทำให้ เสียสภาพและว่าด้วยตราไปรษณียากรอย่างใดควรรับหรือไม่ควรรับไว้ใช้เป็น ค่าไปรษณียากร หรือค่าธรรมเนียมอื่น
(6) แสดงประเภทไปรษณียภัณฑ์ที่อาจเสียไปรษณียากรเป็นเงิน และ ใช้เครื่องหมายอย่างอื่นประทับแทนตราไปรษณียากรเป็นค่าไปรษณียากร หรือ ค่าธรรมเนียมอื่นที่จะต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้ (7) ว่าด้วยกิจการอย่างอื่นทั่วไปที่เกี่ยวแก่ตราไปรษณียากร

หมวด 5
การรับและส่งไปรษณียภัณฑ์
________

มาตรา 18 ไปรษณียภัณฑ์อันจะส่งทางไปรษณีย์นั้น จะต้องให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น และกฎข้อบังคับที่ได้ตั้งขึ้น มาตรา 19 ไปรษณียภัณฑ์นั้น ให้ถือว่าอยู่ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ ตั้งแต่เวลาที่ได้สอดลงในตู้ไปรษณีย์ หรือได้มอบให้แก่เจ้าพนักงานประจำ ที่ทำการไปรษณีย์ จนถึงเวลาที่ได้ส่งถึงผู้รับ หรือส่งกลับคืนมายังผู้ฝาก หรือ ได้จัดการเป็นอย่างอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 20 ผู้ฝากมีสิทธิที่จะถอนไปรษณียภัณฑ์นั้นคืนจากที่ทำการ ไปรษณีย์ หรือเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ หรือให้จัดการแก่ไปรษณียภัณฑ์นั้นเป็นอย่างอื่น ได้ตลอดเวลาที่ไปรษณียภัณฑ์นั้นยังอยู่ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ มาตรา 21 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจออกข้อบังคับว่าด้วย การรับและส่งไปรษณียภัณฑ์ทางไปรษณีย์ทั่วไป แต่โดยเฉพาะไม่ลบล้างอำนาจ ทั่วไป คือ (1) ระบุชนิดวัตถุที่ไม่อนุญาตให้ส่งทางไปรษณีย์ (2) วางเงื่อนไขในการส่งวัตถุทางไปรษณีย์
(3) วางระเบียบการกัก และจำหน่ายวัตถุ ที่ส่งทางไปรษณีย์อันเป็น ของต้องห้าม หรือต้องพิกัดภาษี หรือฝ่าฝืนต่อกฎข้อบังคับที่ได้ตั้งขึ้น (4) จำแนกประเภท และวางระเบียบว่าด้วยสันฐาน ขนาดน้ำหนัก เครื่องหุ้มห่อ และการผูกมัด กับการใช้ไปรษณียภัณฑ์ (5) วางระเบียบการออกใบรับ การออกและรับใบสำคัญในการรับ และส่งไปรษณียภัณฑ์ และกำหนดจำนวนเงินที่จะต้องเสียนอกจากไปรษณียากร สำหรับใบรับและใบสำคัญนั้น (6) กำหนดประเภทไปรษณียภัณฑ์อันควรอยู่ในลำดับจ่าย หรือส่งก่อน และหลังตามที่จำเป็น (7) กำหนดเวลาและวิธีให้รับและส่งไปรษณียภัณฑ์ ข้อบังคับนี้เมื่อได้โฆษณาแล้วให้ใช้บังคับได้ มาตรา 22 ให้อธิบดีจัดทำไปรษณียนิทเทสขึ้น เพื่อใช้ประกอบกับ พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัดทอนเพิ่มเติมหรือยกเลิก เพิกถอนเสียได้เป็นคราว ๆ ไปรษณีย์นิทเทสนั้น เมื่อได้รับอนุมัติของรัฐมนตรีและได้โฆษณาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ มาตรา 23 ห้ามมิให้บุคคลใดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งวัตถุมีคมที่ไม่มี เครื่องหุ้มห่อป้องกันพอ หรือวัตถุระเบิด หรือสิ่งโสโครก หรือสิ่งมีพิษ หรือ สัตว์มีชีวิต หรือสิ่งของที่มีสภาพอันน่าจะก่อให้เกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ ไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ หรือแก่เจ้าพนักงาน เว้นไว้แต่ จะมีข้อบังคับหรือเงื่อนไขกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 24 ห้ามมิให้บุคคลใดส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณียภัณฑ์อันเห็น ได้ประจักษ์ว่ามีถ้อยคำ เครื่องหมาย หรือลวดลายเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน หรือ หยาบช้าลามก หรือเป็นที่ยุยงส่งเสริมให้มีการกำเริบหรือหยาบคาย หรือขู่เข็ญ หรือกรรโชก หรือผรุสวาทอย่างร้ายแรง หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย มาตรา 25 ไปรษณียภัณฑ์ใดที่ส่งทางไปรษณีย์เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีอาจมีคำสั่งตามควรแก่กรณีกล่าวคือ (1) ให้กักไว้หรือส่งต่อไป หรือส่งกลับคืนไปยังผู้ฝาก หรือให้จำหน่าย เป็นอย่างอื่น (2) ให้เปิดตรวจ หรือทำลายเสียได้ ถ้าจำเป็นและเมื่อทำลายแล้ว ให้แจ้งไปให้ผู้ฝากทราบ (3) ให้ส่งตรงไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อมีเหตุสงสัยว่าเป็น ความผิดอาญา เพื่อจัดการฟ้องร้อง มาตรา 26 ในเวลาที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในเวลา สงครามรัฐมนตรี หรือเจ้าพนักงานคนใดที่ได้รับอำนาจพิเศษจากรัฐมนตรี เพื่อการนี้อาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้งดการส่งหรือกักไปรษณียภัณฑ์ประเภทใด ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์นั้นไว้ได้ หรือให้จัดการจำหน่ายโดยวิธีใดแล้วแต่ เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งจะได้กำหนด มาตรา 27 ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นว่า ไปรษณียภัณฑ์ใดเป็นจดหมายหรือ ไปรษณียบัตรหรือเป็นไปรษณียภัณฑ์ประเภทอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตาม กฎข้อบังคับและคำสั่งที่ได้ตั้งขึ้น ให้ถือเอาคำวินิจฉัยของอธิบดี แต่รัฐมนตรี อาจแก้ไขคำวินิจฉัยนั้นได้เมื่อเห็นสมควร

หมวด 6
การลงทะเบียนและการประกัน
________

มาตรา 28 ผู้ฝากอาจขอให้ลงทะเบียนหรือประกันไปรษณียภัณฑ์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ตามกฎข้อบังคับที่ได้ตั้งขึ้น มาตรา 29 กรมจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการที่ ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนสูญหายไป หรือไปรษณียภัณฑ์รับประกันแตกหัก หรือ สูญหายไปในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ตามข้อบังคับที่ใช้อยู่เวลานั้น เว้นไว้ แต่การแตกหักหรือสูญหายนั้น เกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดแต่สภาพแห่ง ไปรษณียภัณฑ์นั้นเอง หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ฝาก หรือผู้รับ มาตรา 30 เมื่อกรมจะต้องใช้ราคาไปรษณียภัณฑ์ที่แตกหักหรือสูญหาย ไปนั้น โดยที่ผู้ฝากได้ระบุแจ้งราคาไว้แล้วให้ถือว่าการระบุแจ้งราคาไว้นั้น เป็นข้อสันนิษฐานว่า ไปรษณียภัณฑ์นั้นมีราคาตามที่ได้ระบุแจ้งไว้ แต่ทั้งนี้ ผู้ฝากจะเรียกค่าสินไหมทดแทนเกินกว่ากำหนดราคาที่ได้ระบุแจ้งไว้นั้นหาได้ไม่ มาตรา 31 ผู้รับหรือผู้ฝากมีสิทธิที่จะขอให้เปิดไปรษณียภัณฑ์ที่จะ ส่งมอบแก่ตนก่อนรับต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นั้นทำบันทึกแสดงพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏ แก่ตนไว้ แล้วลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายไว้เป็นสำคัญ มาตรา 32 ในเรื่องความรับผิดของกรมในการที่ไปรษณียภัณฑ์ แตกหัก หรือสูญหายนั้น ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือ วันที่ควรจะได้ส่งมอบ

มาตรา 33 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจออกข้อบังคับว่าด้วย การลงทะเบียน และการประกันไปรษณียภัณฑ์ทั่วไป แต่โดยเฉพาะไม่ลบล้าง อำนาจทั่วไป คือ (1) กำหนดว่าไปรษณียภัณฑ์ประเภทใด ที่อาจให้ลงทะเบียน หรือ เอาประกันได้ หรือต้องบังคับให้ลงทะเบียนหรือให้เอาประกัน (2) กำหนดว่าไปรษณียภัณฑ์ที่ต้องบังคับให้ลงทะเบียนหรือเอาประกัน ซึ่งได้ส่งไปโดยมิได้ลงทะเบียนหรือเอาประกันนั้นให้ส่งกลับคืนแก่ผู้ฝาก หรือ ให้ส่งต่อไปยังผู้รับ หรือให้จัดการเป็นอย่างอื่น (3) จำกัดจำนวนเงิน สำหรับรับลงทะเบียน หรือรับประกัน ไปรษณียภัณฑ์ และจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน (4) วางระเบียบที่ต้องเสียไปรษณียากร หรือค่าธรรมเนียมอื่นสำหรับ ลงทะเบียน หรือรับประกัน และการออกใบรับใบสำคัญสำหรับการลงทะเบียน หรือรับประกันนั้น (5) กำหนดเวลาและระเบียบว่าด้วยการจัดส่งไปรษณียภัณฑ์ ลงทะเบียน หรือรับประกันที่ส่งมอบแก่ที่ทำการไปรษณีย์ ข้อบังคับนี้เมื่อได้โฆษณาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

มาตรา 34 ถ้ากรมได้ทำความตกลงไว้กับต่างประเทศเป็นพิเศษ ว่าด้วยการรับและส่งไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนหรือรับประกันทางไปรษณีย์ไว้ อย่างใด ให้ใช้ความตกลงนั้นเป็นข้อบังคับ

หมวด 7
ไปรษณียภัณฑ์ส่งไม่ได้
_______

มาตรา 35 อธิบดีอาจออกข้อบังคับว่าด้วยวิธีจำหน่ายไปรษณียภัณฑ์ ที่ไม่สามารถส่งได้เพราะเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งต่อไปนี้เรียกว่าไปรษณียภัณฑ์ส่ง ไม่ได้ แต่โดยเฉพาะไม่ลบล้างอำนาจทั่วไป คือ
(1) กำหนดเวลาให้ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางเก็บรักษาไปรษณียภัณฑ์ ส่งไม่ได้พักไว้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์นั้น (2) จัดให้มีการโฆษณาบัญชีไปรษณียภัณฑ์ส่งไม่ได้ทุกประเภทหรือแต่บาง ประเภท ไปรษณียภัณฑ์ส่งไม่ได้นั้น เมื่อได้พักไว้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง ครบกำหนดเวลาแล้ว ให้ส่งกลับไปยังที่ทำการไปรษณีย์ต้นทาง เพื่อคืนให้แก่ ผู้ฝาก หรือให้ส่งตรงไปยังกรม มาตรา 36 ไปรษณียภัณฑ์ส่งไม่ได้ที่กรมได้รับไว้ตามมาตรา 35 ให้จัดการดังต่อไปนี้ (1) ถ้าสามารถจะส่งได้ ให้สลักหลังเสียใหม่แล้วส่งไปยังผู้รับโดย ทางไปรษณีย์ (2) ถ้าจะทำดังกล่าวมาแล้วไม่ได้ ให้เจ้าพนักงานผู้ที่อธิบดีได้ แต่งตั้งขึ้นเพื่อการนี้เปิดไปรษณียภัณฑ์นั้นออก เพื่อให้ทราบชื่อและที่อยู่ ของผู้ฝาก แต่จำต้องสงวนข้อความที่ได้ทราบนั้นไว้เป็นความลับ แล้วให้ส่ง ไปรษณียภัณฑ์นั้นคืนไปยังผู้ฝากทางไปรษณีย์ โดยมิต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือจะต้องเสียอีกตามแต่จะกำหนดไว้ในข้อบังคับ มาตรา 37 ไปรษณียภัณฑ์ส่งไม่ได้ ที่ไม่สามารถจะจัดการให้เป็นไป ตามมาตรา 36 ให้กักไว้มีกำหนดเวลาต่อไปอีก หรือให้จัดการสถานใดแล้วแต่ จะได้วางไว้ในข้อบังคับ แต่ถ้า (1) เป็นจดหมายและไปรษณียบัตรให้ทำลายเสีย (2) เป็นทรัพย์สินซึ่งไม่อาจเสื่อมศูนย์โดยสภาพ ซึ่งพบในไปรษณียภัณฑ์ ส่งไม่ได้ ให้กักไว้มีกำหนดหนึ่งปี เมื่อพ้นกำหนดเวลานั้นแล้ว ไม่มีผู้ใดมา อ้างว่ามีสิทธิในทรัพย์สินนั้น ให้ตกเป็นสิทธิของรัฐบาล
มาตรา 42 (1) นายเรือที่มาถึงท่าใดในราชอาณาจักร ต้องรีบ จัดการนำส่งบรรดาไปรษณียภัณฑ์หรือถุงไปรษณีย์ซึ่งอยู่ในเรือที่สลักหลังส่งถึง ท่านั้น และส่งมอบต่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ท่านั้น หรือต่อเจ้าพนักงานซึ่งได้รับ อำนาจจากอธิบดีเพื่อการนี้ (2) ถ้านายเรือลำใดมีไปรษณียภัณฑ์หรือถุงไปรษณีย์ที่สลักหลังส่งยัง ที่แห่งอื่นภายในราชอาณาจักร เมื่อเรือนั้นมาถึงท่า ให้นายเรือรีบรายงานต่อ เจ้าพนักงานประจำที่ทำการไปรษณีย์แห่งท่านั้น และให้กระทำตามที่เจ้าพนักงาน ผู้นั้นจะสั่ง (3) ในท่าที่นายเรือจะต้องรายงานนั้น ให้นายเรือลงนามใน ใบปฏิญาณว่าได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคล อื่นที่ได้รับอำนาจจากอธิบดี ใบปฏิญาณนี้ให้ผู้ที่อยู่รู้เห็นในขณะนั้นลงนามเป็น พยานไว้ด้วย (4) ถ้าเรือลำใดจำต้องเข้าท่า หรือแวะที่แห่งใดนอกทางที่กำหนด ให้นายเรือลำนั้นแจ้งความต่อเจ้าพนักงานหรือต่อเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดว่า ในเรือนั้นมีไปรษณีย์มาด้วยและถ้าเจ้าพนักงานนั้นสั่ง ประการใดให้ปฏิบัติตาม

มาตรา 43 รัฐมนตรีอาจออกกฎกระทรวงกำหนดเงินบำเหน็จที่จะ ให้แก่นายเรือเพื่อทำการรับส่งไปรษณียภัณฑ์ในนามของกรม และนายเรือที่เรือ จะออกจากท่าใดในราชอาณาจักร เมื่อได้รับถุงไปรษณีย์ไว้เพื่อนำไปแล้ว มีสิทธิที่จะร้องขอและรับเงินบำเหน็จที่ควรได้ ในการนำส่งถุงไปรษณีย์และ ของในถุงนั้นตามความในมาตรานี้ มาตรา 44 ไปรษณียภัณฑ์ที่ได้เข้ามาถึงกรุงสยามจากประเทศใด ๆ ภายนอกราชอาณาจักร โดยยานพาหนะใด ๆ ต้องมอบให้แก่เจ้าพนักงานประจำ ที่ทำการไปรษณีย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

หมวด 8
ถุงไปรษณีย์ส่งทางเรือ
_______

มาตรา 38 นายเรือของเรือทุกลำที่จะออกจากท่าหรือที่แห่งหนึ่ง ภายในราชอาณาจักร ไปยังท่าหรือที่อีกแห่งหนึ่งภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร จำต้องรับถุงไปรษณีย์ที่เจ้าพนักงานคนใดคนหนึ่งนำมามอบให้เพื่อส่งไปกับเรือ นั้น และต้องออกใบรับให้ และเมื่อถึงท่าหรือที่ต้องส่งถุงไปรษณีย์นั้นแล้ว ให้นำส่งโดยมิชักช้า มาตรา 39 เจ้าของเรือทุกลำหรือตัวแทนที่กำหนดจะส่งเรือออก จากท่าใดในราชอาณาจักร ไปยังท่าอื่นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร จำต้องแจ้งความบอกวันและเวลาที่เรือจะออกเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานประจำ ที่ทำการไปรษณีย์ทราบในเวลาอันสมควร กับทั้งให้บอกชื่อท่าหรือที่ซึ่งเรือจะ แวะด้วย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงกำหนดวันและเวลาที่เรือจะออก ก็ให้แจ้งความ เป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานทราบทันที เพื่อเจ้าพนักงานนั้นจะได้แจ้งความ ให้ประชาชนทราบวันและเวลาปิดไปรษณีย์ ที่จะส่งไปกับเรือนั้น มาตรา 40 ภายหลังเวลาปิดไปรษณีย์ที่จะส่งไปกับเรือ เจ้าพนักงาน ซึ่งได้รับอำนาจจากอธิบดีหรือจากผู้แทนอธิบดีอาจลงไปอยู่ในเรือเพื่อรับ ไปรษณียภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งได้เสียไปรษณียากรล่วงหน้าครบถ้วนแล้วที่มีผู้นำมาฝาก ที่เรือ จนถึงเวลาเรือออกเพื่อให้ส่งไปกับเรือนั้น ให้นายเรือช่วยเหลือ เจ้าพนักงานเพื่อได้กระทำการตามหน้าที่โดยสะดวกทุกอย่าง มาตรา 41 ถ้าไม่มีเจ้าพนักงานอยู่ในเรือนั้น นายเรืออาจรับ ไปรษณียภัณฑ์ที่ได้เสียไปรษณียากรล่วงหน้าครบถ้วนแล้วไว้ได้และให้นำ ไปรษณียภัณฑ์นั้น ๆ ส่งต่อที่ทำการไปรษณีย์หรือที่ท่าหรือที่ใดที่จะต้องส่ง ไปรษณียภัณฑ์นั้น

หมวด 9
สิทธิพิเศษในการรับส่งไปรษณีย์
________

มาตรา 45 บรรดาบุคคล สัตว์ หรือยานพาหนะอย่างใด ๆ ที่รับส่ง แต่เฉพาะถุงไปรษณีย์นั้น ถ้ามีค่าผ่านทางที่จะต้องเสีย ให้ยกเว้นไม่ต้องเสีย มาตรา 46 ห้ามมิให้ผู้ใดขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว หรือกีดกั้นบุคคล สัตว์ หรือยานพาหนะอย่างใด ๆ ที่จะไปรับ หรือใช้ให้ไปรับถุงไปรษณีย์ หรือที่ กำลังรับส่งถุงไปรษณีย์ มาตรา 47 ถ้าถุงไปรษณีย์ที่ส่งไปทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศนั้น ไม่อาจส่งไปยังที่ซึ่งจะส่งถึงได้ เพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ให้เป็นหน้าที่ของ บุคคลทุกคนที่สามารถช่วยได้ช่วยเหลือจนเต็มกำลัง เพื่อให้ถุงไปรษณีย์นั้น ส่งไปถึงที่ได้โดยเร็วที่สุด มาตรา 48 บุคคลผู้รับขนส่งของ หรือคนโดยสาร เพื่อบำเหน็จเป็น ทางค้าปกติของตน จำต้องรับขนส่งไปรษณียภัณฑ์หรือถุงไปรษณีย์ ซึ่งอธิบดีจะ กำหนดให้ส่งและให้ได้รับค่าระวางพาหนะสำหรับการนี้ ตามแต่จะได้ตกลงกัน เป็นครั้งคราว มาตรา 49 ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นด้วยเรื่องสัญญาหรือเงื่อนไขก็ดี ค่าระวางพาหนะก็ดี ซึ่งไม่สามารถจะตกลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะตั้ง อนุญาโตตุลาการขึ้นฝ่ายละคน แต่ถ้าฝ่ายใดละเลยเสีย ไม่เลือกตั้งอนุญาโต ตุลาการอีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอต่อศาลให้เลือกตั้งอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายที่ ละเลยนั้นได้เพื่อวินิจฉัยข้อโต้เถียงนั้น

ถ้าความเห็นของอนุญาโตตุลาการก้ำกึ่งไม่ตกลงกัน อนุญาโตตุลาการ อาจเลือกตั้งผู้เป็นประธานขึ้นคนหนึ่ง เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่ตกลงกันในการเลือกตั้งผู้เป็นประธานก็ให้ร้องขอ ต่อศาลให้เลือกตั้งผู้เป็นประธานขึ้น

หมวด 10
ธนาณัติ
_____

มาตรา 50 กรมอาจจัดให้มีการรับส่งเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใดทาง ธนาณัติ และอาจเรียกรับเงินค่าส่วนลด หรือค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง มาตรา 51 โดยอนุมัติของรัฐมนตรี อธิบดีอาจวางระเบียบว่าด้วย ธนาณัติและจ่ายเงินตามธนาณัติ กับทั้งบุคคลที่จะจ่ายหรือรับเงินตลอดถึงเวลา และวิธีจ่าย มาตรา 52 เมื่อไม่สามารถจะจ่ายเงินตามธนาณัติให้แก่ผู้รับ เพราะ เหตุที่ผู้รับตาย หรือล้มละลาย กรมมีอำนาจที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นให้แก่ทายาท หรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้รับ หรือแก่เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ ฯลฯ แล้วแต่ กรณีเมื่อบุคคลนั้น ๆ แสดงหลักฐานแห่งฐานะของตนดังกล่าวข้างต้นได้จนเป็นที่ พอใจ มาตรา 53 บุคคลใดซึ่งฝากเงินไปโดยทางธนาณัติ และถ้าเงินนั้น ยังมิได้จ่ายให้แก่ผู้รับ อาจขอให้จ่ายเงินตามธนาณัตินั้นคืนแก่ตน หรือให้จ่ายแก่ บุคคลอื่นนอกจากผู้รับเดิมได้ แล้วแต่จะสั่ง
ถ้าหาตัวผู้รับและผู้ฝากธนาณัติไม่ได้ให้กรมโฆษณาหาตัวผู้รับและผู้ฝาก เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันโฆษณา ผู้รับหรือผู้ฝากจะเรียกเงินจำนวนนั้นคืน หาได้ไม่ มาตรา 54 เมื่อเจ้าพนักงานได้จ่ายเงินให้แก่บุคคลใดตามธนาณัติ เกินกว่าจำนวนที่ควรจ่ายให้แก่บุคคลนั้นก็ดี หรือได้จ่ายเงินให้แก่บุคคลใด ตามธนาณัติซึ่งควรจ่ายให้แก่บุคคลอื่นก็ดี ให้กรมแจ้งความเป็นหนังสือไปยัง บุคคลนั้นให้ใช้เงินที่จ่ายไปโดยมิชอบนั้นคืนภายในเวลาอันสมควร มาตรา 55 เมื่อเจ้าพนักงานได้จ่ายเงินตามธนาณัติให้แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใดที่นำธนาณัติ หรือใบเสร็จใบสำคัญ หรือใบแจ้งความสำหรับธนาณัติมา แสดงว่าเป็นผู้รับเงินหรือตัวแทนไปแล้ว กรมเป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิดใน เงินจำนวนนั้น ห้ามมิให้ผู้ใดฟ้องกรมในการจ่ายเงินตามธนาณัติเนิ่นช้า เพราะเหตุ สุดวิสัย หรือประมาทเลินเล่อ หรือละเว้น หรือผิดหลง หรือกลฉ้อฉล หรือ ยักยอก หรือด้วยความตั้งใจกระทำ หรือเป็นด้วยความละเลยของเจ้าพนักงาน แต่ในกรณีเช่นนี้ให้ส่งมอบเงินตามจำนวนในธนาณัตินั้นให้แก่ผู้รับ หรือผู้ฝาก ห้ามมิให้ผู้ใดฟ้องกรมเพราะเหตุที่จ่ายเงินผิด เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้ออกธนาณัติ กรมไม่ต้องรับผิดเกินกว่าจำนวนเงินในธนาณัติ และ ไม่ต้องรับผิด ถ้าการจ่ายเงินตามธนาณัตินั้นได้จ่ายผิดไป เพราะเหตุที่ผู้ฝาก บอกชื่อและที่อยู่ของผู้รับไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์

หมวด 11
การตรวจค้น จับกุม ฟ้องร้อง และบทลงโทษ
________

ส่วนที่ 1
ความผิดที่เจ้าพนักงานกรมกระทำขึ้น
________

มาตรา 56 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานไปรษณีย์ หรือเป็นผู้มีหน้าที่ราชการ ติดต่อกับที่ทำการไปรษณีย์ หรือตู้ไปรษณีย์ เชือนแชหรือทำให้เนิ่นช้าในการ นำส่ง หรือส่งมอบถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์หรือธนาณัติ หรือกระทำให้เกิด เสียหายแก่สิ่งเหล่านั้นโดยเจตนา ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สิบห้าวัน หรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 57 ผู้ใดซึ่งท่านใช้ให้นำส่งถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ ระหว่างส่งทางไปรษณีย์ และเวลาที่ใช้ให้ทำการนั้นได้มอบให้เป็นหน้าที่จดและ รักษาบัญชีใด จดหรือมอบให้ผู้อื่นจดข้อความเท็จลงในบัญชี โดยเจตนาจะทำให้ หลงเชื่อว่าตนได้ไปถึงที่ หรือได้นำส่งถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์นั้นแล้ว ซึ่งความจริงไม่ได้ไปถึงที่หรือไม่ได้นำส่ง ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 58 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานกระทำผิดหน้าที่ของตน เปิดหรือ ยอมให้ผู้อื่นเปิดถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ หรือ ตั้งใจกัก หรือหน่วงเหนี่ยว หรือยอมให้ผู้อื่นกักหรือหน่วงเหนี่ยวถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับ ไม่เกินพันบาท

แต่มาตรานี้ไม่กินความถึงการเปิด หรือกัก หรือหน่วงเหนี่ยวถุง ไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตาม คำสั่งของรัฐมนตรี หรือศาลที่มีอำนาจ มาตรา 59 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน (ก) ลงเครื่องหมายของราชการบนถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ ผิดโดยเจตนาทุจริต (ข) เปลี่ยนแปลง ขูดลบ หรือทำให้เครื่องหมายของราชการบน ถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์สูญหายโดยเจตนาทุจริต (ค) เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำการไปรษณีย์อย่างใด ๆ เรียกหรือ รับเงินเป็นค่าไปรษณียากร ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าเรียกไม่ได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกิน ห้าร้อยบาท

มาตรา 60 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน โดยเจตนาทุจริต ส่งทางไปรษณีย์ หรือบรรจุลงในถุงไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณียภัณฑ์ที่ยังมิได้เสียไปรษณียากรให้ ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎข้อบังคับและคำสั่งที่ได้ตั้งขึ้น ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองพันบาท

ส่วนที่ 2
ความผิดอย่างอื่น
______

มาตรา 61 ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนต่อมาตรา 6 คือ (ก) นำส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรโดยทางอื่นนอกจากทางไปรษณีย์ ภายในเขตซึ่งกรมมีสิทธิพิเศษที่จะทำการนี้ได้ฝ่ายเดียว
(ข) กระทำการอย่างใด ๆ ที่เกี่ยวแก่การนำส่งจดหมายหรือ ไปรษณียบัตรโดยทางอื่นนอกจากทางไปรษณีย์ ภายในเขตซึ่งกรมมีสิทธิพิเศษ ที่จะทำการนี้ได้ฝ่ายเดียว (ค) ส่งหรือขอให้รับ หรือส่งมอบจดหมาย หรือไปรษณียบัตรเพื่อให้ ส่งโดยทางอื่น นอกจากทางไปรษณีย์ ภายในเขตซึ่งกรมมีสิทธิพิเศษที่จะทำการนี้ ได้ฝ่ายเดียว (ง) รวบรวมจดหมาย หรือไปรษณียบัตร เพื่อส่งไปทางอื่นนอกจาก ทางไปรษณีย์ เว้นแต่ได้สิทธิพิเศษดังกล่าวข้างต้น ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับตามจำนวนจดหมาย หรือไปรษณียบัตร ไม่เกินฉบับละสิบบาท มาตรา 62 ผู้ใดรวบรวมจดหมาย หรือไปรษณียบัตรหลายฉบับ ถึงบุคคลหลายคนเข้าในห่อหรือซองเดียวกัน เพื่อส่งทางไปรษณีย์เป็นห่อจดหมาย หรือตนรู้อยู่แล้ว ขอให้รับหรือส่งมอบจดหมายหรือไปรษณียบัตรเพื่อให้ส่งเป็นห่อ จดหมาย เว้นแต่ได้สิทธิพิเศษดังกล่าวข้างต้น ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับตามจำนวนจดหมาย หรือไปรษณียบัตรไม่เกินฉบับละสิบบาท มาตรา 63 ผู้ใดนำส่ง รับ ขอให้รับ หรือส่งมอบจดหมายหรือ ไปรษณียบัตร หรือรวบรวมจดหมายหรือไปรษณียบัตรเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 7 ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับตามจำนวนจดหมายหรือไปรษณียบัตรไม่เกิน ฉบับละยี่สิบบาท มาตรา 64 ผู้ใดส่ง ขอให้รับ หรือจัดทำขึ้นแล้วส่งไปเพื่อให้ส่ง ไปรษณียภัณฑ์หรือสิ่งใด ๆ ทางไปรษณีย์ เป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 23 หรือ 24 ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 65 ผู้ใดเอาไฟเผา หรือเอาไม้ขีดไฟใส่ในตู้ไปรษณีย์ หรือ เอาวัตถุระเบิดใส่ในหรือที่ตู้ไปรษณีย์ หรือวัตถุที่น่าเป็นอันตรายสิ่งโสโครก สิ่งมีพิษหรือของน้ำอย่างใด ๆ เทหรือใส่ในหรือที่ตู้ไปรษณีย์ หรือทำให้ เสียหายแก่ตู้ไปรษณีย์ หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจเป็นการเสียหายแก่ตู้ไปรษณีย์ หรือเครื่องประกอบและอุปกรณ์หรือของในตู้ไปรษณีย์ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 66 ผู้ใดปิดกระดาษแจ้งความ ปิดประกาศหรือคำแจ้งความ หรือปิดบัญชี ป้าย หรือสิ่งใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ ให้เปื้อน หรือให้เสียหาย แก่ที่ทำการไปรษณีย์หรือตู้ไปรษณีย์ โดยไม่มีอำนาจที่จะทำได้ตามกฎหมาย ผู้นั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท มาตรา 67 ผู้ใดซึ่งบังคับไว้โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ทำการปฏิญาณ อันเกี่ยวแก่ไปรษณียภัณฑ์ หรือของในไปรษณียภัณฑ์ หรือราคาของนั้นที่ต้องส่งไป ทางไปรษณีย์ กล่าวข้อความใดในการปฏิญาณที่ตนรู้ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่า เป็นเท็จ หรือที่ตนไม่เชื่อว่าเป็นจริง ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองร้อยบาท ถ้าการปฏิญาณที่เป็นเท็จนั้น ได้กระทำขึ้นฉ้อโกงกรมให้ปรับไม่เกิน สี่ร้อยบาท มาตรา 68 ผู้ใดเป็นนายเรือ (ก) ละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 38 (ข) ละเลยไม่นำส่งถุงไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์ที่ตนต้องกระทำตาม มาตรา 42 โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควรซึ่งเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องนำสืบ (ค) ไม่ยอมหรือจงใจละเว้นไม่ส่งมอบถุงไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์ที่อยู่ ในความปกครองของตนให้แก่บุคคลที่ได้แต่งตั้งไว้ให้เป็นผู้รับ ในเมื่อเรือจอด อยู่ที่ด่านตรวจป้องกันโรค
(ง) ไม่ยอมหรือจงใจละเว้นไม่กระทำการตามหน้าที่ซึ่งจำต้องกระทำ ตามมาตรา 39 หรือมาตรา 40 ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินพันบาท มาตรา 69 ผู้ใดเป็นนายเรือที่มาถึงท่าหรือที่แห่งใดในราชอาณาจักร หรือเป็นคนประจำเรือนั้น ภายหลังที่ได้ส่งไปรษณียภัณฑ์ที่อยู่บนเรือทั้งหมด หรือแต่ส่วนใดไปยังที่ทำการไปรษณีย์ประจำท่าที่เรือมาถึงนั้นแล้ว ยังมี ไปรษณียภัณฑ์ซึ่งกรมมีสิทธิพิเศษแต่ฝ่ายเดียวที่จะต้องส่งไปยังที่ทำการไปรษณีย์ นั้นเหลืออยู่ในหีบหรือในความปกครอง หรือในความยึดถือของตนโดยความรู้สึก ละเลยไม่นำส่ง ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับตามจำนวนไปรษณียภัณฑ์นั้น ไม่เกินสิ่งละร้อยบาท ผู้ใดเป็นนายเรือหรือบุคคลประจำเรือดังกล่าวในวรรคก่อน เมื่อ เจ้าพนักงานได้เรียกร้องให้ส่งไปรษณียภัณฑ์นั้นแล้วหน่วงเหนี่ยวหรือกัก ไปรษณียภัณฑ์นั้นไว้ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับตามจำนวนไปรษณียภัณฑ์ ไม่เกินสิ่งละสองร้อยบาท มาตรา 70 ผู้ใดขัดขวาง กีดกั้น หน่วงเหนี่ยว กัก หรือทำให้เนิ่นช้า ต่อการนำส่งถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ หรือด้วย อุบายอย่างใด ๆ เปิดถุงไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามคำสั่งของรัฐมนตรี หรือ ของศาลที่มีอำนาจ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือ ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรานี้ ไม่ตัดอำนาจที่จะกักเจ้าพนักงานหรือบุคคลใดที่กำลังนำส่งถุง ไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์ โดยมีข้อหาว่ากระทำ ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาชญาหรือกฎหมายอื่นที่ใช้อยู่ในเวลานั้น
มาตรา 71 ผู้ใดยึด หรือจงใจซ่อนเร้น เก็บ หรือกักถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ในระหว่างส่งทางไปรษณีย์โดยเจตนาทุจริต หรือเมื่อ เจ้าพนักงานได้ร้องขอ ยังละเลยไม่ยอมมอบถุงไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์ อันควรมอบให้แก่ผู้อื่น ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และ ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา 72 ผู้ใดที่เจ้าพนักงานต้องการให้ช่วยเหลือในการส่งถุง ไปรษณีย์ในขณะที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ดังกล่าวไว้ในมาตรา 47 ไม่ยอมรับ หรือ ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอ โดยความจงใจ และไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร ผู้นั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท มาตรา 73 ผู้ใดเป็นผู้รับขน ละเลยหรือไม่ยอมรับขนส่งถุงไปรษณีย์ หรือไปรษณียภัณฑ์ ที่อธิบดีกำหนดให้ส่งดังกล่าวไว้ในมาตรา 48 โดยไม่มี ข้อแก้ตัวอันสมควร ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องนำสืบ ผู้นั้นมีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา 74 ผู้ใดซึ่งกรมได้อนุญาตให้ตั้งที่ทำการไปรษณีย์ ประเภทรับ อนุญาตหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้ขายตราไปรษณียากร (ก) เรียกเอาราคาตราไปรษณียากรจากผู้ซื้อสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคา ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ อันได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 17 (2) ผู้นั้นมีความผิดต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ข) กระทำความผิดต่อข้อบังคับอื่น ที่ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 17 ผู้นั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา 75 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งไม่ได้รับอำนาจจากกรมปิดถ้อยคำ ตัวอักษร หรือเครื่องหมายตามที่ระบุไว้ต่อไปนี้ หรือให้ถ้อยคำ ตัวอักษร หรือ เครื่องหมายนั้น ๆ ปรากฏอยู่ที่เรือน กำแพง ประตู หน้าต่าง หีบ เสา หรือ ที่อื่นอันเป็นของตน หรืออยู่ในความคุ้มครองของตน กล่าวคือ
(ก) คำว่า ที่ทำการไปรษณีย์ หรือ ตู้ไปรษณีย์ ประกอบด้วยถ้อยคำ ตัวอักษร หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่แสดงให้รู้หรือส่อให้เห็น หรืออาจชักนำให้ ประชาชนเชื่อว่าเป็นที่ทำการไปรษณีย์ หรือตู้ไปรษณีย์ (ข) ถ้อยคำ ตัวอักษร หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่แสดงให้รู้ หรือส่อ ให้เห็น หรืออาจชักนำให้ประชาชนเชื่อว่าเรือนหรือที่นั้น ๆ เป็นที่ทำการไปรษณีย์ หรือตู้ไปรษณีย์ ผู้ใดกระทำผิดต่อมาตรานี้ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าสิบบาท มาตรา 76 ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 75 กรมอาจ บังคับ ให้ถอน หรือลบถ้อยคำ ตัวอักษร หรือเครื่องหมายนั้นออกเสียภายในเวลา อันสมควร หรือให้ย้าย หรือถอน หรือปิดตู้จดหมายที่เป็นของผู้นั้น หรืออยู่ใน ความคุ้มครองของผู้นั้น ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าเป็นที่ทำการไปรษณีย์หรือตู้ไปรษณีย์ ถ้าผู้กระทำความผิดได้รับคำบังคับตามวรรคต้น ละเลยไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินวันละสิบบาททุกวันตลอดเวลาที่ความผิดนั้น ยังปรากฏอยู่ มาตรา 77 ผู้ใดใช้ตราไปรษณียากร ซึ่งมีเครื่องหมายแสดงว่าตรา ไปรษณียากรนั้นได้ใช้แล้ว ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนที่ 3
การตรวจค้นจับกุมและฟ้องร้อง
________

มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำผิดต่อบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ว่าด้วยอำนาจสิทธิขาดของรัฐบาล เจ้าพนักงานซึ่งได้รับ มอบอำนาจจากอธิบดีเป็นหนังสือโดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี อาจตรวจค้นจับกุม หรือหน่วงเหนี่ยวไว้ได้เป็นเวลาอันสมควรเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา 79 การฟ้องบุคคลผู้กระทำผิดอาญาเกี่ยวด้วยถุงไปรษณีย์หรือ ไปรษณียภัณฑ์ส่งทางไปรษณีย์นั้น ในฟ้องจะกล่าวแต่เพียงว่า ถุงไปรษณีย์หรือ ไปรษณียภัณฑ์นั้น เป็นทรัพย์สินของกรมก็พอ และไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่า ถุงไปรษณีย์หรือไปรษณียภัณฑ์นั้นมีค่ามากน้อยเท่าใด มาตรา 80 การฟ้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ฟ้องได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานไปรษณีย์ได้ร้องขอ ในเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา เจ้าพนักงานไปรษณีย์มีอำนาจ เปรียบเทียบเพื่อเรียกร้องเงินค่าปรับ หรือเพื่อริบทรัพย์อันผิดต่อพระราช บัญญัตินี้ โดยกระทำความตกลงและวางเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ สุดแล้วแต่จะ เห็นควร มาตรา 81 เมื่อผู้กระทำผิดจะต้องถูกปรับสำหรับความผิดอย่างใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้ากรมได้ทำคำร้องขอเป็นพิเศษแล้ว ศาลอาจสั่งใน คำพิพากษาให้แบ่งเงินพินัยไม่เกินกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้สืบการกระทำผิดนั้น

หมวด 12
การรักษาการตามพระราชบัญญัติ
_______

มาตรา 82 ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราช บัญญัตินี้ เพื่อการนี้ให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงตั้งเจ้าพนักงาน กำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมและกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้ บังคับได้ ประกาศมา ณ วันที่ 31 มกราคม พุทธศักราช 2477 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี

__________________________________
พระราชบัญญัติไปรษณีย์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483 หมายเหต:- พระราชบัญญัติไปรษณีย์ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483 นี้ มีหลักการให้มี เช็คไปรษณีย์ ขึ้น เพื่อให้ประชาชนส่งเงินทางเช็คไปรษณีย์ ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ผู้ประสงค์จะ ส่งเงินจำนวนเล็กน้อยให้แก่กันและกัน

[รก.2483/-/282/13 สิงหาคม 2483]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook