บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
    


พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา 4 มาตรา 7 ถึงมาตรา 16 มาตรา 17 ถึงมาตรา 31
มาตรา 262 มาตรา 263 มาตรา 318 ถึงมาตรา 320 และมาตรา 332 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัน
ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.2535/22/1พ/10 มีนาคม 2535] มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517
(2) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"หลักทรัพย์" หมายความว่า
(1) ตั๋วเงินคลัง
(2) พันธบัตร
(3) ตั๋วเงิน
(4) หุ้น
(5) หุ้นกู้
(6) หน่วยลงทุนอันได้แก่ ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สินของ กองทุนรวม
(7) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
(8) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
(9) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน
(10) ตราสารอื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด
"ตั๋วเงิน" หมายความว่า ตั๋วเงินที่ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป
ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

"หุ้นกู้" หมายความว่า ตราสารแห่งหนี้ไม่ว่าจะเรียกชื่อใดที่แบ่งเป็นหน่วยแต่ละ
หน่วยมีมูลค่าเท่ากันและกำหนดประโยชน์ตอบแทนไว้เป็นการล่วงหน้าในอัตราเท่ากันทุกหน่วย
โดยบริษัทออกให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินหรือผู้ซื้อ
เพื่อแสดงสิทธิที่จะได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นของ
ผู้ถือตราสารดังกล่าว แต่ไม่รวมถึงตั๋วเงิน
"ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์" หมายความว่า ผู้ทำการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ให้แก่
ประชาชน "หนังสือชี้ชวน" หมายความว่า เอกสารใด ๆ ที่ออกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณา ชี้ชวนให้บุคคลอื่นจองซื้อหรือซื้อหลักทรัพย์ที่ตนหรือบุคคลอื่นออกหรือเสนอขาย
"บริษัท" หมายความว่า บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และให้หมายความ รวมถึงนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ
"บริษัทหลักทรัพย์" หมายความว่า บริษัทหรือสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้
"ธุรกิจหลักทรัพย์" หมายความว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทดังต่อไปนี้
(1) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (2) การค้าหลักทรัพย์ (3) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (4) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (5) การจัดการกองทุนรวม (6) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล (7) กิจการอื่นที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ตามที่รัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. "การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์" หมายความว่า การเป็นนายหน้าหรือตัวแทน เพื่อซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยได้รับค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม หรือค่าตอบแทนอื่น "การค้าหลักทรัพย์" หมายความว่า การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในนาม ของตนเองเป็นทางค้าปกติ โดยกระทำนอกตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ "การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน" หมายความว่า การให้คำแนะนำแก่ประชาชนไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อม เกี่ยวกับคุณค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับ หลักทรัพย์นั้น หรือที่เกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ เป็นทางค้าปกติ ทั้งนี้ โดยได้รับ ค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการให้คำแนะนำแก่ประชาชนในลักษณะที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด "การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์" หมายความว่า การรับหลักทรัพย์ทั้งหมดหรือ บางส่วนจากบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ไปเสนอขายต่อประชาชน โดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือ ค่าตอบแทนอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ก็ตาม
"การจัดการกองทุนรวม" หมายความว่า การจัดการลงทุนตามโครงการจัดการ กองทุนรวมโดยการออกหน่วยลงทุนของแต่ละโครงการจำหน่ายแก่ประชาชนเพื่อนำเงินที่ได้จาก การจำหน่ายหน่วยลงทุนนั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือไปหาดอกผลโดยวิธีอื่น "การจัดการกองทุนส่วนบุคคล" หมายความว่า การจัดการเงินทุนของบุคคล หรือคณะบุคคลที่ได้มอบหมายให้จัดการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะ มีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำเป็นทางค้าปกติโดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือ ค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการจัดการลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด *[คำนิยามนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542] "หลักทรัพย์จดทะเบียน" หมายความว่า หลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือ ได้รับการอนุญาตให้ทำการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา "สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ "เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 5 เว้นแต่จะมีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในการ ออกใบอนุญาตและการให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัตินี้ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงาน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศกำหนดระยะเวลาในการพิจารณา และการสั่งการให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป และในกรณีที่ไม่อนุญาตหรือไม่ให้ความเห็นชอบให้แจ้ง เหตุผลให้ผู้ยื่นขอทราบด้วย

มาตรา 6 การลงลายมือชื่อของกรรมการหรือนายทะเบียนในใบหลักทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ จะใช้เครื่องจักรประทับหรือโดยวิธีอื่นใดแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
________

ส่วนที่ 1
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
________

มาตรา 8 ให้มีคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "คณะกรรมการ ก.ล.ต." ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็น ประธานกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง พาณิชย์และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีอีกไม่น้อยกว่า สี่คนแต่ไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านการบัญชีและด้านการเงินด้านละหนึ่งคน และให้เลขาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 9 กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 8 ต้องไม่เป็น ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

มาตรา 10 กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 8 มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละหกปี โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบสองปีให้กรรมการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน หนึ่งในสามโดยวิธีจับสลาก และเมื่อครบสี่ปีให้กรรมการในจำนวนที่เหลือจากการจับสลากออก เมื่อครบสองปีแรกออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสองของจำนวนดังกล่าวโดยวิธีจับสลาก หากจำนวนที่คำนวณได้มีเศษให้ปัดเศษทิ้งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็น การออกตามวาระด้วย
เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการแต่งตั้งใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการ ก.ล.ต.ขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ดังกล่าว อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับ หน้าที่ กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ มาตรา 11 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 10 กรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (7) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 ในกรณีที่กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการ ก.ล.ต.แทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งตนแทน

มาตรา 12 การประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต.ต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ก.ล.ต.ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ถ้าประธานกรรมการ ก.ล.ต. ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานให้รองประธานทำหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม ถ้าไม่มีรองประธานหรือมีแต่ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ก.ล.ต.ที่มาประชุมเลือกกรรมการ ก.ล.ต.คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการ ก.ล.ต.คนหนึ่งให้มี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา 13 กรรมการ ก.ล.ต.ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ใด มีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น

มาตรา 14 ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและ พัฒนาตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขาย หลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการป้องกันการกระทำ อันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อำนาจดังกล่าวให้รวมถึง (1) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ (2) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต หรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต (3) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ (4) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดเงินเดือนและ เงินอื่น ๆ รวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ (5) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งหรือข้อกำหนดใด ๆ ที่ใช้บังคับเป็นการ ทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา 15 ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.มอบหมายได้ ในกรณีที่เป็นการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งหรือข้อกำหนดที่ใช้บังคับ เป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งคณะหนึ่ง คณะใดพิจารณากลั่นกรองและเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เว้นแต่กรณีที่เป็นความลับ หรือต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งให้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องที่เกี่ยวข้องที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ให้นำความในมาตรา 12 มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม
มาตรา 16 ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สำนักงาน

ส่วนที่ 2
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
_______

มาตรา 17 ให้จัดตั้งสำนักงานขึ้นเรียกว่า "สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์" และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา 18 ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัด ใกล้เคียง และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดก็ได้

มาตรา 19* ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตาม มติของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตาม กฎหมายอื่น อำนาจและหน้าที่ของสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง (1) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักรตลอดจนรับทรัพย์สินที่มี ผู้มอบให้ (2) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์ (3) กำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และ การยื่นคำขอต่าง ๆ (4) รับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.และสำนักงานกำหนด ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน *[มาตรา 19 วรรคแรก แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]
มาตรา 20 ให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการ และ ให้เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้ง ให้อยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา 21 เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (1) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สำนักงาน (2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (3) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (4) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น (5) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัท หลักทรัพย์

มาตรา 22 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 (5) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่าง ร้ายแรง

มาตรา 23 ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบ ในการดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงาน ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา 24 ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็น ผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำการ เฉพาะอย่างแทนก็ได้

มาตรา 25 ให้สำนักงานมีทุนประเดิมประกอบด้วยเงินที่โอนมาตามมาตรา 319 และมาตรา 320

มาตรา 26 ให้สำนักงานจัดให้มีเงินสำรองประเภทต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

มาตรา 27 บรรดาค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและค่าธรรมเนียม อื่นที่สำนักงานได้รับและรายได้อื่นอันได้มาจากการดำเนินงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต.และ สำนักงาน ให้ตกเป็นของสำนักงาน และเมื่อได้หักด้วยรายจ่ายและหักเป็นเงินสำรองตามมาตรา 26 แล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ

มาตรา 28 ให้พนักงานสำนักงานพ้นจากตำแหน่งเมื่อพนักงานผู้นั้นมีอายุครบ หกสิบปีบริบูรณ์

มาตรา 29 มิให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่าย ค่าชดเชยและการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมาย ว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ มาใช้บังคับกับเลขาธิการ พนักงาน และลูกจ้างของสำนักงาน

มาตรา 30 ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงาน และจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

มาตรา 31 ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานและเสนอ รายงานผลการสอบบัญชีต่อรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

หมวด 2
การออกหลักทรัพย์ของบริษัท
_______
ส่วนที่ 1
การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่
_______

มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานและปฏิบัติตามมาตรา 65 การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทดังกล่าวได้ จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว

มาตรา 33 ห้ามมิให้บริษัทมหาชนจำกัดเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภท หุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงิน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และหลักทรัพย์ อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานและปฏิบัติตาม มาตรา 65 หรือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ทั้งหมดนั้นต่อผู้ถือหุ้นโดยได้รับชำระ ราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น

มาตรา 34 ห้ามมิให้บริษัทจำกัดเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทหุ้นกู้ ตั๋วเงิน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และหลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด เว้นแต่ (1) มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด (2) เสนอขายหลักทรัพย์ที่ไม่อาจแปลงสภาพแห่งสิทธิเป็นหุ้นได้ (3) ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน และ (4) ปฏิบัติตามมาตรา 65

มาตรา 35 การขอเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่และการอนุญาตตามมาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในการนี้คณะกรรมการ ก.ล.ต.อาจประกาศกำหนดรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ ไว้ด้วยก็ได้ (1) สัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (2) ระยะเวลาในการเสนอขายหลักทรัพย์ (3) การจอง การจัดจำหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์ (4) การรับชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ (5) การเก็บรักษาและการปฏิบัติเกี่ยวกับเงินค่าจองหลักทรัพย์ (6) เงื่อนไขอื่นที่จำเป็นในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนลงทุน

มาตรา 36 ในการพิจารณาคำขออนุญาต ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่น คำขอทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและ ครบถ้วนตามมาตรา 35

มาตรา 37 มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้ บริษัทจำกัดออกหุ้นกู้ มาใช้บังคับกับบริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ออกหุ้นกู้ตามมาตรา 34

มาตรา 38 มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 654 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้และตั๋วเงินที่เสนอขายได้ตามมาตรา 33 และมาตรา 34

ส่วนที่ 2
หุ้นกู้

_____

มาตรา 39 หุ้นกู้ของบริษัทต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าฉบับละหนึ่งร้อยบาทโดยชำระ เป็นเงินและผู้ซื้อจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทมิได้
มาตรา 40 ใบหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (1) ชื่อบริษัท (2) เลขทะเบียนบริษัท และวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท (3) จำนวนเงินที่ออกหุ้นกู้ (4) ชื่อผู้ถือหุ้นกู้ หรือคำแถลงว่าได้ออกหุ้นกู้นั้นให้แก่ผู้ถือ (5) ชนิด มูลค่า เลขที่ใบหุ้นกู้ จำนวนหุ้นกู้และจำนวนเงิน อัตราดอกเบี้ย และระยะ เวลาการชำระคืน (6) วิธีการ เวลา และสถานที่สำหรับการชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ (7) สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่บริษัทมีหนี้ก่อนการออกหุ้นกู้ (8) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (9) ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือนายทะเบียนหุ้นกู้ (10) วันเดือนปีที่ออกหุ้นกู้ (11) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

ส่วนที่ 3
การออกหุ้นกู้มีประกัน

________

มาตรา 41 ในการขออนุญาตตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 เพื่อออกหุ้นกู้มีประกัน ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย (1) เสนอร่างข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ (2) เสนอร่างสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (3) ขอความเห็นชอบบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศ กำหนดเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (4) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทมหาชนจำกัดจะเสนอขายหุ้นกู้มีประกันที่ออกใหม่ต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 33 ให้บริษัทมหาชนจำกัดดำเนินการตามวรรคหนึ่งก่อนการ เสนอขายหุ้นกู้ด้วย
มาตรา 42 ข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (1) สิทธิและเงื่อนไขตามหุ้นกู้ (2) ผลประโยชน์ตอบแทน (3) ทรัพย์สินที่เป็นประกันหรือหลักประกันอื่น (4) การแต่งตั้งและอำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (5) เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (6) คำยินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ที่จะให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ที่ได้รับความเห็นชอบไว้ตามมาตรา 41 (3) (7) คำรับรองของผู้ออกหุ้นกู้มีประกันที่จะจำนอง จำนำ หรือให้หลักประกัน อย่างอื่นเพื่อเป็นประกันหุ้นกู้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 44 (8) วิธีการ เวลา และสถานที่สำหรับการชำระหนี้ (9) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (10) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 43 สัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (1) อำนาจและหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการรับจำนอง รับจำนำหรือรับ หลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกันดังกล่าว หรือการดำเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้ มีประกันปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ทำไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย (2) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (3) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 44 เมื่อผู้ออกหุ้นกู้มีประกันได้เสนอขายหุ้นกู้มีประกันต่อผู้ถือหุ้นหรือ ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ แล้ว ให้ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดตามมาตรา 41 (1) และตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตาม คำยินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ พร้อมกับดำเนินการจำนอง จำนำ หรือจัดให้มีหลักประกันอย่างอื่นให้กับ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ปิดการเสนอขาย
มาตรา 45 ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอำนาจกระทำการในนามของตนเองเพื่อประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงในการรับจำนอง รับจำนำ หรือรับหลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับ หลักประกัน และการดำเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ให้ไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย การกระทำของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ถือ หุ้นกู้โดยตรง

มาตรา 46 ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้

มาตรา 47 นอกจากหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้ง ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มีหน้าที่ดูแลรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทำการ งดเว้นกระทำการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามวรรคหนึ่งจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นกู้ ให้ผู้ถือหุ้นกู้หรือสำนักงานมีสิทธิฟ้องร้อง บังคับคดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ฟ้องร้องบังคับคดี ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวต้องมีจำนวนหุ้นกู้ มีประกัน หรือได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นกู้อื่นซึ่งมีจำนวนหุ้นกู้มีประกันรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละสิบ ของจำนวนหุ้นกู้มีประกันที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

มาตรา 48 ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามบทบัญญัติ ในหมวด 1 หมวด 3 หมวด 4 หมวด 5 หรือหมวด 7 ของลักษณะ 12 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้สำนักงานเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการ มีอำนาจเรียกทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหาย ด้วย ในการนี้ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 49 ในการออกหุ้นกู้ลักษณะอื่นนอกจากหุ้นกู้มีประกัน หากผู้ออกหุ้นกู้ ประสงค์จะจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ออกหุ้นกู้ต้องแสดงความจำนงในขณะที่ขออนุญาตออกหุ้นกู้ และให้นำบทบัญญัติมาตรา 41 มาตรา 42 มาตรา 43 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 48 รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับการขออนุญาตการทำข้อกำหนด และสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อำนาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการฟ้องร้องบังคับคดีกับ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้โดยอนุโลม

ส่วนที่ 4
การจัดทำทะเบียนและการโอน
_______

มาตรา 50 ให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 51 การโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 จะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้มีชื่อแสดงว่า เป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนคนสุดท้ายได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้รับโอนโดยลงลายมือชื่อ สลักหลัง แสดงการโอน

มาตรา 52 ผู้ใดครอบครองใบหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหรือใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ที่มีการสลักหลังตาม มาตรา 51 แล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้น

มาตรา 53 ผู้รับโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดง สิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ผู้ใดประสงค์จะลงทะเบียน การโอน ให้ยื่นคำขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียน พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์ ที่ตนได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับโอนในด้านหลังของใบหลักทรัพย์นั้นแล้ว และให้บริษัทที่ออก หลักทรัพย์หรือนายทะเบียนแล้วแต่กรณี ลงทะเบียนการโอนพร้อมทั้งรับรองการโอนไว้ใน
ใบหลักทรัพย์นั้น หรือออกใบหลักทรัพย์ให้ใหม่ ทั้งนี้ ภายในกำหนดระยะเวลาที่สำนักงาน ประกาศกำหนด เว้นแต่การโอนหลักทรัพย์นั้นจะขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อข้อจำกัดในเรื่อง การโอนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนข้อจำกัดนั้นไว้กับสำนักงานแล้ว เมื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนได้รับคำขอโอนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้การโอนนั้นใช้ยันกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้ แต่จะใช้ยันบุคคลภายนอกได้เมื่อมีการ ลงทะเบียนการโอนแล้ว

มาตรา 54 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ แก่บุคคลที่มิได้มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามมาตรา 53 เว้นแต่เป็นกรณีของหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุ ชื่อผู้ถือ ให้จ่ายได้เมื่อผู้ครอบครองได้ยื่นใบหุ้นต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในกรณีเช่นนี้ให้บริษัท ที่ออกหลักทรัพย์สลักหลังการจ่ายไว้ด้วย

มาตรา 55 การโอนหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ส่งมอบ ใบหลักทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอน

ส่วนที่ 5
การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี
________

มาตรา 56 ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทต่อ สำนักงาน ดังต่อไปนี้ (1) งบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว (2) งบการเงินประจำงวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดง ความเห็นแล้ว (3) รายงานประจำปี (4) รายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
งบการเงินและรายงานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด การกำหนดดังกล่าวให้คำนึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการ ควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว ด้วย

มาตรา 57 ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 รายงานพร้อมด้วยเหตุผลต่อสำนักงานโดยไม่ชักช้า เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น (1) บริษัทประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง (2) บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน (3) บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือลักษณะการประกอบธุรกิจ (4) บริษัททำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงาน ของบริษัท (5) บริษัทกระทำหรือถูกกระทำอันมีลักษณะเป็นการครอบงำหรือถูกครอบงำ กิจการตามมาตรา 247 (6) กรณีใด ๆ ที่มีหรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือ ต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทตามที่ สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 58 ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าเอกสารหรือรายงานที่บริษัทที่ออก หลักทรัพย์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 จัดส่งให้มีข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความ คลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หรือมีกรณีอื่นใดที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิ ประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคา ของหลักทรัพย์ของบริษัท ให้สำนักงานมีอำนาจที่จะดำเนินการประการใดประการหนึ่งหรือ หลายประการดังนี้ (1) ให้บริษัทรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (2) ให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทชี้แจง เพิ่มเติม (3) ให้บริษัทจัดให้มีการสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชี และรายงานผลการสอบบัญชี นั้นให้สำนักงานทราบ และเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป
มาตรา 59 ให้กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารตามที่สำนักงานประกาศ กำหนดและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 จัดทำ และเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ของตนและของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งถือ หลักทรัพย์ในบริษัทนั้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อสำนักงานตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต.

มาตรา 60 เพื่อประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนเกี่ยวกับฐานะและ ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์รวมทั้งการถือหลักทรัพย์ในบริษัทดังกล่าว ให้ สำนักงานมีอำนาจเปิดเผยรายงานหรือข้อมูลที่ได้รับตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 และ มาตรา 59 ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 61 ผู้สอบบัญชีตามมาตรา 56 ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความ เห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้สอบบัญชีนั้นมีสิทธิสอบบัญชี บริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 106 บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามที่ กำหนดในมาตรา 199 และบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กำหนดใน มาตรา 217 ได้ด้วย.

มาตรา 62 ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือสอบบัญชีพบว่าบริษัทที่ออก หลักทรัพย์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 จัดทำงบการเงินรายไตรมาสหรืองบการเงิน ประจำงวดการบัญชีไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีรายงานข้อสังเกตหรือเปิดเผย ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของงบการเงิน และแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงานการสอบทานหรือ รายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น พร้อมทั้งแจ้งให้สำนักงาน ทราบ ในการแสดงความเห็นต่องบการเงินประจำงวดการบัญชี ผู้สอบบัญชีใดไม่ปฏิบัติ ตามความในวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้

หมวด 3
การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
_______

มาตรา 63 บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (1) ตั๋วเงินคลัง (2) พันธบัตรรัฐบาล (3) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (4) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย (5) หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบการจัดการกองทุนรวม (2) การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ที่มีมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดน้อยกว่าจำนวนเงินที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด (3) การเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะ ประเภท หรือจำนวนของผู้ลงทุนตามที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด การเสนอขายหลักทรัพย์ตาม (2) และ (3) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท หรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดการ เสนอขาย

มาตรา 65 การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ จะกระทำได้ ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอ ขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว

มาตรา 66 ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามมาตรา 65 ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทอาจยื่นแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 หรือจะยื่นภายหลังจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ ที่ออกใหม่ก็ได้ ในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ได้หลายครั้งภายในวงเงินและระยะเวลาที่สำนักงาน กำหนด และหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีกำหนดเวลาการชำระคืนไม่เกินสองร้อย เจ็ดสิบวัน บริษัทไม่จำต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือ ชี้ชวนทุกครั้งที่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ต้องจัดส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแสดง รายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ครั้งแรกให้แก่สำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวัน ทำการก่อนวันจัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน

มาตรา 67 ภายใต้บังคับมาตรา 68 แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสี่สิบห้าวันนับจากวันที่สำนักงาน ได้รับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต.จะประกาศกำหนดให้มีผลใช้บังคับก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา 68 ในกรณีผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทได้ยื่นแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตเสนอ ขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 หากสำนักงานยังมิได้อนุญาต ให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 67 ให้แบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้เริ่ม จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ได้

มาตรา 69 แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามแบบที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด โดยให้มีรายละเอียดของรายการดังนี้ (1) วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ (2) ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
(3) ทุนของบริษัท (4) จำนวนและประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย (5) ราคาที่คาดว่าจะขายของหลักทรัพย์ต่อหน่วย (6) ลักษณะการประกอบธุรกิจ (7) ฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน และข้อมูลที่สำคัญของธุรกิจ (8) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (9) ผู้สอบบัญชี สถาบันการเงินที่ติดต่อประจำ และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท ที่ออกหลักทรัพย์ (10) วิธีการจอง จัดจำหน่ายและจัดสรรหลักทรัพย์ (11) ข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์สำนักงานจะกำหนด ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แนบเอกสารหลักฐานอื่นนอกจาก ที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ก็ได้

มาตรา 70 การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตั๋วเงิน หรือหุ้นกู้ นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา 69 แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย (1) สิทธิและข้อจำกัดในการโอนตามตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ (2) ผลประโยชน์ตอบแทน (3) ทรัพย์สินหรือหลักประกันอื่นที่เป็นประกันการออกหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (4) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี) (5) ภาระผูกพันในทรัพย์สินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เฉพาะกรณีหลักทรัพย์ ที่ไม่มีประกัน (6) ยอดหนี้คงค้างในการออกตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ครั้งก่อน (7) วิธีการ เวลา และสถานที่สำหรับการชำระหนี้ (8) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (9) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา 71 แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วย ลงทุน นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา 69 แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย (1) สิทธิ และเงื่อนไขตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (2) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ให้ออกหุ้นหรือหุ้นกู้ หรือคำอนุมัติของสำนักงาน ที่ให้ออกหน่วยลงทุนเพื่อการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ แล้วแต่กรณี (3) จำนวนหุ้นหรือหุ้นกู้หรือหน่วยลงทุนทั้งสิ้นที่จะออกตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (4) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (5) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 72 ร่างหนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด สำหรับรายการในร่างหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

มาตรา 73 ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ให้สำนักงาน มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยื่น รายการหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่สำนักงานจะสั่งภายหลังจากที่แบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา 67 หรือมาตรา 68 แล้ว มิได้

มาตรา 74 ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่าง หนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ หากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าว ให้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานได้ เว้นแต่การขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ สำนักงานอาจกำหนด ให้การขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลเป็นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และ ร่างหนังสือชี้ชวนเข้ามาใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่สำนักงานได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นวันเริ่มต้น ในการนับระยะเวลาตามมาตรา 67 ด้วย
ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่งจะมีผลกระทบ ต่อผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท หรือเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว ยื่นเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมได้

มาตรา 75 ในการนับระยะเวลาตามมาตรา 67 มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ สำนักงานได้สั่งการตามมาตรา 73 หรือมาตรา 74 วรรคสอง จนถึงวันที่สำนักงานได้รับเอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลโดยครบถ้วน

มาตรา 76 ภายหลังจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับให้สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระ สำคัญอันอาจทำให้บุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์เสียหายให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการมีผลใช้ บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน และในกรณีที่ การเสนอขายหลักทรัพย์นั้นได้รับอนุญาตตามมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 ให้สำนักงาน มีอำนาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตนั้นได้ในทันที (2) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญหรือมีเหตุการณ์ที่มี ผลให้ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของบุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์ ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ ถูกต้องและดำเนินการอื่นใดตามที่สำนักงานกำหนดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงการแก้ไขข้อมูล ดังกล่าว (3) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในลักษณะอื่น ให้สำนักงานมีอำนาจ สั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่ยื่นแบบดังกล่าวแก้ไขข้อมูล ให้ถูกต้อง
การสั่งการของสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการดำเนินการใด ๆ ของ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการสั่งการดังกล่าว และ ไม่กระทบถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 82

มาตรา 77 เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนแล้ว การเผยแพร่ ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับให้กระทำได้ แต่ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลตามที่ สำนักงานประกาศกำหนด พร้อมทั้งมีข้อความให้เห็นชัดเจนว่าการเผยแพร่ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือ ชี้ชวน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 78 ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือขอสำเนาแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ให้กระทำได้เมื่อได้ปฏิบัติตาม ระเบียบที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 79 เมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือ ชี้ชวนมีผลใช้บังคับ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดส่ง หรือ แจกจ่ายหนังสือชี้ชวน พร้อมทั้งระบุวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนไว้ด้วย

มาตรา 80 การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้ซื้อหลักทรัพย์ของ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์โดยมิใช่ด้วยวิธีการตามมาตรา 79 จะกระทำได้ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผล ใช้บังคับตามมาตรา 67 หรือมาตรา 68 แล้ว และต้องไม่ใช้ถ้อยคำหรือข้อความใดที่เกินความจริง หรือเป็นเท็จ หรืออาจทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิด และถ้าเป็นการโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์ต้องมี รายละเอียดตามรายการดังต่อไปนี้ (1) จำนวน ชนิด ราคาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อหน่วยและมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดที่โฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ (2) ชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ (3) ประเภทของธุรกิจที่จะดำเนินการ หรือกำลังดำเนินการ
(4) สถานที่ และวันเวลาที่จะขอรับหนังสือชี้ชวนได้ (5) ชื่อผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (6) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 81 เมื่อได้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชน จำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน และในกรณีที่ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้จัดจำหน่าย หลักทรัพย์ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แจ้งจำนวนหลักทรัพย์ และจำนวนเงินส่วนที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้รับซื้อไว้เองด้วย การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงาน ประกาศกำหนด

มาตรา 82 ในกรณีที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือ ชี้ชวนมีข้อความหรือรายการเป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญให้บุคคลใด ๆ ที่ซื้อหลักทรัพย์จากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และยังเป็นเจ้าของ หลักทรัพย์อยู่ และได้รับความเสียหายจากการนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ดังกล่าวได้ บุคคลผู้ซื้อหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ซื้อ หลักทรัพย์ก่อนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

มาตรา 83 ให้บุคคลดังต่อไปนี้รับผิดตามมาตรา 82 ร่วมกับบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือโดยตำแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึง ความแท้จริงของข้อมูล หรือการขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งนั้น (1) กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (2) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน
(3) ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้ประเมินราคา ทรัพย์สินซึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

มาตรา 84 บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และบุคคลตามมาตรา 83 ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 82 ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ซื้อหลักทรัพย์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อความหรือรายการเป็นเท็จ หรือ ขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ หรือ (2) ความเสียหายที่เกิดขึ้นอันมิใช่เป็นผลมาจากการได้รับข้อความหรือรายการ ที่เป็นเท็จ หรือการไม่แจ้งข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ

มาตรา 85 ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 82 ให้มีผลเป็นจำนวนเท่ากับ ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จ่ายไปสำหรับการได้มาซึ่งหลักทรัพย์นั้น กับราคาที่ควรจะเป็นหากมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องตามที่สำนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่ต่ำกว่า มูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์นั้น บวกด้วยดอกเบี้ยของจำนวนส่วนต่างดังกล่าวสำหรับระยะเวลา ที่ถือหลักทรัพย์ตามอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์อย่างน้อยสี่แห่งตามที่สำนักงาน กำหนดพึงจ่ายสำหรับเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

มาตรา 86 สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 82 ให้มีอายุความหนึ่งปี นับจากวันที่ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือ ชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งแต่ไม่เกินสองปีนับจากวันที่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

มาตรา 87 การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมิได้เป็นการแสดงว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงานได้รับรองถึงความ ถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.และสำนักงานได้ประกันราคาของหลักทรัพย์ที่เสนอขายนั้น

มาตรา 88 บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา 89 ผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่องบการเงินซึ่งเผยแพร่ไว้ในแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่และหนังสือชี้ชวนในหมวดนี้ ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ สำนักงานให้ความเห็นชอบ

หมวด 4
ธุรกิจหลักทรัพย์
_______
ส่วนที่ 1
การจัดตั้งและการออกใบอนุญาต
________

มาตรา 90 การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งในรูปบริษัท จำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือเมื่อเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ โดย ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. การจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. การควบบริษัทหลักทรัพย์เข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัท มหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี การขอรับใบอนุญาต การขอความเห็นชอบ การออกใบอนุญาต และการให้ ความเห็นชอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ตลอดจนเสียค่าธรรมเนียม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 91 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและ การเงินของประเทศหรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์ได้
ในกรณีที่สภาพการณ์ที่ก่อให้เกิดความจำเป็นตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนด ไว้แล้วนั้นได้

มาตรา 92 บริษัทหลักทรัพย์อาจมีสำนักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด การจัดตั้งสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา 93 ผู้ใดจะกระทำการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสำนักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาต จากสำนักงาน ให้ผู้กระทำการแทนตามวรรคหนึ่งทำกิจการได้เฉพาะที่ระบุไว้ในการอนุญาต มิให้นำความในมาตรา 95 มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ แต่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

ส่วนที่ 2
การกำกับและควบคุม
_______

มาตรา 94 บริษัทหลักทรัพย์ต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า "บริษัทหลักทรัพย์" นำหน้าและ "จำกัด" ต่อท้าย

มาตรา 95 ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจ ว่า "บริษัทหลักทรัพย์" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
มาตรา 96* คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุน จดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใด ประเภทหนึ่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้า หลักทรัพย์ หรือการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือที่มีการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในลักษณะ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต.ต้องกำหนดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท (1) มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครอง (2) มีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ นั้นเอง (3) มีภาระความรับผิดชอบต่อระบบชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ *[มาตรา 96 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

มาตรา 97 ให้บริษัทหลักทรัพย์ดำรงเงินกองทุนให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด

มาตรา 98 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการดังต่อไปนี้ (1) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. (2) กระทำการใด ๆ อันจะทำให้ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา คุณค่า และลักษณะของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (3) กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการ เอาเปรียบลูกค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด (4) ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในนามของตนเองหรือ ลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดให้กระทำได้ (5) ขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองหรือมิได้มี บุคคลใดมอบหมายให้ขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดให้กระทำได้ (6) รับคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์จากลูกค้านอกสถานที่ทำการของสำนักงาน ใหญ่หรือสำนักงานสาขา เว้นแต่สำนักงานจะกำหนดเป็นอย่างอื่น (7) ซื้อหรือมีหุ้น เว้นแต่   (ก) เป็นการได้มาเนื่องจากประกอบการค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่าย หลักทรัพย์ หรือธุรกิจหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือ
  (ข) เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด (8) ประกอบกิจการอื่นใดที่มิใช่ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. การประกอบกิจการอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการค้า หลักทรัพย์ หรือการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และในศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (9) ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาโดยมิได้รับอนุญาตจากสำนักงาน (10) โฆษณากิจการของบริษัทหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทำ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 99 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ครอบครอง อยู่ในขณะใดขณะหนึ่งว่า บริษัทหลักทรัพย์ได้ครอบครองไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าของบริษัท หลักทรัพย์ หรือบริษัทได้ครอบครองไว้เพื่อลูกค้ารายใดให้เป็นไปตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ (1) ให้การครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์อยู่ใน ลำดับก่อนการครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (2) ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อก่อนได้รับประโยชน์ตามลำดับก่อนหลังหลักทรัพย์ที่ซื้อ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะยึดถือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ด้วย หรือไม่ก็ตาม

มาตรา 100 การตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ต้อง ได้รับอนุญาตจากสำนักงานก่อน การขอรับอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 101 ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานภายในสิบห้าวัน นับแต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทหลักทรัพย์
มาตรา 102 การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศ กำหนดโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา 103 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการหรือที่ปรึกษา ของบริษัทหลักทรัพย์ (1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ที่กระทำโดยทุจริต (3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบัน การเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. (4) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัท หลักทรัพย์อื่น (5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตาม มาตรา 144 หรือมาตรา 145 หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น (6) เป็นข้าราชการการเมือง (7) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลักทรัพย์พนักงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงาน เว้นแต่   (ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ หรือ   (ข) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งมาตรา 145   (ค) เป็นกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ (8) เป็นผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท จำกัดซึ่งตนหรือบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดตามมาตรา 258 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) เป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นอยู่ เว้นแต่   (ก) เป็นที่ปรึกษาหรือกรรมการซึ่งไม่มีอำนาจในการจัดการของบริษัท หลักทรัพย์
  (ข) เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพราะมีเหตุจำเป็นต้อง แก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์   (ค) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 145   (ง) เป็นกรณีมีหุ้นอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นรวมกันไม่เกินร้อยละหนึ่งของทุน ทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว   (จ) เป็นกรณีถือหุ้นอยู่ในบริษัทจำกัดนั้นรวมกันไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวน หุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดดังกล่าว (9) เป็นบุคคลซึ่งมิได้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงานหรือ คุณสมบัติอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด (10) มีลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 104 บริษัทหลักทรัพย์จะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้จัดการ หรือทำสัญญา ให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ต่อเมื่อได้รับ ความเห็นชอบจากสำนักงาน ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 103 ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ได้ให้ไว้แล้วได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์ เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน ความเห็นชอบ ให้นำความในมาตรา 103 มาใช้บังคับแก่บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาให้มี อำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลอดจนผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้ แก่บุคคลนั้นด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 105 ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะ การเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงโดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบัน วิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด
มาตรา 106 ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนทุกงวด การบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด งบดุลนั้นต้องมีการ ตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีใน รอบปีบัญชีนั้นและผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท หลักทรัพย์นั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่จัดทำขึ้นตาม วรรคหนึ่งทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อย หนึ่งฉบับ และเสนอต่อสำนักงานหนึ่งฉบับ การจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนสำหรับงวดการบัญชีรอบระยะเวลา หกเดือนแรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่งและการประกาศตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี และสำหรับงวดประจำปีบัญชี ให้ดำเนินการให้ แล้วเสร็จภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ระยะเวลาทั้งหมดต้อง ไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่สำนักงานจะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 107 ผู้สอบบัญชีตามมาตรา 106 ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบ บัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีและหรือลงบัญชี ไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผล กระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้สำนักงานมีอำนาจ เพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้

มาตรา 108 ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศรายการหรือเปิดเผยข้อมูลอื่นใด เกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์นั้นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด ประกาศรายการ หรือข้อมูลดังกล่าว ให้แสดงไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และให้รายงาน ต่อสำนักงานทราบพร้อมด้วยสำเนาประกาศรายการหรือข้อมูลที่เปิดเผย
มาตรา 109 สำนักงานจะกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ใดยื่นรายงานหรือแสดง เอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่สำนักงานกำหนดก็ได้ และสำนักงานจะให้ทำคำ ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ ภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด รายงานและเอกสารที่ยื่นหรือแสดงหรือคำชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความตาม วรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง

มาตรา 110 บริษัทหลักทรัพย์ต้องเปิดทำการตามเวลาและหยุดทำการตามวันที่ สำนักงานกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เปิดทำการหรือหยุดทำการในเวลาหรือ วันอื่น

มาตรา 111 มิให้นำความในมาตรา 94 มาตรา 98 (1) (7) (8) และ (9) มาตรา 104 มาตรา 106 มาตรา 107 มาตรา 108 และมาตรา 110 มาใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่จัดตั้งตาม กฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 90

ส่วนที่ 3
การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
______

มาตรา 112 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำสัญญา เป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทำการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต.อาจกำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญา ดังกล่าวก็ได้

มาตรา 113 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ตลอดจนเรียกค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ นอกตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ ตลอดจนเรียกค่าธรรมเนียมหรือ ค่าบริการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

ส่วนที่ 4
การค้าหลักทรัพย์
_______

มาตรา 114 ในการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการค้าหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

ส่วนที่ 5
การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน
_______

มาตรา 115 ในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด และคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการเป็นที่ปรึกษา การลงทุนด้วยก็ได้

ส่วนที่ 6
การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
________

มาตรา 116 ในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด และคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์ด้วยก็ได้

ส่วนที่ 7
การจัดการกองทุนรวม
_________

มาตรา 117 ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะจัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมได้ เมื่อคำขอจัดตั้งกองทุนรวมนั้นได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 118 ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมตามมาตรา 117 บริษัทหลักทรัพย์ ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (1) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่สำนักงานประกาศ กำหนด (2) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (3) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา 119 ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อย ต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (1) อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทหลักทรัพย์ (2) การแต่งตั้ง เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวและค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ ของกองทุนรวม (3) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุนรวม (4) สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน (5) การเลิกกองทุนรวมไม่ว่าเพราะเหตุครบกำหนดอายุของโครงการจัดการ กองทุนรวมหรือเพราะเหตุอื่นใด (6) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

มาตรา 120 ข้อผูกพันตามมาตรา 119 และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ ของกองทุนรวมต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มี ลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นโมฆะ

มาตรา 121 ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องเป็นธนาคารพาณิชย์หรือ สถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ในการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง สำนักงานจะกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ เป็นสำคัญ (1) เงินกองทุน สินทรัพย์รวมสุทธิ และผลการดำเนินงานของผู้ที่จะเป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์ (2) ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลผลประโยชน์กับบริษัทหลักทรัพย์ (3) การจัดองค์กรและการควบคุมภายในเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแล ผลประโยชน์

มาตรา 122 เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตาม มาตรา 117 แล้วและก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา 123 การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อบริษัท หลักทรัพย์ได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการ กองทุนรวมไว้ด้วย หนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด สำหรับรายการ ในหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับรายการในโครงการจัดการกองทุนรวมต้องมีสาระสำคัญของข้อมูล ไม่ต่างกัน
มาตรา 124 เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการจัดการ กองทุนรวมให้รวมเข้าเป็นกองทรัพย์สิน และให้บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทรัพย์สินดังกล่าว เป็นกองทุนรวมกับสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท หลักทรัพย์นำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวม ให้กองทุนรวมตามวรรคสองมีสัญชาติเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับ ผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวม

มาตรา 125 ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) จัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติตลอดจน ข้อผูกพันที่ทำไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด (2) จัดให้มีการฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน รวม (3) จัดทำบัญชีแสดงการลงทุนของกองทุนรวมไว้โดยถูกต้องครบถ้วน (4) จัดทำรายงานการลงทุนของกองทุนรวมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (5) จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงาน ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. (6) จัดให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการนำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุน และนำผลประโยชน์ดังกล่าวฝากไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์

มาตรา 126 ในการจัดการกองทุนรวม ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด (2) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ นั้นเอง (3) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ เดียวกันนั้นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
(4) ลงทุนในหรือมิไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทใดเกินอัตราส่วนที่สำนักงาน ประกาศกำหนด ทั้งนี้ สำนักงานจะกำหนดตามประเภทของหลักทรัพย์หรือตามประเภท ของกิจการของบริษัทนั้นก็ได้ (5) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนรวมหรือก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของ กองทุนรวม การประกาศตาม (4) สำนักงานจะประกาศกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ สำหรับแต่ละกองทุนรวมหรือรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ก็ได้

มาตรา 127 ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรา 125 โดยเคร่งครัด (2) รับฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมโดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้งดูแลให้การเบิกจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการ กองทุนรวม (3) จัดทำบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม (4) จัดทำรายงานเสนอต่อสำนักงาน ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการหรือ งดเว้นกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 125 (5) ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน หรือฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของ ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงาน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน รวมใดให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา 128 ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการจน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา 125 ให้ผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวมจัดทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดและส่งให้แก่สำนักงาน ภายในห้าวันนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว
ในกรณีที่สำนักงานได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพิจารณาเห็นว่าการกระทำ ของบริษัทหลักทรัพย์เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือ หน่วยลงทุนทั้งปวง ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์แก้ไขการกระทำหรืองดเว้นการ กระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 125 ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานที่สั่งตามวรรคสอง ให้สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) สั่งเพิกถอนการเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และแต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการแทน ทั้งนี้ ให้ถือว่าบริษัท หลักทรัพย์ที่สำนักงานแต่งตั้งได้รับไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งเพิกถอน (2) สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์เลิกกองทุนรวมนั้น

มาตรา 129 ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตาม โครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีจัดการ หากมิได้กระทำ ตามมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของ จำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวมนั้น จะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากสำนักงาน ในกรณีที่การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีจัดการได้กระทำ ตามมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้มีมติให้แก้ไข ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธี จัดการไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคน และประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่ง ฉบับภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานหรือวันที่ได้มีมติให้แก้ไข เพิ่มเติม แล้วแต่กรณี

มาตรา 130 เมื่อเลิกกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อ ทำหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนรวมทั้งทำการอย่างอื่นตามแต่จำเป็น เพื่อชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศ กำหนด
ผู้ชำระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานก่อน ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการชำระบัญชีของกองทุนรวมใด ให้จ่ายจาก ทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา 131 เมื่อการชำระบัญชีเสร็จสิ้นให้ผู้ชำระบัญชีขอจดทะเบียนเลิกกองทุน รวมกับสำนักงาน ภายหลังจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่ายังมีทรัพย์สินคงค้างอยู่ให้ ผู้ชำระบัญชีจัดการโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน

มาตรา 132 ให้นำความในมาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 80 มาตรา 81 มาตรา 82 มาตรา 83 มาตรา 84 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 87 และมาตรา 89 รวมทั้งบทกำหนดโทษ ที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับแก่การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนและการฟ้องร้องบังคับคดีกับ ผู้ดูแลผลประโยชน์โดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมใดให้เรียกร้อง ได้จากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

ส่วนที่ 8
การจัดการกองทุนส่วนบุคคล
________

มาตรา 133* ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคล โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์ทำสัญญาเป็นหนังสือกับบุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมาย ให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล และต้องดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในการนี้ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจ กำหนดรายการอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาดังกล่าวได้ *[มาตรา 133 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]
มาตรา 134* ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มี ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยความเห็นชอบของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้นำความในมาตรา 133 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดำเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสองหรือวรรคสาม ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นได้ *[มาตรา 134 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

มาตรา 135* ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้รับ ฝากทรัพย์สินโดยความเห็นชอบของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มอบหมายให้จัดการ กองทุนส่วนบุคคลและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด *[มาตรา 135 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

มาตรา 136* ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ให้บริษัทหลักทรัพย์ นำทรัพย์สินนั้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา 135 วรรคหนึ่ง ภายในวันทำการถัดจากวันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทรัพย์สินนั้นมา หรือภายในระยะเวลาตามที่ สำนักงานประกาศกำหนด *[มาตรา 136 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]
มาตรา 137* ในการรับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแยกทรัพย์สินที่ตน รับฝากไว้ออกจากทรัพย์สินอื่นของตน และดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่รับฝากนั้น ตาม หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานมีอำนาจ เพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินนั้นได้ *[มาตรา 137 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

มาตรา 138* บรรดาทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้อง ลงชื่อของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทำการ แทนไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงาน ประกาศกำหนด *[มาตรา 138 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

มาตรา 139* ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ กระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) ลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการ กองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (2) รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วน บุคคล เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญามอบหมาย ให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (3) ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุน ส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึงการกระทำดังกล่าว (4) ให้คำรับรองแก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลว่าจะมีกำไรหรือ ผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอนหรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน เว้นแต่เป็นการให้คำรับรองตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด (5) กระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนด *[มาตรา 139 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]
มาตรา 140* ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำบัญชีแสดงฐานะทางการเงินของกองทุน ส่วนบุคคลแต่ละรายตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบ บัญชีแสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีลักษณะตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบการเงินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง และต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด การกำหนดดังกล่าว ให้คำนึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วย ผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย งบการเงินตามวรรคสองต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือ ลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้สอบบัญชีของกองทุนส่วนบุคคลต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และ ข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลใน งบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงและผลกระทบ ที่เป็นสาระสำคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดง ความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่หรือวรรคห้า ให้สำนักงานมีอำนาจเพิกถอน การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้ *[มาตรา 140 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542]

ส่วนที่ 9
การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัท
________

มาตรา 141 ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใด (1) จัดทำบัญชีไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (2) กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่สำนักงานประกาศกำหนดโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขการกระทำดังกล่าวหรือ กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการตามที่สำนักงานเห็นสมควรภายในเวลาที่กำหนด

มาตรา 142 เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำนักงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือ มีการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานดังกล่าวได้ภายใน ระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

มาตรา 143 ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.เห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือ มีการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของ ประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการแก้ไขการบริหารงาน ให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ในการนี้ คณะ กรรมการ ก.ล.ต.จะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไข ฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นด้วยก็ได้ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ดำเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดำเนินงาน ดังกล่าวได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ของบริษัทหลักทรัพย์นั้นได้

มาตรา 144 เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสำนักงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือ มีการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา 141 หรือมาตรา 142 ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้บริษัท หลักทรัพย์นั้นถอดถอนกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท หลักทรัพย์ผู้เป็นต้นเหตุดังกล่าวออกจากตำแหน่งได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแต่งตั้งบุคคลอื่น โดยความเห็นชอบจากสำนักงานเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน
มาตรา 145 บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้ง บุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน ให้สำนักงานด้วยความ เห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้ (1) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์นั้นไม่ถอดถอน (2) แต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปดำรงตำแหน่งแทนผู้ซึ่งถูกถอดถอนเป็นเวลา ไม่เกินสามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดโดยให้จ่าย จากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งอยู่ ผู้ถือ หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของสำนักงานมิได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคำสั่งของสำนักงานตามวรรคหนึ่งเป็นมติของ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรง และทางอ้อมในบริษัทหลักทรัพย์นั้นมิได้ และต้องอำนวยความสะดวก และให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคล ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

มาตรา 146 บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา 144 ให้สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา 147 ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับ ใบอนุญาตในปริมาณที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดในช่วงระยะเวลาสองปีใด ๆ ให้ รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบ กิจการทุกประเภทหรือประเภทใดประเภทหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้
มาตรา 148 ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 143 มาตรา 146 หรือมาตรา 147 ที่เป็นการสั่งเพิกถอนการประกอบกิจการทุกประเภท ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ถูก เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอันเลิกบริษัท ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่อาจประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ได้ตามกฎหมายอื่น

มาตรา 149 ในการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์ให้รัฐมนตรีแจ้ง เป็นหนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทราบและปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของบริษัท หลักทรัพย์นั้น กับทั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่น อย่างน้อยหนึ่งฉบับ

มาตรา 150 บริษัทหลักทรัพย์ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามประเภท ที่ได้รับใบอนุญาตให้ยื่นขออนุญาตเลิกประกอบกิจการต่อรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการอนุญาตรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

มาตรา 151 เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ใดเลิกกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทำการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ ในรายการที่ค้างอยู่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

มาตรา 152 เมื่อมีการเลิกบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 148 ให้มีการชำระบัญชีและ ให้สำนักงานแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การชำระบัญชีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการชำระบัญชีบริษัทจำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดว่าด้วยการชำระบัญชี แล้วแต่กรณี เว้นแต่การใดที่เป็นอำนาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของ สำนักงาน ค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ใดให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัท หลักทรัพย์นั้น

หมวด 5
ตลาดหลักทรัพย์
_______
ส่วนที่ 1
การจัดตั้ง
_______

มาตรา 153 ให้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเรียกว่า "ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย" มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นำผลกำไรมาแบ่งปัน กันดังนี้ (1) จัดให้มีการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรวมตลอดถึง การจัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ดังกล่าว (2) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ อันได้แก่ ธุรกิจให้บริการ เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยเป็นสำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียน หลักทรัพย์ ธุรกิจให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน (3) ประกอบธุรกิจอื่นใดนอกจาก (1) และ (2) โดยได้รับอนุญาตจากคณะ กรรมการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา 154 ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่ง วัตถุประสงค์ตามมาตรา 153 อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (1) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่า หรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง ขาย หรือจำหน่าย ด้วยวิธีอื่นใดซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ (2) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

มาตรา 155 ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์หรือกิจการ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากตลาดหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 156 ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อ ในธุรกิจว่า "ตลาดหลักทรัพย์" หรือ "ตลาดหุ้น" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา 157 หลักทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นหลักทรัพย์ ที่จดทะเบียนตามส่วนที่ 4 แห่งหมวดนี้

มาตรา 158 บริษัทหลักทรัพย์ที่จะทำการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขาย หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์

ส่วนที่ 2
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
_______

มาตรา 159 ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคล ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน กับบุคคลซึ่งสมาชิกตามมาตรา 158 เลือกตั้ง อีกจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยตำแหน่ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้และ ประสบการณ์ในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจการเงินเป็นอย่างดี และ อย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่ง นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์ อีกคนเป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได้
มาตรา 160 กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย (2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (3) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (4) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องซึ่งได้รับเลือกตั้ง (5) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีมติให้ออก

มาตรา 161 ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดำรง ตำแหน่งคราวละสองปี แต่ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งและกรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสมาชิกเลือกตั้งออกจากตำแหน่ง ฝ่ายละสองคนโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตาม วาระด้วย กรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งหรือ เลือกตั้งได้อีกแต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา 162 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีมติให้ออก (4) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งหรือสมาชิกตามมาตรา 158 เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน แล้วแต่กรณี
มาตรา 163 ให้นำความในมาตรา 10 วรรคสอง มาตรา 11 วรรคสอง มาตรา 12 และมาตรา 13 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 164 ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แต่งตั้งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้

มาตรา 165 ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง (1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 (2) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์

มาตรา 166 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้นจาก ตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (4) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก (5) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตำแหน่ง ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด โดยไม่นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา 167 ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์
มาตรา 168 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทน ของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการ บางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ก็ได้ การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ

มาตรา 169 เมื่อตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์ คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจและหน้าที่เช่น เดียวกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา 170 ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายควบคุมดูแล การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกำหนด ระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน (2) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขาย หลักทรัพย์จดทะเบียน (3) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้ง กรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 159 จำนวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การ ลงโทษ การประชุม ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (4) การกำหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบำรุง เงินประกัน และค่าบริการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ (5) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติมในการบัญชีและการสอบบัญชีโดยไม่ขัด ต่อมาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง (6) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์ให้ทำการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(7) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ จดทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ (8) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการทำสัญญาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก (9) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และ การชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้มีการซื้อหรือขายในตลาดหลักทรัพย์ (10) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว (11) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุดบัญชี ของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (12) เวลาทำการประจำวันและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาด หลักทรัพย์ (13) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือ หลักทรัพย์ รวมทั้งกำหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์ (14) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน พนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงานและ ลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์ (15) การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินบำเหน็จรางวัลพนักงานและ ลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ (16) การสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็นพนักงานและลูกจ้างของ ตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น (17) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (2) (3) (4) (8) (9) (10) (11) และ (12) ต้องรับฟังความเห็นจากที่ประชุมสมาชิกก่อน และการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระเบียบหรือข้อบังคับตาม (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (11) และ (17) เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ ก.ล.ต.แล้ว จึงให้ใช้บังคับได้
มาตรา 171 ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับ การรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา 170 (1) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (2) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการ ชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (3) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใด รายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (4) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา 170 (1) การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศ ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบก่อนวันที่ หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา 172 เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือเพื่อ คุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใด ๆ ตามความจำเป็นและ สมควร ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคำสั่งของ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อำนาจตาม มาตรา 171 (2) หรือ (4) ก็ได้

มาตรา 173 ในกรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนเนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา 172 ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ บริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้ได้ หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืน เช่นว่านั้น
มาตรา 174 ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 173 ให้เป็นจำนวนเงินเท่ากับ มูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น

มาตรา 175 ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหาย ตาม มาตรา 174 เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง

มาตรา 176 ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์มอบหมายได้ และให้นำความในมาตรา 12 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

มาตรา 177 ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาด หลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กำหนด

ส่วนที่ 3
การดำเนินงาน
______

มาตรา 178 ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนองบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ประจำปีซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

มาตรา 179 ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคลที่ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนอ และให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกกำหนด ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและไม่เป็น กรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
มาตรา 180 ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐาน ของตลาดหลักทรัพย์ และขอคำชี้แจงจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา 181 ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยื่นงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ประจำปีตลอดจนทำรายงานและจัดส่งเอกสารต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด

มาตรา 182 ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินให้แก่สำนักงานเพื่อเป็นการอุดหนุนตาม อัตราที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด

มาตรา 183 ให้ตลาดหลักทรัพย์หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบเพื่อคุ้มครอง ประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

มาตรา 184 การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กระทำได้ โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อหรือการขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกจะกระทำการเป็นนายหน้า หรือตัวแทนของบุคคลใด ๆ หรือของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นสมาชิกก็ได้

มาตรา 185 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ซื้อหรือขาย หลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายในฐานะนายหน้าหรือตัวแทน หรือในนามของสมาชิกเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์
มาตรา 186 เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือ เศรษฐกิจของประเทศ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.มีอำนาจ (1) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (2) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรือ งดเว้นกระทำการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดำเนินการตาม (1) ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ทำเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่ เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็ว ในการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการสั่งการดังกล่าวได้

มาตรา 187 ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อ ขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผลให้ไม่อาจซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ได้ตามปกติ ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าวโดยละเอียดต่อคณะ กรรมการ ก.ล.ต.ในทันที

มาตรา 188 เมื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์รายใดพ้นจากสมาชิกภาพ ตลาด หลักทรัพย์ต้องอนุญาตให้สมาชิกนั้นซื้อขายหลักทรัพย์รายการที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ

ส่วนที่ 4
หลักทรัพย์จดทะเบียน
________

มาตรา 189 บุคคลใดประสงค์จะนำหลักทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องนำหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอจดทะเบียนแล้ว ให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
มาตรา 190 การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือการยึดถือหรือส่งคืน หลักทรัพย์ดังกล่าวที่เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามมาตรา 195 หรือกรณีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้

มาตรา 191 ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบ ให้ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา 221 เป็น ผู้ดำเนินการแทนก็ได้

มาตรา 192 ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมี จำนวนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอ ต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าวให้ตลาดหลักทรัพย์ รับเป็นนายทะเบียนตามคำขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดำเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็นนายทะเบียน ต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ นายทะเบียนต่อไปไม่ได้

มาตรา 193 ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียน การโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียน การโอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดำเนินการ โอนหลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น

มาตรา 194 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือ ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่ หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้น ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
มาตรา 195 ในกรณีที่เจ้าของหลักทรัพย์มีสัญญาให้บริษัทหลักทรัพย์ยึดถือ หลักทรัพย์จดทะเบียนที่ซื้อในตลาดหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้อันเนื่องมาจากการ ที่บริษัทหลักทรัพย์ซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวแทนตนบริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วนและตรงตามความเป็นจริง (2) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจำนวนสุทธิที่ ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (1) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่กรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกาศ กำหนด และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้ นำมาตรา 753 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา 196

มาตรา 196 การบังคับชำระหนี้เงินกู้จากหลักทรัพย์จดทะเบียนที่บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินอื่นได้ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ ให้ผู้ให้กู้บอกกล่าวเป็นหนังสือไปยัง ผู้กู้ก่อน เพื่อให้มีการชำระหนี้เงินกู้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้ให้กู้มี สิทธินำหลักทรัพย์ที่ยึดถือนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

มาตรา 197 ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอำนาจลงลายมือชื่อ ในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนได้เมื่อได้รับ มอบหมายจากบริษัทดังกล่าว

มาตรา 198 บทบัญญัติมาตรา 191 มาตรา 192 มาตรา 193 มาตรา 194 มาตรา 195 และมาตรา 196 มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ (1) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (2) ตั๋วเงิน (3) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด

ต่อหน้า 2

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook