ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2539
เป็นปีที่ 51 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ขึ้นแทนสถาบันเทคโนโลยี
การเกษตรแม่โจ้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
- มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่โจ้
พ.ศ. 2539"
- มาตรา 2*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- *[รก.2539/59ก/1/11 พฤศจิกายน 2539]
- มาตรา 3 ให้ยกเลิก
- (1)
พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร
พ.ศ. 2518
- (2)
พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522
- (3)
พระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรเป็น
สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
พ.ศ. 2525
- มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
- "มหาวิทยาลัย" หมายความว่า
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
|
|
"สภามหาวิทยาลัย"
หมายความว่า
สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้
"สภาคณาจารย์" หมายความว่า
สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- มาตรา 5
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราช
บัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกประกาศทบวงมหาวิทยาลัยเพื่อปฏิบัติการตามพระราช
บัญญัตินี้
- ประกาศทบวงมหาวิทยาลัยนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้
หมวด 1
บททั่วไป
_____
- มาตรา 6
ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมหาวิทยาลัยหนึ่งแทนสถาบัน
เทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
เรียกว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้
เป็นสถานศึกษาและ วิจัย
มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา
ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
ทำการสอน ทำการวิจัย
ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
- ให้มหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคล
- มาตรา 7
มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ
ดังนี้
- (1) สำนักงานอธิการบดี
- (2) บัณฑิตวิทยาลัย
- (3) คณะ
- (4) วิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยอาจให้มีสถาบัน
สำนัก ศูนย์
และหน่วยงานที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา
6
เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัยอีกได้
- สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองหรือหน่วยงาน
ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
- บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน สำนัก
ศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
อาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานเลขานุการ
กอง หรือ
หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
- คณะและวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานเลขานุการภาควิชา
กอง
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง
- สำนักงานเลขานุการ กอง
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ
เทียบเท่ากอง
อาจแบ่งส่วนราชการเป็นงานหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ
เทียบเท่างาน
|
|
มาตรา 8 การจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกสำนักงานอธิการบดี
บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย
สถาบัน สำนัก ศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานเลขานุการ
ภาควิชา กอง หรือ
หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง
ให้ทำเป็นประกาศ
ทบวงมหาวิทยาลัย
- มาตรา 9
ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 6
มหาวิทยาลัยจะรับ
สถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยก็ได้
และมี อำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา
หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สำเร็จการ
ศึกษาจากสถาบันสมทบนั้นได้
- การรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบซึ่งสถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือ
สถาบันวิจัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
และให้ทำเป็นประกาศทบวง
มหาวิทยาลัย
- การควบคุมสถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยที่เข้าสมทบใน
มหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 10
นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน
มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้และทรัพย์สิน
ดังนี้
- (1) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม
ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ
ของมหาวิทยาลัย
- (2)
รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุซึ่ง
มหาวิทยาลัยปกครองดูแลหรือใช้ประโยชน์
- (3)
เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
- (4) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
- ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครองดูแล
บำรุงรักษา ใช้และจัดหา
ผลประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วย
ที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น
- รายได้ของมหาวิทยาลัยรวมทั้งเบี้ยปรับที่เกิดจากการดำเนินการตาม
วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย
ว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
เว้นแต่เบี้ยปรับที่เกิดจาก
การผิดสัญญาลาศึกษา
และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สิน
หรือสัญญาจ้าง
ทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ
มาตรา 11
บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้
หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่พระราช
บัญญัตินี้ใช้บังคับ
ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
|
|
| มาตรา 12
บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการ
เพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา
6
เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไข
ที่ผู้อุทิศให้กำหนดไว้
และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
หมวด 2
การดำเนินงาน
______
- มาตรา 13 ให้มีสภามหาวิทยาลัย
ประกอบด้วย
- (1) นายกสภามหาวิทยาลัย
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
- (2)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
ได้แก่ อธิการบดี
ประธานสภาคณาจารย์
และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
- (3)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเก้าคน
ซึ่งเลือกตั้งจากบรรดา
ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี
คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย
ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก
ผู้อำนวยการศูนย์
และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี
ฐานะเทียบเท่าคณะ
- (4)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเก้าคน
ซึ่งเลือกตั้งจาก
คณาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยซึ่งได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า
ห้าปี
และมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (3)
- (5)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเก้าคน
ซึ่งจะได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก
โดยคำแนะนำของนายก
สภามหาวิทยาลัย
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (2) (3)
และ (4)
- คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ
สภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตาม
(5) คุณสมบัติ หลักเกณฑ์
และวิธีการเลือกตั้ง
กรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (3) และ (4)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ
มหาวิทยาลัย
- ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง
เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายก
สภามหาวิทยาลัยเมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรง
ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
- ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภา
มหาวิทยาลัยโดยคำแนะนำของอธิการบดี
|
|
มาตรา 14
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ตามมาตรา 13 (3) (4) และ (5)
มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
แต่จะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้ง
หรืออาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
นายกสภา
มหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา
13 (3) (4) และ (5) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1)
ตาย (2) ลาออก (3)
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ถอดถอน เพราะขาดคุณสมบัติ
ของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรง
คุณวุฒิ (4)
ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม
มาตรา 13 (3) (4) และ (5)
พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
และได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้ง
หรือได้มีการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ซึ่งได้
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
หรือได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับ
วาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย
พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้งนายก
สภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือยังมิได้เลือกตั้ง
กรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการ
สภามหาวิทยาลัย
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรง
คุณวุฒิ
หรือได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว
- มาตรา 15
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ
ทั่วไปของมหาวิทยาลัย
และโดยเฉพาะให้มีอำนาจและหน้าที่
ดังนี้
- (1)
วางนโยบายของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา
การวิจัย
การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
- (2)
วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
และอาจมอบให้
ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับสำหรับส่วน
ราชการนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้
- (3) อนุมัติให้ปริญญา
ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
และ ประกาศนียบัตร
|
|
(4) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกบัณฑิตวิทยาลัย
คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์
หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ
เทียบเท่าคณะ
รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของหน่วยงานดังกล่าว
(5)
อนุมัติการรับสถาบันการศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัยเข้าสมทบ
หรือการยกเลิกการสมทบ (6)
พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
(7)
พิจารณาเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง และ
ถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
อธิการบดี ศาสตราจารย์
และศาสตราจารย์พิเศษ (8)
แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี
คณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย
ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก
ผู้อำนวยการศูนย์
หรือหัวหน้าหน่วยงาน
ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หัวหน้าภาควิชา
และหัวหน้าหน่วยงาน
ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
รองศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ช่วย
ศาสตราจารย์พิเศษ (9)
แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ
(10)
อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
(11)
วางระเบียบและออกข้อบังคับต่าง
ๆ เกี่ยวกับการบริหารงาน การเงิน
และการจัดหารายได้จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(12)
แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับ
เรื่องหนึ่งเรื่องใด
หรือเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด
อันอยู่ใน
อำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(13)
มอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่
ในอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(14)
พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของ
มหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ
(15)
พิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติในเรื่องอื่น
ๆ ที่เกี่ยวกับ
กิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
- มาตรา 16
การประชุมของสภามหาวิทยาลัยให้เป็นไปตาม
ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
|
|
มาตรา 17 ให้มีสภาคณาจารย์
ประกอบด้วยกรรมการซึ่งคณาจารย์
ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
สภาคณาจารย์มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่อธิการบดี
และ
หน้าที่อื่นตามที่อธิการบดีมอบหมาย
องค์ประกอบ จำนวนกรรมการ
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่ง
การพ้นจากตำแหน่ง
ตลอดจนการประชุมและการดำเนิน
งานของสภาคณาจารย์
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 18
ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการจำนวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง
- คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและ
ข้อแนะนำแก่มหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
- จำนวนและคุณสมบัติของกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
วาระ การดำรงตำแหน่ง
การพ้นจากตำแหน่ง
ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการ
ส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 19
ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการ
บริหารงานของมหาวิทยาลัยและจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี
หรือ จะมีทั้งรองอธิการบดี
และผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้
- เพื่อประโยชน์ในการบังคับบัญชาให้ถือว่าอธิการบดีเป็นอธิบดี
รองอธิการบดีเป็นรองอธิบดี
และผู้ช่วยอธิการบดีเป็นผู้ช่วยอธิบดี
ตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายอื่น
- มาตรา 20
อธิการบดีนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
จากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
21โดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย
และให้มีวาระ
การดำรงตำแหน่งสี่ปี
และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะ
ดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
- นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
อธิการบดี พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
- (1) ตาย
- (2) ลาออก
- (3) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
- (4)
กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุด
ให้จำคุก
เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
|
|
(5)
ถูกให้ออกจากราชการเพราะเหตุมีมลทินหรือมัวหมองในกรณี
ที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีจากข้าราชการใน
มหาวิทยาลัย
ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 21
โดยคำแนะนำของอธิการบดี
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดีจากข้าราชการในมหาวิทยาลัย
ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 26
และให้มีอำนาจถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดีด้วย
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี
พ้นจากตำแหน่งด้วย
- มาตรา 21
อธิการบดีและรองอธิการบดี
ต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญา
ชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัย
รับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
- มาตรา 22
อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่
ดังนี้
- (1)
บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับของทางราชการและของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งนโยบายและ
วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
- (2) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน
การพัสดุ สถานที่ และ
ทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ และข้อบังคับของ
ทางราชการและของมหาวิทยาลัย
- (3) จัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัย
และปฏิบัติตามนโยบายและ
แผนงานรวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง
ๆ ของมหาวิทยาลัย
- (4) รักษาระเบียบวินัย จรรยาบรรณ
และมารยาทแห่งวิชาชีพของ
ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
และส่งเสริมกิจการนักศึกษา
- (5)
เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป
- (6)
เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง
ๆ ของ
มหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
- (7)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
- มาตรา 23
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน
ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้าอธิการบดี
มิได้มอบหมายให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาราชการแทน
|
|
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
หรือไม่มีผู้รักษาราชการ
แทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้สภามหาวิทยาลัย
แต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
21
เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
21 เป็นผู้รักษาราชการ
แทนรองอธิการบดี
- มาตรา 24 ให้บัณฑิตวิทยาลัย
ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชา
และ
รับผิดชอบงานของบัณฑิตวิทยาลัย
และจะให้มีรองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดีหรือจะมี
ทั้งรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคน
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่
คณบดีมอบหมายก็ได้
- ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณบดีจากคณาจารย์ซึ่งเป็นข้าราชการ
พลเรือนในมหาวิทยาลัยและมีคุณสมบัติตามมาตรา
26
- ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีจากคณาจารย์ประจำ
ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
26 โดยคำแนะนำของคณบดี
- คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
- เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีพ้นจากตำแหน่ง
ด้วย
- มาตรา 25 ในบัณฑิตวิทยาลัย
ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
คณะหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่บริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย
- การกำหนดองค์ประกอบ
อำนาจและหน้าที่
รวมทั้งวาระการดำรง
ตำแหน่งการพ้นจากตำแหน่ง
และคุณสมบัติของกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
และ
การจัดระบบบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 26 ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี
รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี หัวหน้า
ภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
และ
รองหัวหน้าภาควิชาหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
ภาควิชา
ต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือ
สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์
ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่
สภามหาวิทยาลัยรับรอง
- มาตรา 27
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้รองคณบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้ามีรองคณบดีหลายคน
ให้รองคณบดี
ซึ่งคณบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้าคณบดีมิได้มอบหมาย ให้รอง
คณบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาราชการแทน
|
|
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี
หรือไม่มีผู้รักษาราชการแทน
คณบดีตามวรรคหนึ่ง
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้
ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 26
เป็นผู้รักษาราชการแทนคณบดี
- มาตรา 28 ในคณะหนึ่ง
ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบ
งานของคณะ
และจะให้มีรองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดี
หรือจะมีทั้งรองคณบดีและ
ผู้ช่วยคณบดีคนหนึ่งหรือหลายคน
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมาย
ก็ได้
- การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง
การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติ
ของคณบดี รองคณบดี
และผู้ช่วยคณบดีตามวรรคหนึ่ง
และการรักษาราชการแทน
ให้นำมาตรา 24 มาตรา 26 และมาตรา 27
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- มาตรา 29 ในคณะหนึ่ง
ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ
ประกอบด้วย
- (1) คณบดีเป็นประธานกรรมการ
- (2) รองคณบดี ถ้ามี เป็นกรรมการ
- (3)
หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานเทียบเท่าภาควิชา ถ้ามี
เป็นกรรมการ และ
- (4)
กรรมการซึ่งคณาจารย์ประจำในภาควิชาเลือกตั้งจาก
คณาจารย์ประจำในภาควิชา
ภาควิชาละหนึ่งคน
ถ้าไม่มีการแบ่งภาควิชา
หรือมีแต่ไม่เกินสี่ภาควิชา
ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะเป็น
กรรมการเพิ่มเติมจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินเก้าคน
เป็นกรรมการ
- ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งข้าราชการในคณะคนหนึ่งเป็น
เลขานุการของคณะกรรมการประจำคณะ
- กรรมการตาม (4)
มีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจได้รับ
เลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่อีกได้
- ถ้าตำแหน่งกรรมการตาม (4)
ว่างลงก่อนครบวาระ และได้มี
การเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน
ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง
นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
- ในกรณีที่มีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการตาม
(4) เพิ่มขึ้นใน
ระหว่างที่กรรมการซึ่งได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้
เลือกตั้งหรือแต่งตั้งไว้แล้ว
- คุณสมบัติ หลักเกณฑ์
และวิธีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการและ
การประชุมของคณะกรรมการประจำคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
|