บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ตามช้าง รัตนโกสินทรศก 127
    


พระราชบัญญัติ ตามช้าง รัตนโกสินทรศก 127

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ว่า พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ และกฎข้อบังคับต่าง ๆ อันได้ตั้งไว้เพื่อระงับการลักช้างนั้น ยังไม่พอที่จะ ป้องกันการลักช้างทางหัวเมืองชายพระราชอาณาเขตบางมณฑลได้ ทรงพระราช ดำริห์เห็นว่า ควรจะเพิ่มเติมอำนาจเจ้าพนักงานในส่วนนี้ให้มากขึ้น จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้

หมวดที่ 1
นามพระราชบัญญัติและอำนาจเจ้าพนักงาน
------

มาตรา 1 ให้เรียกพระราชบัญญัตินี้ว่า พระราชบัญญัติตามช้าง รัตนโกสินทรศก 127
มาตรา 2 จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ใน มณฑลใด เมืองใด จะได้โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ให้ทราบทั่วกัน และเมื่อได้ประกาศเช่นนั้นแล้ว ให้ถือว่าบรรดาข้อความซึ่งขัด กับพระราชบัญญัตินี้ ในกฎหมายและกฎข้อบังคับต่าง ๆ อันยังใช้อยู่นั้นเป็นอัน ยกเลิกมิให้ใช้ในมณฑล หรือเมืองนั้นสืบไป มาตรา 3 บางคำที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้นั้น นอกจากบรรดาซึ่งมี เนื้อความประกอบหมายไว้ให้เป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าคำเหล่านั้นหมายความดังจะ ว่าต่อไปนี้ คือ คำว่า ผู้ว่าราชการเมือง นั้น ให้หมายความตลอดถึงเค้าสนามหลวง และข้าหลวงจังหวัด คำว่า เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ นั้น ให้หมายความตลอดถึง นายอำเภอและกำนัน คำว่า กฎเสนาบดี นั้น ให้หมายความว่า บรรดากฎและข้อบังคับ ในทางบัญชาให้การดำเนินโดยบริบูรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ อันเป็นกฎและข้อบังคับ ซึ่งเสนาบดีเจ้ากระทรวงได้ตั้งขึ้นโดยได้รับพระบรมราชานุญาต และได้ประกาศ ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ

หมวดที่ 2
ว่าด้วยการจดทะเบียนช้าง
-------

มาตรา 4 เมื่อได้ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ในมณฑลใด ให้ผู้ที่มีช้างนำช้างมาจดทะเบียนหลวงให้สิ้นเชิง ภายในเวลาสามเดือน นับแต่ วันที่ประกาศนั้น ให้เจ้าของช้างนำช้างไปจดทะเบียน ณ ที่ว่าการเมืองอันตั้ง อยู่ใกล้ ถ้าไม่ไปเองจะมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนก็ได้ ในการนี้ให้ถือว่า ผู้ว่าราชการเมือง มีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงาน ทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ อนึ่งในที่ว่าการเมืองนั้น ให้ปิดประกาศบอกชื่อ ตำบลต่าง ๆ ที่ใช้เป็นที่จดทะเบียนช้าง และบอกอาณาเขตซึ่งอยู่ในบังคับของ เจ้าพนักงานทะเบียนและอาณาเขตอำเภอต่าง ๆ ที่ขึ้นแก่เจ้าพนักงานทะเบียน นั้นด้วย มาตรา 5 เมื่อจดทะเบียนช้างใด ให้เจ้าพนักงานออกตั๋วพิมพ์ รูปพรรณเป็นฉบับคู่ให้แก่เจ้าของช้าง ตั๋วที่ออกให้ไปนั้นให้เจ้าของช้างรักษาไว้ ฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งซึ่งเป็นคู่กันนั้นให้มอบไว้กับคนที่รักษาช้าง ในตั๋วพิมพ์ รูปพรรณทุกฉบับต้องจดชื่อช้างและชื่อเจ้าของช้าง และตำหนิรูปพรรณ ตามซึ่ง
เจ้าพนักงานทะเบียนจะเห็นควรให้จดไว้เพื่อการสอบสวน เมื่อได้จดทะเบียนดังนี้แล้ว เจ้าพนักงานทะเบียนต้องรักษา ใบคู่เทียบตั๋วพิมพ์รูปพรรณนั้นไว้ให้มั่นคง และต้องรีบแจ้งความการที่ได้จด ทะเบียนนั้นไปยังนายอำเภอซึ่งอยู่ใต้บังคับให้ทราบทั่วกัน และฝ่ายนายอำเภอ ก็ต้องมีบัญชีสำหรับจดชื่อช้างที่เจ้าพนักงานทะเบียนแจ้งมาให้ทราบนั้นด้วยทุกราย มาตรา 6 ให้เรียกค่าธรรมเนียมจดทะเบียนช้างตัวละ 20 บาท ถ้าและช้างตัวใดได้จดทะเบียนมาแล้วตามลักษณะกฎหมายและข้อบังคับอย่างหนึ่ง อย่างใด ก่อนที่ลงมือใช้พระราชบัญญัตินี้ก็ให้เรียกค่าธรรมเนียมแต่ 5 บาท มาตรา 7 เมื่อพ้นกำหนดเวลา 3 เดือน ดังว่ามาในมาตรา 4 นั้นไปแล้ว ถ้าปรากฏว่าไม่มีตั๋วพิมพ์รูปพรรณ อย่างที่ให้ใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ สำหรับช้างใด ก็ให้ยึดช้างนั้นไว้จนกว่าเจ้าของช้างนั้นได้มาจดทะเบียนตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา 8 ถ้าเจ้าของช้างใดมิได้นำช้างมาจดทะเบียนก็ดี หรือว่าผู้ขับช้างนั้นมิได้มีตั๋วพิมพ์รูปพรรณอย่างที่ให้ใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ สำหรับช้างก็ดี ให้ถือว่าผู้เป็นเจ้าของช้างหรือผู้ขับช้างนั้นมีความผิด ต้อง ระวางโทษ ถ้าเป็นเจ้าของช้างปรับไม่เกินกว่า 100 บาท ถ้าเป็นผู้ขับช้าง ปรับไม่เกินกว่า 50 บาท

หมวดที่ 3
ว่าด้วยการเปลี่ยนเจ้าของช้าง
------

-

มาตรา 9 ถ้าผู้ใดจะขายช้างหรือจำนำช้าง ผู้ขาย ผู้ซื้อ หรือ ผู้จำนำ ผู้รับจำนำและพยานต้องไปพร้อมกัน ณ ที่ว่าการอำเภอ และต้อง พาช้างที่จะขาย หรือจำนำนั้นไปด้วย แล้วให้นายอำเภอจดหมายการซื้อขาย หรือจำนำนั้นลงในตั๋วพิมพ์รูปพรรณเป็นหลักฐาน ถ้ามิทำกันเช่นนี้ ห้ามมิให้ ถือว่าการที่ซื้อขายหรือจำนำช้างนั้นชอบด้วยกฎหมาย อนึ่ง ถ้าผู้ใดจะยกช้างของตัวให้แก่ผู้อื่นเป็นการให้ปัน หรือผู้ใด จะไถ่ช้างซึ่งได้จำนำไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ ก็ต้องกระทำตามวิธีอย่างเดียวกัน กับการซื้อขายหรือจำนำช้างเช่นว่ามาในมาตรานี้ มาตรา 10 ถ้าผู้ใดได้ช้างมาไว้เป็นทรัพย์มรดก ผู้นั้นต้องนำพยาน และช้างนั้นไปต่อหน้านายอำเภอ และนายอำเภอต้องจดหมายการเปลี่ยน เจ้าของช้างโดยฐานมรดกนั้นลงไว้ในตั๋วพิมพ์รูปพรรณของช้างนั้นเป็นสำคัญ
มาตรา 11 ในการเปลี่ยนเจ้าของช้างโดยเหตุต่าง ๆ หรือใน การจำนำหรือไถ่ช้าง ดังว่ามาในมาตรา 9 และมาตรา 10 นั้น ให้เรียก ค่าธรรมเนียมรายตัวช้าง ถ้าเป็นการเปลี่ยนเจ้าของให้เรียกตัวละ 20 บาท ถ้าเป็นการจำนำหรือไถ่ช้างให้เรียกตัวละ 10 บาท ถ้าเป็นช้างพังมีลูกต่ำกว่า 3 ขวบติดมาด้วย ก็ให้จดรูปพรรณและทำจำนำลูกช้างนั้นไว้ด้วย โดยไม่ต้องเรียก ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม มาตรา 12 เมื่อจะจัดการเปลี่ยนเจ้าของช้างหรือจำนำช้างนั้น ให้นายอำเภอซักถามผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้จำนำ ผู้รับจำนำทั้งสองฝ่าย และตรวจดู ช้างนั้นให้เป็นที่แน่แก่ใจเสียก่อนว่า การที่เปลี่ยนเจ้าของ หรือทำจำนำนั้นไม่ เป็นการผิดต่อกฎหมาย จึงทำจดหมายการซื้อขายหรือจำนำนั้นให้ได้ และเมื่อ ได้ทำแล้ว ให้นายอำเภอจดหมายรายงานการนั้นไว้เป็นหลักฐาน และให้คัด สำเนาส่งไปยังเจ้าพนักงานทะเบียน ซึ่งตนอยู่ใต้บังคับนั้นให้ทราบไว้ด้วย มาตรา 13 ถ้ามีการขายช้างหรือเปลี่ยนเจ้าของช้าง หรือจำนำ ช้างด้วยประการใด ๆ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อหรือผู้จำนำผู้รับจำนำ ต่างกันมีความผิดต้องระวางโทษานุโทษเป็นสาม สถานคือ สถานหนึ่งให้ปรับไม่เกินกว่า 250 บาท สถานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินกว่า ปีหนึ่ง สถานหนึ่งให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามาแล้วด้วยกัน

หมวดที่ 4
ว่าด้วยการพาช้างข้ามเขตแดน
-------

มาตรา 14 ถ้าผู้ใดจะพาช้างออกไปนอกพระราชอาณาเขต ต้องได้รับใบอนุญาต ซึ่งมีจดหมายบอกตำหนิรูปพรรณช้างนั้นโดยชัดเจน จาก เจ้าพนักงานทะเบียนเสียก่อนจึงจะพาออกไปได้ มาตรา 15 ถ้าผู้ใดจะพาช้างเข้ามาในพระราชอาณาเขต ก็ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานในหน้าที่ของประเทศที่ตนจะพาช้างมา นั้นเสียก่อน จึงจะพาช้างนั้นข้ามเขตแดนเข้ามาได้ มาตรา 16 จะออกใบอนุญาตให้ผู้ใดพาช้างออกไปนอก พระราชอาณาเขตนั้น เจ้าพนักงานทะเบียนต้องตรวจดูช้าง และซักถาม พยานให้เป็นที่แน่แก่ใจเสียก่อนว่า การที่จะพาช้างออกไปนั้นเป็นการทำ โดยทางสุจริต จึงออกใบอนุญาตให้ไปได้
ค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตเช่นนี้ ให้เรียกฉบับละ 10 บาท มาตรา 17 ถ้าผู้ใดที่จะพาช้างข้ามเขตแดน ไม่มีใบอนุญาต เช่นว่าไว้ในมาตรา 14 และ 15 เจ้าพนักงานจะยึดช้างนั้นไว้กว่าจะได้ ความปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของช้าง หรือมิฉะนั้นจะห้ามมิให้พาช้างนั้น ข้ามเขตแดนก็ได้

หมวดที่ 5
ว่าด้วยการติดตามช้างที่พลัดหรือที่ถูกลักไป
-------

มาตรา 18 เมื่อเกิดการลักช้างหรือช้างหายไปในแขวงใด นายอำเภอหรือกำนันจะเรียกให้ชาวบ้าน ออกช่วยติดตามเอาช้างนั้นคืน ชาวบ้านแขวงนั้นต้องช่วยทุกครั้ง มาตรา 19 เมื่อนายอำเภอหรือกำนันอำเภอใดแขวงใดทราบว่า เกิดการลักช้างหรือมีช้างหายไป ให้นายอำเภอหรือกำนันนั้นรีบไปตรวจวัดรอย ช้างนั้นทั้งสี่รอยเท้า และสืบสวนให้ได้ความโดยละเอียดที่จะสืบได้ว่า ช้างนั้นมีตำหนิรูปพรรณอย่างไร แล้วให้เร่งออกติดตามโดยสะกดตามรอยเท้า ช้างนั้น และจะเห็นสมควรเรียกให้ชาวบ้านคนใด ๆ ในแขวงนั้นไปช่วยกัน ติดตามช้างนั้นด้วยก็ได้ มาตรา 20 ให้บังคับควาญช้างหรือคนที่เป็นผู้รักษาช้างอยู่ใน เวลาที่ว่าช้างถูกลักไปหรือหายไปนั้น ให้ไปด้วยกับกรมการอำเภอหรือกำนัน ผู้เป็นเจ้าพนักงานที่จะออกติดตามช้าง จนกว่าจะได้ช้างนั้นคืน หรือจนกว่า รอยช้างนั้นจะไปหมดหายลงในที่ใด ๆ มาตรา 21 เมื่อนายอำเภอหรือกำนัน ผู้เป็นเจ้าพนักงาน ติดตามช้างนั้นได้ตามรอยช้างล่วงเลยเข้าไปในแขวงอื่น ก็ให้มอบตำหนิ รูปพรรณพร้อมทั้งขนาดรอยเท้าช้างนั้น ให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองแขวงนั้นไว้ และให้เจ้าพนักงานแขวงนั้นกระทำการติดตามช้างนั้นต่อไปเช่นเดียวกัน และ โดยมีอำนาจอย่างเดียวกันกับที่เจ้าพนักงานแขวงเดิมได้กระทำการติดตาม ช้างมาแล้ว มาตรา 22 ถ้าเจ้าพนักงานคนใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดขัดขืนไม่ กระทำการตามมาตรา 18,19,20 และ 21 ผู้นั้นมีความผิดต้องระวาง โทษานุโทษเป็นสามสถาน คือสถานหนึ่งให้ปรับไม่เกินกว่า 250 บาท สถานหนึ่ง ให้จำคุกไม่เกินกว่า 3 เดือน สถานหนึ่งให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามา แล้วด้วย เงินค่าปรับนั้นศาลจะเห็นสมควรส่งเป็นพินัยหลวง หรือจะให้ เป็นสินไหมทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด แก่เจ้าของช้างก็ได้ แต่มิให้ถือว่า
ความในมาตรานี้เป็นอันลบล้างความชอบธรรมของเจ้าของช้างที่จะร้องขอ ค่าสินไหม ตามความในมาตรา 23 ด้วยอีกโสดหนึ่ง เป็นแต่ถ้าเจ้าของช้าง จะได้รับสินไหมตามมาตรา 23 นั้นเท่าใด ต้องคิดหักสินไหมที่ได้รับตาม มาตรานี้แล้วนั้นออกเสียก่อน

มาตรา 23 ถ้ารอยช้างใดที่ถูกลักนั้นไปหมดลงในแขวงใด และจะติดตามต่อไปมิได้ ให้ถือว่าบรรดาเจ้าพนักงานและชาวบ้านในแขวงนั้น อยู่ในความรับผิดชอบที่จะต้องส่งตัวผู้ร้ายมาให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมาย และจับช้างที่ถูกลักไปนั้นส่งคืนมาด้วย ถ้าจับผู้ร้ายและช้างนั้นส่งมาไม่ได้ ก็ให้บังคับให้คนเหล่านั้นเสียค่าสินไหมให้แก่เจ้าของช้างที่ถูกลักไปนั้น จงเต็มตามราคาช้าง แต่การปรับให้เสียค่าสินไหมที่ว่านี้ให้ใช้ได้แต่เฉพาะ ในส่วนช้างซึ่งมีตั๋วพิมพ์รูปพรรณตามลักษณะพระราชบัญญัตินี้ และเฉพาะตาม จำนวนที่ว่าไว้ในตั๋วนั้น ความมาตรา 23 นี้โดยปกติมิให้ใช้ ต่อเมื่อใดข้าหลวง ซึ่งสำเร็จราชการมณฑลเห็นว่ามีเหตุสมควรใช้ความในมาตรานี้ในเมืองใด หรืออำเภอใด ๆ จึงให้ประกาศใช้ชั่วคราวไม่เกินคราวละ ๖ เดือน มาตรา 24 เมื่อได้ช้างซึ่งถูกลักไป หรือที่หายไปนั้นคืนมา โดยที่ได้สะกดรอยติดตามก็ดี หรือโดยอย่างใด ๆ ก็ดี ถ้าปรากฏว่าการที่พบ ช้างนั้นมิได้เป็นการสมรู้กันกับผู้ที่ลักหรือซ่อนช้างนั้น ก็ให้ถือว่าผู้ที่ พบช้างนั้นควรได้รับรางวัล 200 บาทจากเจ้าของช้าง

หมวดที่ 6
ว่าด้วยการบังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้
-------

มาตรา 25 ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจตั้งกฎข้อบังคับ ตามครั้งคราวที่เห็นสมควรแก่การ เพื่อบังคับบัญชาให้การเป็นไปตามพระราช บัญญัตินี้จงทุกประการ และบรรดากฎข้อบังคับอันจะตั้งขึ้นนั้น เมื่อได้ประกาศ ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่ ประกาศนั้นไป มาตรา 26 ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ถืออำนาจบังคับ บัญชาตามพระราชบัญญัตินี้ ในอาณาเขตอันอยู่ในความปกครองของกระทรวง มหาดไทย ประกาศมา ณ วันที่ 12 เดือนมกราคม รัตนโกสินทรศก 127 เป็นวันที่ 14672 ในรัชกาลปัจจุบันนี้ *[รก. ร.ศ.127/-/1226/17 มกราคม ร.ศ. 127]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook