บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534
    


พระราชบัญญัติ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534
เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา เสพติด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติหมวด 3 จะให้ใช้บังคับเมื่อใด ในท้องที่ ใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

[รก.2534/205/1พ/25 พฤศจิกายน 2534] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ ยาเสพติด หมายความว่า ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ และยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ติดยาเสพติด หมายความว่า เสพยาเสพติดเป็นประจำติดต่อกัน และตกอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติดนั้น โดยสามารถตรวจพบสภาพ เช่นว่านั้นได้ตามหลักวิชาการ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หมายความว่า ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติดและตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพ หมายความว่า การกระทำใด ๆ เพื่อบำบัด การติดยาเสพติด และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืน สู่สภาพปกติ คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยแต่งตั้งจากข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมหรือ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐ มนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราช บัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงและ ประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
_______

มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ อธิบดี กรมราชทัณฑ์ อัยการสูงสุด อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ และเ ลขาธิการส่งเสริมงาน ตุลาการเป็นกรรมการ และเลขานุการ คณะกรรมการจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ หนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ มาตรา 6 ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) แต่งตั้งและถอดถอนคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามมาตรา 11 (2) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาวินิจฉัย ของคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 12 วรรคสอง (3) เสนอแนะรัฐมนตรีในการประกาศเกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามมาตรา 14 มาตรา 15 และมาตรา 16 (4) เสนอแนะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการบันทึกประวัติและการตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติดตามมาตรา 20 (5) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาส่งตัว ผู้ต้องหาเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 21 และการพิจารณาส่งตัวผู้ต้องหา ไปยังพนักงานสอบสวนตามมาตรา 21 และมาตรา 33 (6) วางระเบียบกำ หนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการฟื้นฟูสมรรถภาพ (7) วางระเบียบกำหนดประเภทของบุคคลที่จะอนุญาตให้ได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราว (8) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต ให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามมาตรา 23 (9) พิจารณาอนุญาตให้ย้ายตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพไปรับการ
ฟื้นฟูสมรรถภาพยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นตามมาตรา 24

(10) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบและ ติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (11) วางระเบียบเกี่ยวกับการเยี่ยมและการติดต่อผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพภายในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ (12) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ในการลดและการขยายระยะเวลา การฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 25 (13) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรายงานผลการฟื้นฟู สมรรถภาพต่อคณะกรรมการ และวิธีการรายงานผลการตรวจพิสูจน์ รวมทั้ง ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อพนักงานสอบสวน (14) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไข และข้อบังคับตามมาตรา 32 (15) วางระเบียบอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 7 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ สองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ มาตรา 8 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ

(1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีให้ออก (4) เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (5) เป็นบุคคลล้มละลาย (6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น ขึ้นเป็นกรรมการแทนได้ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้ แล้วนั้น มาตรา 9 การประชุมของคณะกรรมการต้องม ีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธาน กรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการ คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 10 คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ
อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้รับมอบหมายก็ได้ และให้นำความในมาตรา 8 และมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 11 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งละหนึ่งคณะ ประกอบด้วยผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเป็น ประธานอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ แพทย์หนึ่งคน นักจิตวิทยาหนึ่งคน นักสังคมสงเคราะห์หนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่ งตั้งไม่เกิน สองคนเป็นอนุกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ มาตรา 12 คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจและ หน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณาวินิจฉัยว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ (2) พิจารณาอนุญาตให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการปล่อยตัว ชั่วคราว (3)เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการในการย้ายตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพไปยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่น (4) ลดหรือขยายระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพ (5) พิจารณาวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพพ้นจากการเป็น

ผู้ติดยาเสพติดหรือไม่

(6) รายงานผลการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อคณะกรรมการตามที่ คณะกรรมการกำหนด และรายงานผลการตรวจพิสูจน์รวมทั้งผลการฟื้นฟูสมรรถภาพ ต่อพนักงานสอบสวน (7) เสนอแนะต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับวิธีการตรวจพิสูจน์ และ วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาวินิจฉัยตาม (1) และ (5) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 13 ให้นำความในมาตรา 8 และมาตรา 9 มาใช้บังคับ แก่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยอนุโลม

หมวด 2
ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ
________

มาตรา 14 เพื่อประโยชน์แก่การฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ จัดตั้งและยุบเลิกศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 15 ประกาศจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพให้มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (1) กำหนดเขตของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพให้ชัดเจน โดยมีแผนที่แสดง เขตดังกล่าวไว้ท้ายประกาศด้วย
(2) กำหนดท้องที่ที่อยู่ในเขตอำนาจของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตาม (1) มาตรา 16 ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรรัฐมนตรีอาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเปลี่ยนแปลงเขตของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 15 (1) หรือเปลี่ยน แปลงท้องที่ที่อยู่ในเขตอำนาจของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 15 (2) ก็ได้ การเปลี่ยนแปลงเขตของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามวรรคหนึ่ง ให้มี แผนที่แสดงเขตเดิมของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพและเขตที่เปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนไว้ท้าย ประกาศด้วย มาตรา 17 ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นสถานพยาบาลตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 18 ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแต่ละแห่งให้มีผู้อำนวยการศูนย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพหนึ่งคน เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ และมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติดของผู้ต้องหาที่ได้รับตัวมาตาม มาตรา 19 (2) ควบคุมผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพไว้ในระหว่างการฟื้นฟู สมรรถภาพ และดูแลให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไข และข้อบังคับต่าง ๆ (3) ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามระเบียบที่กำหนด
(4) ติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพขอ งผู้ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัว ชั่วคราว (5)จัดทำรายงานผลการตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติดรวมทั้งผลการ ฟื้นฟูสมรรถภาพเสนอต่อคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ (6) ออกข้อบังคับของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้ (7) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการประจำ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมอบหมาย

หมวด 3
การฟื้นฟูสมรรถภาพ
_______

มาตรา 19 ผู้ใดต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพหรือมีไว้ใน ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 ตาม ปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ปรากฏว่าต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูก ดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นด้วยซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษา ให้จำคุก ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้นั้นไปยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่อยู่ในเขตอำนาจ เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติดหรือไม่ และให้ถือว ่าผู้ต้องหายังอยู่ใน ความควบคุมของพนักงานสอบสวน ส่วนการสอบสวนก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ต่อไป
ในกรณีที่ผู้ต้องหาตามวรรคหนึ่งมีอายุยังไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ ให้นำ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัวมาใช้บังคับ

มาตรา 20 เมื่อได้มีการรับตัวผู้ต้องหาไว้ตามมาตรา 19 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประวัติของผู้ต้องหาและดำเนินการให้มีการตรวจ พิสูจน์โดยเร็วว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติดหรือไม่ เสร็จแล้วให้รายงานผลการตรวจ พิสูจน์ และบันทึกประวัติต่อคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกประวัติและการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 21 ในกรณีที่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ วินิจฉัยว่าผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าผู้ต้องหานั้นติดยาเสพติด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งตัวผู้นั้นเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้วรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้า ผลการตรวจพิสูจน์ไม่ปรากฏว่าผู้นั้นติดยาเสพติด ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้น คืนให้พนักงานสอบสวนพร้อมรายงานการตรวจพิสูจน์ มาตรา 22 ภายใต้บังคับมาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพต้องอยู่รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันถูกส่งตัว เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ

มาตรา 23 คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพอาจพิจารณา ปล่อยตัวไปชั่วคราวสำหรับผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เป็นบุคคลตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีเงื่อนไขให้ผู้นั้นปฏิบัติตามได้เมื่อปรากฏว่ามีกรณีที่ มีเหตุอันสมควรตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดปรากฏขึ้นแก่คณะอนุกรรมการ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ การปล่อยตัวชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง จะให้กระทำโดยไม่มีประกันหรือ มีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้ และเมื่อได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบทันที มาตรา 24 ในกรณีที่ปรากฏว่าภูมิลำเนาของผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพอยู่คนละท้องที่ที่อยู ่ในเขตอำนาจของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่ผู้นั้นเข้ารับ การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นอันเกี่ยวกับสภาพทางครอบครัวของ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพอาจร้องขอต่อคณะ อนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้พิจารณาอนุญาตให้ย้ายตนไปรับ การฟื้นฟูสมรรถภาพที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นก็ได้ และเมื่อคณะอนุกรรมการ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการร้องขอดังกล่าว ก็ให้เสนอเรื่องพร้อมทั้ง ความเห็นไปยังคณะกรรมการ ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่งปรากฏขึ้นแก่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะเสนอความเห็น ไปยังคณะกรรมการโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอก็ได้ คณะกรรมการจะพิจารณาอนุญาตให้ย้ายผู้นั้นไปรับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นได้ต่อเมื่อปรากฏว่าการย้ายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ แก่การฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้นั้น

มาตรา 25 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพอาจได้รับการพิจารณาขยาย หรือลด ระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 26 ในกรณีที่ปรากฏว่าผลการฟื้นฟูสมรรถภาพยังไม่เป็นที่ พอใจให้คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพพิจารณาขยายระยะเวลาการ ฟื้นฟูสมรรถภาพออกไปอีกได้ แต่ถ้าปรากฏว่าผลการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นที่พอใจ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะพิจารณาลดระยะเวลาการฟื้นฟู สมรรถภาพตามที่เห็นสมควร หรือส่งตัวผู้นั้นคืนให้พนักงานสอบสวนพร้อมรายงาน ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพก็ได้ มาตรา 27 การขยายและการลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพ จะกระทำกี่ครั้งก็ได้ แต่การขยายระยะเวลาฟื้นฟูสมรรถภาพครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน หกเดือน และรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันถูกส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพ มาตรา 28 ในระหว่างการตรวจพิสูจน์หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้ถือว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ แล้วแต่กรณี เป็นผู้ถูกคุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรร ถภาพต้องปฏิบัติตามระเบียบและ

เงื่อนไขต่าง ๆ ที่คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ กำหนด รวมทั้งข้อบังคับของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยเคร่งครัด

มาตรา 30 ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพ ถ้าผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ใดหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้ถือว่าผู้นั้นหลบหนีการ คุมขังตามมาตรา 190 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้ง ให้พนักงานสอบสวนทราบทันที ในกรณีนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกติดตาม จับกุมผู้นั้นได้ด้วย ในกรณีที่ได้มีการหลบหนีตามวรรคหนึ่ง มิให้นับระยะเวลาที่ผู้นั้นได้ เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพมาแล้วเข้าในกำหนดระยะเวลาการคุมขัง มาตรา 31 ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพซึ่งได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราวไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนระเบียบ เงื่อนไข หรือข้อบังคับที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับตัวผู้นั้นกลับเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ทันทีโดยมิต้องมีหมาย และในกรณีนี้ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจ ลงโทษตามมาตรา 32 ได้ด้วย มาตรา 32 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถ ภาพผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 29 ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจลงโทษสถานหนึ่งหรือหลายสถาน ดังต่อไปนี้ (1) ภาคทัณฑ์ (2) ตัดการอนุญาตให้รับการเยี่ยมหรือการติดต่อไม่เกินสามเดือน (3) จัดให้อยู่เดี่ยวครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

มาตรา 33 เมื่อคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ วินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใดได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพจนพ้นจาก การเป็นผู้ติดยาเสพติดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากความผิดที่ถูกกล่าวหา ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้นั้นไป แล้วส่งรายงานผลการฟื้นฟูสมรรถภาพและความเห็น ของคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพให้พนักงานสอบสวนทราบเพื่อ งดการดำเนินคดีผู้นั้น

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใด แม้จะได้รับการฟื้นฟู สมรรถภาพจนครบกำหนดเวลาตามมาตรา 22 และมาตรา 27 แล้ว แต่ผล การฟื้นฟูสมรรถภาพยังไม่เป็นที่พอใจ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้นั้นกลับไปยัง พนักงานสอบสวนพร้อมกับรายงานผลการฟื้นฟ ูสมรรถภาพ และความเห็นของ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อพิจารณาว่าสมควรดำเนินคดีผู้นั้น หรือไม่ มาตรา 34 ในการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้ต้องหาที่ได้รับการฟื้นฟู สมรรถภาพแล้วตามมาตรา 33 วรรคสอง ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมาย กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึง ถึงระยะเวลาที่ผู้นั้นได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว มาตรา 35 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ อนุกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเป็นเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา

หมวด 5
บทกำหนดโทษ
______

มาตรา 36 กรรมการ อนุกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใด นำข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานใดที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช บัญญัตินี้ไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น เว้ นแต่การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี

__________________________________
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏ ว่าในปัจจุบันมีผู้ติดยาเสพติดเป็นจำนวนมากอันเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระทบกระเทือนต่อ ความมั่นคงของประเทศตลอดมา ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการวางมาตรการ ให้ผู้ติดยาเสพติดที่ตกเป็นผู้ต้องหาพ้นจากการติดยาเสพติดด้วยวิธีการบังคับรักษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook