บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตราย หรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2498
    


พระราชบัญญัติ สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตราย
หรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2498

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2498
เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้การสงเคราะห์แก่ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือ การป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสงเคราะห์ข้าราชการ ผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2498"
มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.2498/8/117/25 มกราคม 2498]
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการ" หมายความว่า บุคคลซึ่งรับราชการโดยได้รับเงินเดือน จากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือนในกระทรวงทบวงกรมทุกแห่ง
มาตรา 4 ข้าราชการผู้ใดได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือเนื่องจากต้องไปปฏิบัติราชการนอกที่ตั้งสำนักงาน


หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ ให้ผู้นั้นได้รับการสงเคราะห์ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
การขอรับการสงเคราะห์ต้องแสดงรายงานแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ตามความหมายของกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กับรายงานแสดง เหตุที่ต้องรับอันตรายหรือการป่วยเจ็บ หรือถูกประทุษร้ายนั้นด้วย
มาตรา 5 ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บหรือถูกประทุษร้าย อันเกิดจากกรณีดังกล่าวในมาตรา 4 มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยรัฐบาล เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามความในวรรคก่อน ให้เป็นไป ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
มาตรา 6 ในระหว่างที่ต้องรักษาพยาบาล ถ้ารัฐมนตรีเจ้าสังกัด พิจารณาเห็นสมควรจะให้ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บ หรือ ถูกประทุษร้ายนั้นได้ลาหยุดราชการเพื่อรักษาตัวเกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้ใน กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการลาของข้าราชการก็ได้ แต่ต้อง ไม่เกินหนึ่งปี แต่ถ้าระยะเวลาหนึ่งปีไม่เพียงพอ คณะรัฐมนตรีจะอนุญาตให้ ลาต่ออีกก็ได้



ถ้าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาได้เมื่อรวมกับอายุของข้าราชการ ผู้ได้รับอนุญาตเกินหกสิบปี ก็ให้ถือเป็นการต่ออายุราชการ แต่เมื่อรวมกัน แล้วต้องไม่เกินหกสิบห้าปี
ในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ลา ให้ข้าราชการผู้ได้รับอนุญาตนั้นได้รับ เงินเดือนเต็ม
มาตรา 7 ถ้าอันตราย หรือการป่วยเจ็บ หรือการถูกประทุษร้าย อันเกิดจากกรณีดังกล่าวในมาตรา 4 ทำให้ข้าราชการผู้ใดตกเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือพิการ อันเป็นเหตุจะต้องออกจากราชการตามกฎหมาย ระเบียบ หรือ ข้อบังคับที่ใช้อยู่ หากรัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาเห็นว่า ข้าราชการผู้นั้น ยังอาจปฏิบัติหน้าที่ราชการอื่นใดที่เหมาะสมได้ และเมื่อข้าราชการผู้นั้น สมัครจะรับราชการต่อไป รัฐมนตรีเจ้าสังกัดจะสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นไปรับ ราชการในตำแหน่งหน้าที่อื่นใหม่โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีก็ได้
มาตรา 8 ข้าราชการที่ได้รับการสงเคราะห์ดังกล่าวในมาตรา 7 ยังไม่มีสิทธิรับบำนาญพิเศษ ถ้าต่อมาผู้นั้นได้ออกจากราชการเมื่อใด ให้มีสิทธิ ได้รับบำนาญพิเศษดังนี้



(1) ได้รับบำนาญพิเศษโดยคำนวณตามเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ใช้อยู่ และตามเงินเดือนที่ได้รับในวันที่ ได้รับอันตราย หรือการป่วยเจ็บ หรือถูกประทุษร้าย
เงินเดือนตามวรรคก่อนมีความหมายอย่างเดียวกับคำว่า เงินเดือน เดือนสุดท้าย ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
(2) ถ้าผู้นั้นออกจากราชการโดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญปกติตาม กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาออก ให้คำนวณเป็น บำนาญปกติตามสิทธินั้นบวกเข้ากับบำนาญพิเศษใน (1) ด้วย เว้นแต่ถ้าผู้นั้น ออกจากราชการโดยไม่มีสิทธิได้รับบำนาญปกติ ก็ให้ได้รับบำนาญพิเศษตาม (1) แต่อย่างเดียว
(3) ถ้าผู้นั้นออกจากราชการด้วยกรณีที่ก่อให้เกิดสิทธิบำนาญพิเศษตาม กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาออก ก็ให้ผู้นั้นได้รับ สิทธิตามกฎหมายนั้น หรือบำนาญพิเศษตามความใน (1) แล้วแต่บำนาญพิเศษ รายใดจะมีจำนวนมากกว่า



ถ้าข้าราชการที่ได้รับการสงเคราะห์ดังกล่าวในมาตรา 7 ถึงแก่ ความตายโดยทายาทมีสิทธิได้รับบำนาญตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาตาย ให้ทายาทได้รับบำนาญตกทอดตามสิทธินั้น บวกเข้ากับกึ่งหนึ่งของบำนาญที่คำนวณได้ตามความใน (1) ด้วย เว้นแต่ถ้าตาย โดยทายาทไม่มีสิทธิได้รับบำนาญตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ ก็ให้ทายาทได้รับบำนาญตกทอดกึ่งหนึ่งของบำนาญที่คำนวณได้ตาม ความใน (1) แต่อย่างเดียว
ถ้าผู้นั้นถึงแก่ความตายด้วยกรณีที่ก่อให้เกิดสิทธิบำนาญพิเศษตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาตาย ก็ให้ทายาทได้รับสิทธิตาม กฎหมายนั้น หรือบำนาญพิเศษตามความใน (1) แล้วแต่บำนาญพิเศษรายใดจะมี จำนวนมากกว่า
มาตรา 9 ข้าราชการที่ออกจากราชการโดยได้รับหรือมีสิทธิได้รับ บำเหน็จหรือบำนาญพิเศษไปแล้วก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากเห็นว่าตน อยู่ในลักษณะดังกล่าวในมาตรา 4 และประสงค์จะเข้ารับราชการอีก ให้ยื่น


คำร้องขอให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาในเรื่องการบรรจุใหม่ได้ภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 10 ผู้ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ตามความในมาตรา 9 ถ้าเงินเดือนที่ได้รับในขณะที่เข้ารับราชการครั้งใหม่น้อยกว่าเงินเดือนเดิม เมื่อก่อนออกจากราชการให้รับบำนาญที่ได้รับอยู่รวมกันไปด้วย แต่ถ้าเงินเดือน รวมกับบำนาญสูงกว่าเงินเดือนเดิมต้องลดบำนาญลงในระหว่างที่รับราชการ ครั้งหลัง จนเงินเดือนใหม่รวมกับบำนาญไม่สูงกว่าเงินเดือนเดิม ถ้าเงินเดือน ใหม่เท่า หรือสูงกว่าเงินเดือนเดิม ก็ให้งดบำนาญในระหว่างนั้น
เมื่อออกจากราชการในตอนหลังโดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ ก็ให้ คำนวณเป็นบำนาญโดยคิดเฉพาะตามสิทธินั้นบวกเข้ากับบำนาญเดิม บำนาญใน ตอนหลังนี้จะเปลี่ยนขอรับบำเหน็จแทนก็ได้
มาตรา 11 ถ้าผู้ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ตามความในมาตรา 9 ถึงแก่ความตาย ให้ทายาทได้รับบำนาญดังนี้



(1) ถ้าผู้ตายยังคงรับบำนาญรวมกับเงินเดือนตลอดมาจนถึงเวลา ตายให้ทายาทได้รับบำนาญตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาตาย
(2) ถ้าหากว่าได้งดเบิกจ่ายบำนาญไว้ตามความในมาตรา 10 ให้ทายาทได้รับบำนาญตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการที่ใช้อยู่ในเวลาตายบวกเข้ากับกึ่งหนึ่งของบำนาญที่งดไว้
มาตรา 12 ในกรณีที่ได้รับการสงเคราะห์ดังกล่าวในมาตรา 7 หลายครั้งโดยไม่ได้ออกจากราชการ เมื่อถึงเวลาต้องออกจากราชการ ให้คำนวณบำนาญพิเศษทุกครั้ง และให้ได้รับจากการสงเคราะห์ครั้งที่มีจำนวน เงินสูงสุดแต่อย่างเดียว
มาตรา 13 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการแบ่งส่วนและเงื่อนไขการ จ่ายบำนาญพิเศษให้แก่ทายาทในกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 14 เมื่อข้าราชการผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากเหตุ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4 คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนในเดือน ที่ตายให้แก่ข้าราชการผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษตามแต่จะเห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่


ในกรณีที่ผู้ตายเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม การสั่งเลื่อนเงินเดือน ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม
ถ้าไม่มีทางที่จะเลื่อนเงินเดือนขึ้นได้ตามกฎหมาย หรือระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น ให้เพิ่มเป็นพิเศษโดยนำเงินเดือนเหลือจ่าย หรือจะ เหลือจ่ายในปีปัจจุบันของกรมหรือสำนักราชการนั้นมาตั้งจ่ายให้เป็นพิเศษ เฉพาะจำนวนที่เพิ่มขึ้นถ้าหากเงินเดือนเหลือจ่าย หรือจะเหลือจ่ายไม่มี หรือมีไม่พอ ให้กระทรวงการคลังหาเงินมาตั้งจ่ายให้ และในการคำนวณ บำเหน็จบำนาญให้รวมเงินที่ได้เพิ่มขึ้นนี้เข้าเป็นเงินเดือนเดือนสุดท้ายด้วย
มาตรา 15 ข้าราชการผู้ถึงแก่ความตายเนื่องจากเหตุดังบัญญัติไว้ ในมาตรา 4 ผู้ใดสมควรจะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพียงไร หรือไม่ ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาดำเนินการโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี



มาตรา 16 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
___________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่า มีบุคคลเป็นจำนวนมากต้องออกจากราชการเนื่องจากเป็นผู้พิการทุพพลภาพ เพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือที่ถึงแก่กรรมเพราะเหตุดังกล่าว แม้จะ ได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่ก็หาเพียงพอแก่การ ครองชีพของตนหรือของครอบครัวไม่ จึงสมควรที่จะช่วยเหลือเพื่อขจัดความ เดือดร้อน และเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่บุคคลผู้ซึ่งได้ปฏิบัติราชการอันเป็น ความชอบแก่ประเทศชาติ โดยให้ได้รับการสงเคราะห์ตามบทแห่งพระราช บัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook