บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ โรงแรม พุทธศักราช 2478
    


พระราชบัญญัติ โรงแรม พุทธศักราช 2478

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2478)
อาทิตย์ทิพอาภา
เจ้าพระยายมราช
เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2478
เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรให้โรงแรมมีระเบียบอันดี จึงมีพระบรมราชโองการ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติโรงแรม พุทธศักราช 2478"

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นกำหนดสามเดือนนับตั้งแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2478/-/1368/13 ตุลาคม 2478] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราช บัญญัตินี้ "โรงแรม" หมายความว่า บรรดาสถานที่ทุกชนิดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับ สินจ้างสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลที่ประสงค์จะหาที่อยู่หรือที่พักชั่วคราว "นายทะเบียน" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้น ให้มีหน้าที่รับจดทะเบียนและควบคุมโรงแรม "ผู้พัก" หมายความว่า คนเดินทาง หรือบุคคลอื่นใดซึ่งเจ้าสำนัก จัดให้พักอาศัยในโรงแรมเพื่ออยู่ หรือพักชั่วคราว โดยจะเสียสินจ้างหรือไม่ ก็ตาม "เจ้าสำนัก" หมายความว่า บุคคลผู้ควบคุมและจัดการโรงแรม มาตรา 4 โรงแรมจะเปิดดำเนินกิจการได้ก็แต่เมื่อได้รับใบอนุญาต และจดทะเบียนโดยถูกต้อง โรงแรมที่เปิดดำเนินกิจการอยู่ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอ อนุญาตจดทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป มาตรา 5 คำขออนุญาตเปิดโรงแรมนั้น จะต้องระบุข้อความตามที่ กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และกรณีจะเป็นอย่างไรก็ตามจะต้องมี (1) ชื่อหรือยี่ห้อโรงแรม (2) ประเภทโรงแรม (3) ชื่อสำนักและอาชีพของเจ้าของและเจ้าสำนัก (4) จำนวนห้องให้พักอาศัย (5) ตำบลที่ตั้งโรงแรม
ใบอนุญาตจะต้องมีรายการดังกล่าวข้างบนนี้ด้วย ถ้าโรงแรมยังไม่ได้จัดสร้างให้ผู้ขออนุญาตยื่นแผนผังและรายการ ของโรงแรมที่ประสงค์จะสร้างต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนเห็นเป็น ที่พอใจว่าไม่มีสิ่งใดขัดต่อความประสงค์แห่งมาตรา 6 ก็ให้นายทะเบียน อนุมัติให้จัดสร้างขึ้นได้ มาตรา 6 ให้นายทะเบียนอนุญาตให้เปิดดำเนินกิจการโรงแรม ต่อเมื่อเป็นที่พอใจตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขว่าความมั่นคง ความสะอาด ช่องอากาศ และสถานที่ไม่ขัดกับอนามัย *ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้เฉพาะโรงแรมเดียวและสิ้นอายุใน วันที่ 31 ธันวาคมทุกปี *[ความในวรรคสองของมาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2484] มาตรา 7* ในการออกใบอนุญาตเปิดโรงแรม ให้เก็บค่าธรรมเนียม ตามประเภทของโรงแรมหรือตามลักษณะของห้องพัก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่เกินห้องละหนึ่งร้อยบาท *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503] มาตรา 8 การเปลี่ยนชื่อหรือยี่ห้อ การย้ายสถานที่ การเพิ่ม หรือลดจำนวนห้องสำหรับพักแห่งโรงแรม จะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากนายทะเบียน ซึ่งได้บันทึกการอนุญาตไว้โดยถูกต้องแล้ว การเปลี่ยนตัวเจ้าสำนักจะยกขึ้นมายืนยันแก่เจ้าพนักงานปกครอง ท้องที่หรือยกขึ้นแก้ตัวสำหรับความผิดของเจ้าสำนักในอันจะถูกลงโทษไม่ได้ เว้นแต่เจ้าสำนักทั้งคนเก่าและคนใหม่จะได้แจ้งการเปลี่ยนตัวเจ้าสำนัก เป็นหนังสือพร้อมด้วยชื่อสำนักและอาชีพของเจ้าสำนักคนใหม่ แม้จะเป็นการ เปลี่ยนแปลงชั่วคราวก็ตาม
มาตรา 9 การเปลี่ยนตัวเจ้าของทั้งเจ้าของคนเก่าและคนใหม่ จะต้องแจ้งเป็นหนังสือแก่นายทะเบียนภายในห้าวันนับแต่วันเปลี่ยน พร้อมด้วย ชื่อสำนักและอาชีพของเจ้าของคนใหม่ เมื่อเจ้าของต้องการจะเลิกดำเนินกิจการโรงแรม ให้แจ้งแก่ นายทะเบียนทราบล่วงหน้าก่อนห้าวัน เจ้าของคนใดไม่ปฏิบัติตามความในสองวรรคก่อน มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินยี่สิบบาท มาตรา 10 ในกรณีที่นายทะเบียนปฏิเสธไม่ยอมออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาตตามที่กำหนดไว้ในมาตราก่อน ๆ ให้อุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรี ภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรี เป็นที่สุด มาตรา 11 โรงแรมจะต้องมี (1) ป้ายบอกชื่อหรือยี่ห้อเป็นภาษาไทยให้เด่นชัดติดไว้หน้าโรงแรม (2) ใบอนุญาตติดไว้ ณ ที่เปิดเผยภายในโรงแรมและให้ใกล้ ทางเข้าออกข้างหน้าให้มากที่สุด (3) เลขที่ประจำห้องพักติดไว้ที่หน้าห้อง มาตรา 12 โรงแรมจะต้องมีสมุดซึ่งมีเลขเรียงหน้าติดต่อกัน ตามลำดับสำหรับจดนามผู้พัก สมุดจดนามผู้พักนี้ก่อนที่จะให้จดนามผู้พัก เป็นครั้งแรก เจ้าสำนักจะต้องยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อประทับตราและ ลงลายมือชื่อ และนายทะเบียนต้องเซ็นชื่อย่อกำกับไว้ทุก ๆ แผ่น ให้เรียกค่าธรรมเนียมสำหรับการนี้ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง แต่มิให้เกินสามบาท เจ้าสำนักคนใดไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามความในมาตรานี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา 13 การที่สมุดจดนามผู้พักสูญหาย หรือถูกลักนั้นมิให้ ถือเป็นข้อแก้ตัว เว้นแต่จะได้แจ้งแก่นายทะเบียนโดยไม่ชักช้า มาตรา 14* เจ้าสำนักมีหน้าที่ต้องจัดให้จดข้อความลงในสมุด จดนามผู้พักในโอกาสแรกที่จะทำได้ และให้ผู้พักซึ่งมีอายุเกินสิบแปดปี ลงลายมือชื่อไว้ในสมุดจดนามผู้พักหรือในบัตรจดนามผู้พักด้วย ถ้าผู้พักลง ลายมือชื่อไม่ได้ ก็ให้ลงลายพิมพ์นิ้วมือ หากผู้พักคนใดไม่ยอมลงลายมือชื่อ หรือลายพิมพ์นิ้วมือ ห้ามมิให้รับผู้นั้นพักในโรงแรม สมุดจดนามผู้พักและบัตรจดนามผู้พัก ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดใน กฎกระทรวง และให้ถือว่าบัตรจดนามผู้พักเป็นส่วนหนึ่งของสมุดจดนามผู้พัก การจดข้อความลงในสมุดจดนามผู้พักหรือในบัตรจดนามผู้พัก ต้องจด ทุกรายการ ห้ามมิให้ปล่อยช่องว่างไว้โดยไม่มีเหตุผลสมควร ถ้ารายการใด เขียนผิด ห้ามมิให้ลบ แต่ให้ขีดฆ่า แก้หรือตกเติม แล้วให้ผู้จดลงลายมือชื่อ กำกับไว้ *[มาตรา 14 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503] มาตรา 15* ผู้พักคนใดจดหรือแจ้งให้เจ้าสำนักจดลงในสมุด จดนามผู้พักซึ่งข้อความใด ๆ ที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จก็ดี หรือข้อความที่จด หรือแจ้งนั้นอาจจะทำให้ผู้อื่นหรือสาธารณชนเสียหายก็ดี มีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท *[มาตรา 15 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495] มาตรา 16* เจ้าสำนักคนใด โดยรู้อยู่แล้ว และในลักษณะอันจะก่อ ให้เกิดความเสียหายแก่สาธารณชน หรือผู้พัก จดลงในสมุดจดนามผู้พักซึ่ง รายการใด ๆ อันไม่ถูกต้องตรงกันกับข้อความซึ่งผู้พักได้ให้ถ้อยคำ หรือ แจ้งไว้จริง มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท *[มาตรา 16 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495]
มาตรา 17 ให้เจ้าสำนักจัดทำหนังสือแจ้งรายการประจำวันขึ้นไว้ โดยคัดสำเนารายการซึ่งลงไว้ในวันนั้นในสมุดจดนามผู้พักตามมาตรา 14 และ จัดส่งไปให้นายทะเบียนในวันรุ่งขึ้น แล้วให้นายทะเบียนทำใบรับมอบให้ ไว้เป็นสำคัญ แต่โรงแรมใดอยู่ห่างไกลที่ว่าการอำเภอซึ่งไม่สามารถ ส่งได้ตามกำหนดดังกล่าวแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจังหวัดจะ พิจารณากำหนดส่งรายการประจำวัน แล้วมีคำสั่งให้เจ้าสำนักทราบ ถ้ารายการซึ่งจะต้องคัดตามความในวรรคก่อนซ้ำกับรายการวันก่อน เจ้าสำนักต้องแจ้งรายการตามมาตรานี้เพียงแต่บอกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง หนังสือแจ้งรายการประจำวันซึ่งทำขึ้นตามมาตรานี้ เจ้าสำนัก หรือผู้แทนจะต้องลงนามและรับรอง มาตรา 18 นายทะเบียน เจ้าพนักงานตำรวจตั้งแต่ชั้นนายดาบ ตำรวจขึ้นไป หรือหัวหน้าสถานีตำรวจ หรือกรมการอำเภอ มีอำนาจ ตรวจดูสมุดจดนามผู้พักและตรวจค้นห้องพักที่ว่างหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของ โรงแรมที่เปิดไว้ให้ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องโถง เฉลียง ห้องรับประทาน อาหาร เป็นต้น ได้ทุกเมื่อ การตรวจค้นสถานที่อื่นใดนอกจากที่กล่าวแล้วให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19* ผู้ใดเปิดโรงแรมขึ้นโดยมิได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 4 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท ผู้ใดดำเนินกิจการในฐานะเป็นเจ้าสำนักแห่งโรงแรมที่กล่าวแล้ว หรือโรงแรมซึ่งถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
เจ้าสำนักคนใด ซึ่งเคยถูกปรับสำหรับความผิดตามที่กล่าวไว้ใน วรรคก่อนยังคงรับผู้พักคนใดไว้ในโรงแรมนั้นต่อไป หรือรับผู้พักใหม่อีก มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *[มาตรา 19 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495] มาตรา 20* เจ้าสำนักคนใดไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทบัญญัติ มาตรา 8 มาตรา 11 มาตรา 14 หรือมาตรา 17 ก็ดี หรือไม่ปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ก็ดี มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท และถ้าศาลเห็นสมควรอาจสั่งให้ยึด ใบอนุญาตได้ไม่เกินหนึ่งเดือน *[มาตรา 20 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495] มาตรา 21* เจ้าสำนักคนใดยอมรับผู้พักคนใดซึ่งเห็นชัดว่าป่วย เป็นโรคเรื้อน หรือโรคติดต่ออันตราย หรือโรคติดต่อตามความในกฎหมาย ว่าด้วยโรคติดต่อ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท *[มาตรา 21 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2495] มาตรา 22 ถ้าเจ้าสำนัก (1) ละเลยไม่รักษาความสะอาดหรือช่องอากาศของโรงแรมให้ เรียบร้อย แม้ได้รับคำตักเตือนเป็นหนังสือจากนายทะเบียนโดยมีความเห็น พ้องต้องกันกับเจ้าพนักงานสาธารณสุขแล้ว หรือ (2) โดยรู้อยู่แล้วยินยอมให้บุคคลใด ๆ หลบซ่อนหรือมั่วสุมในเขต โรงแรมกับบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคน ในลักษณะอันควรเชื่อได้ว่าจะก่อความ ไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง
เมื่อข้าหลวงประจำจังหวัดเห็นชอบด้วยแล้ว นายทะเบียนมีอำนาจ ยึดใบอนุญาตได้ไม่เกินสิบห้าวัน แต่ในจังหวัดพระนครและธนบุรีอำนาจเช่นว่านี้ ให้เป็นของอธิบดีกรมตำรวจ ในกรณีเช่นนี้ให้อุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรีได้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรี เป็นที่สุด มาตรา 23 นายทะเบียนอาจปฏิเสธใบอนุญาตได้ (1) ถ้าเจ้าสำนักหรือบุคคลใด ๆ ในสำนักโรงแรมป่วยเป็นโรค หรือเป็นพาหะของโรคใด ๆ ซึ่งอาจติดต่อยังผู้อื่นได้ตามความเห็นของ เจ้าพนักงานสาธารณสุข (2) ถ้าเจ้าสำนักถูกปรับสำหรับความผิดอันเดียวกันดังบัญญัติไว้ ในมาตรา 12 หรือ 19 ซ้ำเป็นสองครั้ง (3) ถ้าเจ้าสำนักถูกปรับสำหรับความผิดใด ๆ ดังบัญญัติไว้ใน มาตรา 12, 19 และ 21 เป็นสามครั้ง (4) ถ้าเจ้าสำนักได้ดำเนินกิจการโรงแรมในลักษณะที่ใบอนุญาต ถูกยึดสองครั้งแล้ว ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ (5) ถ้าเจ้าสำนักถูกพิพากษาลงโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปตามส่วนที่ 3,5 (หมวดที่ 2,3),6,7 (หมวดที่ 1) แห่ง กฎหมายลักษณะอาญา (6) ถ้าเจ้าสำนักถูกพิพากษาลงโทษ โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ จำคุกตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปตามส่วนที่ 9 (เว้นแต่หมวดที่ 7 และ 8) แห่งกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 24 ในกรณีที่นายทะเบียนมีอำนาจยึดใบอนุญาตตาม ความในมาตราก่อน ๆ ถ้าเห็นเป็นการสมควรที่จะตักเตือนเจ้าสำนัก นายทะเบียนอาจเรียกเจ้าสำนักมายังสำนักงานเพื่อรับคำตักเตือนโดย ไม่ยึดใบอนุญาตก็ได้
มาตรา 25 เคหะสถานใดใช้เป็นบ้านพัก กล่าวคือใช้เฉพาะ เป็นที่รับบุคคลที่ประสงค์จะไปพักอาศัยอยู่ชั่วระยะเวลานานอย่างน้อย หนึ่งเดือน โดยผู้มีสิทธิให้ใช้มิได้ขายอาหารหรือเครื่องดื่มใด ๆ แก่ ผู้พักเป็นปกติธุระหรือแก่ประชาชนไม่ถือว่าเป็นโรงแรมตามความหมาย แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 26 สถานที่ใดจัดตั้งขึ้นให้บุคคลพักอาศัยชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในราชการ การกุศล การศึกษา หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่น อันข้าหลวงประจำจังหวัดเห็นสมควร ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจให้ ความยกเว้นหรือผ่อนผันหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ตามควร แก่กรณี แต่ในจังหวัดพระนครและธนบุรี อำนาจเช่นว่านี้ให้เป็นของอธิบดี กรมตำรวจ มาตรา 27 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงวางระเบียบการ และกำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
(ตามมติคณะรัฐมนตรี)
นิติศาสตร์ไพศาลย์
รัฐมนตรี

พระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2484 [รก.2484/58/1495/4 พฤศจิกายน 2484]

________________
พระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2495 [รก.2495/69/117/19 กุมภาพันธ์ 2495]

________________
พระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตามกฎหมาย ฉบับปัจจุบันเจ้าสำนักโรงแรมมีหน้าที่จะต้องจดข้อความลงในสมุดจดนามผู้พัก ก็ต่อเมื่อการพักนั้นเป็นการพักเกินกว่า 1 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น การบัญญัติ ดังกล่าวทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีได้ จึงจำเป็นต้องแก้กฎหมายบังคับให้ เจ้าสำนักโรงแรมต้องจดนามผู้พักทุกครั้งที่เข้าพักไม่ว่าจะพักในเวลาใด และเนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตโรงแรมที่เรียกเก็บ อยู่ในขณะนี้ยังนับว่าอยู่ในอัตราต่ำ จึงควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียม ดังกล่าวให้เหมาะสม

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook