บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2510
    


พระราชบัญญัติ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2510

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510
เป็นปีที่ 22 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติองค์การ สงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2510"
มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.2510/126/10พ/28 ธันวาคม 2510]
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2491
(2) พระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2495
(3) พระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2499
บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราช บัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"ทหารผ่านศึก" หมายความว่า
(1) ทหารหรือบุคคลซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ในราชการทหารหรือบุคคล ซึ่งทำหน้าที่ทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดและได้กระทำหน้าที่นั้นในการ


สงครามหรือในการรบไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร หรือในการ ปราบปรามการจลาจล
(2) ทหารหรือบุคคลซึ่งทำการป้องกันหรือปราบปรามการกระทำ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไม่ว่าภายในหรือ ภายนอกราชอาณาจักร ตามที่กระทรวงกลาโหม หรือสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนด
"ทหารผ่านศึกประจำการ" หมายความว่า ทหารผ่านศึกที่กำลัง รับราชการทหารหรือราชการประจำในกระทรวง ทบวง กรม เว้นแต่ผู้ที่เป็น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือลูกจ้าง
"ทหารผ่านศึกนอกประจำการ" หมายความว่า ทหารผ่านศึกผู้ที่ ไม่ใช่ทหารผ่านศึกประจำการ
"ครอบครัวทหารผ่านศึก" หมายความว่า บิดามารดา สามีภริยา และบุตรของทหารผ่านศึก
"ทหารนอกประจำการ" หมายความว่า ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หรือผู้ที่พ้นราชการทหารประเภทที่ 1 รวมทั้งนายทหารสัญญาบัตรและนายทหาร ประทวนนอกประจำการซึ่งมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญตาม


กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทหารผ่านศึก หรือไม่
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสภาทหารผ่านศึก
"ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก
"รองผู้อำนวยการ" หมายความว่า รองผู้อำนวยการองค์การ สงเคราะห์ทหารผ่านศึก
"พนักงาน" หมายความว่า บุคคลซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สังกัดอยู่ใน องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณประเภท เงินเดือนขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้ง และบททั่วไป
_________

มาตรา 6 ให้จัดตั้งองค์การขึ้นเรียกว่า "องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก" เรียกโดยย่อว่า "อผศ." เป็นองค์การของรัฐเพื่อการกุศล แต่มิใช่


รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์
(1) ทหารผ่านศึก
(2) ครอบครัวทหารผ่านศึก และ
(3) ทหารนอกประจำการ
มาตรา 7 ให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นนิติบุคคล
มาตรา 8 อผศ.มีสำนักงานใหญ่ในจังหวัดพระนคร และจะตั้ง สำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนขึ้น ณ ที่ใดก็ได้ ถ้าจะตั้งสำนักงานสาขา หรือสำนักงานตัวแทนขึ้น ณ ต่างประเทศ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก่อน
มาตรา 9 ให้ อผศ.มีรายได้ดังนี้
(1) เงินอุดหนุนจากงบเงินอุดหนุนของกระทรวงกลาโหม
(2) เงินที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นครั้งคราว
(3) เงินผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมของ อผศ.
(4) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นซึ่ง อผศ.ได้รับบริจาค
มาตรา 10 เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 6 ให้ อผศ.มีอำนาจและหน้าที่รวมถึง



(1) มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง สร้าง ซื้อ เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม จัดสรร จัดหา จำหน่าย ทำการแลกเปลี่ยน โอนและรับโอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินอื่น
(2) ประกอบการงานหรือร่วมการงานหรือสมทบกับบุคคลอื่นไม่ว่าจะ เป็นการค้าหรือการอื่น
(3) ให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือด้วยทรัพย์
มาตรา 11 ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก หรือทหารนอก ประจำการที่จะได้รับการสงเคราะห์หรือถูกงดการสงเคราะห์ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการในข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก
มาตรา 12 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สินและความ รับผิดตลอดจนพนักงาน ลูกจ้าง เงินงบประมาณขององค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึกตามพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ. 2491 แก่ อผศ.
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติยุบเลิกมูลนิธิช่วยทหารและครอบครัวทหาร ที่ไปช่วยสหประชาชาติทำการรบ ณ ประเทศเกาหลี ตามตราสารจัดตั้งมูลนิธิ


นั้น ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สินและความรับผิดตลอดจน พนักงาน ลูกจ้าง เงินงบประมาณของมูลนิธินั้น แก่ อผศ.
มาตรา 13 ผู้ได้รับการสงเคราะห์จากองค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึกอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ได้รับการสงเคราะห์ ต่อไปเช่นเดียวกับผู้ได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด 2
การควบคุม และการบริหาร
_________

ส่วนที่ 1
การควบคุม
_________


มาตรา 14 ให้มีสภาทหารผ่านศึก ประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นนายก ผู้อำนวยการเป็นอุปนายก รองผู้อำนวยการเป็นกรรมการ โดยตำแหน่ง และ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของสภากลาโหม คือ จากทหาร ผ่านศึกประจำการเจ็ดคน และทหารผ่านศึกนอกประจำการเก้าคน
ให้เลขานุการ อผศ.เป็นเลขาธิการของสภาทหารผ่านศึกโดย ตำแหน่ง
มาตรา 15 กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งสองปี



ในวาระเริ่มแรก เมื่อครบกำหนดหนึ่งปี ให้กรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง ประเภททหารผ่านศึกประจำการพ้นจากตำแหน่งสามคน และประเภททหาร ผ่านศึกนอกประจำการพ้นจากตำแหน่งสี่คน ทั้งนี้โดยวิธีจับสลาก การพ้นจาก ตำแหน่งดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการออกตามวาระ
ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงวาระ ให้แต่งตั้งบุคคลในประเภทเดียวกันเป็นกรรมการแทนเท่าวาระของกรรมการ ที่พ้นจากตำแหน่ง
มาตรา 16 ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ คงมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินการในตำแหน่งต่อไปจนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่
กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ไม่เกิน หนึ่งครั้งติดต่อกัน
มาตรา 17 กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระโดย
(1) ลาออก
(2) รัฐมนตรีให้ออกโดยความเห็นชอบของสภากลาโหม
(3) กรรมการประเภททหารผ่านศึกประจำการหรือกรรมการ


ประเภททหารผ่านศึกนอกประจำการ พ้นจากการเป็นทหารผ่านศึกประเภท ดังกล่าว
มาตรา 18 ให้สภาทหารผ่านศึกมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและ ควบคุมกิจการทั่วไปของ อผศ.และให้มีอำนาจ
(1) กำหนดข้อบังคับตามมาตรา 11
(2) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและดำเนินกิจการ
(3) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้งการสอบบัญชีและการตรวจ
(4) กำหนดข้อบังคับว่าด้วยบำเหน็จและเงินสะสมของพนักงาน
(5) กำหนดข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ เงินสมทบกองทุน สงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น ๆ เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานและ ครอบครัว ซึ่งเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้ใช้บังคับได้
(6) พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่าย
(7) ตั้งอนุกรรมการ เพื่อกระทำการใด ๆ ตามที่มอบหมาย


ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา 19 ให้มีการประชุมสามัญสภาทหารผ่านศึกอย่างน้อยทุก ระยะเวลาสามเดือน
ให้มีการเรียกประชุมวิสามัญสภาทหารผ่านศึกเมื่อนายกสภาทหาร ผ่านศึกเห็นสมควรหรือเมื่อกรรมการตั้งแต่สามคนขึ้นไปร้องขอ
สภาทหารผ่านศึกจะเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็นก็ให้กระทำได้
มาตรา 20 การประชุมทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่าเก้าคน โดยมีกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไม่น้อยกว่าประเภทละสามคน มาประชุม จึงเป็นองค์ประชุม
มาตรา 21 ให้นายกสภาทหารผ่านศึกเป็นประธานในที่ประชุม ถ้า นายกสภาทหารผ่านศึกไม่มาประชุม ให้อุปนายกสภาทหารผ่านศึกเป็นประธาน ถ้าอุปนายกสภาทหารผ่านศึกก็ไม่มาประชุม ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม



มาตรา 22 มติของที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนน เสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา 23 มติของสภาทหารผ่านศึกในกรณีที่ให้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีนั้น ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

ส่วนที่ 2
การบริหาร
_______


มาตรา 24 ให้รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตรประจำการ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหนึ่งคน และรองผู้อำนวยการหนึ่งคน ด้วยความ เห็นชอบของสภากลาโหม
การถอดถอนผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการ ให้รัฐมนตรีกระทำได้ ด้วยความเห็นชอบของสภากลาโหม
มาตรา 25 ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารกิจการของ อผศ.ให้เป็นไป ตามกฎหมาย ข้อบังคับและนโยบายที่สภาทหารผ่านศึกกำหนด และมีอำนาจ บังคับบัญชาพนักงานทุกตำแหน่งและลูกจ้าง
ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบในการจัดการและดำเนินงานของ อผศ. .



มาตรา 26 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้อำนวยการเป็นผู้ กระทำการในนามของ อผศ.และเป็นผู้กระทำการแทน อผศ.และเพื่อการนี้ ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนของ อผศ.ที่ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 8 และ มาตรา 30 หรือบุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็น ไปตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก
ในกรณีที่มีข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกกำหนดไว้ว่านิติกรรมใดผู้อำนวยการ จะทำได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของสภาทหารผ่านศึกก่อน บรรดานิติกรรมที่ ผู้อำนวยการทำขึ้นโดยมิได้รับความเห็นชอบดังกล่าว ย่อมไม่ผูกพัน อผศ.เว้นแต่ สภาทหารผ่านศึกจะให้สัตยาบัน
มาตรา 27 ผู้อำนวยการมีอำนาจ
(1) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อน ลดหรือตัดเงินเดือน ตลอดจน ลงโทษพนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก
(2) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ อผศ.โดยไม่ขัดหรือ แย้งกับข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก
มาตรา 28 ให้รองผู้อำนวยการทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการในกิจการ ทั้งปวงอันอยู่ในหน้าที่ของผู้อำนวยการ และเป็นผู้ทำการแทนผู้อำนวยการในเรื่อง


ที่ผู้อำนวยการมอบหมายหรือเมื่อผู้อำนวยการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เว้นแต่ ในหน้าที่อุปนายกสภาทหารผ่านศึก
ถ้าผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ รัฐมนตรีแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตรประจำการเป็นผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการ ชั่วคราว
มาตรา 29 ให้ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้รักษาการแทน และพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งประมวล กฎหมายอาญา
มาตรา 30 ให้รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งนายทหารประจำการดำรง ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนซึ่งได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 8 ได้ตามความเหมาะสม
ในกรณีที่สมควรแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มิใช่นายทหารประจำการดำรง ตำแหน่งดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แต่งตั้งได้
ให้หัวหน้าสำนักงานสาขาหรือสำนักงานตัวแทนเป็นตัวแทนของ อผศ. ตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก

หมวด 3
ตราเครื่องหมาย เหรียญและเข็ม
________


มาตรา 31 ตราเครื่องหมายของ อผศ.มีรูปลักษณะดังรูปตรา เครื่องหมายท้ายพระราชบัญญัตินี้

.


มาตรา 32 อผศ.อาจจัดทำเหรียญและเข็มขององค์การเพื่อเป็น เครื่องหมายประดับสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีอุปการะคุณในกิจการของ อผศ. ชนิด ชั้น ของเหรียญและเข็ม และรายละเอียดแห่งการใช้สิทธิประดับ ให้เป็น ไปตามข้อบังคับสภาทหารผ่านศึก

หมวด 4
บทกำหนดโทษ
______


มาตรา 33 ผู้ใดมิใช่ในกิจการของ อผศ.หรือโดยมิได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจาก อผศ.ใช้ชื่อหรือถ้อยคำในประการที่น่าจะทำให้ประชาชน เข้าใจว่าเป็นกิจการของ อผศ.หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของ อผศ.ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นิติบุคคลใดมิใช่กระทรวง ทบวง กรม หรือโดยมิได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจาก อผศ.ใช้คำว่า "อผศ." ทหารผ่านศึก ผ่านศึก นอก ประจำการ หรือคำว่า ทหาร เป็นชื่อหรือประกอบชื่อของนิติบุคคลนั้น ให้ถือว่าผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น กระทำการดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
มาตรา 34 ผู้ใดใช้ตราเครื่องหมายของ อผศ.โดยไม่มีสิทธิใช้


ทำตราเครื่องหมายของ อผศ.โดยไม่ได้รับอำนาจจาก อผศ.ทำปลอมหรือ เลียนแบบคล้ายคลึงตราหรือรอยตราเครื่องหมายของ อผศ.หรือใช้สิ่งที่ ทำปลอมหรือเลียนแบบคล้ายคลึงตราเครื่องหมายเช่นนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 35 ผู้ใดใช้เหรียญหรือเข็มอันเป็นเครื่องหมายประดับของ อผศ.โดยไม่มีสิทธิใช้ตามมาตรา 32 หรือทำเหรียญหรือเข็มเช่นนั้นโดย ไม่ได้รับอำนาจจาก อผศ.หรือทำหรือใช้สิ่งเทียมหรือเลียนแบบหรือคล้ายคลึง เหรียญหรือเข็มเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลตรี กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์
รองนายกรัฐมนตรี


*[ดูตราเครื่องหมายองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ท้ายพระราชบัญญัติฯ จากราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 126 หน้า 25พ 28 ธันวาคม 2510]




_____________________________
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ทางราชการทหาร มีความประสงค์ที่จะขยายการสงเคราะห์ให้รวมไปถึงทหาร นอกประจำการ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน และพลเรือนซึ่งได้กระทำหน้าที่ ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัย แห่งราชอาณาจักร กับทั้งสมควรรวมมูลนิธิช่วยทหารและครอบครัวทหารที่ ไปช่วยสหประชาชาติทำการรบ ณ ประเทศเกาหลีให้เข้าอยู่ในองค์การนี้ด้วย จึงสมควรพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยองค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึกให้เหมาะสมกับกาลสมัยและสถานการณ์ของบ้านเมืองในปัจจุบัน

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook