Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยสภากาชาดสยาม พระพุทธศักราช 2461

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการมาณพระสุรสีหนาทให้ประกาศทราบทั่วกันว่า เมื่อปีพระพุทธศักราช 2436 พระราชวงศานุวงศ์และข้าราชการ ประชาชนชายหญิงมากหลาย ได้มีน้ำใจปรีดีพร้อมเพรียงกันออกเงินเป็นทุน ตั้งสมาคมขึ้นอย่างหนึ่ง สำหรับจัดหาเครื่องยาเครื่องพยาบาลให้แก่ทหาร ซึ่งต้องไปราชการในสนาม กระทำกิจทั้งนี้ด้วยความเมตตาการุณเป็นการ เชิดชูเกียรติคุณของชาติบ้านเมือง จึงสมเด็จพระบรมชนกนารถพระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ รับสมาคมนั้นเข้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานนามว่า "สภาอุนาโลมแดง" แต่ภายหลังเปลี่ยนนามเป็น "สภากาชาดสยาม" และสมเด็จ พระบรมราชินีนารถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงรับตำแหน่งสภานายิกา มีกรรมการรินีจัดดำเนินการของสภาตลอดมาเป็นลำดับ สภาได้ทำประโยชน์ ให้แก่มหาชนเป็นเอนกประการ เช่นสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ขึ้นเป็นที่รักษา พยาบาลคนเจ็บไข้ทั่วไป ทั้งตั้งโรงเรียนนางพยาบาลเพื่อฝึกหัดสั่งสอนกุลสตรี ให้มีความรู้ในเชิงการพยาบาลไข้และช่วยการคลอดบุตร สำหรับทำคุณประโยชน์ ให้แก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ดังนี้เป็นต้น
บัดนี้ ทรงพระราชดำริว่าสมควรจักวางระเบียบการสำหรับสภากาชาด สยามนี้ให้เป็นหลักฐานมั่นคงบริบูรณ์ดียิ่งขึ้น จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้ ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้ ว่า

หมวดที่ 1

ว่าด้วยความมุ่งหมาย สำหรับสภาและหน้าที่กรรมการ __________

มาตรา 1 สภากาชาดสยามมีไว้ด้วยความมุ่งหมายจะกระทำกิจ ในทางเมตตาการุณดังจะกล่าวต่อไปนี้

ก. จัดสถานที่ถาวรสำหรับทำการรักษาพยาบาลคนเจ็บไข้ ไม่ว่า ชาติใด ภาษาใด ข. จัดการช่วยเหลือผู้รับภัยเนื่องจากอุบัติเหตุ เช่นมีโรคร้ายเกิด แพร่หลายขึ้นในทำเลใดทำเลหนึ่ง เกิดอุทกภัย ดังนี้เป็นต้น ค. จัดการสั่งสอนนางพยาบาล สะสมบุคคลที่จะทำการในหน้าที่ นางพยาบาล และอำนวยการทั้งปวงในเรื่องนี้ ง. บำรุงกิจการทางแพทยศาสตร์ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น จ. ช่วยกองทัพบกทัพเรือในทางพยาบาล ทั้งในเวลาสงครามและ ยามสงบศึก มาตรา 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่ง บรมราชูปถัมภกแห่งสภานี้ มาตรา 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งบุคคลผู้ไว้วางพระราช หฤทัยอย่างสนิทเป็นสภานายก 1 (ถ้าเป็นหญิงก็เรียกว่าสภานายิกา) อุปนายก ผู้อำนวยการสภา 1
มาตรา 4 นอกจากที่กล่าวแล้วในมาตรา 3 ให้มีตำแหน่งกรรมการ ของสภา คือ เลขาธิการ 1 ผู้ช่วยเลขาธิการ 1 เหรัญญิก 1 ผู้ช่วยเหรัญญิก 1 กรรมการที่ปรึกษา ไม่จำกัดจำนวน ผู้อำนวยการกองแยกของสภา เช่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของ สภาโรงใดโรงหนึ่ง ดังนี้เป็นต้น ตำแหน่งกรรมการของสภา ซึ่งกล่าวมานี้ ให้สภานายกเป็นผู้เลือก บุคคลและสั่งตั้งบรรจุได้เอง มาตรา 5 สภานายกกับอุปนายกผู้อำนวยการสภา เป็นผู้อำนวยการ สั่งการร่วมกันแทนกัน ให้การงานทั้งปวงของสภาดำเนินไปโดยเรียบร้อย ทั้งมีอำนาจบังคับบัญชาการสิทธิขาดในกิจการทั้งปวงของสภานี้ พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้สภานายกและอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม กราบบังคมทูลพระกรุณาโดยตรงในเรื่องซึ่งเกี่ยวกับกิจการของสภา ทั้งพูดจา โต้ตอบกับเสนาบดีเจ้ากระทรวงทบวงการได้ในฐานะเสมอหน้ากัน มาตรา 6 เลขาธิการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการสรรพหนังสือ ซึ่งมีโต้ตอบไปมาระหว่างกรรมการสภาและคณะอื่น ๆ ทั้งเป็นผู้รวบรวมรักษา ข้อบังคับคำสั่งและระเบียบการทั้งปวง กับมีหน้าที่ในเรื่องรับสมาชิกขึ้นทะเบียน จำหน่ายออกจากทะเบียนและรักษาทะเบียนนั้น มีผู้ช่วยเลขาธิการช่วยเหลือ ในการทั้งปวงนี้
มาตรา 7 เหรัญญิก มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในสรรพกิจซึ่งเนื่องกับ การเบิกจ่ายการรักษาเงิน ผลประโยชน์ และสมบัติทั้งปวงของสภา มีผู้ช่วย เหรัญญิกช่วยเหลือในการทั้งปวงนี้ ระเบียบการเบิกจ่ายรักษาเงินให้ดำเนินอนุโลมตามระเบียบของ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติมากที่สุดที่จะเป็นได้ มาตรา 8 กรรมการที่ปรึกษา เป็นตำแหน่งสำหรับให้เกียรติยศ แก่ผู้ที่ได้ทำการช่วยเหลือสภามาแล้วในกิจการต่าง ๆ หรือกำลังทำอยู่ให้มี หน้าที่ทำการทั้งปวงซึ่งสภานายก หรืออุปนายกผู้อำนวยการขอร้องให้กระทำ มาตรา 9 ผู้อำนวยการกองแยกนั้น เมื่อได้รับมอบให้เป็นหัวหน้า ในกองใด เช่นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลของสภา เป็นผู้อำนวยการ ปาสตุระสภาเป็นผู้อำนวยการกองพยาบาลสนามดังนี้เป็นต้น ก็ให้เป็นผู้รับผิดชอบ และบังคับบัญชาให้การงานในกองนั้น ๆ ดำเนินไปโดยเรียบร้อยสมประสงค์ ของกรรมการสภา ผู้อำนวยการเหล่านี้ มีอำนาจที่จะออกข้อบังคับวางระเบียบการต่าง ๆ ภายในกองของตน แต่ก่อนที่จะออกนั้นต้องได้หารือและได้รับอนุมัติจากอุปนายก ผู้อำนวยการสภาเสียก่อน มาตรา 10 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรรมการสภา กาชาดสยามจัดการเรี่ยไรในหนทางต่าง ๆ ที่ชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย เพื่อรับเงินมาเป็นทุนดำเนินกิจการของสภาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ไป

หมวดที่ 2
ว่าด้วยสมาชิก
______

มาตรา 11 บุคคลซึ่งจะเข้าเป็นสมาชิกในสภากาชาดสยาม ต้องเป็น ผู้ซึ่งอุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือทำนุบำรุงหรือทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่สภา หรือที่อุปนายกผู้อำนวยการเห็นว่าสมควรเชิญเป็นสมาชิกพิเศษเพราะจะนำมา ซึ่งเกียรติศักดิ์แก่สภา อนึ่งผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกนั้นไม่จำกัดว่าหญิงหรือชายย่อมจะเป็นได้เท่ากัน มาตรา 12 ให้แบ่งสมาชิกออกเป็น 4 ประเภท คือ 1. สมาชิกพิเศษ 2. สมาชิกกิติมศักดิ์ 3. สมาชิกวิสามัญ 4. สมาชิกสามัญ มาตรา 13 สมาชิกพิเศษ ได้แก่ผู้ซึ่งอุปนายกผู้อำนวยการเชิญเป็น สมาชิกเพราะจะนำมาซึ่งเกียรติศักดิ์แก่สภาดังว่ามาแล้ว มาตรา 14 สมาชิกกิติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ซึ่งได้ให้ทรัพย์สินเงินทองแก่ สภาเช่นให้เงินสำหรับสร้างถาวรวัตถุ ให้ทรัพย์สมบัติอย่างใด ๆ ในคราวเดียว ซึ่งตีราคาได้กว่า 3,000 บาท หรือให้เงินในคราวเดียวกว่า 3,000 บาท ขึ้นไป ผู้ใดได้ให้ทรัพย์สินเงินทองแก่สภาแล้วดังว่านี้ นับแต่ต้นปี พระพุทธศักราช 2457 ลงมา ให้นับว่าเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์จงทุกคน

มาตรา 15 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ผู้ซึ่งให้เงินแก่สภาเป็นการบำรุง ประจำปี ปีละไม่ต่ำกว่า 100 บาท ทุก ๆ ปีไป มาตรา 16 สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้มีความรู้สอบไล่ได้ประกาศนียบัตร ของสภากาชาดสยามในวิชาพยาบาลอย่าง 1 ทั้งได้แก่ผู้ให้เงินบำรุงสภาประจำปี ปีละ 10 บาททุกปีเสมอไป มาตรา 17 ผู้ใดสมัครจะเข้าเป็นสมาชิกประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังกล่าวไว้ในมาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 ให้เขียนจดหมายแสดง ความประสงค์ส่งมายังอุปนายกผู้อำนวยการ หรือเลขาธิการสภา เมื่ออุปนายก ผู้อำนวยการพิจารณาเห็นสมควรจะรับเป็นสมาชิกแล้ว จักได้สั่งให้ขึ้นทะเบียน และแจ้งไปให้ผู้นั้นทราบหรือให้เลขาธิการแจ้งไปให้ทราบ มาตรา 18 สมาชิกมีสิทธิที่จะขอให้แพทย์ของสภาทำการรักษาพยาบาล ให้แล้วเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเพียงครึ่งอัตราซึ่งเก็บจากคนที่มิใช่สมาชิก มาตรา 19 การส่งเงินบำรุงนั้น จะส่งตรงให้สภานายก หรืออุปนายก ผู้อำนวยการ หรือเลขาธิการ หรือเหรัญญิก ก็ได้ทั้งสิ้น ส่งเป็นตัวเงินก็ได้เป็น ใบเช็คหรือเป็นธนาณัติเป็นตั๋วดร๊าฟต์ก็ได้ มาตรา 20 ในวันสิ้นปีใดปีหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าสมาชิกวิสามัญหรือ สมาชิกสามัญผู้ใด มิได้ส่งเงินบำรุงประจำปีนั้นมายังกรรมการสภา ให้นับว่า ขาดจากสมาชิก ให้คัดนามออกจากทะเบียนทีเดียว มาตรา 21 สมาชิกผู้ใดมีความประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งสมาชิก ก็ทำได้ แต่ต้องแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษรมายังเลขาธิการ และถ้ามีหนี้เกี่ยว ค้างอยู่กับสภา ต้องใช้เสียให้เสร็จสิ้นก่อนออก
มาตรา 22 ให้เป็นที่เข้าใจกันว่าสภากาชาดสยามนี้เป็นสมาคมสำหรับ ประกอบการกุศลโดยแท้ การเข้าเป็นสมาชิกในสภานี้ชอบด้วยพระราชนิยมยิ่งนัก เพราะฉะนั้นในกระทรวงทบวงการใดมีกฎข้อบังคับว่าผู้รับราชการในกระทรวง ทบวงการนั้น ๆ ต้องขออนุญาตผู้บังคับบัญชาก่อนเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมต่าง ๆ ดังนั้นไซร้ ให้ถือว่าการเข้าเป็นสมาชิกสภากาชาดสยามนี้ พระราชทานพระบรม ราชานุญาตแล้วเสร็จ

หมวดที่ 3
ว่าด้วยเครื่องหมาย
__________

มาตรา 23 รูปกาชาด (กากะบาทแดง) เป็นเครื่องหมายของสภา กาชาดสยามเช่นเดียวกับสภากาชาดของทุกประเทศ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดภายใน พระราชอาณาเขตสยามนี้ใช้รูปกาชาด (กากะบาทแดง) นี้เป็นเครื่องหมาย สำหรับการใด ๆ เช่นใช้เป็นตรายี่ห้อในการขายของ เป็นต้น ห้ามมิให้เขียน หรือติดไว้ ณ ที่ใด ๆ เป็นอันขาด นอกจากได้รับอนุญาตแล้วจากกรรมการ สภากาชาดสยาม มาตรา 24 ให้มีเครื่องหมายสำหรับสมาชิกของสภากาชาดสยาม เป็นเข็มกลัดทองลงยาหรือเงินกาไหล่ทองลงยา รูปกลมเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 2 1/2 เซนติเมตร ขอบวงกลมนั้นมีรูปเป็นจักร์ และมีอักษรพระบรมนามาภิไธย ย่อ จ.ป.ร.ทับบนรูปกาชาดวางอยู่กลาง เข็มนี้สำหรับกลัดที่อกเสื้อ มาตรา 25 เฉพาะผู้ซึ่งเป็นกรรมการหรือสมาชิกของสภากาชาด สยามเท่านั้นจะมีสิทธิกลัดเข็มนี้ได้ และเข็มนี้กรรมการสภาจะแจกให้แก่สมาชิก ทุกคนไม่คิดราคา ผู้ใดออกจากสมาชิกต้องส่งเข็มนี้คืน

หมวด 3 ทวิ*
เหรียญกาชาด
_________

มาตรา 25 ทวิ เหรียญกาชาดมีสองประเภท คือ เหรียญกาชาด สมนาคุณและเหรียญกาชาดสรรเสริญ มาตรา 25 ตรี เหรียญกาชาดสมนาคุณ มีลักษณะเป็นเหรียญโลหะ กลมแบนเส้นผ่าศูนย์กลาง 27 มิลลิเมตร ด้านหน้ามีรูปกาชาดและรูปนางพยาบาล ประคองทารกกับคนชรา ด้านหลังตรงกลางมีที่ว่างสำหรับจารึกนามผู้ได้รับเหรียญ และพุทธศักราช กับมีอักษรว่า "สภากาชาด" อยู่ริมขอบบน และ "สมนาคุณ" อยู่ริมขอบล่าง มีห่วงเป็นรูปกระหนกห้อยกับแพรแถบสีขาวกว้าง 3 เซนติเมตร ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยาแถบสีขาวกว้าง 3 เซนติเมตร ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยา สำหรับสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบผูก เป็นรูปแมลงปอ เหรียญกาชาดสมนาคุณมีลำดับเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 ทองคำลงยาที่กาชาด ชั้นที่ 2 เงินกาไหล่ทอง ชั้นที่ 3 เงินรมดำ มาตรา 25 จัตวา เหรียญกาชาดสรรเสริญ มีลักษณะเป็นเหรียญ ทองแดงแบนรูปกาชาดมีวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตรทับอยู่ ด้านหน้า มีรูปนางเมขลาอุ้มพระชนกขึ้นจากมหาสมุทร ด้านหลังตรงกลางมีอักษรว่า "กาชาดสรรเสริญ" มีห่วงห้อยกับแพรแถบสีขาวกว้าง 3 เซนติเมตร มีริ้ว สีแดงใกล้ขอบทั้งสองข้าง ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยา สำหรับสตรี ใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ

มาตรา 25 เบญจ เหรียญกาชาดสมนาคุณและเหรียญกาชาดสรรเสริญ ให้ผู้ได้รับประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มาตรา 25 ฉ บุคคลใดจะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นใด หรือ เหรียญกาชาดสรรเสริญ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภากาชาดไทยกำหนด มาตรา 25 สัตต เหรียญกาชาดสมนาคุณและเหรียญกาชาดสรรเสริญ ให้เป็นสิทธิแก่ผู้รับ เมื่อผู้ได้รับวายชนม์ ให้ตกทอดแก่ทายาทเพื่อรักษาไว้เป็น ที่ระลึก *[หมวด 3 ทวิ มาตรา 25 ทวิ ถึงมาตรา 25 สัตต เพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาดชาดไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2502]

หมวดที่ 4
ว่าด้วยการลงอาญาแก่ผู้ละเมิดพระราชบัญญัตินี้
__________

มาตรา 26 ผู้ใดใช้รูปกาชาดเป็นเครื่องหมายสำหรับการใด ๆ เขียนหรือติดไว้ ณ ที่ใด ๆ โดยมิได้รับอนุญาตจากกรรมการสภากาชาดสยาม ก่อนท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ จำขังไม่เกิน 3 เดือนสถาน 1 ปรับไม่เกิน 1,000 บาทสถาน 1 หรือทั้งจำขังและปรับไม่เกินกำหนดซึ่งว่า มาแล้วนั้น มาตรา 27 ผู้ใดซึ่งมิได้เป็นกรรมการหรือสมาชิกสภากาชาดสยาม ประดับเข็มเครื่องหมายสำหรับสมาชิกสภากาชาดสยาม ท่านว่าผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษ จำขังไม่เกิน 3 เดือนสถาน 1 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท สถาน 1 หรือทั้งจำขังและปรับไม่เกินกำหนดซึ่งว่ามาแล้วนั้น
มาตรา 28 การฟ้องเอาโทษแก่ผู้ละเมิดพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็น หน้าที่ของเจ้าพนักงานอัยการแผ่นดินแต่ฝ่ายเดียว

หมวดที่ 5
ว่าด้วยกำหนดเริ่มใช้และผู้รักษาพระราชบัญญัติ
_________

มาตรา 29 ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แต่วันที่ประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติห้ามใช้เครื่องหมายกากะบาท แดงซึ่งได้ประกาศให้ใช้แต่วันที่ 7 มกราคม พระพุทธศักราช 2454 นั้นเสีย ไม่ใช้ต่อไป มาตรา 30 ให้เสนาบดีกระทรวงนครบาล เสนาบดีกระทรวง มหาดไทย และสภานายกกับอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม เป็นผู้รักษา ให้การดำเนินไปตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 31 ให้สภานายกและอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม มีอำนาจที่จะออกข้อบังคับวางระเบียบการละเอียดสำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งปวงใน สภากาชาดสยามปฏิบัติตามนั้นได้ ประกาศมา ณ วันที่ 12 มิถุนายน พระพุทธศักราช 2461 *[รก.2461/-/128/16 มิถุนายน 2461]
__________________
พระราชบัญญัติว่าด้วยกาชาดสยามเพิ่มเติม พระพุทธศักราช 2463

มาตรา 3 ให้สภานายกหรือสภานายิกา เมื่อได้รับอนุมัติและความ ยินยอมของคณะกรรมการแห่งสภาแล้ว มีอำนาจวางข้อบังคับว่าด้วยความ ประสงค์ ว่าด้วยระเบียบการปกครองและวิธีดำเนินการของสภา ว่าด้วยกำหนด จำนวนการเลือกตั้งกรรมการ ว่าด้วยการประชุมและวิธีปรึกษาการของกรรมการ และว่าด้วยการเรี่ยไรเงินและเก็บเงินจากสมาชิก บรรดาข้อบังคับซึ่งได้วางขึ้นไว้ดังกล่าวนั้น เมื่อได้นำลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ฟังว่าเป็นอันใช้ได้ โดยชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่วันที่ได้ ประกาศให้ทราบนั้นเป็นต้นไป มาตรา 4 ตั้งแต่วันที่เริ่มใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไปให้ยกเลิก ข้อความในพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดสยาม พระพุทธศักราช 2461 แต่เฉพาะส่วนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือต่อข้อบังคับ ซึ่งสภา นายกหรือสภานายิกาได้วางไว้โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัตินี้ เสียทั้งสิ้น [รก.2463/-/267/7 พฤศจิกายน 2463]

__________________
พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2502
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็น การสมควรให้ผู้ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณและเหรียญกาชาดสรรเสริญ ประดับเหรียญนี้ได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในการนี้ จำเป็นต้องแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461

[รก.2502/102/11พ/1 พฤศจิกายน 2502]

พระราชบัญญัติ
สุสานและฌาปนสถาน
พ.ศ. 2528
________

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2528
เป็นปีที่ 40 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสุสานและ ฌาปนสถาน พ.ศ. 2528" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2528/129/37พ/19 กันยายน 2528] มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติควบคุมสุสานและฌาปนสถาน พุทธศักราช 2481 (2) พระราชบัญญัติควบคุมสุสานและฌาปนสถาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2484 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "สุสานและฌาปนสถานสาธารณะ" หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้ สำหรับเก็บ ฝัง หรือเผาศพ สำหรับประชาชนทั่วไป แต่ไม่รวมถึงสถานที่ที่ใช้ สำหรับเก็บศพชั่วคราวในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล "สุสานและฌาปนสถานเอกชน" หมายความว่า สถานที่ที่จัดไว้สำหรับ เก็บ ฝัง หรือเผาศพ สำหรับตระกูลหรือครอบครัว หรือมิตรของตระกูลหรือ ครอบครัว แต่ไม่รวมถึงสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บศพชั่วคราวในเคหสถาน "เจ้าพนักงานสาธารณสุข" หมายความว่า เจ้าพนักงานสาธารณสุข ตามกฎหมายว่าด้วยสาธารณสุขซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้
"เจ้าพนักงานท้องถิ่น" หมายความว่า (1) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการเขตหรือผู้ช่วย ผู้อำนวยการเขตซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย สำหรับในเขต กรุงเทพมหานคร (2) ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้า ประจำกิ่งอำเภอซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย สำหรับในเขตจังหวัดซึ่งอยู่ นอกเขตเทศบาล เขตสุขาภิบาลและเขตเมืองพัทยา (3) นายกเทศมนตรี หรือเทศมนตรีหรือพนักงานเทศบาลซึ่งนายก เทศมนตรีมอบหมายสำหรับในเขตเทศบาล (4) ประธานกรรมการสุขาภิบาล หรือกรรมการสุขาภิบาลหรือ พนักงานสุขาภิบาลซึ่งประธานกรรมการสุขาภิบาลมอบหมาย สำหรับในเขต สุขาภิบาล (5) ปลัดเมืองพัทยา หรือพนักงานเมืองพัทยาซึ่งปลัดเมืองพัทยา มอบหมายสำหรับในเขตเมืองพัทยา "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่สุสานและฌาปนสถาน สาธารณะที่กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมืองพัทยา จัดตั้งและดำเนินการ มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสาน และฌาปนสถานเอกชน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 7 เมื่อได้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสาน และฌาปนสถานเอกชนเสร็จแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินการ เว้นแต่จะได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาจะขอรับ ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการด้วยก็ได้ มาตรา 8 ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ต้องมี คุณสมบัต ิดังนี้ (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (2) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (5) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ผู้แทนของ นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งด้วย
มาตรา 9 ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ต้อง แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน มาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ฝัง หรือเผาศพในสถานที่อื่น นอกจากในสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน หรือเก็บศพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือเคหสถาน เป็นการชั่วคราว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ในกรณีที่สถานที่อื่นตามวรรคหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดซึ่งอยู่นอกเขต เทศบาล เขตสุขาภิบาลและเขตเมืองพัทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบหมาย ให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือกำนันแห่งท้องที่ เป็นผู้อนุญาตแทนได้ มาตรา 11 ให้กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาลหรือเมืองพัทยา มีอำนาจออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขาภิบาลหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี เพื่อกำหนด รายละเอียดที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (1) ค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (2) เขตหรือสถานที่ที่ห้ามมิให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน (3) ลักษณะ สถานที่ตั้ง และเงื่อนไขในการจัดตั้งสุสานและ ฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน
(4) วิธีเก็บ ฝัง เผา ขุด หรือย้ายศพ ตลอดจนการใช้หรือการ รักษายานพาหนะและเครื่องใช้ในการนี้ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ (5) หน้าที่ที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 จะต้อง ปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียน การส่งรายงานและการอื่นใดเพื่อประโยชน์ เกี่ยวกับความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการสาธารณสุข และอนามัยของประชาชน มาตรา 12 ใบอนุญาตตามมาตรา 6 และมาตรา 7 ให้ใช้ได้จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาต ดังกล่าวประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้จัดตั้งหรือผู้ดำเนินการต่อไปได้ จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งเป็นหนังสือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 13 ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ออกใบอนุญาตตาม มาตรา 6 หรือมาตรา 7 หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา 12 ผู้ขอรับ ใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่อ อายุใบอนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา 14 ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสุสานและ ฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน เว้นแต่ผู้ได้รับ ใบอนุญาตตามมาตรา 6 จะเป็นผู้ขอและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว มาตรา 15 ในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าพนักงานสาธารณสุข พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้าไปในบริเวณสุสานและ ฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชนในเวลาระหว่าง พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อตรวจสอบหรือเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 และผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือ มาตรา 7 ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ เพื่อสั่งให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา 16 เมื่อปรากฏว่าสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือ สุสานและฌาปนสถานเอกชนมีสภาพหรือมีการใช้ที่เป็นหรืออาจเป็นอันตราย แก่ประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสุสานและฌาปนสถานนั้น ภายในเวลาที่ กำหนด
ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง สุสานและฌาปนสถานนั้น ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงาน ท้องถิ่นมีอำนาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสุสานและฌาปนสถานนั้นได้โดยเรียก ค่าใช้จ่ายจากผู้ได้รับใบอนุญาต มาตรา 17 นอกจากกรณีตามมาตรา 16 เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับ ใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นตามมาตรา 15 วรรคสอง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขาภิบาล หรือข้อบัญญัติเมืองพัทยาที่ออกตามมาตรา 11 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็น สมควร แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่สั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือจะสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ ทั้งนี้ ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา 18 การอุทธรณ์ตามมาตรา 13 หรือมาตรา 17 ให้ยื่น ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อเสนอต่อไปยังรัฐมนตรีโดยมิชักช้า มาตรา 19 ในกรณีอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งไม่ อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา 13 หรือกรณีอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือ เพิกถอนใบอนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 17 ผู้อุทธรณ์ยังคง มีสิทธิเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือ สุสานและฌาปนสถานเอกชนในระหว่างรอคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี
มาตรา 20 ในกรณีใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 สูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทน ใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุด มาตรา 21 ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ซึ่งประสงค์จะเลิก สุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน ต้องแจ้ง เป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน มาตรา 22 ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของ เจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน สาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชนตามมาตรา 17 หรือในกรณีที่ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 เลิกสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือ สุสานและฌาปนสถานเอกชนตามมาตรา 21 ถ้ามีกิจการในหน้าที่ตามพระราช บัญญัตินี้ ยังจะต้องกระทำอยู่ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นกระทำกิจการในหน้าที่ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตไม่กระทำกิจการในหน้าที่ให้เสร็จสิ้นภายใน กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้ากระทำกิจการนั้น แทนต่อไปจนเสร็จสิ้น โดยเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้ได้รับใบอนุญาต มาตรา 23 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ตายหรือขาด คุณสมบัติตามมาตรา 8 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 7 แจ้งเป็นหนังสือ
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบและในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 7 ตาย หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 แจ้งเป็น หนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ

มาตรา 24 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ตายหรือขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 และมีบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 8 แสดงความจำนงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ได้รับ ใบอนุญาตตายหรือขาดคุณสมบัติเพื่อขอเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ดำเนินการสุสาน และฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชนต่อไป ให้ผู้แสดง ความจำนงนั้นเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชนต่อไปได้ตั้งแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตายหรือ ขาดคุณสมบัติจนถึงวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ในกรณีที่ไม่มีบุคคลใดแสดงความจำนงภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้าทำหน้าที่แทนเสมือนเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 จนกว่าจะมีผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 หรือมาตรา 7 ขึ้นใหม่ มาตรา 25 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 7 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 10 หรือผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 6 ไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง สุสานและฌาปนสถานตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com