ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480
และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484
อาทิตย์ ทิพอาภา
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 1 กันยายน
พุทธศักราช 2485
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
- โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า
สมควรส่งเสริมและควบคุมการ
ชลประทานหลวงให้ดำเนินไปด้วยดี
- จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร
ดังต่อไปนี้
|
|
ข้อความเบื้องต้น
_______
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติการ
ชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485"
- มาตรา 2*
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป
- *[รก.2485/62/1676/22 กันยายน 2485]
- มาตรา 3
ห้ามมิให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติรักษาคลอง
ร.ศ.121
มาใช้สำหรับทางน้ำชลประทานตามความในพระราชบัญญัตินี้
- ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ
และข้อบังคับอื่น ๆ
ในส่วนที่มีบัญญัติ
ไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
- มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
- "การชลประทาน"* หมายความว่า
กิจการที่กรมชลประทานจัดทำขึ้น
เพื่อให้ได้มา
ซึ่งน้ำหรือเพื่อกัก เก็บ รักษา
ควบคุม ส่ง ระบายหรือแบ่งน้ำ
เพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน
การสาธารณูปโภค
หรือการอุตสาหกรรม และ
หมายความรวมถึงการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำ
กับรวมถึงการคมนาคม
ทางน้ำซึ่งอยู่ในเขตชลประทานด้วย"
*[บทนิยาม "การชลประทาน"
แก้ไขโดย พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่
4) พ.ศ. 2518]
- "ทางน้ำชลประทาน" หมายความว่า
ทางน้ำที่รัฐมนตรีได้ประกาศ
ตามความในมาตรา 5
ว่าเป็นทางน้ำชลประ ทาน
- "เขตชลประทาน" หมายความว่า
เขตที่ดินที่ทำการเพาะปลูก
ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการชลประทาน
|
|
- "เขตงาน" หมายความว่า
เขตที่ดินที่ใช้ในการสร้างและการบำรุง
รักษาการชลประทานตามที่เจ้าพนักงานได้แสดงแนวเขตไว้
- "ประตูน้ำ" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นในทางน้ำเพื่อให้เรือแพ
ผ่านทางน้ำที่มีระดับต่างกันได้
- "ทำนบ" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นในทางน้ำเพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหล
ผ่านหรือข้ามไป
- "ฝาย" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อทดน้ำในทางน้ำซึ่งจะส่ง
เข้าสู่เขตชลประทาน
โดยให้น้ำที่เหลือจากความต้องการท้นขึ้นแล้วไหล
ข้ามไปได้
- "เขื่อนระบาย" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อทดหรือกักน้ำ
ในทางน้ำอันเป็นที่มาแห่งน้ำซึ่งจะส่งเข้าสู่เขตชลประทาน
โดยมีช่องปิดเปิดได้
- "ประตูระบาย" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นในทางน้ำเพื่อทด
กัก กั้น หรือระบายน้ำ ณ
ที่อื่นอันมิใช่ที่มาแห่งน้ำซึ่งจะส่งเข้าสู่เขตชลประทาน
โดยมีช่องปิดเปิดได้
- "ท่อเชื่อ ม" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อให้น้ำไหลลอดหรือ
ข้ามสิ่งกีดขวาง
- "สะพานทางน้ำ" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อให้น้ำไหลข้าม
ทางน้ำหรือที่ต่ำ
- "ปูม" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อบังคับน้ำให้ไหลผ่านจาก
ทางน้ำในระดับหนึ่งตกไปสู่ทางน้ำอีกระดับหนึ่ง
- "คันคลอง" หมายความว่า
มูนดินที่ถมขึ้นเป็นคันยาวไปตามแนว
คลอง
- "ชานคลอง" หมายความว่า
พื้นที่ระหว่างขอบตลิ่งกับเชิงคันคลอง
- "พนัง" หมายความว่า
สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นคันยาวไปตามพื้นดิน
เพื่อป้องกันอุทกภัย
|
|
- "เจ้าพนักงาน" หมายความว่า
เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน
ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการชลประทาน
และหมายความรวมถึงบุคคลซึ่ง
อธิบดีได้แต่งตั้งตามความในพระราชบัญญัตินี้ด้วย
- "นายช่างชลประทาน"
หมายความว่า
เจ้าพนักงานผู้เป็นหัวหน้า
ควบคุมการก่อสร้างหรือการบำรุงรักษาการชลประทาน
- "อธิบดี" หมายความว่า
อธิบดีกรมชลประทาน
- "รัฐมนตรี" หมายความว่า
รัฐมนต
รีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด 1
บททั่วไป
_____
- มาตรา 5
เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้
ทางน้ำชลประทาน แบ่งออกเป็น 4
ประเภท คือ
- ประเภท 1 ทางน้ำที่ใช้ในการส่ง
ระบาย กัก หรือกั้นน้ำเพื่อการ
ชลประทาน
- ประเภท 2
ทางน้ำที่ใช้ในการคมนาคมแต่มีการชลประทานร่วม
อยู่ด้วย
เฉพาะภายในเขตที่ได้รับประโยชน์จากการชลประทาน
- ประเภท 3
ทางน้ำที่สงวนไว้ใช้ในการชลประทาน
- ประเภท 4
ทางน้ำอันเป็นอุปกรณ์แก่การชลประทาน
- ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าทางน้ำใดเป็นทางน้ำ
ชลประทาน และเป็นประเภทใด
- มาตรา 6
นายช่างชลประทานมีอำนาจใช้พื้นที่ดินที่ปราศจาก
สิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในเขตการชลประทานได้เป็นครั้งคราวตามระยะเวลาที่
จำเป็นแก่การชลประทาน
โดยแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ที่ดินนั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
แต่ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้นต้อง
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
|
|
มาตรา 7
ในกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดแก่การ
ชลประทาน
นายช่างชลประทานมีอำนาจที่จะใช้ที่ดินหรือสิ่งของของบุคคล
ใด ๆ
ในที่ใกล้เคียงหรือในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายได้เท่าที่จำเป็น
แต่ถ้า
มีการเสียหายเกิดขึ้นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- มาตรา 8
รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกเก็บค่าชลประทานจากเจ้าของ
หรือผู้ครอบครองที่ดินในเขตชลประทานหรือจากผู้ใช้น้ำจากทางน้ำชลประทาน
ไม่ว่าผู้ใช้น้ำจะอยู่ในหรือนอกเขตชลประทานโดยออกเป็นกฎกระทรวงกำหนด
- (1)
ทางน้ำชลประทานแต่ละสายหรือแต่ละเขตที่จะเรียกเก็บ
ค่าชลประทานโดยแสดงแผนที่แนวเขต
- (2)
เขตและท้องที่ซึ่งเป็นเขตชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
โดยแสดงแผนที่แนวเขต
- (3)
อัตราค่าชลประทานที่จะเรียกเก็บจากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ที่ดินในเขตชลประทานหรือจากผู้ใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน
- (4)
อัตราค่าชลประทานที่จะเรียกเก็บจากผู้ใช้น้ำเพื่อกิจการโรงงาน
การประปา
หรือกิจการอื่นในหรือนอกเขตชลประทาน
- (5) หลักเกณฑ์
ระเบียบและวิธีการในการจัดเก็บหรือชำระค่
า ชลประทานตลอดจนการยกเว้น
ลดหย่อน
หรือวิธีการผ่อนชำระค่าชลประทาน
- อัตราค่าชลประทานที่จะเรียกเก็บจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน
ในเขตชลประทาน
หรือจากผู้ใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน
ให้
เรียกเก็บได้ไม่เกินไร่ละห้าบาทต่อปี
- อัตราค่าชลประทานสำหรับการใช้น้ำเพื่อกิจการโรงงาน
การประปา หรือกิจการอื่น
ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละห้าสิบสตางค์
- *[มาตรา 8 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518]
- มาตรา 8 ทวิ*
ให้ตั้งทุนหมุนเวียนขึ้นในกรมชลประทานเรียกว่า
ทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน
|
|
- ค่าชลประทานที่เก็บได้ตามมาตรา
8 ให้นำส่งเข้าบัญชีทุนหมุนเวียน
เพื่อการชลประทาน
โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดิน
- การใช้จ่ายเงินของทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน
ให้กระทำได้
เฉพาะการชลประทานตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยความเห็นชอบจาก
กระทรวงการคลัง
- ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี
ให้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษ
ตรและสหกรณ์
ประกาศรายงานการรับจ่ายเงินของทุน
หมุนเวียนเพื่อการชลประทานในราชกิจจานุเบกษา
- รายงานการรับจ่ายเงินตามวรรคสี่
เมื่อคณะกรรมการตรวจเงิน
แผ่นดินได้ตรวจสอบแล้ว
ให้ทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรี
เพื่อเสนอรัฐสภาทราบ
- *[มาตรา 8 ทวิ
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518]
- มาตรา 9
เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการชลประทาน
ถ้าไม่
สามารถจะทำได้โดยวิธีอื่น
ให้เจ้าของที่ดินที่อยู่ห่างทางน้ำหรือแหล่งน้ำใด
มีสิทธิทำทางน้ำผ่านที่ดินของผู้อื่นได้
ในเมื่อนายช่างชลประทาน ข้าหลวง
ประจำจังหวัด
หรือนายอำเภอได้อนุญาตและกำหนดให้โดยกว้างรวมทั้งที่ทิ้งดิน
ด้วยไม่เกินสิบเมตร
แต่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าของและผู้ครอบครอง
ที่ดินที่ทางน้ำนั้นผ่าน
- ในการที่จะให้อนุญาตและกำหนดทางน้ำนั้น
ให้คำนึงถึงประโยชน์
ของเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินที่ทางน้ำผ่าน
และให้กำหนดให้ทำตรงที่
ที่จะเสียหายแก่เจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินนั้นน้อยที่สุด
|
|
หมวด 2
การก่อสร้าง
_____
มาตรา 10
เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะเข้าไปในที่ดินของบุคคลใด
ๆ
เพื่อทำงานสำรวจตรวจสอบอันเกี่ยวกับการชลประทานได้
ในเมื่อได้แจ้งเป็น
หนังสือให้ทราบล่วงหน้าตามสมควร
แต่ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้น
ต้องชดใช้ ค่าสินไหมทดแทน
- มาตรา 10 ทวิ*
[เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497
และยกเลิกไปโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]
- มาตรา 11*
เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
เพื่อประโยชน์แก่การชลประทาน
ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการโอนไว้เป็นอย่างอื่น
ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
- ในการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตามวรรคหนึ่ง
โดยมิได้มีการเวนคืน
ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม
และค่าอากรแสตมป์
- *[มาตรา 11 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]
- มาตรา 12* [แก้ไขโดย ปว.146
และยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]
- มาตรา 12 ทวิ* [เพิ่มเติมโดย ปว.146
ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]
|
|
หมวด 3
การบำรุงรักษา
____
มาตรา 13
อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ของ
กรมชลประทาน
ให้เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เก็บค่าบำรุงทางน้ำชลประทาน
หรือดูแลรักษาทางน้ำชลประทาน
คันคลอง ชานคลอง ทำนบ พนัง
หมุดระดับ
หลักฐานหรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการชลประทานตามที่อธิบดีกำหนด
การแต่งตั้ง
ดังกล่าวให้ปิดประกาศไว้ ณ
ที่ทำการชลประทานในเขตนั้นด้วย
*[มาตรา 13 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507]
- มาตรา 13 ทวิ*
เมื่อเห็นสมควรให้โอนการชลประทานหลวง
ในท้องที่ใดหรือในเขตโครงการชลประทานหลวงใดให้เป็นการชลประทาน
ส่วนราษฎร
ก็ให้กระทำได้โดยออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตการชลประทาน
หลวงที่จะโอนไปนั้น
เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศการโอนดังกล่าวแล้ว
ให้ถือว่าการชลประทานหลวงที่โอนไปนั้นเป็นการชลประทานส่วนราษฎรตาม
กฎหมายว่าด้วยการชลประทานราษฎร์นับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา
เป็นต้นไป"
- *[มาตรา 13 ทวิ
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497]
- มาตรา 13 ตรี*
ให้เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่เก็บค่าบำรุงทางน้ำ
ชลประทาน
หรือดูแลรักษาทางน้ำชลประทาน
คันคลอง ชานคลอง ทำนบ พนัง
หมุดระดับหลักฐานหรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการชลประทาน
มีอำนาจดังต่อไปนี้
- (1) สั่งผู้ควบคุมเรือ แพ
ที่ผ่านหรือจะผ่านทางน้ำชลประทานให้หยุด
หรือจอดเรือ แพ
ในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้มีการกระทำความผิดตาม
พระราชบัญญัตินี้
|
|
- (2)
ตรวจบัตรค่าบำรุงทางน้ำชลประทานหรือหนังสือหรือใบอนุญาต
เดินเรือในทางน้ำชลประทาน
- (3)
จับบุคคลขณะกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
- *[มาตรา 13 ตรี
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507]
- มาตรา 13 จัตวา*
ในการปฏิบัติตามมาตรา 13 ตรี
ให้เจ้าพนักงาน แสดงบัตรประจำตั
ว
เมื่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ
- บัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน
ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
- *[มาตรา 13 จัตวา
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507]
- มาตรา 13 เบญจ*
ห้ามมิให้เรือยนต์หรือเรือกลไฟเดินในทางน้ำ
ชลประทานประเภท 1
เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็น
ครั้งคราวตามความจำเป็น
และห้ามมิให้เรือยนต์หรือเรือกลไฟรับจ้างขนส่ง
คนโดยสารหรือสินค้าหรือรับจ้างลากจูงในทางน้ำชลประทานประเภท
2
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
- ใบอนุญาตเรือยนต์หรือเรือกลไฟรับจ้างขนส่งคนโดยสาร
หรือสินค้า
หรือรับจ้างลากจูงในทางน้ำชลประทานประเภท
2 ให้ใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม
แห่งปีที่ออกใบอนุญาต
- *[มาตรา 13 เบญจ
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507]
- มาตรา 14*
รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
- (1) กำหนดเงื่อนไขการใช้เรือ แพ
ในทางน้ำชลประทานประเภท 1
และประเภท 2
|
|
- (2) วางระเบ
ียบการขอและการอนุญาตเดินเรือยนต์หรือเรือกลไฟใน
ทางน้ำชลประทานประเภท 1
และการขอและการออกใบอนุญาตเดินเรือยนต์
หรือเรือกลไฟรับจ้างขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าหรือรับจ้างลากจูงในทางน้ำ
ชลประทานประเภท 2
- (3)
กำหนดค่าบำรุงทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บจากผู้ใช้เรือ
แพ ผ่านประตูน้ำ ประตูระบาย
หรือผ่านบริเวณทำนบ
หรือประตูระบาย โดยทางสาลี่
ไม่เกินอัตราในบัญชี ก.
ท้ายพระราชบัญญัตินี้
และยกเว้นค่าบำรุง
ทางน้ำชลประทานแก่เรือบางประเภท
- (4)
กำหนดค่าบำรุงทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บจากผู้รับ
ใบอนุญาตเดินเรือยนต์หรือเรือกลไฟรับจ้างขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าหรือ
รับจ้างลากจูงในทางน้ำชลประทานประเภท
2 เป็นรายปี ไม่เกินอัตราในบัญชี
ข. ท้ายพระราชบัญญัตินี้
- (5)
กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราในบัญชี
ค. ท้ายพระราชบัญญัตินี้
- (6)
กำหนดเครื่องมือและวิธีที่จะใช้ในการจับสัตว์น้ำตลอดจนกำหนด
เขตห้ามจับสัตว์น้ำในทางน้ำชลประทาน
เพื่อป้องกันความเสียหายแก่การ
ชลประทาน
- *[มาตรา 14 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507]
- มาตรา 15*
เพื่อประโยชน์แก่การชลประท าน
อธิบดีมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
- (1) ปิด
กั้นหรือเปิดน้ำในทางน้ำชลประทาน
- (2) ขุดลอก
ซ่อมหรือดัดแปลงแก้ไขทางน้ำชลประทาน
หรือจัดให้มี
สิ่งก่อสร้างขึ้นในทางน้ำชลประทาน
- (3) ห้าม
จำกัดหรือกำหนดเงื่อนไขในการนำเรือ
แพ ผ่านทางน้ำ ชลประทานตาม (1) หรือ
(2)
|