ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.
๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
- มาตรา ๑
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
พ.ศ. ๒๕๔๑"
|
|
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.๒๕๔๑/๓๕ก/๓๙/๙ มิถุนายน ๒๕๔๑]
- มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
- (๑)
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๒๒
- (๒)
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓
- (๓)
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖
- (๔)
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙
- (๕)
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
- (๖)
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘
- มาตรา ๔
ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
- "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง"
หมายความว่า
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ
สมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี
- "ผู้สมัคร" หมายความว่า
ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ
ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
แล้วแต่กรณี
- "วันเลือกตั้ง" หมายความว่า
วันที่กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกา
ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา
แล้วแต่กรณี
- "เขตเลือกตั้ง" หมายความว่า
ท้องที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขต
เลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
แล้วแต่กรณี
- "หน่วยเลือกตั้ง" หมายความว่า
ท้องถิ่นที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้ง
- "ที่เลือกตั้ง" หมายความว่า
สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้งและ
ให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่เลือกตั้ง
- "จังหวัด" หมายความรวมถึง
กรุงเทพมหานคร
- "อำเภอ" หมายความรวมถึง
เขตและกิ่งอำเภอ
- "ตำบล" หมายความรวมถึง แขวง
|
|
- "ศาลากลางจังหวัด"
หมายความรวมถึง
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
- "ที่ว่าการอำเภอ"
หมายความรวมถึง สำนักงานเขต
และที่ว่าการกิ่งอำเภอ
- "เทศบาล" หมายความรวมถึง
เมืองพัทยา
- "สำนักงานเทศบาล"
หมายความรวมถึง
ศาลาว่าการเมืองพัทยา
- มาตรา ๕
ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญนี้
หมวด
๑
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
__________
ส่วนที่ ๑
บททั่วไป
__________
- มาตรา ๖
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้ง
ดังต่อไปนี้
- (๑)
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ซึ่งเป็นการ
ลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นรายบุคคลตามการแบ่งเขตเลือกตั้งที่กำหนดเขตละ
หนึ่งคน
- (๒)
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
ซึ่งเป็นการ
ลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น
โดยเลือกจากบัญชี
รายชื่อของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคการเมืองเดียว
และใช้เขตประเทศ
เป็นเขตเลือกตั้ง
- มาตรา ๗
เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับ
การเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้
- (๑)
กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ซึ่งต้องกำหนดให้มีการเริ่มรับสมัครไม่เกินยี่สิบวันนับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับ
และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน
|
|
- (๒)
กำหนดวันที่พรรคการเมืองจะยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชี
รายชื่อ
ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นวันก่อนวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต
เลือกตั้งตาม (๑)
- (๓)
จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีจากการเลือกตั้งแบบ
แบ่งเขตเลือกตั้ง
- (๔)
จำนวนเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด
ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับอำเภอ
หรือตำบลหรือเขตพื้นที่ที่อยู่ภายในเขตเลือกตั้ง
- ในกรณีที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรแทนตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งซึ่งว่างลง
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรสำหรับเขตเลือกตั้งที่ว่างลงนั้น
- มาตรา ๗/๑*
การดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการ
เลือกตั้งทั่วไป
คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน
นับแต่วันเลือกตั้ง
- *[มาตรา ๗/๑
เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓]
- มาตรา ๗/๒*
ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจออกประกาศให้ย่นหรือขยายระยะเวลา
หรืองดเว้น
การดำเนินการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
เฉพาะในการเลือกตั้งนั้น
เพื่อให้เหมาะสมแก่การดำเนินการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว
สุจริต และเที่ยงธรรมได้
- *[มาตรา ๗/๒
เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓]
ส่วนที่
๒
เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง
และที่เลือกตั้ง
__________
- มาตรา ๘
เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ทั้งนี้
ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนให้ใช้เขต
จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน
ให้คณะ
|
|
| กรรมการการเลือกตั้งแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมี
โดยใช้เขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา
๙
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการ
การเลือกตั้งแต่งตั้งตามมาตรา
๑๒
กำหนดหน่วยเลือกตั้งที่จะพึงมีในแต่ละเขตเลือกตั้ง
โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งของราษฎร
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้ *(๑)
ให้ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยเลือกตั้ง
เว้นแต่ในกรณีที่มีผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งจำนวนน้อยจะรวมหมู่บ้านที่อยู่ติดกันตั้งแต่สองหมู่บ้านขึ้นไปเป็นหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน
ก็ได้ สำหรับในเขตเทศบาล
เขตกรุงเทพมหานคร
หรือเขตชุมชนหนาแน่น
อาจกำหนดให้ใช้ แนวถนน ตรอก
หรือซอย
เป็นเขตของหน่วยเลือกตั้งก็ได้
(๒)
ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยละแปดร้อยคนเป็นประมาณ
แต่ถ้าเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกหรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
จะกำหนดหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นโดยให้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าจำนวนดังกล่าวก็ได้
ให้ดำเนินการประกาศหน่วยเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันเลือกตั้ง
โดย ให้ปิดประกาศไว้ ณ
ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ
สำนักงานเทศบาล
ที่ทำการองค์การบริหาร ส่วนตำบล
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
และเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร
และให้จัดทำแผนที่สังเขป
แสดงเขตของหน่วยเลือกตั้งไว้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งให้กระทำได้โดยประกาศก่อนวันเลือกตั้ง
ไม่น้อยกว่าสิบวัน
เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินจะประกาศเปลี่ยนแปลงก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่าสิบวัน
ก็ได้ และให้นำความในวรรคสอง
มาใช้บังคับโดยอนุโลม *[มาตรา ๙ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓] มาตรา ๑๐
ในการกำหนดหน่วยเลือกตั้งตามมาตรา
๙ ให้คณะกรรมการการ
เลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งตามมาตรา
๑๒ กำหนดที่เลือกตั้ง
ของแต่ละหน่วยเลือกตั้งไว้ด้วย
และให้นำความในมาตรา ๙ วรรคสอง
และวรรคสาม มาใช้บังคับ
โดยอนุโลมกับการประกาศกำหนดที่เลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้ง
ที่เลือกตั้งตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสถานที่ที่ประชาชนเข้าออกได้สะดวก
เพื่อการ ลงคะแนนเลือกตั้ง
และมีป้ายหรือเครื่องหมายอื่นใดเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณของที่เลือกตั้ง
ไว้ด้วยตามลักษณะของท้องที่และภูมิประเทศในการลงคะแนนเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ในท้องที่ใดถ้าเห็นว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
หรือเพื่อ
ความปลอดภัยของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจประกาศกำหนดที่เลือกตั้งนอกเขตของหน่วยเลือกตั้งก็ได้
แต่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยเลือกตั้งนั้น
|
|
| มาตรา ๑๑
การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้ใช้หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง
ตามที่กำหนดไว้สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งกับการลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชี
รายชื่อด้วย ส่วนที่ ๓
เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
_________
- มาตรา ๑๒
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละครั้ง
ให้คณะกรรมการ
การเลือกตั้งมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
ดังต่อไปนี้
- (๑)
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหนึ่งคน
มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับ
สมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
และดำเนินกิจการที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เป็นไปตาม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
- (๒)
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเก้าคน
มีหน้าที่
เกี่ยวกับการกำหนดหน่วยเลือกตั้ง
ที่เลือกตั้ง
และสถานที่นับคะแนนในเขตเลือกตั้ง
การจัดทำ
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
การเพิ่มชื่อและการถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง
รวมทั้ง
มีหน้าที่ในการกำกับดูแล
การลงคะแนนเลือกตั้ง
การนับคะแนนเลือกตั้ง
และการประกาศผล
การนับคะแนนเลือกตั้ง
- การสรรหาและการแต่งตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและ
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
- เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจ
แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
หรือคณะกรรมการการเลือก
ตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
หรือคณะบุคคล
หรือบุคคลใดเป็นผู้ช่วยเหลือ
การปฏิบัติงานในการเลือกตั้งได้ตามสมควร
- มาตรา ๑๓
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งบุคคลเป็น
เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
ดังต่อไปนี้
- (๑)
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดคน
มีหน้าที่เกี่ยวกับ
การลงคะแนนเลือกตั้งในที่เลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งแต่ละแห่ง
- (๒)
คณะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้งมีจำนวนตามที่เห็นสมควร
มีหน้าที่
เกี่ยวกับการนับคะแนนในสถานที่นับคะแนนเลือกตั้งสำหรับเขตเลือกตั้งแต่ละแห่ง
|
|
- ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
และคณะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง
- มาตรา ๑๔
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตามมาตรา
๑๓ (๑) ให้
ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการสองคน
ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งและผู้แทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
หรือที่ส่งสมัครแบบบัญชีรายชื่อเป็นกรรมการ
- *พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นหรือที่ส่งผู้สมัคร
แบบบัญชีรายชื่อมีสิทธิเสนอรายชื่อผู้แทนของพรรคการเมืองนั้นหนึ่งคนเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ประจำหน่วยเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
สิบห้าวัน
ในการปฏิบัติหน้าที่ถ้าผู้แทนของพรรคการเมืองซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการประจำ
หน่วยเลือกตั้งผู้ใดไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะใดมิให้นับผู้แทนพรรคการเมือง
ดังกล่าวเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในขณะนั้น
- ในกรณีที่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งมีจำนวนไม่ถึงเจ็ดคน
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกนั้น
เป็น
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้ได้จำนวนตามมาตรา
๑๓ (๑)
- ในวันเลือกตั้งถ้าถึงเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วมีกรรมการประจำ
หน่วยเลือกตั้งมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ถึงเจ็ดคน
ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ใน
ขณะนั้นแต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจนครบ
เจ็ดคน
- *[มาตรา ๑๔ วรรคสอง
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓]
- มาตรา ๑๕
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งกรรมการ
นับคะแนนเลือกตั้งตามมาตรา ๑๓ (๒)
โดยใช้วิธีสรรหาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
และให้มีผู้แทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
หรือที่ส่งสมัครแบบ
บัญชีรายชื่อเป็นกรรมการนับคะแนนเลือกตั้งตามจำนวนที่เพียงพอกับการจัดระบบนับคะแนนด้วย
- หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการนับคะแนนเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
|
|
มาตรา ๑๖
นอกจากที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญนี้แล้ว
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจกำหนดวิธีปฏิบัติหน้าที่ของ
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
และคณะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง
- มาตรา ๑๗
ห้ามมิให้กรรมการการเลือกตั้ง
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ
เขตเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
กรรมการ
นับคะแนนเลือกตั้งหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง
จงใจไม่ปฏิบัติ ตามหน้าที่
ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำการอื่นใดเพื่อขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย
ประกาศ ระเบียบ
หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
หรือคำสั่งของศาลอันเกี่ยวกับ
การเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
- ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
ประกาศ ระเบียบ หรือ
คำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
หรือคำสั่งของศาลอันเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
และได้กระทำโดย
สุจริตย่อมได้รับความคุ้มครอง
ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งหรืออาญา
- มาตรา ๑๘
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
กรรมการนับคะแนนเลือกตั้ง
และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือ
การปฏิบัติงานในการเลือกตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
นับแต่วันที่ได้รับ
การแต่งตั้งจนสิ้นสุดแห่งการงานในหน้าที่
- มาตรา ๑๙
ค่าตอบแทนของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
กรรมการนับคะแนน เลือกตั้ง
และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
- *กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซึ่งเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองมิให้ได้รับ
ค่าตอบแทนตามวรรคหนึ่ง
- *[มาตรา ๑๙ วรรคสอง
เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓]
|
|
ส่วนที่ ๔
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
_________
๑. ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
มาตรา ๒๐
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
- มาตรา ๒๑ ในการเลือกตั้งครั้งใด
ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควร
ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการ
การเลือกตั้งแต่งตั้งไว้ประจำแต่ละเขตเลือกตั้ง
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ในกรณีที่บุคคล
ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งพิจารณาเห็นว่าเหตุที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งนั้นมิใช่เหตุอัน
สมควร
ให้รีบแจ้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทราบไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันเลือกตั้ง
- ระเบียบการพิจารณาการแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ
การเลือกตั้งกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในการนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง
กำหนดรายละเอียดของเหตุที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งไว้เพื่อเป็นแนวทาง
ในการพิจารณาของบุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งไว้ด้วย
- ในการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะทำ
เป็นหนังสือชี้แจงเหตุดังกล่าวและมอบหมายให้บุคคลใดไปยื่นต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการ
การเลือกตั้งแต่งตั้งแทนหรือจัดส่งหนังสือชี้แจงเหตุนั้นทางไปรษณีย์ก็ได้
- ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งปิดประกาศรายชื่อบุคคลที่จะรับแจ้งเหตุ
สถานที่
ที่จะรับแจ้งเหตุและวิธีการแจ้งเหตุไว้
ณ ศาลากลางจังหวัด
ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล
ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
และเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควร
- มาตรา ๒๒
เมื่อครบกำหนดสามสิบวันหลังจากวันเลือกตั้งแล้ว
ให้คณะ
กรรมการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
และมิได้แจ้งเหตุตามมาตรา ๒๑
หรือแจ้งเหตุไว้แล้วแต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร
เพื่อให้ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งดังกล่าวแจ้งเหตุ
ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งภายในหกสิบวัน
นับแต่วันประกาศและให้บุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งพิจารณาให้แล้วเสร็จ
ภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นสุดของการแจ้งเหตุดังกล่าว
แล้วแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แจ้ง
เหตุทราบโดยเร็ว ทั้งนี้
ให้นำมาตรา ๒๑ วรรคสอง วรรคสาม
และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดย
อนุโลม
|
|
| มาตรา ๒๓*
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและมิได้แจ้งเหตุ
การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา
๒๑ หรือมาตรา ๒๒
หรือแจ้งเหตุแล้วแต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอัน
สมควรให้ถือว่าผู้นั้นเป็นบุคคลซึ่งไม่ไปเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิ
เลือกตั้งได้ตามมาตรา ๖๘ วรรคสอง
ของรัฐธรรมนูญ
ให้ผู้นั้นเสียสิทธิดังต่อไปนี้
(๑)
สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา
ผู้บริหารท้องถิ่น
และสมาชิกสภาท้องถิ่น (๒)
สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะ
ปกครองท้องที่ (๓)
สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา
ผู้บริหารท้องถิ่น
และสมาชิกสภาท้องถิ่น (๔)
สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะ
ปกครองท้องที่ (๕)
สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย
ตามกฎหมายว่าด้วย
การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (๖)
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น
ตาม
กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
(๗)
สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคล
ตามกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(๘)
สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
การเสียสิทธิตามวรรคหนึ่ง
ให้มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้น
ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
จนถึงวันเลือกตั้งครั้งที่ผู้นั้นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
*[มาตรา ๒๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒] ๒.
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- มาตรา ๒๔
เมื่อได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรครั้งใดแล้ว
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจัดทำบัญชีรายชื่อ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งและปิดประกาศไว้
ณ ศาลากลางจังหวัด
ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล
ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
เขตชุมชนหนาแน่น
ที่เห็นสมควรและที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวันก่อนวันเลือกตั้ง
กับให้แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านไปยังเจ้าบ้านให้ทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
สิบห้าวันด้วย
|