บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สภาการเหมืองแร่ พ.ศ. 2526
    


พระราชบัญญัติ สภาการเหมืองแร่ พ.ศ. 2526

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2526
เป็นปีที่ 38 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสภาการเหมืองแร่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสภาการ เหมืองแร่ พ.ศ. 2526"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2526/55/24/7 เมษายน 2526] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "อุตสาหกรรมเหมืองแร่" หมายความว่า การทำเหมืองตาม กฎหมายว่าด้วยแร่ "ธุรกิจเหมืองแร่" หมายความว่า การสำรวจแร่ การซื้อแร่ การขายแร่ การเก็บแร่ การแต่งแร่ การประกอบโลหกรรม การนำแร่เข้า หรือส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยแร่ "สมาชิก" หมายความว่า สมาชิกของสภาการเหมืองแร่ "กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสภาการเหมืองแร่ "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการสภาการเหมืองแร่ "พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของสภาการเหมืองแร่ และ ให้หมายความรวมถึงเลขาธิการด้วย "ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างของสภาการเหมืองแร่ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้งสภาการเหมืองแร่
_____

มาตรา 5 ให้จัดตั้งสภาการเหมืองแร่ขึ้น มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุ ประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ให้สภาการเหมืองแร่เป็นนิติบุคคล มาตรา 6 สภาการเหมืองแร่มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (1) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจ เหมืองแร่ภาคเอกชนในการประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่างเอกชน กับรัฐ (2) ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และ ธุรกิจเหมืองแร่ (3) ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ (4) คุ้มครองและรักษาประโยชน์ของสมาชิกในการประกอบ อุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่ (5) ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและทดลองเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ รวมทั้งเผยแพร่ผลงานดังกล่าว ให้สมาชิกทราบ มาตรา 7 ภายใต้บังคับมาตรา 6 ห้ามสภาการเหมืองแร่กระทำการ ใด ๆ ดังต่อไปนี้

(1) กระทำการอันเป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัย ของการประกอบธุรกิจ เว้นแต่จะเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล (2) กระทำการอันเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ประกอบอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย มาตรา 8 ให้สภาการเหมืองแร่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร และมีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็น การจัดตั้งสำนักงานสาขาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สภาการเหมืองแร่กำหนด มาตรา 9 สภาการเหมืองแร่อาจมีรายได้ดังต่อไปนี้ (1) ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงของสมาชิก (2) ค่าบำรุงพิเศษ (3) ทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้ (4) เงินรายได้อื่น ๆ มาตรา 10 ให้สภาการเหมืองแร่มีอำนาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษ ได้ ค่าบำรุงพิเศษจะเรียกเก็บจากสมาชิกประเภทใด โดยวิธีใด ในอัตราเท่าใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ในข้อบังคับของสภาการเหมืองแร่ อัตราค่าบำรุงพิเศษที่จะเรียกเก็บในปีหนึ่ง ๆ สำหรับสมาชิกที่ ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต้องไม่เกินร้อยละ 0.1 ของราคาแร่ที่
สมาชิกแต่ละรายจำหน่ายในปีนั้นจากแร่ที่ได้ในการทำเหมือง และสำหรับ สมาชิกที่มิได้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องไม่เกินปีละหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา 11 ห้ามบุคคลใดนอกจากสภาการเหมืองแร่ใช้ชื่อที่เป็น ภาษาไทยว่า สภาการเหมืองแร่ หรืออักษรต่างประเทศที่แปลหรือ อ่านว่า "สภาการเหมืองแร่"

หมวด 2
สมาชิก กรรมการ พนักงานและลูกจ้าง
______

มาตรา 12 สภาการเหมืองแร่มีสมาชิกสามประเภท คือ (1) สมาชิกสามัญ (2) สมาชิกสมทบ (3) สมาชิกชั่วคราว มาตรา 13 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีสิทธิสมัครเป็น สมาชิกสามัญ ผู้ประกอบธุรกิจเหมืองแร่มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกสมทบ ผู้ที่ประสงค์จะประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือธุรกิจเหมืองแร่ มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกชั่วคราว มาตรา 14 การรับเป็นสมาชิก สิทธิ หน้าที่ และการขาดจาก สมาชิกภาพของสมาชิกสภาการเหมืองแร่รวมทั้งการอุทธรณ์ในกรณีที่สภาการเหมืองแร่ ไม่รับผู้สมัครเป็นสมาชิก ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภาการเหมืองแร่
มาตรา 15 สมาชิกชั่วคราวซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ หรือธุรกิจเหมืองแร่แล้ว ให้เปลี่ยนฐานะเป็น สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบ แล้วแต่กรณี มาตรา 16 ให้มีคณะกรรมการสภาการเหมืองแร่คณะหนึ่งมีจำนวน ไม่เกินสิบแปดคน ประกอบด้วยกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญที่เลือกตั้ง โดยสมาชิกสามัญมีจำนวนเป็นสองเท่าของกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสมทบ ที่เลือกตั้งโดยสมาชิกสมทบ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็น ประธานกรรมการ และให้ประธานกรรมการเป็นประธานที่ประชุมสภา การเหมืองแร่ มาตรา 17 ห้ามผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็น กรรมการ (1) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสภาการเหมืองแร่ (2) เป็นบุคคลล้มละลาย (3) เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง (4) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (5) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำคุกเว้นแต่ในความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ มาตรา 18 กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง ให้ กรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบออกจากตำแหน่งจำนวน
ฝ่ายละกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการแต่ละฝ่ายโดยวิธีจับสลาก หากจำนวน ที่คำนวณได้มีเศษให้ปัดเศษทิ้ง การเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสอง ให้นำ มาตรา 16 มาใช้บังคับ ในกรณีที่มีการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ หรือพ้นจากตำแหน่งโดยวิธีจับสลาก ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งใหม่ อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือโดยวิธีจับสลากอาจ ได้รับเลือกตั้งอีกได้ มาตรา 19 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 18 กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญ และสองในสามของ จำนวนสมาชิกสมทบที่มาประชุม (4) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 17 (5) รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 40 เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการเรียก ประชุมสภาการเหมืองแร่เพื่อเลือกตั้งสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบ
แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการ ผู้นั้นจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่เลือกตั้งกรรมการแทนก็ได้ กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระ ของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา 20 ในระหว่างที่ยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตาม มาตรา 18 หรือในระหว่างที่ยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการแทน หรือ ในกรณีที่ไม่มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตามมาตรา 19 ให้กรรมการ ที่เหลืออยู่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการต่อไปได้ แต่ต้องมี กรรมการพอที่จะเป็นองค์ประชุมตามมาตรา 22 มาตรา 21 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและดำเนินงาน ของสภาการเหมืองแร่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการเหมืองแร่ รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการให้เป็นตามมาตรา 6 (2) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการ (3) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและดำเนินกิจการของ คณะกรรมการ และการประชุมสภาการเหมืองแร่ (4) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการรับสมัคร คุณสมบัติ สิทธิ หน้าที่ วินัย การลงโทษสมาชิก และการพ้นจากสมาชิกภาพรวมทั้งการอุทธรณ์ในกรณีที่ สภาการเหมืองแร่ไม่รับผู้สมัครเป็นสมาชิก (5) ออกข้อบังคับกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง ค่าบำรุงพิเศษ และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิก
(6) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบัญชีและการเงินของสภาการเหมืองแร่ (7) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินบำเหน็จรางวัล พนักงานและลูกจ้าง รวมทั้งระเบียบ วินัย การลงโทษ และการร้องทุกข์ ของพนักงานและลูกจ้าง (8) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนครอบครัวของบุคคลดังกล่าว หรือผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นพนักงาน และลูกจ้าง (9) ออกระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน ของสภาการเหมืองแร่ (10) ให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แจง และอำนวยความสะดวกแก่ สมาชิกในการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่ (11) เสนอแนะ ให้ความเห็น และให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่อง ที่เกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่ การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม (2) (3) (4) (5) (6) และ (9) ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ก่อน และการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตาม (2) (4) และ (5) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้วจึงให้ใช้บังคับได้ มาตรา 22 การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการ มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็น องค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็นประธาน ในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับ ตัวกรรมการผู้ใด กรรมการผู้นั้นมีสิทธิเข้าประชุมเพื่อชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง มาตรา 23 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งเลขาธิการการสภาการเหมืองแร่ ขึ้นหนึ่งคนมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 26 และให้เลขาธิการเป็น เลขานุการของคณะกรรมการและของที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ด้วย เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อดำรงตำแหน่ง ครบวาระแล้วอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ ให้เลขาธิการได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่ คณะกรรมการกำหนด มาตรา 24 เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติตาม (1) (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) และ (7) ดังต่อไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย
(2) มีความรู้เกี่ยวกับการอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือธุรกิจเหมืองแร่ (3) สามารถทำงานให้แก่สภาการเหมืองแร่ได้เต็มเวลา (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (6) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำคุกเว้นแต่ในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ (7) เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการการเมือง มาตรา 25 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 23 เลขาธิการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนกรรมการทั้งหมด (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 มาตรา 26 เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) บริหารกิจการของสภาการเหมืองแร่ และมีอำนาจบังคับบัญชา พนักงานและลูกจ้าง (2) รวบรวม ศึกษา และวิจัยข้อมูล สถิติ และกิจการอันเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่
(3) เสนอแนะและปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการ ตามมาตรา 21 ในการบริหารกิจการเลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ <,p> มาตรา 27 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็น ผู้แทนของสภาการเหมืองแร่ และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบหมายเป็น หนังสือให้บุคคลใดปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนก็ได้ ในเมื่อกิจการนั้นไม่ขัด ต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดไว้ มาตรา 28 เมื่อตำแหน่งเลขาธิการว่างลงหรือเลขาธิการไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือพนักงานคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้ทำการแทนชั่วคราวได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับเลขาธิการ มาตรา 29 ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ ดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของสภาการเหมืองแร่ตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำมาตรา 22 มาใช้บังคับโดย อนุโลม ให้อนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 30 ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับประโยชน์ ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่กำหนด

หมวด 3
การดำเนินกิจการของสภาการเหมืองแร่
______

มาตรา 31 ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมสภาการเหมืองแร่ ปีละหนึ่งครั้ง การประชุมเช่นนี้เรียกว่า "ประชุมสามัญ" การประชุมคราวอื่นนอกจากการประชุมตามวรรคหนึ่งเรียกว่า "ประชุมวิสามัญ" มาตรา 32 เมื่อมีเหตุจำเป็นคณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญ เมื่อใดก็ได้ สมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบ หรือสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในแปดของจำนวนสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบรวมกัน จะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญก็ได้ ในหนังสือ ร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับหนังสือ ร้องขอ มาตรา 33 ในการประชุมสภาการเหมืองแร่ ต้องมีสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบรวมกัน จึงจะเป็นองค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือตามเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบรวมกันซึ่งมาประชุม สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 34 สมาชิกชั่วคราวมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมสภาการเหมืองแร่ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน มาตรา 35 ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงาน ของคณะกรรมการในปีที่ลวงมา และคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายเสนอต่อที่ประชุมสามัญ พร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจำปี ซึ่งมีผู้สอบบัญชี รับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินและให้ส่งสำเนาเอกสาร ดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมสามัญรับรองแล้ว มาตรา 36 ผู้สอบบัญชีตามมาตรา 35 นั้น ให้ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ แต่งตั้งจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และต้องไม่เป็นกรรมการ เลขาธิการ พนักงานหรือลูกจ้าง ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และเอกสารหลักฐาน ของสภาการเหมืองแร่ และขอคำชี้แจงจากกรรมการ เลขาธิการ พนักงาน และลูกจ้างได้ ให้ผู้สอบบัญชีได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสภาการเหมืองแร่ กำหนด

หมวด 4
การควบคุมของรัฐ
______

มาตรา 37 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจดังต่อไปนี้ (1) ควบคุมดูแลให้คณะกรรมการดำเนินการตามมาตรา 35 (2) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงาน ของสภาการเหมืองแร่ (3) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการหรือเลขาธิการชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกิจการของสภาการเหมืองแร่ และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการด้วยก็ได้ (4) สั่งเป็นหนังสือโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้สภาการเหมืองแร่ ยับยั้งหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือ มติของคณะรัฐมนตรี มาตรา 38 เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา 37 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานใน สำนักงานของสภาการเหมืองแร่ได้ในระหว่างเวลาทำการ หรือให้บุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร มาตรา 39 ในการปฏิบัติตามมาตรา 38 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรี กำหนด มาตรา 40 เมื่อปรากฏว่าสภาการเหมืองแร่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของรัฐมนตรี ตามมาตรา 37 หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการผิดวัตถประสงค์ ของสภาการเหมืองแร่ หรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มี อำนาจสั่งให้กรรมการคนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมดพ้นจากตำแหน่ง ในกรณี เช่นนี้ กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการอีก เว้นแต่ จะพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่ง มาตรา 41 ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะ พ้นจาก ตำแหน่งตามมาตรา 40 ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลจากสมาชิกสามัญและ สมาชิกสมทบของสภาการเหมืองแร่ที่เหมาะสมตามจำนวนและอัตราส่วน ที่กำหนดไว้ในมาตรา 16 เป็นกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรี มีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และให้คณะกรรมการที่ได้รับ แต่งตั้งใหม่เรียกประชุมสภาการเหมืองแร่ เพื่อเลือกตั้งกรรมการตาม มาตรา 16 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ เมื่อเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่แล้ว ให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง พ้นจากหน้าที่

หมวด 5
บทกำหนดโทษ
_____

มาตรา 42 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 11 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละ หนึ่งร้อยบาทจนกว่าจะเลิกใช้ มาตรา 43 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ชี้แจงหรือไม่อำนวยความสะดวก ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองพันบาท

หมวด 6
บทเฉพาะกาล
______

มาตรา 44 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การเหมืองแร่ในทะเล ผู้อำนวยการ องค์การเหมืองแร่ นายกสมาคมเหมืองแร่ไทย นายกสมาคมอุตสาหกรรม เหมืองแร่ นายกสมาคมเหมืองแร่สยามนานาชาติ นายกสมาคมฟลูออไรท์ไทย นายกสมาคมเหมืองแร่จังหวัดระนอง และนายกสมาคมเหมืองแร่ จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นคณะกรรมการชั่วคราว ทำหน้าที่แทนสภาการเหมืองแร่ และดำเนินการรับสมัครสมาชิกภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้คณะกรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง จัดให้มีการประชุมสมาชิก เพื่ออนุมัติข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 21 และ เลือกตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 16 และปฏิบัติการอย่างอื่นเพียงเท่าที่ จำเป็นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้คณะกรรมการชั่วคราวดังกล่าว พ้นจากหน้าที่เมื่อคณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ารับหน้าที่ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ถ้ามีเหตุจำเป็น และสมควร รัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาให้ก็ได้ การขยายระยะเวลา ดังกล่าว ให้ขยายได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคสอง ต้องจัดให้มีการประชุม คณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่เพื่อแต่งตั้ง ประธานกรรมการตามมาตรา 16 วรรคสอง และเลขาธิการตามมาตรา 23 และจัดให้มีการประชุมสภาการเหมืองแร่ตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง ภายใน สี่สิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อรับรองผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการชั่วคราว ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและเรื่องอื่น ๆ ที่ที่ประชุมพิจารณาเห็นสมควร มาตรา 45 ให้ผู้ที่ใช้ชื่อที่เป็นภาษาไทยว่า "สภาการเหมืองแร่" หรืออักษรต่างประเทศที่แปลหรืออ่านว่า "สภาการเหมืองแร่" ซึ่งต้องห้าม
ตามมาตรา 11 อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเลิกใช้ชื่อหรือคำอื่นใด ดังกล่าวแล้วนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และใน ระหว่างเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา 42 มาใช้บังคับ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี _________________________

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากแร่เป็นทรัพยากรของชาติที่ใช้หมดแล้วจะไม่สามารถหาสิ่งอื่นใด มาทดแทนได้ และในปัจจุบันอุตสาหกรรมเหมืองแร่และธุรกิจเหมืองแร่มี บทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่และ ธุรกิจเหมืองแร่ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สมควร จัดตั้งสภาการเหมืองแร่ขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และธุรกิจเหมืองแร่ ในการประสานนโยบายและการดำเนินงาน ระหว่างเอกชนกับรัฐ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook