บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495
    


พระราชบัญญัติ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495
เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เพื่อ คุ้มครองความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.2495/68/1พ/13 พฤศจิกายน 2495]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
*"องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์" หมายความถึง
(1) กลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคลใด ๆ ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะกระทำการอันเป็น
คอมมิวนิสต์ไม่ว่าโดยทางตรงหรือไม่
(2) พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) หรือองค์การระดับต่าง ๆ
ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ระดับสูงสุดจนถึงระดับต่ำสุด เช่น สมัชชาแห่ง
พรรคคอมมิวนิสต์ คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการเขต คณะกรรมการจังหวัด คณะกรรมการ
อำเภอ คณะกรรมการตำบล คณะกรรมการหมู่บ้าน องค์การจัดตั้งในโรงงาน หน่วยย่อย ฝ่ายหรือ
แผนกการเมือง ฝ่ายหรือแผนกจัดตั้ง ฝ่ายหรือแผนกโฆษณา ฝ่ายหรือแผนกแนวร่วม องค์การ
นำระดับต่าง ๆ เป็นต้น
(3) องค์การที่ใช้ชื่ออย่างอื่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เช่น
กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ท.ป.ท.) ขบวนการแนวร่วมรักชาติแห่งประเทศไทย
ขบวนการเอกราชแห่งประเทศไทย สันนิบาตเยาวชนประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย เป็นต้น หรือ
(4) กองกำลังที่มีอาวุธของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่ใช้ชื่อต่าง ๆ เช่น ทหารหลวง
ทหารหลัก ทหารประจำถิ่น ทหารบ้านหรือหน่วยจรยุทธประจำบ้าน (น.จ.บ.) เป็นต้น
*[นิยามคำว่า "องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์" แก้ไขโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการ
ปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]
* "การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์" ได้แก่ การแทรกซึม การโฆษณาชวนเชื่อ
การปลุกระดม จารกรรม ก่อวินาศกรรม การใช้กำลังบังคับ หรือการกระทำอื่นใดเพื่อ
(1) บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์
หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
(2) ให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยทำให้กรรมสิทธิ์
ในทรัพย์สินหรือปัจจัยในการผลิตของเอกชนตกเป็นของรัฐ โดยมิได้มีการชดใช้ค่าทดแทน
อันเป็นธรรม หรือ
(3) จัดระเบียบสังคมขึ้นใหม่โดยยึดหลักว่า บรรดาทรัพย์สินทั้งหลายเป็นของ
กลางร่วมกัน เว้นแต่การจัดในรูปสหกรณ์เอนกประสงค์ หรือในรูปอื่นใดที่ได้จัดขึ้นตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมายว่าด้วยเรื่องนั้น ๆ
*[นิยามคำว่า "การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์" แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของ
คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]
*"ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์" หมายความว่า ผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
ภาคหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป แล้วแต่กรณี
*[นิยามคำว่า "ผู้อำนวยการ ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์" เพิ่มความโดย
พระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]
*"รัฐมนตรี" [บทนิยามนี้ ยกเลิกแล้วโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 4 ผู้ใดกระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุก
ตั้งแต่สิบปีขึ้นไปจนถึงตลอดชีวิต

มาตรา 5 ผู้ใดยุยง แนะนำ เสี้ยมสอน โฆษณาชวนเชื่อ มั่วสุม สมทบ ยินยอม
ตกลงกับผู้อื่น หรือตระเตรียมการที่จะให้มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ก็ดี หรือรู้ว่ามี หรือจะมี
การกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ช่วยปกปิดมิได้เอาความมาร้องเรียนขึ้นก็ดี มีความผิดต้อง
ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปจนถึงสิบปี
แท่นพิมพ์ ตลอดจนสิ่งอันเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามความในวรรคก่อน
ให้ริบเสีย

มาตรา 6 ผู้ใดเป็นสมาชิกขององค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีความผิดต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปจนถึงสิบปี
ผู้ใดเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไปจนถึงสิบห้าปี

มาตรา 7 คนไทยผู้ใดกระทำการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 หรือมาตรา 5
ในต่างประเทศก็ดี หรือเป็นสมาชิกขององค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์ตามมาตรา 6 ซึ่งตั้งอยู่
ในต่างประเทศก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

มาตรา 8 ผู้ใดเข้าร่วมประชุมในองค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้สันนิษฐาน
ไว้ก่อนว่าเป็นสมาชิกขององค์การนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนเข้าร่วมประชุมโดยไม่รู้ถึง
ลักษณะความมุ่งหมายในการประชุมนั้น

มาตรา 9* ผู้ใดกระทำการอุดหนุนแก่องค์การหรือสมาชิกขององค์การอันเป็น
คอมมิวนิสต์ด้วยประการหนึ่งประการใด ดังต่อไปนี้
(1) ให้ที่พัก ที่อาศัย หรือที่ประชุม
(2) ชักชวนบุคคลอื่นให้เป็นสมาชิกหรือพรรคพวก
(3) ชักชวนบุคคลอื่นให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อศาสนา หรือให้กระทำการใด ๆ
อันเป็นการทำลายขนบประเพณีของชนชาติไทย หรือชักชวนบุคคลอื่นให้เกิดความเลื่อมใส ในลัทธิ
ที่มีหลักการหรือการปฏิบัติเป็นการทำให้บุคคลเสื่อมศรัทธาต่อศาสนาหรือขนบประเพณีของ
ชนชาติไทย
(4) ให้การสนับสนุนทางการเงิน อาหาร อาวุธ เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ หรือ
การสนับสนุนด้วยประการใด ๆ เช่น การเปิดเผยความลับของทางราชการหรือส่งมอบเอกสาร
เกี่ยวกับนโยบาย แผนการดำเนินงานหรือข่าวสารอันมิพึงเปิดเผย
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปจนถึงสิบปี
*[มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512]

มาตรา 10 ถ้าความผิดได้กระทำลงโดยสมาชิกขององค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์
ตามความมุ่งหมายขององค์การนั้น ผู้ที่เป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การนั้นก็ดี
สมาชิกคนใดซึ่งอยู่ด้วยในขณะกระทำผิด หรือได้ร่วมประชุมในคราวประชุมใด ๆ ซึ่งได้มีการ
ตกลงให้กระทำความผิดดั่งว่านี้ก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษเสมือนได้กระทำความผิดนั้น

มาตรา 11 ผู้ใดกระทำร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะกระทำร้ายต่อร่างกาย ทรัพย์สิน หรือ
เกียรติยศชื่อเสียงก็ดี หน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือขู่เข็ญว่าจะหน่วงเหนี่ยวกักขังก็ดี หรือกระทำการ
อย่างหนึ่งอย่างใดอันก่อให้เกิดความหวาดกลัวก็ดี เพื่อให้บุคคลใดปฏิบัติตามคำสั่งขององค์การ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อวัตถุประสงค์ขององค์การเช่นว่านั้น
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปจนถึงสิบปี


มาตรา 12* ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอบรมหรือสั่งสอนบุคคลใด ๆ หรือกระทำการ
เผยแพร่โดยการโฆษณา ชักจูง แนะนำ หรือโน้มน้าวจิตใจด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลอื่นเห็นดี
เห็นชอบในลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือเข้าร่วมกับองค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกระทำด้วย
วาจา ลายลักษณ์อักษร เอกสารตีพิมพ์ หรือด้วยประการอื่นใด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแต่เจ้าหน้าที่หรือผู้สอนของกระทรวง ทบวง กรม
ซึ่งมีหน้าที่ในการให้การศึกษา ในการระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือ
ในการป้องกันราชอาณาจักร หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมอื่น ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่
หรือระเบียบของกระทรวง ทบวง กรม ที่ตนสังกัดหรือที่ตนได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อ
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือผู้สอนดังกล่าวมิได้เป็นไปในลักษณะชักชวนให้นิยมหรือ
เลื่อมใสในลัทธิคอมมิวนิสต์
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรานี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปจึงถึงห้าปี
*[มาตรา 12 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]


มาตรา 13* เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่การป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุดินแดนต่างประเทศ
ที่ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยเข้าไปอาศัยอยู่หรือประกอบกิจการใด ๆ ในดินแดนนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
การชั่วคราวหรือไม่
เมื่อได้มีประกาศของนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทย
ผู้ใดเข้าไปอาศัยอยู่หรือประกอบกิจการใด ๆ ในดินแดนที่ต้องห้ามนั้น ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือ
ไม่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายกรัฐมนตรี
ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยผู้ใดฝ่าฝืนวรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
*[มาตรา 13 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 14* ในทุกจังหวัดนอกจากจังหวัดที่ระบุไว้ในวรรคสองให้มีผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด จังหวัดละหนึ่งคน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด
ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัด
สมุทรปราการ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปตามมาตรา 16
ทำหน้าที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดสำหรับเขตท้องที่ดังกล่าว
*[มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]


มาตรา 15* ภายใต้บังคับมาตรา 15 ตรี และมาตรา 16 ผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด มีอำนาจหน้าที่อำนวยการป้องกันและปรามปรามการ
กระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภายในเขตท้องที่ที่อยู่ในอำนาจของตน และให้มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติการตามมาตรา 17
(2) สั่งให้บุคคลนำอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่งหรือทุกชนิดที่กำหนดมามอบไว้เป็นการ
ชั่วคราวตามความจำเป็น
(3) ห้ามบุคคลนำอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่งหรือทุกชนิดตามที่กำหนดออกนอก
เคหะสถาน
(4) สั่งห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ห้ามโฆษณา หรือห้ามการแสดงมหรสพ
เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการชักชวนหรือยั่วยุให้มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(5) สั่งให้เจ้าของหรือผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในกิจการหรือการจัดการธุรกิจ
ที่กำหนด ซึ่งมีพนักงานหรือลูกจ้างหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการหรือธุรกิจ จัดทำ
และเก็บประวัติ และแจ้งการย้ายเข้าออก การเลิกจ้างหรือพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ทราบ
(6) เรียกบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาสอบถามในด้านการข่าวและเข้ารับการอบรม
ได้ครั้งหนึ่งไม่เกินสิบห้าวัน
(7) ประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด
(8) ให้บุคคลมารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
การปฏิบัติการตาม (3) (6) และ (7) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
ในกฎกระทรวง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด ซึ่งประกาศหรือสั่งตามมาตรานี้หรือตามกฎกระทรวง
ที่ออกตามมาตรานี้หรือขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามประกาศหรือ
คำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 15 ทวิ* ภายใต้บังคับมาตรา 14 วรรคสอง เพื่อประโยชน์ในการ
ประสานงานและควบคุมดูแลการปฏิบัติการป้องกันและปรามปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
ในเขตจังหวัดต่าง ๆ ให้มีภาคสำหรับการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์
เขตของภาคตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามเขตของกองทัพภาค ตามกฎหมายว่าด้วย
การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และให้แม่ทัพภาคเป็นผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค
*[มาตรา 15 ทวิ เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]


มาตรา 15 ตรี* ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคมีอำนาจ
หน้าที่สั่งการและควบคุมดูแลให้กิจการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
ภายในเขตภาคของตนได้ประสานกันและเป็นไปโดยเรียบร้อย
ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
ภาคมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดตาม
มาตรา 15 และให้มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้อำนาจตามมาตรา 15
ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎกระทรวง
ที่ออกตามมาตรา 15 วรรคสอง รวมทั้งมีอำนาจในการสั่งการแก้ไขหรือยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่
ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปน
ี้ภายในเขตภาคด้วย
(1) สั่งให้ตรวจข่าวสาร จดหมาย โทรเลข เอกสาร หีบห่อ วัตถุหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้
ในการติดต่อของบุคคลใด ๆ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นได้คบคิดหรือติดต่อกับบุคคล
ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(2) สั่งตรวจหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ภาพโฆษณา บทประพันธ์ตลอดจน
สั่งห้ามพิมพ์ จำหน่าย หรือเผยแพร่ซึ่งสิ่งดังกล่าว
(3) กระทำหรือสั่ง หรือมอบหมายให้นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี
เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นไป หรือเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือ
พนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่เจ้าพนักงานปกครอง 3 ขึ้นไป เป็นหัวหน้าทำการตรวจค้นตัวบุคคล
ยานพาหนะ เคหะสถานสิ่งปลูกสร้าง หรือที่ใด ๆ ไม่ว่าเวลาใด ๆ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมี
ผู้กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ก่อความไม่สงบขึ้น
(4) สั่งห้ามรับหรือส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์
(5) สั่งห้ามใช้ทางสาธารณะหรือการจราจรไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือ
ทางอากาศ
(6) สั่งห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสาร อาวุธ อุปกรณ์อาวุธ เคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใด
ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เกิดอันตรายแก่มนุษย์ สัตว์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือที่อาจนำไปใช้ทำเป็นเคมี
ภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้
การสั่งการตาม (2) (4) หรือ (6) ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปก่อน
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ภาคที่สั่งการตามมาตรานี้ หรือขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ
ตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคที่สั่งการตามมาตรานี้ ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 15 ตรี เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 16* ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ทั่วไปขึ้นคนหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่สั่งการและควบคุมดูแลให้กิจการป้องกันและ
ปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ประสานงานกันและเป็นไปโดยเรียบร้อยใน
ทุกจังหวัดและทุกภาค และมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดให้ช่วยเหลือ
ปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปได้
อำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นตามวรรคหนึ่ง จะมอบหมายให้
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค หรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์จังหวัด แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นแทนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่
กำหนดไว้ก็ได้
ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
ทั่วไปมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคในท้องที่
่ทั่วราชอาณาจักร และให้มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจตาม
พระราชบัญญัตินี้ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดและผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค รวมทั้งมีอำนาจในการสั่งการแก้ไขหรือยับยั้งการปฏิบัติ
หน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดและผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค เว้นแต่การสั่งการตามมาตรา 15 ตรี (2) (4) หรือ (6) ซึ่งจะ
ให้มีผลใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อน
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ทั่วไปที่สั่งการตามวรรคสาม หรือขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่
ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปที่สั่งการตาม
วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 16 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]


มาตรา 16 ทวิ* เมื่อจะมีการปฏิบัติการในทางปราบปรามในท้องที่ใด ให้
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคประกาศเขตพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการในทางปราบปรามให้ประชาชน
ทราบตามสมควรและเหมาะสมกับสถานการณ์
ในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการในทางปราบปราม ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค หรือ
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ขึ้นไป หรือเจ้าพนักงานตำรวจ
ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่เจ้าพนักงานปกครอง 3 ขึ้นไป
ซึ่งผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคมอบหมายมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) สั่งห้ามบุคคลเข้าไปในบริเวณที่กำหนดเป็นการชั่วคราว
(2) ยึดสิ่งใด ๆ ไว้ชั่วคราว เพื่อนำมาใช้ประโยชน์หรือมิให้เป็นอุปสรรคในการ
ปฏิบัติการในทางปราบปราม
(3) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการ
ปฏิบัติการในทางปราบปราม ในการใช้อำนาจตามมาตรานี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวตาม
แบบที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือแสดงหลักฐานทางราชการต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือติดเครื่องหมาย
อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป หรือผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคกำหนด
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ทั่วไปหรือผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาคที่สั่งการตาม
มาตรานี้ หรือขัดขวางการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการตามคำสั่งดังกล่าว ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 16 ทวิ เพิ่มความแก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 16 ตรี* ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา
*[มาตรา 16 ตรี เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 17* นายกรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ท้องที่ใดท้องที่
หนึ่งเป็นเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่
เมื่อได้มีประกาศของนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งแล้ว
(1) ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เข้าไปในเขตนั้น
(2) ให้ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตนั้นอยู่แล้วในวันที่นายกรัฐมนตรีประกาศตามความ
ในวรรคหนึ่งออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ประกาศกำหนด ทั้งนี้เว้นแต่บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้อยู่อาศัยได้
หนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรือ
อาศัยอยู่เมื่อมีเหตุอันสมควร ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จะเพิกถอนเสีย
เมื่อใดก็ได้ การออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไป
หรืออาศัยอยู่ การเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไป
หรืออาศัยอยู่ การประกาศให้บุคคลที่อาศัยอยู่ในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ออกไปจาก
เขตนั้นตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการให้บุคคลผู้ต้องออกไปจากเขตที่นายกรัฐมนตรี
ประกาศตามวรรคหนึ่ง ได้มีที่อยู่อาศัยและได้รับค่าทดแทนตามที่นายกรัฐมนตรีจะเห็นสมควร
ผู้ใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ เข้าไปในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัยอยู่ตามวรรคหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืน

(1)
หรือผู้ใดซึ่งอาศัยอยู่ในเขตดังกล่าวอยู่แล้วในวันที่นายกรัฐมนตรีประกาศเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไป
หรืออาศัยอยู่ตามวรรคหนึ่ง ไม่ออกไปจากเขตนั้นภายในกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการป้องกันการ
กระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ประกาศกำหนด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม
(2) ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 17 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 17 ทวิ* ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มีอำนาจ
แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อกำหนดมาตรการและดำเนินการควบคุม
การครอบครองและหรือการจำหน่ายข้าว อาหาร ยา เครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นและสิ่งอื่นใด
ในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตอำนาจหน้าที่ของตน เพื่อมิให้สิ่งเหล่านั้นเป็นประโยชน์แก่
องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์หรือเพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน
ให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ระบุชนิด ประเภทของข้าว อาหาร ยา เครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นและสิ่ง
อื่นใด ให้เป็นสิ่งของควบคุม
(2) วางระเบียบเกี่ยวกับการส่งออกไปนอกหรือนำเข้ามาในท้องที่ดังกล่าวซึ่ง
สิ่งของควบคุมตาม (1)
(3) ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้จำหน่ายสิ่งของควบคุมแจ้งปริมาณและ
สถานที่เก็บสิ่งของควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
(4) ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้จำหน่ายสิ่งของควบคุมแจ้งสถิติหรือบัญชี
การจำหน่ายสิ่งของควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
(5) วางเงื่อนไขในการจำหน่ายสิ่งของควบคุม การกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของคณะกรรมการ
ปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอและที่เปิดเผยตามชุมชนทั่วไปในท้องที่ที่เกี่ยวข้อง กับต้องประกาศ
ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรานี้ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 17 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 17 ตรี* คณะกรรมการตามมาตรา 17 ทวิ มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นใด ให้ช่วยเหลือปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของ
คณะกรรมการทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือในบริเวณท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง แทนคณะกรรมการได้
ในการปฏิบัติการติดต่อกับบุคคลภายนอก ให้อนุกรรมการ พนักงานเจ้าหน้าที่
หรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง แสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดใน
กฎกระทรวงหรือแสดงหลักฐานอย่างอื่นต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์กำหนด
*[มาตรา 17 ตรี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 17 จัตวา* กรรมการ อนุกรรมการ หรือเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่
ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือพนักงานปกครอง 3 ขึ้นไป หรือนายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี
เรือตรี หรือเรืออากาศตรีขึ้นไป ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 17 ทวิ หรือมาตรา 17 ตรี มีอำนาจ
ดังต่อไปนี้
(1) สั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ
เพื่อประกอบการพิจารณาว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตาม
มาตรา 17 ทวิ หรือไม่
(2) เข้าไปในสถานที่หรือเคหสถานของบุคคลใดในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึง
พระอาทิตย์ตก เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงหรือเพื่อตรวจสอบเอกสารใด ๆ เพื่อให้ทราบว่ามีการ
ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา 17 ทวิ หรือไม่
ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ตาม (1) หรือขัดขวาง
หรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการของคณะกรรมการหรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้ง
ตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 17 จัตวา เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 17 เบญจ* ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า สิ่งของควบคุมที่เป็นกรรมสิทธิ์
หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลใด ๆ เจ้าของหรือผู้ครอบครองมีเจตนานำไปใช้ให้เป็น
ประโยชน์แก่องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือในกรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองได้เก็บสิ่งของ
ควบคุมไว้โดยไม่มีเหตุอันสมควรอันอาจทำให้เกิดการขาดแคลนสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและ
ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในท้องที่ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยึดสิ่งของควบคุมนั้น ๆ
ได้
เมื่อคณะกรรมการสั่งยึดสิ่งของควบคุมตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ
ไปยังเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของควบคุมดังกล่าวทราบ หรือในกรณีไม่ปรากฏตัวบุคคลผู้เป็น
เจ้าของหรือผู้ครอบครอง หรือปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครอง แต่ไม่มีผู้ใดยอมรับหนังสือสั่ง
ให้เจ้าหน้าที่ปิดคำสั่งของคณะกรรมการไว้ ณ สถานที่เก็บสิ่งของควบคุมนั้นโดยให้ปิดต่อหน้า
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจอย่างน้อยหนึ่งคน และให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของ
ควบคุมได้ทราบคำสั่งแล้ว
เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของควบคุมที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ยึดตาม
วรรคหนึ่ง จะยื่นคำร้องขอต่อศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง ที่สถานที่เก็บสิ่งของควบคุมอยู่ในเขตอำนาจ
เพื่อขอพิสูจน์ว่าตนได้ครอบครองสิ่งของควบคุมนั้นไว้โดยสุจริตตามจำนวนที่สมควรแก่ความ
จำเป็นในการใช้สอย หรือดำเนินธุรกิจโดยปกติและทั้งไม่เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่คณะกรรมการ
ประกาศกำหนดแต่อย่างใดก็ได้ คำร้องขอพิสูจน์จะต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ
หนังสือแจ้งคำสั่งหรือวันที่เจ้าหน้าที่ปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี ถ้าไม่ยื่นคำร้องของพิสูจน์ภายในเวลา
ดังกล่าว ให้สิ่งของควบคุมนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
ในกรณีศาลเห็นว่าพยานหลักฐานควรเชื่อได้ว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสุจริต
ให้ศาลมีอำนาจสั่งคืนสิ่งของควบคุมให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ทั้งนี้ เท่าที่บุคคลนั้นจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจำนวนที่สมควรแก่ความจำเป็นในการใช้สอย
หรือดำเนินธุรกิจโดยปกติ แต่ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลผู้ร้องขอไม่สามารถพิสูจน์ได้ ให้ศาลสั่งให้
สิ่งของควบคุมนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
*[มาตรา 17 เบญจ เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตร 17 ฉ* ถ้าสิ่งของควบคุมที่คณะกรรมการสั่งยึดตามมาตรา 17 เบญจ เป็นของ
เสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกิน
สมควร คณะกรรมการจะจัดการขายทอดตลาดสิ่งของควบคุมนั้นก็ได้ ได้เงินจำนวนสุทธิจำนวน
เท่าใดให้ยึดเงินนั้นไว้แทน หรือในกรณีจำเป็นคณะกรรมการจะนำสิ่งของควบคุมนั้นออกแจกจ่าย
บรรเทาทุกข์แก่ประชาชนก็ได้ แต่ถ้าต้องชดใช้ค่าสิ่งของควบคุมนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ให้สำนักนายกรัฐมนตรีชดใช้ค่าสิ่งของควบคุมนั้นตามราคาตลาด
ราคาตลาดตามวรรคหนึ่ง ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
*[มาตรา 17 ฉ เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25
ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 17 สัตต* ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าพนักงาน
สอบสวนเห็นว่า ผู้ต้องหาคนใดได้กระทำความผิดดังกล่าวเพราะหลงผิด หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ
มีเหตุที่ไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนใด ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสำหรับผู้ต้องหาคน
นั้น พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีเขตอำนาจ
เหนือท้องที่ที่มีการสอบสวน
ถ้าผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ตามวรรคหนึ่ง เห็นชอบ
ด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน ว่าไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ให้ผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการถูกฟ้องคดี โดยให้ผู้ต้อง
หาดังกล่าวเข้ารับการอบรม ณ สถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือน และจะกำหนดเงื่อนไข
ให้มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราวตามที่กำหนดภายหลังการอบรมแล้วด้วยก็ได้
แต่จะกำหนดระยะเวลาที่ให้มารายงานตัวเกินหนึ่งปีไม่ได้
การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการฟ้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้
ต่อเมื่อผู้ต้องหายินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว และเมื่อผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว
จะฟ้องผู้ต้องหาสำหรับการกระทำที่ต้องหานั้นอีกไม่ได้
*[มาตรา 17 สัตต เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 17 อัฐ* ในกรณีที่ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 17 สัตต
วรรคสอง ไม่ครบถ้วน ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมกับ
ตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา แต่ถ้าผู้ต้องหามิได้อยู่ในความควบคุมของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็น
คอมมิวนิสต์ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ส่งสำนวนพร้อมทั้งแจ้งให้
พนักงานสอบสวนทำการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา
เมื่อได้รับหรือจับผู้ต้องหาไว้ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจ
ควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินการต่อไปตามวรรคหนึ่งได้ ระยะเวลาการควบคุมผู้ต้องหาให้เป็นไป
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้เริ่มนับระยะเวลาควบคุมตั้งแต่วันที่ได้รับหรือ
จับผู้ต้องหาได้เป็นต้นไป
*[มาตรา 17 อัฐ เพิ่มความโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]

มาตรา 18* บรรดาคดีที่มีข้อหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะมี
ข้อหาว่ากระทำความผิดอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อ
ทำการสอบสวนได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ต้องหามาถึงที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจ แต่ถ้าเกิดความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาไว้เกินกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ก็ให้
พนักงานสอบสวนโดยได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมตำรวจมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้ต่อไปได้อีก
ไม่เกินสามครั้ง ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

ถ้าเกิดความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาไว้เกินกำหนดเวลาในวรรคก่อนเพื่อให้
การสอบสวนเสร็จสิ้น ให้ส่งตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนยื่น
คำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหานั้นและให้ศาลมีอำนาจสั่งขังผู้ต้องหาได้ไม่เกินสามครั้ง ครั้งละ
ไม่เกินเก้าสิบวัน

*[มาตรา 18 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 19* ให้นำความในมาตรา 18 มาใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้บังคับบัญชาทหาร
ควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม โดยให้ถือว่าผู้บังคับบัญชา
ทหารเป็นพนักงานสอบสวน และนายทหารซึ่งมีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าใน
ท้องถิ่นการบังคับบัญชาราชการทหารที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นอธิบดีกรมตำรวจ หรือถ้าไม่มี
นายทหารผู้มีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลหรือเทียบเท่าในท้องถิ่นนั้น ก็ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชา
ทหารสูงสุดในท้องถิ่นนั้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจ
*[มาตรา 19 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512]

มาตรา 20* เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราช
บัญญัตินี้ ให้ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ หรือนายทหารสัญญาบัตร
ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ขึ้นไปหรือเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่
ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป หรือพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่เจ้าพนักงานปกครอง 3 ขึ้นไป ที่ทางราชการ
มีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีอำนาจค้นหรือจับบุคคลนั้น หรือ
ค้นสถานที่ใดเพื่อหาตัวคนหรือสิ่งของอันเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ได้
โดยไม่ต้องมีหมายค้นหรือหมายจับ และให้มีอำนาจค้นหรือจับได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา ทั้งนี้
โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
กำหนด และต้องคำนึงถึงความจำเป็นตามควรแก่พฤติการณ์ และให้นำมาตรา 83 มาตรา 84
มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 94 มาตรา 98 มาตรา 99 มาตรา 100 มาตรา 101 มาตรา 102
มาตรา 103 และมาตรา 104 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา 83 หรือมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา คำว่า "ที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ" ให้หมายความรวมถึง
ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับด้วย
ในการค้นหรือจับตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องแสดงบัตร
ประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือแสดงหลักฐานทางราชการต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
หรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
กำหนด
เมื่อมีการค้นหรือจับตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการค้นหรือจับ
รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วที่สุด แต่ต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่เริ่มทำการ
ค้นหรือจับ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไปกำหนด
*[มาตรา 20 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 20 ทวิ* การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในทางปราบปรามตาม
พระราชบัญญัตินี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเป็นการ
กระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติ บุคคลใดจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ อันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติการนี้มิได้
*[มาตรา 20 ทวิ เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 21* ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือ
ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการ
ปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีเขตอำนาจปฏิบัติการในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่าย
ปกครองหรือตำรวจ หรือในฐานะที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่แล้วแต่กรณี
ทั่วราชอาณาจักร
ภายใต้บังคับมาตรา 15 มาตรา 15 ตรี มาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ และมาตรา 20
ให้ผู้ซึ่งทางราชการมีคำสั่งให้ปฏิบัติการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เป็นพนักงาน
ฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้มีเขตอำนาจปฏิบัติการ
ทั่วราชอาณาจักร
*[มาตรา 21 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 22* ในกรณีที่มีความตายของบุคคลใดซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำ
ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมูลเหตุแห่งการตายของบุคคลดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มี
การปฏิบัติการในทางปราบปรามตามมาตรา 16 ทวิ หรือในเขตห้ามมิให้บุคคลเข้าไปหรืออาศัย
อยู่ตามมาตรา 17 โดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราช

บัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการ
ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
แห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำท้องที่ หรือแพทย์ประจำตำบล
หรืออนามัยจังหวัด หรือแพทย์ประจำสถานีอนามัย หรือแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือแพทย์ทหาร
หรือเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ทหารที่ปฏิบัติราชการอยู่ในท้องที่นั้น เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว และ
ให้ทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้นไว้
ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนหรือนายทหารสัญญาบัตรที่ผู้บังคับบัญชา
มอบหมายแจ้งแก่ผู้มีหน้าที่ไปทำการชันสูตรพลิกศพทราบ
เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้ส่งบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรนั้น
ไปยังพนักงานสอบสวน และให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพ
ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าเป็นกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่
ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงาน
เจ้าหน้าที่ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตร
พลิกศพไปยังอธิบดีกรมอัยการ และให้อธิบดีกรมอัยการมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังกรม
พระธรรมนูญ และให้เจ้ากรมพระธรรมนูญมีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
หากปรากฏว่าการชันสูตรพลิกศพตามวรรคหนึ่ง จะเป็นอุปสรรคแก่การ
ปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์หรือจะเป็นอันตรายแก่
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว จะไม่ทำการชันสูตรพลิกศพก็ได้ แต่ให้
ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัด หรือผู้ที่ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์จังหวัดมอบหมายโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็น
คอมมิวนิสต์ภาค หรือของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ทำบันทึก
เหตุนั้นไว้ แล้วส่งบันทึกไปยังพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและดำเนินการตามวรรคสาม
*[มาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522]

มาตรา 23* ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ
ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
*[มาตรา 23 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519]


ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี


_______________________________
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512

มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2505
(2) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2506
(3) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วย
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506
(4) พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วย
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2511
บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช
บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 18 ให้พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาทหาร ซึ่งได้ควบคุมตัว
ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495
ไว้เพื่อการสอบสวนและได้ควบคุมตัวอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา
คงมีอำนาจควบคุมตัวไว้เพื่อการสอบสวนต่อไปอีกเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เมื่อครบ
กำหนดเวลาดังกล่าวนี้แล้วยังมิได้ยื่นฟ้องต่อศาล ก็ให้ปล่อยตัวไป


หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบันภัย
ของคอมมิวนิสต์ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงเพิ่มเติมมาตรการการป้องกันการ
กระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม
กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เสียใหม่

[รก.2512/14/162/18 กุมภาพันธ์ 2512]


_______________________________
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 78 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2515

โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามผู้กระทำ
ความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงควรแก้ไข
บทบัญญัติเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพเมื่อมีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน
หรือระหว่างที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
[รก.2515/26/3พ./16 กุมภาพันธ์ 2515]
_______________________________
คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 25 ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2519

โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเห็นว่า ภาวะของบ้านเมืองในขณะนี้กำลัง
เผชิญกับภัยที่คุกคามต่อความมั่นคงของชาติ และมีการกระทำที่เป็นการบ่อนทำลายสถาบันศาสนา
สถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
ยังมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ทั้งมีช่องว่างของกฎหมาย

ที่อาจทำให้ผู้กระทำความผิดหลุดพ้นจากการต้องรับโทษได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเสียใหม่ให้
เหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ
และประชาชน


ข้อ 15 บรรดาคำสั่ง ประกาศ และกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512 ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
[รก.2519/130/13พ./17 ตุลาคม 2519]


_______________________________
พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ให้อำนาจหน้าที่ผู้อำนวยการป้องกัน
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม
การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เฉพาะในเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์เท่านั้น ซึ่งในบางครั้ง
การปราบปรามคอมมิวนิสต์ต้องกระทำนอกเขตดังกล่าว สมควรยกเลิกเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์
และปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ให้เหมาะสม
โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ผู้อำนวยการ
ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ภาค และผู้อำนวยการป้องกันการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์
จังหวัด ให้มีการประสานงาน และมีการควบคุมการใช้อำนาจ ตลอดจนการวางเงื่อนไขและ
หลักเกณฑ์การใช้อำนาจให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกัน
และปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมทั้งจำกัดการใช้อำนาจดังกล่าวให้อยู่ภายใน
ขอบเขตของกฎหมายด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
[รก.2522/28/26พ./1 มีนาคม 2522]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook