บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สถิติ พ.ศ. 2508
    


พระราชบัญญัติ สถิติ พ.ศ. 2508

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2508
เป็นปีที่ 20 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถิติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2508" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2508/73/693/7 กันยายน 2508] มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2495 บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "สถิติ" หมายความว่า ข้อมูลแสดงยอดจำนวนที่เก็บรวบรวมจาก สำมะโนการสำรวจ บันทึก ทะเบียน รายงานหรือเอกสารอื่น ๆ "สำมะโน" หมายความว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประชากร เคหะ การเกษตร อุตสาหกรรม ธุรกิจ และการอื่น เพื่อใช้ประโยชน์ในทางสถิติ โดยการแจงนับจากทุกหน่วยเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ "การสำรวจ" หมายความว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประชากร เคหะ การเกษตร อุตสาหกรรม ธุรกิจ และการอื่น เพื่อใช้ประโยชน์ในทางสถิติ โดยการแจงนับจากบางหน่วยเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
"หน่วยสถิติ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมือง ที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ รัฐวิสาหกิจและราชการ บริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งปฏิบัติงานที่มีลักษณะในทางสถิติ "รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วย เกินกว่าร้อยละห้าสิบ "บันทึก" หมายความว่า ข้อความหรือข้อเท็จจริงบรรดาที่ใช้ในกิจการ ซึ่งได้ทำขึ้นไว้เป็นหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือรูปลักษณะอื่นใด "เคหสถาน" หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เรือน โรง เรือหรือแพ ซึ่งคนอยู่อาศัย และหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้นด้วย จะมีรั้วล้อมหรือไม่ก็ตาม "สำนักงาน" หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่ประกอบกิจการ เช่น เรือน โรง เรือหรือแพ และหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใช้เป็นที่ประกอบกิจการ งานนั้นด้วย จะมีรั้วล้อมหรือไม่ก็ตาม
"พนักงาน" หมายความว่า ผู้ซึ่งเลขาธิการสถิติแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ข้าราชการซึ่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) รวบรวมสถิติจากหน่วยสถิติ (2) จัดวางผังสำมะโนและจัดทำสำมะโน (3) ส่งเสริมและพัฒนางานสถิติของรัฐและส่งเสริมงานสถิติของเอกชน (4) จัดวางผังรวม ประสานและกำกับบรรดาโครงการและกิจการสถิติ ของรัฐในทางวิชาการ (5) ร่วมและประสานงานกับหน่วยสถิติในการรวม การประมวลและ การวิเคราะห์สถิติ (6) แนะนำหรือให้คำปรึกษาแก่หน่วยสถิติเกี่ยวกับแผนงาน ระเบียบวิธี ใบแบบ ใบกำหนดข้อถาม ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ อันเป็นคู่มือ คำอธิบาย และ คำชี้แจงประกอบใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม ที่หน่วยสถิติทำขึ้นสำหรับใช้เกี่ยวกับ สถิติ
(7) จัดหรืออำนวยการสำรวจ หรือเก็บ รวบรวม ทำข้อคัดย่อประมวล และวิเคราะห์สถิติเกี่ยวกับภาวะมูลฐานของประเทศจากสำมะโนและการสำรวจ (8) กำกับงานทางวิชาการที่เกี่ยวกับการจัดวางผังสำรวจหรือการ เก็บรวบรวมและวิเคราะห์สถิติของหน่วยสถิติ (9) จัดหรืออำนวยการวิจัยในทางวิชาการสถิติ (10) จัดทำวารสารสถิติและโฆษณาข้อมูลสถิติ (11) จัดให้มีห้องสมุดเก็บรักษาหนังสือ และเอกสารวิชาการ และ เอกสารสถิติ และแลกเปลี่ยนหนังสือและเอกสารดังกล่าว (12) จัดให้มีการศึกษาอบรมวิชาสถิติ (13) ร่วมและประสานงานสถิติกับรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่าง ประเทศ มาตรา 6 ให้เลขาธิการสถิติแห่งชาติมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 7 ให้มีคณะกรรมการสถิติแห่งชาติคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอื่นไม่เกินสิบคน
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และผู้แทนกระทรวงทุกกระทรวงเป็นกรรมการ เลขาธิการสถิติแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 8 ให้คณะกรรมการสถิติแห่งชาติมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและ แนะนำแก่สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาตรา 9 ให้กรรมการสถิติแห่งชาติซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระ อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี ในกรณีมีการแต่งตั้งกรรมการสถิติแห่งชาติในระหว่างที่กรรมการซึ่ง แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้ง ซ่อม ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการสถิติ แห่งชาติซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น กรรมการสถิติแห่งชาติที่พ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ อีกได้ มาตรา 10 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 9 กรรมการสถิติแห่งชาติพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เป็นคนล้มละลาย (4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิด ลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท มาตรา 11 การประชุมของคณะกรรมการสถิติแห่งชาติต้องมีกรรมการ มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็น ประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ ประชุม ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มาตรา 12 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 13 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ถ้าคณะกรรมการสถิติแห่งชาติ เห็นสมควรจะแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อให้ทำการใด ๆ ตามที่มอบหมาย หรือจะ เชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็นก็ให้กระทำได้
ให้นำความในมาตรา 11 และมาตรา 12 มาใช้บังคับแก่การประชุม อนุกรรมการโดยอนุโลม มาตรา 14 หน่วยสถิติใดจะเสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อดำเนิน งานสถิติ ให้หน่วยสถิตินั้นส่งโครงการอันมีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะแผนงาน และระเบียบวิธี พร้อมทั้งประมาณการค่าใช้จ่ายตามแบบซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ กำหนดไปยังสำนักงานสถิติแห่งชาติเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน มาตรา 15 เมื่อจะทำสำมะโนหรือการสำรวจเพื่อปฏิบัติการตาม โครงการสถิติใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกานั้นอย่างน้อยให้ระบุ (1) อายุแห่งพระราชกฤษฎีกา (2) วัตถุประสงค์ในการทำสำมะโนหรือการสำรวจ (3) เขตท้องที่ที่จะทำสำมะโนหรือการสำรวจ (4) บุคคลซึ่งจะต้องกรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม (5) หน่วยสถิติที่จะทำสำมะโนหรือการสำรวจ มาตรา 16 เมื่อได้ตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 15 แล้ว ให้ เลขาธิการสถิติแห่งชาติประกาศกำหนด
(1) ใบแบบและใบกำหนดข้อถาม และวิธีการกรอกรายการในใบแบบ และใบกำหนดข้อถาม (2) ระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานจะส่งใบแบบหรือ ใบกำหนดข้อถามแก่บุคคลซึ่งจะต้องกรอกรายการ (3) ระยะเวลาที่ผู้กรอกรายการจะต้องส่งคืนใบแบบและใบกำหนด ข้อถาม ซึ่งได้กรอกรายการแล้วแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานหรือหน่วยสถิติ การประกาศตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 17 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานไม่พบบุคคลซึ่งจะต้อง กรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ส่ง ใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามแก่บุคคลใด ๆ ที่มีอายุเกินยี่สิบปี ซึ่งอยู่หรือทำงาน ในเคหสถานหรือสำนักงานของบุคคลนั้น ถ้าไม่พบบุคคลดังกล่าว ให้ปิดใบแบบ หรือใบกำหนดข้อถามไว้ในที่เห็นได้ง่าย ณ เคหสถานหรือสำนักงานของบุคคลนั้น เมื่อได้ปฏิบัติการตามวรรคก่อนและเวลาได้ล่วงพ้นไปสิบห้าวันแล้ว ให้ถือว่าบุคคลซึ่งจะต้องกรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามได้รับใบแบบ หรือใบกำหนดข้อถามแล้ว
มาตรา 18 พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานมีอำนาจเข้าไปในเคหสถาน หรือสำนักงานของบุคคลซึ่งจะต้องกรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อให้บุคคลนั้นแสดงหลักฐาน หรือเอกสารเกี่ยวกับการกรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามหรือเพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อความหรือตัวเลขที่ได้กรอกในใบแบบหรือใบกำหนด ข้อถาม ในการนี้บุคคลนั้นต้องให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ตามสมควร มาตรา 19 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือ พนักงานแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ให้เป็นไปตามแบบที่ กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 20 ให้หน่วยสถิติส่งสำเนารายการสถิติทุกอย่างอันได้จัดทำขึ้น ให้แก่สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาตรา 21 บรรดาข้อความหรือตัวเลขเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะรายที่ ได้กรอกในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามนั้นต้องถือเป็นความลับโดยเคร่งครัด
ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เปิดเผยข้อความหรือตัวเลข นั้นแก่บุคคลใดๆ ซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่บุคคลนั้นต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราช บัญญัตินี้

มาตรา 22 ผู้ใดไม่กรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามตาม วิธีการที่เลขาธิการสถิติแห่งชาติกำหนดตามมาตรา 16 (1) หรือไม่ส่งคืนใบแบบ หรือใบกำหนดข้อถามที่ได้กรอกรายการแล้วแก่พนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานหรือ หน่วยสถิติภายในระยะเวลาที่เลขาธิการสถิติแห่งชาติกำหนดตามมาตรา 16 (3) หรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานซึ่งปฏิบัติการตาม มาตรา 18 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา 23 ผู้ใดกรอกข้อความหรือตัวเลขในใบแบบหรือใบกำหนด ข้อถามโดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือตอบข้อถามอันเป็นเท็จแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 18 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 24 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 21 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 25 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

_________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ได้มีการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมใหม่ และได้จัดตั้งสำนักงานสถิติแห่งชาติ ขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรีโดยได้โอนบรรดาอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับราชการ ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติเฉพาะที่เกี่ยวกับส่วนสำนักงาน สถิติกลางตลอดจนบรรดาอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและ หน้าที่ของผู้อำนวยราชการสถิติและเจ้าหน้าที่ในส่วนสำนักงานสถิติกลาง ไปเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และเลขาธิการสถิติแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ในสำนักงานสถิติแห่งชาติ กับทั้งเป็นการสมควรที่จะได้ปรับปรุง กฎหมายเกี่ยวกับการสถิติ เพื่อให้การบริหารงานสถิติของชาติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook