ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2541
เป็นปีที่ 53 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้
โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
- มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย
แม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2541"
- มาตรา 2*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
- *[รก 2541/65ก./1/25 กันยายน 2541]
- มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
- "มหาวิทยาลัย" หมายความว่า
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- "สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า
สภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- "สภาวิชาการ" หมายความว่า
สภาวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- "รัฐมนตรี" หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- มาตรา 4
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้
|
|
หมวด 1
การจัดตั้ง วัตถุประสงค์
และอำนาจหน้าที่
________
มาตรา 5
ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นในจังหวัดเชียงราย
เรียกว่า
"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"
มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม
อยู่ในกำกับดูแลของรัฐบาล
ให้มหาวิทยาลัยเป็นนิติบุคคล
มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา
ส่งเสริม ประยุกต์
และพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการ
ทางวิชาการแก่สังคม
ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- มาตรา 6
มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน
ดังนี้
- (1) สำนักงานบริหารกลาง
- (2) สำนักวิชา
- (3) สถาบัน
- (4) ศูนย์
- มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
สำนักวิชา สถาบัน
หรือศูนย์เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา
5 เป็น
ส่วนงานในมหาวิทยาลัยอีกได้
- สำนักงานบริหารกลาง
อาจแบ่งส่วนงานเป็นกองหรือส่วนงานที่
เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
- สำนักวิชาหรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
อาจแบ่งส่วนงานเป็นสำนัก
สาขาวิชา สถานวิจัย
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานะเทียบเท่าสาขาวิชาหรือสถานวิจัย
- สถาบัน ศูนย์
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
สถาบันหรือศูนย์
อาจแบ่งส่วนงานเป็นสำนักงาน กอง
ฝ่าย หรือส่วนงานที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือฝ่าย
- สำนักงาน กอง ฝ่าย
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
สำนักงาน กอง หรือฝ่าย
อาจแบ่งส่วนงานเป็นแผนกหรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานะเทียบเท่าแผนก
- มาตรา 7 การจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกสำนักวิชา สถาบัน
ศูนย์
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์
ให้ทำเป็นข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
|
|
| การแบ่งส่วนงานเป็นสำนักงาน
กอง ฝ่าย
หรือส่วนงานที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือฝ่าย
ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยโดย
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 8
ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 5
มหาวิทยาลัยจะรับ
สถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยก็ได้
และมีอำนาจ ให้ปริญญา อนุปริญญา
หรือประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก
สถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยนั้นได้
การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถาบันการศึกษาชั้นสูง
หรือสถาบันวิจัย
ให้ทำเป็นข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยโดยประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา
การควบคุมสถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยที่เข้าสมทบใน
มหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 9
กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย
ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
กฎหมายว่าด้วยการ
ประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
ทั้งนี้ พนักงานและลูกจ้างของ
มหาวิทยาลัยต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วย
การคุ้มครองแรงงาน
กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยเงิน
ทดแทน
- มาตรา 10
มหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่กระทำการต่าง
ๆ ตาม
วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในมาตรา 5
อำนาจและหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
- (1) ซื้อ สร้าง จัดหา โอน รับโอน
เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ
ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน
ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง
มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือมีทรัพยสิทธิ
ต่าง ๆ ในทรัพย์สิน
และจำหน่ายสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ทั้งภายในและ
ภายนอกราชอาณาจักร
ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้
- การจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัย
ให้กระทำ
ได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตามมาตรา
12
ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้จำหน่ายหรือ
แลกเปลี่ยนได้
- (2) รับค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง
ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ
และค่าบริการ
ในการให้บริการภายในอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งทำความตกลงและ
กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทนและค่าบริการนั้น
- (3)
ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน
หรือ
กับองค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ
ในกิจการที่เกี่ยวกับ
การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา
5
- (4) กู้ยืมเงิน
ให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์
ร่วมลงทุนหรือลงทุน ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ใน
มาตรา 5
|
|
การกู้ยืมเงิน
การให้กู้ยืมเงิน การร่วมลงทุน
หรือการลงทุน ถ้าเป็น
จำนวนเงินไม่เกินหนึ่งในสี่ของจำนวนทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ต้องได้รับความ
เห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินหนึ่งในสี่ต้องได้รับความเห็น
ชอบจากรัฐมนตรี
และถ้าเป็นจำนวนเงินเกินครึ่งหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะรัฐมนตรีก่อน (5)
จัดให้มีทุนการศึกษาและทุนการวิจัยในสาขาวิชาต่าง
ๆ (6)
จัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ
ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 5
- มาตรา 11
รายได้ของมหาวิทยาลัยมีดังนี้
- (1)
เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้
- (2) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง
ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ
และค่าบริการ ต่าง ๆ
ของมหาวิทยาลัย
- (3)
เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
- (4)
รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนและจากทรัพย์สินของ
มหาวิทยาลัย
- (5)
รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุหรือจัดหา
ประโยชน์ในที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง
ดูแล หรือใช้ประโยชน์
- (6)
รายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น
- เงินอุดหนุนทั่วไปตาม (1) นั้น
รัฐบาลพึงจัดสรรให้แก่มหาวิทยาลัย
โดยตรง
โดยการเสนอแนะของทบวงมหาวิทยาลัย
เป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับ
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยที่กำหนดใน
มาตรา 5
และในการพัฒนาการอุดมศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย
- ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครอง
ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และ
จัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วย
ที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น
- รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง
ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
- ในกรณีรายได้ตามวรรคหนึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย
ในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยและค่าภาระต่างๆ
ที่เหมาะสม และมหาวิทยาลัย
ไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้
รัฐบาลพึงจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินให้แก่
มหาวิทยาลัยเท่าจำนวนที่จำเป็น
- มาตรา 12
บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศ
ให้หรือได้มาโดยการซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สิน
ของมหาวิทยาลัย
ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
|
|
มาตรา 13
ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับมหาวิทยาลัยในเรื่องทรัพย์สิน
ของมหาวิทยาลัยมิได้
- มาตรา 14
บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการ
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยดังระบุไว้ในมาตรา
5 และตามวัตถุประสงค์
ที่ผู้อุดหนุนหรืออุทิศเงินหรือทรัพย์สินให้แก่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้
หมวด 2
การดำเนินการ
________
- มาตรา 15 ให้มีสภามหาวิทยาลัย
ประกอบด้วย
- (1) นายกสภามหาวิทยาลัย
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
- (2)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
ได้แก่ ปลัดทบวง มหาวิทยาลัย
อธิการบดีและประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
- (3)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสามคน
ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่ง
รองอธิการบดี คณบดี
ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการศูนย์ หรือหัวหน้า
ส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์
- (4)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสามคน
ซึ่งเลือกจากคณาจารย์
ประจำของมหาวิทยาลัย
- (5)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบเอ็ดคน
ซึ่งทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
โดยคำแนะนำของ
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม
(2) (3) และ (4)
- (6)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน
ซึ่งทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
โดยคำแนะนำของรัฐมนตรี
ว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
- คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
และคุณสมบัติ
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม
(3) และ (4) ให้
เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยตาม
(1) และกรรมการสภา
มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตาม (5)
ให้ใช้วิธีการสรรหาตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง
เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายก
สภามหาวิทยาลัย
เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรง
ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
|
|
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภา
มหาวิทยาลัย
โดยคำแนะนำของอธิการบดี
- มาตรา 16
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ตามมาตรา 15 (3) (4) (5) และ (6)
มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
แต่จะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
- นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
นายกสภา
มหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา
15 (3) (4) (5) และ (6) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- (1) ตาย
- (2) ลาออก
- (3) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ถอดถอน
- (4)
ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยใน
ประเภทนั้น ๆ
- (5)
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ในความผิดอัน
ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- (6) เป็นบุคคลล้มละลาย
- (7) เป็นคนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม
มาตรา 15 (3) (4) (5) และ (6)
พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
และได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งหรือมีการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ซึ่งได้รับ
แต่งตั้งหรือผู้ซึ่งได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
- ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม
มาตรา 15 (3) (4) (5) และ (6)
พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
แต่ยังมิได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือยังมิได้เลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่ให้นายกสภา
มหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือได้มีการเลือก
กรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว
- มาตรา 17
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ
ทั่วไปของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
|
|
| (1)
วางนโยบายและอนุมัติแผนพัฒนาของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการ
ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา
5 (2) วางระเบียบ ออกข้อบังคับ
ข้อกำหนด และประกาศของ
มหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย
และอาจมอบหมายให้
ส่วนงานใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้วางระเบียบออกข้อบังคับและประกาศสำหรับส่วนงานนั้น
เป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้ (3)
อนุมัติให้ปริญญา
ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
และ ประกาศนียบัตร (4)
อนุมัติการจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกสำนักวิชา สถาบัน
ศูนย์
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์
รวมทั้งการแบ่งส่วนงานของส่วนงานดังกล่าว
(5)
อนุมัติการรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบของสถาบัน
การศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัยอื่น
(6)
อนุมัติการเปิดสอนและหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน
ที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
รวมทั้งการยุบ รวม
และยกเลิกหลักสูตรและสาขาวิชา (7)
พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้งและ ถอดถอนอธิการบดี
ศาสตราจารย์
และศาสตราจารย์พิเศษ (8)
แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี
คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการศูนย์
หัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วย
ศาสตราจารย์ (9)
แต่งตั้งและถอดถอนประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริม
กิจการมหาวิทยาลัย (10)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย
เกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งอัตราเงินเดือน
ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการและ
ประโยชน์อย่างอื่น การบรรจุ
แต่งตั้ง
การให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง
การ ออกจากงาน วินัย การลงโทษ
การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์
การลงโทษของ พนักงานและลูกจ้าง (11)
กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการจัดหารายได้
และการจัดตั้ง
องค์กรที่เป็นนิติบุคคล (12)
ออกข้อบังคับและวางระเบียบต่าง
ๆ เกี่ยวกับการบริหารงาน
การเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(13) อนุมัติการตั้งงบประมาณรายรับ
และอนุมัติงบประมาณรายจ่าย
ของมหาวิทยาลัย |
|
(14)
แต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
25 ให้รักษาการแทนอธิการบดี
ในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง
(15) แต่งตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ
หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เพื่อกระทำการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(16)
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของอธิการบดี
รองอธิการบดี คณบดี
ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการศูนย์
หรือหัวหน้าส่วนงาน
ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์ (17)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้
เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
- มาตรา 18 ให้มีสภาวิชาการ
ประกอบด้วย
- (1) ประธานสภาวิชาการ ได้แก่
อธิการบดี
- (2) กรรมการสภาวิชาการโดยตำแหน่ง
ได้แก่ คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการศูนย์
หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
สำนักวิชา สถาบัน หรือศูนย์
และศาสตราจารย์
- (3) กรรมการสภาวิชาการ
ซึ่งคณาจารย์ประจำเลือกจากคณาจารย์
ประจำของสำนักวิชาสำนักวิชาละสามคน
- คุณสมบัติ
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการสภาวิชาการตาม
(3)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- ให้สภาวิชาการแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นกรรมการและ
เลขานุการสภาวิชาการโดยคำแนะนำของอธิการบดี
- มาตรา 19
กรรมการสภาวิชาการตามมาตรา 18 (3)
มีวาระ การดำรงตำแหน่งสองปี
แต่อาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
- นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
กรรมการสภา วิชาการตามมาตรา 18 (3)
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- (1) ตาย
- (2) ลาออก
- (3)
ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภาวิชาการในประเภทนั้น
- ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการตามมาตรา
18 (3) พ้นจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระ
และได้มีการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกอยู่ใน
ตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
|
|
ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการตามมาตรา
18 (3) พ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ
แต่ยังมิได้เลือกกรรมการสภาวิชาการขึ้นใหม่
ให้กรรมการสภาวิชาการ
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกกรรมการสภาวิชาการ
ขึ้นใหม่แล้ว
- มาตรา 20
สภาวิชาการมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
- (1) พิจารณากำหนดหลักสูตร การสอน
และการวัดผลการศึกษา
- (2) เสนอการให้ปริญญา
ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
และ ประกาศนียบัตร
- (3) เสนอการจัดตั้ง การรวม
และการยุบเลิกสำนักวิชา สถาบัน
ศูนย์
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักวิชา
สถาบัน หรือศูนย์
รวมทั้งการเสนอแบ่งส่วนงานของส่วนงานดังกล่าว
- (4)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับเข้าสมทบหรือการยกเลิก
การสมทบของสถาบันการศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัยอื่น
- (5)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอน
ศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
รองศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์พิเศษ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และ
อาจารย์พิเศษ
- (6)
จัดหาวิธีการอันจะทำให้การศึกษา
การวิจัย การให้บริการทาง
วิชาการแก่สังคม
การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเจริญยิ่งขึ้น
- (7)
พิจารณาให้ความเห็นแก่สภามหาวิทยาลัยในเรื่องเกี่ยวกับวิชาการ
ของมหาวิทยาลัย
- (8) ให้คำปรึกษาแก่อธิการบดี
และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภา
มหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย
- (9) แต่งตั้งคณะกรรมการ
อนุกรรมการ
หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เพื่อกระทำการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภาวิชาการ
- มาตรา 21
การประชุมของสภามหาวิทยาลัยและสภาวิชาการให้เป็น
ไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
- มาตรา 22
ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัย
แต่งตั้ง
- คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษา
แก่สภามหาวิทยาลัยและสนับสนุนการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
- จำนวน คุณสมบัติ การได้มา
วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้น
จากตำแหน่งของกรรมการ
ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการ
มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
|
|
มาตรา 23
ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการ
บริหารงานของมหาวิทยาลัยและจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี
หรือมีทั้ง
รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
เพื่อทำหน้าที่
และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้
- มาตรา 24 อธิการบดีนั้น
จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้ง
จากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25
- อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และจะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งใหม่อีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
- นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสอง
อธิการบดี พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- (1) ตาย
- (2) ลาออก
- (3)
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ในความผิดอันได้
กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- (4) เป็นบุคคลล้มละลาย
- (5)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- รองอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดี
จากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25
- ผู้ช่วยอธิการบดี
ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
28 วรรคสอง
- เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี
พ้นจากตำแหน่งด้วย
- มาตรา 25
อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้รับปริญญา
ชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัย
รับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือมีประสบการณ์
ด้านการบริหารอื่นมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
- มาตรา 26
อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
- (1)
บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ
ประกาศ
รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
- (2) ควบคุมบุคลากร การเงิน พัสดุ
สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของ
มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ
และประกาศ ของมหาวิทยาลัย
- (3)
แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์พิเศษ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิเศษ
และอาจารย์พิเศษ
|