บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ลูกเสือ พ.ศ. 2507
    


พระราชบัญญัติ ลูกเสือ พ.ศ. 2507

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2507
เป็นปีที่ 19 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลูกเสือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2507/8/1/23 มกราคม 2507]
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2490
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาตามพระราชบัญญัติ นี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ลักษณะ 1
บททั่วไป
_______

มาตรา 5 ให้มีคณะลูกเสือแห่งชาติประกอบด้วยบรรดาลูกเสือทั้งปวง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ มาตรา 6 ให้คณะลูกเสือแห่งชาติเป็นนิติบุคคล มาตรา 7* คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือ ทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าเพื่อความสงบสุขและความมั่นคง ของประเทศชาติตามแนวทางดังต่อไปนี้ (1) ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง (2) ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (3) ให้รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ (4) ให้รู้จักทำการฝีมือ และฝึกฝนให้ทำกิจการต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม (5) ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และ ความมั่นคงของประเทศชาติทั้งนี้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 8 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของคณะลูกเสือ แห่งชาติ
มาตรา 9 คณะลูกเสือแห่งชาติอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (1) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (2) เงินค่าบำรุงตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ (3) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ ของคณะลูกเสือแห่งชาติ (4) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้คณะลูกเสือแห่งชาติ (5) รายได้อื่น ๆ ซึ่งไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ มาตรา 10 ให้คณะลูกเสือแห่งชาติได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากรและภาษีโรงเรือนตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ลักษณะ 2
การปกครอง
_______

หมวด 1
สภาลูกเสือแห่งชาติ
_______

มาตรา 11* ให้มีสภาลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี เป็นสภานายก รองนายกรัฐมนตรีเป็นอุปนายก รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวง มหาดไทย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ อธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม
ในกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมตำรวจ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และศึกษาธิการเขต เป็นกรรมการ และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่น้อยกว่าสี่สิบคน แต่ไม่เกินแปดสิบคน ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ให้อธิบดีกรมพลศึกษาเป็นกรรมการและเลขาธิการ รองอธิบดีกรมพล ศึกษาเป็นกรรมการและรองเลขาธิการ และผู้อำนวยการกองกองลูกเสือ เป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขาธิการ สภาลูกเสือแห่งชาติอาจมีสภานายกกิตติมศักดิ์ อุปนายกกิตติมศักดิ์ และ กรรมการกิตติมศักดิ์ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง *[มาตรา 11 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 12 สภาลูกเสือแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะ ลูกเสือแห่งชาติ (2) พิจารณารายงานประจำปีของคณะลูกเสือแห่งชาติ (3) ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ มาตรา 13 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และ เมื่อพ้นจากตำแหน่งอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้ มาตรา 14 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 13 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิด ที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
มาตรา 15 เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ อาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคหนึ่งอยู่ใน ตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน มาตรา 16 ให้สภาลูกเสือแห่งชาติมีอำนาจออกข้อบังคับการประชุม และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

หมวด 2
คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
_______

มาตรา 17* ให้มีคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก ไม่เกินยี่สิบคนซึ่งสภานายกสภาลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้ง ให้อธิบดีกรมพลศึกษาเป็นกรรมการและเลขาธิการ รองอธิบดีกรม พลศึกษาเป็นกรรมการและรองเลขาธิการ และผู้อำนวยการกองกองลูกเสือ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ *[มาตรา 17 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 18 คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติและตาม นโยบายของสภาลูกเสือแห่งชาติ (2) ส่งเสริมความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติ (3) จัดให้มีการฝึกอบรมลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือผู้ตรวจการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ (4) จัดให้มีการชุมนุมลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือและเจ้าหน้าที่ลูกเสือ (5) จัดการทรัพย์สินของคณะลูกเสือแห่งชาติ (6) ลงทุนเพื่อประโยชน์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ (7) ออกข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (8) วางระเบียบแบบแผนคณะลูกเสือแห่งชาติ (9) จัดทำรายงานประจำปีเสนอสภาลูกเสือแห่งชาติพร้อมด้วยงบดุล (10) ตั้งอนุกรรมการเพื่อให้พิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด (11) จัดตั้งตำแหน่งกิตติมศักดิ์และตำแหน่งอื่นใดที่มิได้ระบุไว้ในพระราช บัญญัตินี้ (12)* กำกับดูแลกิจการลูกเสือชาวบ้าน *[ความใน (12) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 19 ให้นำบทบัญญัติมาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 17 โดยอนุโลม มาตรา 20 ให้ประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเป็น ผู้กระทำการในนามคณะลูกเสือแห่งชาติ และเพื่อการนี้ประธานคณะกรรมการ บริหารลูกเสือแห่งชาติจะมอบอำนาจให้กรรมการคนใดคนหนึ่งปฏิบัติกิจการ เฉพาะอย่างแทนก็ได้
มาตรา 21 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร

หมวด 3
ลูกเสือจังหวัด
_______

มาตรา 22 ในจังหวัดหนึ่งให้จัดระเบียบการปกครองลูกเสือตามเขต จังหวัด มาตรา 23* ให้มีคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่า ราชการจังหวัดเป็นประธาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดเป็นรอง ประธาน ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดและนายอำเภอเป็นกรรมการ และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสิบห้าคนแต่ไม่เกินสามสิบคนซึ่งประธาน คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้ง ให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขาธิการ และผู้ช่วย ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ ประธานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดจะแต่งตั้งบุคคลผู้สนับสนุนกิจการ ลูกเสือเป็นกรรมการลูกเสือพิเศษประจำจังหวัดก็ได้ กรรมการลูกเสือพิเศษ ประจำจังหวัดมีสิทธิเข้าชี้แจงแสดงความเห็นในการประชุมคณะกรรมการลูกเสือ จังหวัด แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน *[มาตรา 23 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528] มาตรา 24 คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) ส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของการลูกเสือใน จังหวัด
(2) พิจารณารายงานประจำปีของลูกเสือจังหวัด (3) ให้คำแนะนำผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดในการปฏิบัติงานลูกเสือ
มาตรา 25 ให้นำบทบัญญัติมาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการอื่นตาม มาตรา 23 โดยอนุโลม มาตรา 26* ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัดเป็นรองผู้อำนวยการ ลูกเสือจังหวัด และผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด มีหน้าที่บริหารการลูกเสือในจังหวัด สำหรับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และท้องถิ่นที่มีรูปการปกครอง เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครหรือเมืองพัทยา ให้จัดระเบียบการปกครองลูกเสือ เป็นพิเศษตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ *[มาตรา 26 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528] มาตรา 27 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดโดยมี ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร

หมวด 4
ลูกเสืออำเภอ
_______

มาตรา 28 ในอำเภอหนึ่งให้จัดระเบียบการปกครองลูกเสือตาม เขตอำเภอ
มาตรา 29* ให้มีคณะกรรมการลูกเสืออำเภอ ประกอบด้วย นายอำเภอเป็นประธาน ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบงานปกครองเป็นรองประธาน หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเป็นกรรมการ และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า สิบคนแต่ไม่เกินยี่สิบคนซึ่งประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้ง ให้ศึกษาธิการอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ช่วย ศึกษาธิการอำเภอเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ประธานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดจะแต่งตั้งบุคคลผู้สนับสนุนกิจการ ลูกเสือเป็นกรรมการลูกเสือพิเศษประจำอำเภอก็ได้ กรรมการลูกเสือพิเศษ ประจำอำเภอมีสิทธิเข้าชี้แจงแสดงความเห็นในการประชุมคณะกรรมการลูกเสือ อำเภอ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน *[มาตรา 29 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 30 คณะกรรมการลูกเสืออำเภอมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) ส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของการลูกเสือใน อำเภอ (2) พิจารณารายงานประจำปีของลูกเสืออำเภอ (3) ให้คำแนะนำผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอในการปฏิบัติงานลูกเสือ มาตรา 31 ให้นำบทบัญญัติมาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการอื่นตาม มาตรา 29 โดยอนุโลม มาตรา 32* ให้นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้รับผิดชอบงานปกครองและศึกษาธิการอำเภอเป็นรองผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ มีหน้าที่บริหารการลูกเสือในอำเภอ *[มาตรา 32 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 33 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการลูกเสืออำเภอโดยมี ศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร

ลักษณะ 3
หน่วยลูกเสือ ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และผู้ตรวจการลูกเสือ
_______

มาตรา 34 การตั้ง การยุบและจัดหน่วยลูกเสือ ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ มาตรา 35* ลูกเสือมี 4 ประเภท คือ (1) ลูกเสือสำรอง (2) ลูกเสือสามัญ (3) ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (4) ลูกเสือวิสามัญ ลูกเสือที่เป็นหญิงอาจใช้ชื่อเรียกว่าเนตรนารี หรือชื่ออื่นซึ่งได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และบรรดาคำว่าลูกเสือ ในพระราชบัญญัตินี้ให้หมายความถึงลูกเสือที่เป็นหญิงด้วย *[มาตรา 35 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528] มาตรา 36 การเข้าเป็นลูกเสือ การออกจากลูกเสือ การจัดประเภท ชั้น เหล่า และการฝึกอบรม ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ มาตรา 37* ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือมีลำดับดังต่อไปนี้ (1) ผู้อำนวยการใหญ่ (2) รองผู้อำนวยการใหญ่ (3) ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่
(4) ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด (5) รองผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด (6) ผู้ช่วยผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด (7) ผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ (8) รองผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ (9) ผู้ช่วยผู้อำนวยการลูกเสืออำเภอ (10) ผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน (11) รองผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน (12) ผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ (13) รองผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ (14) ผู้กำกับกองลูกเสือ (15) รองผู้กำกับกองลูกเสือ (16) นายหมู่ลูกเสือ (17) รองนายหมู่ลูกเสือ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ปลัด กระทรวงศึกษาธิการและอธิบดีกรมพลศึกษาเป็นรองผู้อำนวยการใหญ่ รองอธิบดี กรมพลศึกษาและผู้อำนวยการกองกองลูกเสือเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ การแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือตั้งแต่ลำดับ (10) ลงไปถึงลำดับ (17) ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ *[มาตรา 37 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 38 ตำแหน่งผู้ตรวจการลูกเสือ มีดังนี้ (1) ผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ (2) ผู้ตรวจการใหญ่ (3) รองผู้ตรวจการใหญ่ (4) ผู้ตรวจการลูกเสือประจำสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ
(5) รองผู้ตรวจการลูกเสือประจำสำนักงานคณะกรรมการบริหาร ลูกเสือแห่งชาติ (6) ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือประจำสำนักงานคณะกรรมการบริหาร ลูกเสือแห่งชาติ (7) ผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (8) รองผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (9) ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด (10) ผู้ตรวจการลูกเสืออำเภอ (11) รองผู้ตรวจการลูกเสืออำเภอ (12) ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสืออำเภอ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตรวจการใหญ่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครองเป็นรองผู้ตรวจการใหญ่ การแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็น ผู้ตรวจการลูกเสือให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ
มาตรา 39 ผู้ตรวจการลูกเสือมีหน้าที่ตรวจตรา แนะนำและชี้แจง เพื่อให้ลูกเสือปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับและแบบธรรมเนียมของลูกเสือ

ลักษณะ 4
วินัย เครื่องแบบและธง
_______

มาตรา 40 ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ ต้องปฏิบัติตามวินัยซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ และตามแบบธรรมเนียมของลูกเสือ
มาตรา 41 เครื่องแบบลูกเสือ ได้แก่เครื่องแต่งกายทั้งหลายที่ได้ กำหนดไว้สำหรับพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ รวมทั้งเครื่องหมาย ตำแหน่ง ชั้น เหล่า ประเภท สังกัด เครื่องหมายวิชาพิเศษและเครื่องหมาย อื่น ๆ ที่ประกอบเครื่องแบบลูกเสือ
มาตรา 42 ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบลูกเสือ และ การแต่งเครื่องแบบลูกเสือ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 43* ห้ามมิให้ผู้ใดจัดทำหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ จำหน่ายซึ่งรูปตราหรือเครื่องหมายอันเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของเครื่องแบบลูกเสือ หรือประกอบเครื่องแบบลูกเสือ ตามที่กำหนดห้ามไว้ในกฎกระทรวง เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากคณะลูกเสือแห่งชาติ *[มาตรา 43 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2509] มาตรา 44 ให้มีธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือประจำจังหวัด โดยรับพระราชทานจากพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ส่วนธงลูกเสืออื่น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ

ลักษณะ 5
ความดีความชอบ
________

มาตรา 45 ให้มีเหรียญลูกเสือสรรเสริญเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้ สำหรับพระราชทานแก่ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการ ลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ ผู้มีความดีความชอบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 47
มาตรา 46 เหรียญลูกเสือสรรเสริญเป็นเหรียญเงินมีลักษณะกลมรี ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.2 เซนติเมตร ด้านหน้าตรงกลางมี ตราหน้าเสือประกอบวชิระ ริมขอบส่วนบนมีอักษรว่า "ลูกเสือ" และส่วนล่าง มีอักษรว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ตราหน้าเสือประกอบวชิระและตัวอักษร ให้ทำเป็นลายดุน ด้านหลังเป็นพื้นเกลี้ยงจารึกนามเลขหมายประจำตัว ของผู้ซึ่งได้รับพระราชทานนามหน่วยลูกเสือที่สังกัดและวันที่พระราชทาน ที่ขอบส่วนบนของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบขนาดกว้าง 2.4 เซนติเมตร มีริ้วสีดำกว้าง 1.2 เซนติเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีเหลืองกว้าง 6 มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือปกกระเป๋าเบื้องซ้าย เหรียญลูกเสือสรรเสริญ มี 3 ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ 1 มี"เฟลอร์เดอลีส์" ทำด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบ 2 ดอก ตามแนวนอน ชั้นที่ 2 มี"เฟลอร์เดอลีส์" ทำด้วยโลหะเงินประดับที่แพรแถบตรง กึ่งกลาง 1 ดอก ชั้นที่ 3 ไม่มี"เฟลอร์เดอลีส์"ประดับที่แพรแถบ
มาตรา 47 เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 1 จะพระราชทานแก่ผู้มี ความดีความชอบ ซึ่งได้ทำการรักษาความปลอดภัยหรือสันติสุขเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตราย ทั้งนี้โดยตนเองได้ฝ่าอันตราย จนถึงขนาดที่สมควรได้รับพระราชทานเหรียญนี้ หรือตนเองได้ประสบอันตราย ถึงทุพพลภาพหรือถึงเสียชีวิต เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 จะพระราชทานแก่ผู้มีความดีความชอบ ซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตราย โดยตนเองได้ประสบอันตรายหรือฝ่าอันตราย หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทำความดีความชอบในข้อต่อไปนี้ทุกข้อรวมกันไม่น้อยกว่า 100 ครั้ง และในแต่ละข้อไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง คือ (1) ช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข์ยากลำบากที่ควรช่วย (2) ช่วยเหลือหรือป้องกันผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นให้พ้นอันตราย
(3) ช่วยสัตว์ให้พ้นจากการทรมานหรือพ้นทุกข์เวทนา (4) ทำการปฐมพยาบาล (5) ช่วยเหลือราชการ (6) ช่วยเหลือกิจการอันเป็นสาธารณกุศล (7) ช่วยเหลือผู้ปกครอง หรือช่วยเหลือเพื่อนบ้าน (8) ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ของโรงเรียน หรือของที่ทำงาน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ตามปกติ เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 3 จะพระราชทานแก่ผู้มีความดี ความชอบซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้ตกอยู่ในอันตรายแม้เพียงครั้งเดียว หรือแก่ผู้ซึ่งได้ทำ ความดีความชอบตามเกณฑ์สำหรับเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 ทุกข้อรวมกัน ไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง และในแต่ละข้อไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง
มาตรา 48* ให้มีเหรียญลูกเสือสดุดีเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไว้ สำหรับพระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ เจ้าหน้าที่ลูกเสือและบุคคลอื่นบรรดาที่มีอุปการคุณต่อการลูกเสือถึงขนาด หรือ ที่ได้อุทิศกำลังกายหรือกำลังความคิดในการประกอบกิจให้บังเกิดคุณประโยชน์ แก่การลูกเสือตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 49 ทวิ *[มาตรา 48 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528] มาตรา 49* เหรียญลูกเสือสดุดีเป็นเหรียญเงิน มีลักษณะกลมรีขนาด กว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.2 เซนติเมตร ด้านหน้าตรงกลางมีตรา หน้าเสือประกอบวชิระ ริมขอบส่วนบนมีอักษรว่า "ลูกเสือ" และส่วนล่างมี อักษรว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ตราหน้าเสือประกอบวชิระและตัวอักษรให้ทำ เป็นลายดุน ด้านหลังพื้นเกลี้ยงจารึกนามของผู้ซึ่งได้รับพระราชทานและวันที่ พระราชทาน ที่ขอบส่วนบนของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบ ขนาดกว้าง 2.4 เซนติเมตร มีริ้วสีเหลืองกว้าง 1.2 เซนติเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้าง มีริ้วสีดำกว้าง 6 มิลลิเมตร ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าเบื้องซ้าย
เหรียญลูกเสือสดุดีมี 3 ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ 1 มีเข็มวชิระ ทำด้วยโลหะเงิน ประดับที่แพรแถบตรงกึ่งกลาง ในแนวทางดิ่ง 1 เข็ม ชั้นที่ 2 มีเข็มหน้าเสือ ทำด้วยโลหะเงิน ประดับที่แพรแถบตรง กึ่งกลางในแนวทางดิ่ง 1 เข็ม ชั้นที่ 3 ไม่มีเข็มวชิระและเข็มหน้าเสือประดับที่แพรแถบ *[มาตรา 49 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 49 ทวิ* เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 จะพระราชทานแก่ผู้ที่มี อุปการคุณต่อการลูกเสือถึงขนาด หรือที่ได้อุทิศกำลังกาย หรือกำลังความคิดใน การประกอบกิจการให้บังเกิดคุณประโยชน์แก่การลูกเสืออย่างยิ่งตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกำหนด เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 2 จะพระราชทานแก่ผู้ที่มีอุปการคุณต่อการ ลูกเสือ ดังต่อไปนี้ (1) บริจาคเงินหรือทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง รวมกันเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกำหนด (2) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับที่ 1 วิชาผู้กำกับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้นหรือขั้นความรู้ชั้นสูง โดยอยู่ประจำตลอด การฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง หรือระดับที่ 2 การให้การฝึกอบรมแก่ผู้ที่ผ่าน การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือแล้ว โดยอยู่ประจำตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง (3) ช่วยเหลือกิจการลูกเสือด้านอื่น ๆ จนเกิดผลดีแก่การลูกเสือ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี และปีหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง หรือ (4) ช่วยเหลือและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคณะลูกเสือไทยกับ คณะลูกเสือต่างประเทศเป็นอย่างดียิ่ง เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 3 จะพระราชทานแก่ผู้ที่มีอุปการคุณต่อการ ลูกเสือ ดังต่อไปนี้
(1) บริจาคเงินหรือทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง รวมกันเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติกำหนด (2) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับที่ 1 วิชาผู้กำกับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้นหรือขั้นความรู้ชั้นสูง โดยอยู่ประจำ ตลอดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 25 ครั้ง หรือระดับที่ 2 การให้การฝึกอบรมแก่ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือแล้วโดยอยู่ประจำตลอดการฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง (3) ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการฝึกอบรมวิชานายหมู่ลูกเสือหรือวิชา ลูกเสือประเภทต่าง ๆ โดยอยู่ประจำตลอดการฝึกอบรมครั้งละ 3 วันไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง (4) ช่วยเหลือกิจการลูกเสือด้านอื่น ๆ จนเกิดผลดีแก่การลูกเสือติดต่อ กันมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และปีหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง หรือ (5) ช่วยเหลือและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคณะลูกเสือไทยกับ คณะลูกเสือต่างประเทศเป็นอย่างดี *[มาตรา 49 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528]
มาตรา 49 ตรี* ให้มีเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ไว้สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญ ลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 และได้มีการอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่าง ต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญสดุดี ชั้นที่ 1 *[มาตรา 49 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530]
มาตรา 49 จัตวา* เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามมาตรา 49 ตรี เป็นดวงตรา ด้านหน้ามีลักษณะเป็นรูปไข่ พื้นลงยาสีน้ำเงิน ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.3 เซนติเมตร กลางดวงตรามีตราหน้าเสือประกอบ วชิระเงินล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทองและมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉกคั่นด้วยกระจัง สีทอง เบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่งและเลข "9" สีทอง ด้านหลัง กลางดวงตราเป็นดุม พื้นลงยาสีม่วง มีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่าง มีอักษรสีเงินว่า "เราจะทำนุบำรุงกิจการลูกเสือสืบไป" ที่ขอบส่วนบนของ ดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบสำหรับคล้องคอขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร มีริ้ว สีเหลืองกว้าง 2.2 เซนติเมตร อยู่กลางริมทั้งสองข้าง มีริ้วสีขาวกว้าง 3 มิลลิเมตร และริ้วสีดำกว้าง 6 มิลลิเมตร *[มาตรา 49 จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530]
มาตรา 50* เมื่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า ผู้ใดสมควรได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญลูกเสือสดุดี และ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ให้นำความ ขึ้นกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานต่อไป *[มาตรา 50 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530] มาตรา 51* เหรียญลูกเสือสรรเสริญ เหรียญลูกเสือสดุดี และเครื่อง ราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ พระราชทานให้เป็น กรรมสิทธิ์ เมื่อผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์ให้ทายาทโดยธรรมรักษาไว้เป็น ที่ระลึก *[มาตรา 51 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530] มาตรา 52 ให้มีเข็มลูกเสือสมนาคุณไว้สำหรับตอบแทนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเพื่อบำรุงการลูกเสือ
เข็มลูกเสือสมนาคุณมี 4 ชั้น ดังนี้ เข็มสมนาคุณ ชั้นพิเศษ เข็มสมนาคุณ ชั้นที่ 1 เข็มสมนาคุณ ชั้นที่ 2 เข็มสมนาคุณ ชั้นที่ 3 ลักษณะของเข็มลูกเสือสมนาคุณและเงื่อนไขในการให้เข็มลูกเสือ สมนาคุณให้เป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ
มาตรา 53 ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญที่ระลึกสำหรับลูกเสือ หรือ เหรียญลูกเสือสรรเสริญอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จะใช้เหรียญนั้น ประดับก็ได้ หรือจะใช้เหรียญลูกเสือสรรเสริญตามพระราชบัญญัตินี้ประดับก็ได้ โดยเทียบชั้นดังนี้ คือ เหรียญทองคำหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 1 เทียบเท่ากับเหรียญ ลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 1 ตามพระราชบัญญัตินี้ เหรียญเงินหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 เทียบเท่ากับเหรียญ ลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 2 ตามพระราชบัญญัตินี้ เหรียญโลหะขาวหรือเหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 3 เทียบเท่ากับ เหรียญลูกเสือสรรเสริญชั้นที่ 3 ตามพระราชบัญญัตินี้

ลักษณะ 6
บทลงโทษ
_______

มาตรา 54* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง พันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ *[มาตรา 54 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2509]
มาตรา 55 ผู้ใดตั้งหน่วยลูกเสืออันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 34 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 56 ผู้ใดแต่งเครื่องแบบลูกเสือโดยไม่มีสิทธิเพื่อให้บุคคลอื่น เชื่อว่าตนมีสิทธิ หรือแต่งเลียนเครื่องแบบลูกเสือเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตน เป็นลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ หรือ เจ้าหน้าที่ลูกเสือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกิน สามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

___________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วย กฎหมายว่าด้วยลูกเสือที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ไม่เหมาะสมด้วยเหตุหลายประการ เช่น สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ทั้งด้านนโยบาย และบริหารมิได้มีบทบัญญัติกำหนดระยะเวลาให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่ง เป็นสาเหตุให้การงานล่าช้า ควรแยกงานนโยบายและงานบริหารงานลูกเสือ ออกจากกันเป็นสัดส่วน และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของการลูกเสือ จำเป็น ต้องอาศัยกำลังจากทางราชการเป็นสำคัญ จึงได้มีบทบัญญัติให้นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ เป็นกรรมการ โดยตำแหน่ง นอกจากนั้น การลูกเสือเป็นงานสากล จึงควรปรับปรุงกิจการ บางอย่างให้สอดคล้องกับการลูกเสือสากล สมควรยกเลิกกฎหมายเก่าและ จัดทำกฎหมายใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

___________________
พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2509
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การ ห้ามมิให้ผู้ใดจัดทำหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายวัตถุบางอย่าง ที่เกี่ยวแก่เครื่องแบบลูกเสือ ควรจะห้ามรวมถึงรูปตราหรือเครื่องหมายอันเป็น ส่วนหนึ่งส่วนใดของเครื่องแบบลูกเสือหรือประกอบเครื่องแบบลูกเสือด้วย จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อความประสงค์ดังกล่าว [รก.2509/79/5พ/16 กันยายน 2509]

___________________
พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528

มาตรา 15 ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีอยู่แล้วใน วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ถือว่าเป็นผู้ซึ่งได้รับ พระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 16 ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กรรมการอื่น ของคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด และกรรมการอื่นของคณะกรรมการลูกเสือ อำเภอ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สภาลูกเสือแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แห่งชาติ กรรมการอื่นของคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด และกรรมการอื่นของ คณะกรรมการลูกเสืออำเภอ แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 17 ผู้ใดเป็นผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน รองผู้อำนวยการ ลูกเสือโรงเรียน ผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ รองผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ ผู้กำกับกองลูกเสือ รองผู้กำกับกองลูกเสือ นายหมู่ลูกเสือ และรองนายหมู่ลูกเสือ อยู่ในวันที่พระราช บัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน รองผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน ผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ รองผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ ผู้กำกับกองลูกเสือ รองผู้กำกับกองลูกเสือ นายหมู่ลูกเสือ และรองนายหมู่ลูกเสือ แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ต่อไป
มาตรา 18 ในระหว่างที่ยังไม่ได้ออกข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้นำข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบท บัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่วัตถุ ประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติยังไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการลูกเสือ ทั่วโลก และยังมิได้ระบุให้ชัดเจนถึงการพัฒนาลูกเสือเพื่อให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบในการสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อความ สงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ อีกทั้งกิจการเนตรนารีก็มีความเจริญ ก้าวหน้า สมควรบัญญัติให้เป็นส่วนหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ นอกจากนี้ กิจการลูกเสือเป็นงานที่อาศัยความร่วมมือและสนับสนุนจากส่วนราชการ และบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องจำนวนมาก สมควรเพิ่มจำนวนกรรมการในสภาลูกเสือ แห่งชาติ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ คณะกรรมการลูกเสือจังหวัด และคณะกรรมการลูกเสืออำเภอ และจัดลำดับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เสียใหม่ กับเพิ่มอำนาจหน้าที่คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติให้มีอำนาจ กำกับดูแลกิจการลูกเสือชาวบ้านด้วย และเพิ่มชั้นเหรียญลูกเสือสดุดีเพื่อส่งเสริม

กำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้อุทิศกำลังกายหรือกำลังความคิดในการประกอบกิจให้บังเกิด คุณประโยชน์แก่กิจการลูกเสือ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทะนุบำรุงส่งเสริมให้กิจการ ลูกเสือมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2528/154/19พ/24 ตุลาคม 2528]

___________________
พระราชบัญญัติลูกเสือ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องใน โอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการที่พระบาทสมเด็จ"พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานกิจการกำเนิดลูกเสือไทย ใน พ.ศ. 2529 และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต สร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่ 1 และ ได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริม กำลังใจแก่ผู้อุทิศตนให้กิจการลูกเสืออย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

[รก.2530/245/1พ/30 พฤศจิกายน 2530]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook