Custom Search

หน้าบ้านจอมยุทธ >> ห้องสมุด >> ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >> กฎหมายไทย-- พระราชบัญญัติ >>พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521
    


พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2521
เป็นปีที่ 33 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
 
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521"
มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2521 เป็นต้นไป
*[รก.2521/65/5พ./22 มิถุนายน 2521]



มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

"ข้าราชการตำรวจ" หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการในกรมตำรวจ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน และหมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจ ซึ่งกรมตำรวจแต่งตั้งหรือสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากผู้ว่าจ้างด้วย
"รองอธิบดี" หมายความว่า รองอธิบดีกรมตำรวจ
"อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมตำรวจ
"ก.ตร." หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
บททั่วไป
______

มาตรา 5 ชั้นข้าราชการตำรวจมีดังนี้
(1) ชั้นพลตำรวจ ได้แก่พลตำรวจกองประจำการ พลตำรวจสำรอง พลตำรวจ สำรองพิเศษ พลตำรวจพิเศษ และพลตำรวจสมัคร
พลตำรวจกองประจำการ คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการโดยถูกเรียก เข้ากองประจำการเป็นตำรวจ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในระหว่าง รับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของกรมตำรวจหรือไม่ก็ตาม
พลตำรวจสำรอง คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ โดยได้รับการคัดเลือก เข้ารับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของกรมตำรวจ
พลตำรวจสำรองพิเศษ คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการให้ทดลองปฏิบัติ หน้าที่ราชการ
พลตำรวจพิเศษ คือ พลตำรวจสำรองพิเศษหรือพลตำรวจสมัครที่ถูกเรียก เข้ากองประจำการเป็นตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร




พลตำรวจสมัคร คือ พลตำรวจสำรองพิเศษซึ่งได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ มาครบกำหนดแล้ว หรือพลตำรวจพิเศษที่ปลดเป็นกองหนุนแล้ว ทั้งนี้ โดยผู้บังคับบัญชามิได้ สั่งให้ออกจากราชการ
(2) ชั้นประทวน ได้แก่ผู้มียศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ และนายดาบตำรวจ
(3) ชั้นสัญญาบัตร ได้แก่ผู้มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ว่าที่ยศใดให้ถือเสมือนมียศนั้น
มาตรา 6* อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่งและการรับเงินประจำตำแหน่ง ของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
นอกจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งแล้ว ให้พลตำรวจกองประจำการมีสิทธิได้รับเงินเพิ่ม เงินเพิ่มพิเศษ เงิน สวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกับที่พลทหารกองประจำการมีสิทธิได้รับ แต่ไม่มีสิทธิได้รับ เงินเพิ่ม เงินเพิ่มพิเศษ เงินสวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือตามที่ข้าราชการตำรวจอื่นได้รับ
*[มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2538]
มาตรา 6 ทวิ* ให้ข้าราชการตำรวจได้รับเงินเดือน ดังต่อไปนี้
(1) พลตำรวจกองประจำการ และพลตำรวจสำรอง ให้ได้รับเงินเดือนระดับ พ.1
(2) พลตำรวจสำรองพิเศษ พลตำรวจพิเศษ และพลตำรวจสมัคร ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ พ.2
(3) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท สิบตำรวจเอก และ จ่าสิบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1
(4) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศจ่าสิบตำรวจอัตราเงินเดือนจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.2
(5) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศนายดาบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.3
(6) ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรี ร้อยตำรวจโท และร้อยตำรวจเอก ให้ได้ รับเงินเดือนระดับ ส.1
(7) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.2
(8) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.3
(9) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.4




(10) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจจัตวา หรือพันตำรวจเอกอัตราเงินเดือน พันตำรวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.5
(11) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.6
(12) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.7
(13) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.8
(14) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ให้ได้ รับเงินเดือนระดับ ส.9
*[มาตรา 6 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2531 และแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2538]
มาตรา 7* ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะ เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
*[ความในวรรคสองของมาตรา 7 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2538]
มาตรา 8 ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น หรือ เงินช่วยเหลือตามที่กำหนดโดยคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงการคลัง หรือโดยกระทรวงมหาดไทย ตามที่ได้ตกลงกับกระทรวงการคลัง
มาตรา 9 ข้าราชการตำรวจอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่ประจำอยู่ใน ต่างประเทศหรือตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามที่ ก.ตร. และกระทรวงการคลังจะได้กำหนด
มาตรา 10 ให้ถือว่าข้าราชการตำรวจเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการ และให้ ก.ตร. เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
มาตรา 11 เครื่องแบบของข้าราชการตำรวจและระเบียบการแต่งให้เป็นไปตาม กฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น




มาตรา 12 วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปีและ การลาหยุดราชการของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

หมวด 2
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
_________


มาตรา 13* ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ตร. ประกอบด้วย
(1) รัฐมนตรีเป็นประธาน อธิบดีเป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน และรองอธิบดี เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
(2) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเก้าคน ดังนี้
(ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไปมาแล้ว และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการ พรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง จำนวนหกคน ซึ่งมาจากการเลือกของข้าราชการ ตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไป
(ข) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ซึ่งได้รับเลือกโดยกรรมการข้าราชการตำรวจ ตาม (1) และ (2) (ก)
ให้ ก.ตร. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ก.ตร. หนึ่งคน และผู้ช่วย เลขานุการ ก.ตร. สองคน
มาตรา 13 ทวิ* การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 13 (2) (ก) ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา 13 (1) คัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามมาตรา 13 (2) (ก) จำนวนสิบแปดคน แล้วส่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมีสิทธิเลือกภายในสิบวัน นับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ
การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า สิบสี่วันและไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน โดยให้กระทำเป็นการลับ
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด




ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจา นุเบกษา
*[มาตรา 13ทวิ เพิ่มความโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]
มาตรา 14* กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้อีก แต่จะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
ถ้าตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเมื่อครบวาระหรือก่อน ถึงกำหนดวาระ ให้ดำเนินการเลือกใหม่หรือเลือกซ่อมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีตำแหน่งว่าง แต่ถ้าวาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่ง ได้เพียงวาระของผู้ซึ่งตนแทน
*[มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]
มาตรา 15 ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจว่างลงและมีความจำเป็น ที่จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมี กรรมการข้าราชการตำรวจพอที่จะเป็นองค์ประชุม
มาตรา 16 กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ครบกำหนดวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
(6) เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(7) เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นข้าราชการ ตำรวจ ในกรณีที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา 13 (2) (ก)




(8) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำในกรณี ที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา 13 (2) (ข)
(9) เป็นข้าราชการการเมือง
(10) เป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
(11) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง กรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร. วินิจฉัยชี้ขาด
มาตรา 17 การประชุมของ ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธาน ในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ข้าราชการตำรวจในที่ประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธาน ในที่ประชุม
ในการประชุมของ ก.ตร. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการข้าราชการ ตำรวจผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งมีเสียง หนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก เสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และของ คณะอนุกรรมการ
มาตรา 18 ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดี เป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
มาตรา 19 ก.ตร. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนได้ และให้นำ มาตรา 17 มาใช้บังคับแก่การประชุมของอนุกรรมการโดยอนุโลม




มาตรา 20 ตำแหน่งข้าราชการตำรวจจะมีตำแหน่งใด อยู่ในส่วนราชการใด จำนวนเท่าใด และต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ยศชั้นใด ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน
*การเพิ่มจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบ ผู้กำกับการขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน เว้นแต่เป็นการตัดโอนตำแหน่ง จากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง
*[มาตรา 20 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย แห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]

หมวด 3
การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน
_________

มาตรา 21 ตำแหน่งข้าราชการตำรวจมีดังนี้
(1) ลูกแถว
(2) ผู้บังคับหมู่
(3) รองสารวัตร
(4) สารวัตร
(5) สารวัตรใหญ่
(6) รองผู้กำกับการ
(7) ผู้กำกับการ
(8) รองผู้บังคับการ
(9) ผู้บังคับการ
(10) ผู้ช่วยผู้บัญชาการ
(11) รองผู้บัญชาการ
(12) ผู้บัญชาการ
(13) ผู้ช่วยอธิบดี
(14) รองอธิบดี
(15) อธิบดี




นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่อ อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวงเช่นว่านี้ ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ตร. ก่อน
มาตรา 21 ทวิ* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2538]
มาตรา 22* การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจและชั้นประทวน ให้อธิบดี หรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบ แข่งขันได้ เว้นแต่การบรรจุพลตำรวจกองประจำการ ซึ่งต้องรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการ รับราชการทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้ รับมอบหมายจากอธิบดี บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้โดยได้รับอนุมัติ จาก ก.ตร.
การบรรจุข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้บรรจุให้ได้รับเงินเดือน ขั้นต่ำชั้นนั้น ๆ ในกรณีที่จะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นนั้น ๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้ได้รับปริญญาและ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ให้กำหนดโดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กำหนดสำหรับผู้ได้รับปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกัน
*[มาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]
มาตรา 23* การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตรตาม มาตรา 22 ถ้าผู้ได้รับการบรรจุได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา 22 นั้นอยู่แล้ว ก็ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
ในวันที่พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจบัญชี ก. มีผลใช้บังคับข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะอยู่ให้นำเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะนั้น รวมกับเงินเดือนที่ได้รับเป็นอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข 3 ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ถ้าอัตราเงินเดือนที่รวมแล้วไม่ตรงกับ



อัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว ให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้รับเงินเดือนในอัตรา เงินเดือนในขั้นที่ถัดขึ้นไป ทั้งนี้ ให้ดำเนินการก่อนการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตาม มาตรา 7

*[มาตรา 23 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2531]

มาตรา 24* ภายใต้บังคับมาตรา 20 การแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ตำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถว ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับ มอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
(2) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับ มอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน แต่เฉพาะตำแหน่งผู้บังคับหมู่นั้น จะแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจก็ได้
(3) ตำแหน่งรองสารวัตรหรือเทียบรองสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา ซึ่ง ได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่า ร้อยตำรวจเอก
(4) ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับ มอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจโทขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(5) ตำแหน่งสารวัตรใหญ่หรือเทียบสารวัตรใหญ่ ตำแหน่งรองผู้กำกับการหรือ เทียบรองผู้กำกับการ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจาก ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(6) ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการ ตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก
(7) ตำแหน่งรองผู้บังคับการหรือเทียบรองผู้บังคับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจาก ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือน พันตำรวจเอก (พิเศษ)
(8) ตำแหน่งผู้บังคับการหรือเทียบผู้บังคับการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจาก ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพลตำรวจตรีและให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง



มาตรา 51 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดหย่อนความสามารถด้วยเหตุใด ในอันที่จะ ปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือบกพร่อง ในหน้าที่ด้วยเหตุใด และถ้าผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการขึ้นไป เห็นว่า ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นทำการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ในการสอบสวนนี้จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐาน ที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้อง ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาด้วย เมื่อได้มีการสอบสวน แล้ว ถ้าคณะกรรมการหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าสมควรให้ออกจากราชการ ก็ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเสนอเรื่องตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 ในกรณีที่ผู้มี อำนาจตามมาตรา 26 พิจารณาเห็นว่าสมควรให้ออกจากราชการ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ ตำรวจตั้งแต่ชั้นประทวนลงมา ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับ บำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้ แต่ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ก็ให้ผู้ มีอำนาจตามมาตรา 26 ส่งเรื่องให้อนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนพิจารณา ในกรณีที่อนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงมีมติให้ผู้นั้นออกจาก ราชการ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ได้

มาตรา 52 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้มีการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยตำรวจแล้ว การสอบสวนไม่ได้ความว่ากระทำผิด ที่จะถูกลงโทษให้ออก ปลดออกหรือไล่ออกแต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น ซึ่งจะให้รับราชการต่อไปอาจจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 สั่งให้ออก จากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้ ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 51 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 53 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษ ให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 จะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับ บำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนก็ได้



มาตรา 54* การออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ผู้บังคับการหรือ เทียบผู้บังคับการขึ้นไป หากเป็นกรณีตามมาตรา 46 (1) (2) และ (3) ให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงทราบ แต่ถ้าเป็นการออกจากราชการตาม (4) และ (5) ให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงมี พระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการ
การพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตำรวจตำแหน่งอธิบดี ให้นำความกราบ บังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการ
*[มาตรา 54 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]

มาตรา 55 ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 34 มาตรา 48 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 หรือมาตรา 53 ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้และให้นำบทบัญญัติว่าด้วย การอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยตำรวจมาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด 7
การร้องทุกข์
_________

มาตรา 56 การร้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย วินัยตำรวจ

บทเฉพาะกาล
_________

มาตรา 57 ให้มีการแต่งตั้งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 13 (2) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา 13 (2) ให้ ก.ตร. ประกอบด้วยกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา 13 (1) ทุกคน และมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน



มาตรา 58 ผู้ใดเป็นข้าราชการตำรวจที่มียศตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ. 2518 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการตำรวจ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป
การปรับขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่มียศตามวรรคหนึ่งให้เข้าขั้น และอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการตำรวจหมายเลข 1 ท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการกำหนดเงินเดือนที่จะได้รับให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา 59 ผู้ใดเป็นข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศตามพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการ ตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยให้ได้รับยศขั้นและอัตรา เงินเดือนและเงินเพิ่มตามที่ ก.ตร. กำหนด
การกำหนดยศ ขั้น และอัตราเงินเดือนและเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งของข้าราชการ ตำรวจที่ไม่มียศผู้ใด ให้กำหนดโดยเทียบระดับและอัตราเงินเดือนของข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศ ผู้นั้นกับยศ และขั้นและอัตราเงินเดือนของข้าราชการตำรวจที่มียศตามที่เป็นอยู่ตามพระราช กฤษฎีกากำหนดอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่มียศ พ.ศ. 2519 แล้วจึงให้ปรับขั้นและอัตรา เงินเดือนตามมาตรา 58
ความในมาตรา 41 (15) มิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง
ให้ ก.ตร. กำหนดยศและขั้นและอัตราเงินเดือนตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในระหว่างนั้นให้ ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนตามที่ได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อน
มาตรา 60 ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวงหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้นำกฎกระทรวง กฎ ก.พ. มติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน มติคณะ รัฐมนตรี ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 61* ในระหว่างที่ยังมิได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช 2477 ให้นำบทบัญญัติในหมวด 4 หมวด 5 และหมวด 7 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาใช้บังคับแก่เรื่องวินัยและการรักษาวินัย การออกจากราชการ และ การอุทธรณ์ของข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ



กฎหมายว่าด้วยวินัยตำรวจ ทั้งนี้ โดยให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และ คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. และให้อำนาจหน้าที่ของ อนุกรรมการสามัญประจำจังหวัด เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ตร. จังหวัด และให้อำนาจหน้าที่ของ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ แล้วแต่กรณี
*[มาตรา 61 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534]
มาตรา 62 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออก จากราชการก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราช บัญญัตินี้ดำเนินการเพื่อสั่งลงโทษผู้นั้นหรือให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่วนการสอบสวนพิจารณาให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่
(1) ในกรณีที่ได้มีการสั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้ สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่าจะเสร็จ
(2) ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ใน ขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้การสอบสวน พิจารณานั้นเป็นอันใช้ได้
มาตรา 63 ในกรณีใดที่พระราชบัญญัตินี้มิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะให้นำ บทกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับแก่ข้าราชการตำรวจเท่าที่ พอจะใช้บังคับได้
การใดที่เคยดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ ก่อนวันที่ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ และมิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ จะดำเนินการได้ ประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนดโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย



มาตรา 64 ภายใต้บังคับมาตรา 58 การใดที่ได้ดำเนินการไปแล้วหรือกำลัง ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แม้การนั้นจะไม่เป็นไป ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ถ้าการนั้นได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าการนั้นชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการใดที่ยังดำเนินการ ไม่แล้วเสร็จในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ดำเนินการต่อไปตามพระราช บัญญัตินี้เท่าที่จะทำได้และให้นำความในวรรคสองของมาตรา 63 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 65 ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะ รัฐมนตรีใดอ้างถึงหรือหมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจในฐานะที่เป็นข้าราชการพลเรือนตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้นอ้างถึงหรือหมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
นายกรัฐมนตรี

[หมายเหตุ: บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ และบัญชีอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่ง ข้าราชการตำรวจท้ายพระราชบัญญัติฯ แยกไปบัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำ ตำแหน่งซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะแล้ว]
________________________________________

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือนการรักษาวินัย ตลอดจนการออกจากราชการ การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ของข้าราชการตำรวจมีลักษณะแตกต่างกับข้าราชการพลเรือน ประเภทอื่น จึงไม่สมควรให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและควรให้ อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยทำให้การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการตำรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะเป็นผลดีแก่ราชการกรมตำรวจ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น



_______________________________

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2531

มาตรา 7 การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือน ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ก. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ข. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ค. หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ง. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตำรวจ และตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
เมื่อปรับอัตราเงินเดือนตามวรรคหนึ่งแล้ว เฉพาะข้าราชการตำรวจผู้ได้รับ เงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของระดับ ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นตามที่กำหนดไว้ในบัญชี กำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ
ข้าราชการตำรวจซึ่งได้เลื่อนตำแหน่งนับแต่วันปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตำรวจตามวรรคหนึ่ง ถ้าได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการ ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของบัญชีกำหนดการปรับอัตรา เงินเดือนข้าราชการตำรวจ แต่ถ้าได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนด การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นที่ได้รับอยู่
การรับเงินเดือนในขั้นต่อ ๆ ไปของข้าราชการตำรวจตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 8 การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามมาตรา 7 ให้มีผลเป็นการ ปรับขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ได้รับอยู่และที่ได้กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีตามไปด้วย
มาตรา 9 เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชีอัตรา เงินเดือนข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ กลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตรา เงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือนตามบัญชีกำหนดการ ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 7



มาตรา 10 ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือน ข้าราชการตำรวจ บัญชี ก. ตามมาตรา 6 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้นำบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข 3 ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 มาใช้บังคับไปพลางก่อน

มาตรา 11 ข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเดือนไม่เกินอัตราเงินเดือนยศพันตำรวจ โทอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี และผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเห็นสมควรเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ แต่ข้าราชการ ตำรวจผู้นั้นได้รับเงินเดือนเต็มขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจหมายเลข 3 ท้ายพระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 หรือจะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตาม กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันสิ้นปีงบประมาณ 2531 ให้ได้รับการเลื่อนขั้น เงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข 3 ในขั้นของชั้นยศถัดขึ้นไป

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตำรวจในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ได้ใช้ เป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน และไม่ สอดคล้องกับเงินเดือนทหาร จำเป็นต้องกำหนดขั้นเงินเดือน อัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจแต่ละ ชั้นยศ และปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเสียใหม่ รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีอัตรา เงินเดือนแต่ละบัญชีได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.2531/181/21พ./7 พฤศจิกายน 2531]
___________________________________________
ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534
โดยที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้พิจารณาเห็นว่ากฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการตำรวจมีบทบัญญัติบางเรื่องไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติในส่วนที่ เกี่ยวกับ ก.ตร. ซึ่งฝ่ายการเมืองอาจเข้าแทรกแซงได้ง่าย ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการตำรวจ ได้เป็นไปโดยอิสระและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้


ข้อ 12 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ ใช้บังคับให้ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ สั่งลงโทษผู้นั้นตาม กฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ส่วนการดำเนินการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไป ตามประกาศฉบับนี้ เว้นแต่

(1) ในกรณีที่ได้มีการสั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ไปแล้ว ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จ ก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้น ต่อไปจนกว่าจะเสร็จ
(2) ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ใน ขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับให้การสอบสวนพิจารณานั้นเป็นอันใช้ได้
ข้อ 13 ในระหว่างที่ยังไม่มี ก.ตร. ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับนี้ ให้ ก.ตร. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ปฏิบัติหน้าที่ ก.ตร. ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 13 (2) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ คณะรักษาความสงบเรียบแห่งชาติฉบับนี้
ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิภายในหนึ่งร้อย แปดสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ
ข้อ 14 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามประกาศคณะ รักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้
ข้อ 15 ประกาศคณะรักษความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัน ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก2534/37/20พ./28 กุมภาพันธ์ 2534]
_______________________________________________
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535
มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชีอัตรา เงินเดือนข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ กลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตรา



เงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือน ตามบัญชีกำหนด การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจกำหนดโดยความ เห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตำรวจ ในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2531 ได้ใช้เป็นเวลานาน ไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน จำเป็นต้องปรับอัตราเงินเดือน ให้มีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจแต่ละชั้นยศ และ ปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเสียใหม่ รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือน ใหม่และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจได้ ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.2535/35/23/3 เมษายน 2535]
________________________________________________

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2538
มาตรา 7 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ และบัญชีอัตราเงิน ประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแยกบัญชีอัตรา เงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจไปบัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะแล้ว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการตำรวจให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

[รก.2538/1ก/39/1 มกราคม 2538]