บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485
    


พระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
(ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480
และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484)
อาทิตย์ทิพอาภา
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2485
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรจัดตั้งธนาคารกลางขึ้นใน ราชอาณาจักร จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

หมวด 1
ความเบื้องต้น
_______

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติธนาคาร แห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485"

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป *[รก.2485/30/971/5 พฤษภาคม 2485]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ "ผู้ว่าการ" หมายความว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย "รองผู้ว่าการ" หมายความว่า รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทย "ธนาคาร" หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่ใช้ชื่อหรือคำแสดง ชื่อว่า ธนาคาร หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเดียวกัน และบริษัทจำกัดที่รับฝากเงิน ที่ถอนคืนได้โดยใช้เช็ค ดราฟต์ หรือหนังสือสั่ง

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 2
การจัดตั้ง ทุน และเงินสำรอง
_______

มาตรา 5 ให้จัดตั้งธนาคารกลางขึ้น เรียกว่า ธนาคารแห่ง ประเทศไทย เพื่อรับมอบการออกธนบัตรจากกระทรวงการคลัง และประกอบ ธุรกิจอันพึงเป็นงานธนาคารกลางตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้และพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล

มาตรา 7 ให้กำหนดทุนประเดิมของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น จำนวนยี่สิบล้านบาท และธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้รับเงินจำนวนนี้จากรัฐเป็น การอุดหนุน

มาตรา 8 ทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น จะเพิ่มหรือลดก็ได้ โดยอนุมัติของรัฐบาล แต่จำนวนทุนทั้งสิ้นไม่ว่าในขณะใดต้องไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท

มาตรา 9 เงินสำรองของธนาคารแห่งประเทศไทยให้ประกอบด้วย เงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาดทุน และนอกจากนี้จะให้มีเงินสำรองประเภทอื่น เพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะก็ได้ ตามแต่คณะกรรมการจะตั้งไว้โดยอนุมัติ ของรัฐมนตรี โดยสะสมขึ้นด้วยการจ่ายจากกำไรสุทธิในปีหนึ่ง ๆ

มาตรา 10 เงินสำรองธรรมดานั้นให้สะสมขึ้นด้วยการจ่ายจากกำไร สุทธิในปีหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าแห่งกำไรสุทธิ ภายหลังที่ได้กันเงินไว้แล้ว สำหรับหนี้ซึ่งทวงไม่ได้ และซึ่งเป็นที่สงสัยประการหนึ่ง สำหรับการเสื่อมค่าแห่ง สินทรัพย์ประการหนึ่ง และสำหรับรายจ่ายซึ่งนายธนาคารย่อมกันเงินไว้จ่ายตาม ปกติอีกประการหนึ่ง เมื่อเงินสำรองธรรมดามีจำนวนถึงร้อยละร้อยแห่งทุนจำนวนลัพธ์หรือ มากกว่านั้นแล้ว คณะกรรมการจะลดจำนวนที่ต้องจ่ายรายปีเพื่อสะสมก็ได้

มาตรา 11 กำไรสุทธิส่วนที่เหลือภายหลังที่ได้หักจ่ายเป็นเงินสำรอง ธรรมดาและเป็นเงินสำรองประเภทอื่นที่คณะกรรมการอาจตั้งไว้ตามมาตรา 9 แล้วให้นำส่งเป็นรายได้เบ็ดเสร็จของรัฐทุกปี

มาตรา 12 ให้สินทรัพย์และหนี้สินของสำนักงานธนาคารแห่งชาติ โอนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย และสินทรัพย์ส่วนที่เหลือ เมื่อหักหนี้สินนั้น ออกแล้วให้จ่ายเป็นเงินสำรองธรรมดาของธนาคารแห่งประเทศไทย
มาตรา 13 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ใน พระนคร และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดในราชอาณาจักรก็ได้ และเมื่อ ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีแล้วจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้นในต่างประเทศก็ได้

หมวด 3
การกำกับ ควบคุม และจัดการ
_______

มาตรา 14 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา 15* ให้คณะกรรมการประกอบด้วยผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ และกรรมการอีกไม่น้อยกว่าห้านาย เป็นผู้ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ผู้ว่าการและรองผู้ว่าการ เป็นประธานและรองประธานแห่งคณะกรรมการ โดยตำแหน่งตามลำดับ *[มาตรา 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2487]

มาตรา 16 ให้ผู้ว่าการเป็นผู้จัดการของธนาคารแห่งประเทศไทย มีอำนาจและหน้าที่ดูแลให้การเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของธนาคาร ให้รองผู้ว่าการปฏิบัติงานตามหน้าที่ซึ่งผู้ว่าการมอบให้ไว้

มาตรา 17 ในกรณีที่ผู้ว่าการไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของกรรมการ ฝ่ายข้างมาก ให้เสนอประเด็นไปยังรัฐมนตรีเพื่อชี้ขาด

มาตรา 18 ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 20 กิจการทั้งปวงที่อยู่ในอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการนั้น ผู้ว่าการจะปฏิบัติไปก่อนก็ได้ แต่แล้วต้องเสนอ ต่อคณะกรรมการเพื่ออนุมัติ
มาตรา 19 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งหรือถอนจากตำแหน่งซึ่ง ผู้ว่าการและรองผู้ว่าการโดยคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี ส่วนกรรมการอื่น ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือถอนจากตำแหน่งโดย คำแนะนำของรัฐมนตรี

มาตรา 20 การแต่งตั้งพนักงานตามจำเป็นแก่ธุรกิจของธนาคาร แห่งประเทศไทย การเรียกประกันจากพนักงานเพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต การกำหนดเงินเดือน โบนัส หรือเงินอื่น ๆ และการถอนจากตำแหน่ง ให้อยู่ใน อำนาจของคณะกรรมการ

หมวด 4
การออกบัตรธนาคาร
_______

มาตรา 21 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะออก บัตรธนาคารในราชอาณาจักร

มาตรา 22 การออกและจัดการบัตรธนาคารนั้น ให้ธนาคาร แห่งประเทศไทยจัดทำโดยมี ฝ่ายออกบัตรธนาคาร เป็นเจ้าหน้าที่ และให้แยก ไว้ต่างหากจากธุรกิจอื่น ๆ

มาตรา 23 จนกว่าจะถึงเวลาที่การเงินระหว่างประเทศจะได้ เข้าสู่ภาวะอันประจักษ์แจ้งและมั่นคงพอสมควรแล้ว การออกและจัดการบัตร ธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของ กฎหมายว่าด้วยระบบเงินตรา และคำว่า ธนบัตร ที่ใช้ในกฎหมายดังกล่าวนั้น ให้ถือว่ารวมตลอดถึง บัตรธนาคาร ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกด้วย

มาตรา 24 นับตั้งแต่และจนถึงเวลาที่รัฐมนตรีกำหนด ธนาคาร แห่งประเทศไทยจะออกธนบัตรของรัฐบาล ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมาย ว่าด้วยระบบเงินตราไปชั่วคราวก่อนก็ได้
มาตรา 25 เพื่อความประสงค์แห่งมาตรา 23 และมาตรา 24 ให้มอบทุนสำรองที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2471 หนี้สินเหนือ ทุนสำรองนั้นและกิจการของกองเงินตราในกรมคลัง พร้อมทั้งเงินที่อนุญาตใน งบประมาณสำหรับกองนั้นให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับฝ่ายออกบัตร ธนาคาร การมอบจะให้ทำเมื่อใดให้รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา

มาตรา 26 เพื่อความประสงค์แห่งมาตรา 23 และมาตรา 24 และเพียงเท่าที่เกี่ยวแก่การออกและจัดการธนบัตร บัตรธนาคาร และทุนสำรอง ให้ใช้คำว่า ฝ่ายออกบัตรธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทย และ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย แทนคำว่า กองเงินตรากรมคลัง และ อธิบดี กรมคลัง ซึ่งใช้ในบรรดากฎหมายว่าด้วยระบบเงินตราทุกแห่งตามลำดับ และ ให้ใช้คำว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แทนคำว่า รัฐมนตรี ซึ่งใช้ ในมาตรา 15 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2471 และแทนคำว่า กระทรวงการคลัง ในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงการคลังออกตาม ความในพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน พุทธศักราช 2484 (ฉบับที่ 2)

มาตรา 27 บัตรธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ให้ถือว่า เป็นเงินตราตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา

หมวด 5
การธนาคาร
_____

มาตรา 28 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบธุรกิจประเภทที่พึง เป็นงานธนาคารกลาง ดังระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกา โดยมี ฝ่ายการธนาคาร เป็นเจ้าหน้าที่ ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบธุรกิจที่มิได้ระบุให้ทำได้ หรือระบุห้ามไว้ในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 29 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเป็นครั้งคราว แจ้ง อัตรามาตรฐานที่จะซื้อหรือรับช่วงซื้อลด ซึ่งตั๋วแลกเงินหรือตราสารพาณิชย์อย่างอื่น ที่อาจซื้อได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในมาตรา 28

หมวด 5 ทวิ*
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
_______

มาตรา 29 ทวิ ในหมวดนี้ "สถาบันการเงิน" หมายความว่า (1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ (2) บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิต ฟองซิเอร์ และ (3) สถาบันอื่นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงินตามที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา "กองทุน" หมายความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงิน "ผู้จัดการ" หมายความว่า ผู้จัดการกองทุน

มาตรา 29 ตรี ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในธนาคารแห่ง ประเทศไทยเรียกว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ให้กองทุน มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความ มั่นคงและเสถียรภาพ โดยมี ฝ่ายจัดการกองทุน เป็นเจ้าหน้าที่ และให้แยกไว้ต่าง หากจากธุรกิจอื่น ๆ

มาตรา 29 จัตวา กองทุนประกอบด้วย (1) เงินที่ได้รับตามมาตรา 29 เบญจ และมาตรา 29 สัตต (2) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ (3) เงินและทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ตกเป็นของกองทุน (4) ดอกผลของกองทุน

*มาตรา 29 เบญจ ให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุนตาม อัตราที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อัตราดังกล่าวต้องไม่เกินร้อยละศูนย์จุดห้าของยอดเงินฝาก ยอดเงินกู้ยืมหรือ

ยอดเงินที่รับจากประชาชน แล้วแต่กรณี ที่สถาบันการเงินแห่งนั้นมีอยู่ ณ วันสิ้นงวด การบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนก่อนหน้างวดที่จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด ในกรณีที่กองทุนเข้ารับประกันเจ้าหนี้ของสถาบันการเงิน คณะกรรมการ จัดการกองทุนจะกำหนดให้สถาบันการเงินต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนในอัตราไม่เกิน ร้อยละศูนย์จุดห้าของยอดหนี้สินที่กองทุนรับประกันที่สถาบันการเงินแห่งนั้นมีอยู่ ณ วันสิ้นงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนก่อนหน้างวดที่จะต้องนำส่งเงินใน กองทุนเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้ โดยให้นำส่งพร้อมกับการนำส่งเงินตามวรรคหนึ่ง อัตราตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจะกำหนดให้แตกต่างกันตามประเภท ของสถาบันการเงินก็ได้ การคำนวณเงินนำส่งเข้ากองทุน มิให้นำเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่สถาบัน การเงินได้จากกองทุนมารวมคำนวณเข้าด้วย ในกรณีที่กองทุนมีเงินและทรัพย์สินเพียงพอที่จะดำเนินการตามวัตถุ ประสงค์แล้ว คณะกรรมการจัดการกองทุนจะประกาศงดการนำส่งเงินเข้า กองทุนก็ได้ *[มาตรา 29 เบญจ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540]

มาตรา 29 ฉ สถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนให้ถูกต้อง และครบถ้วนตามมาตรา 29 เบญจ ต้องเสียเงินเพิ่มเป็นจำนวนเงินอีกไม่เกิน สองเท่าของจำนวนเงินที่สถาบันการเงินนั้นนำส่งไม่ครบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด

มาตรา 29 สัตต ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาจัดสรรเงิน สำรองตามมาตรา 9 ส่งสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนที่เห็นว่าเหมาะสมเป็นคราว ๆ ไป

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจออกเงินทดรองให้กองทุนไปก่อนได้ ตามความจำเป็น แต่กองทุนต้องชำระคืนภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และ คณะกรรมการอาจกำหนดให้กองทุนจ่ายค่าตอบแทนสำหรับเงินที่จ่ายทดรองดังกล่าวได้

*มาตรา 29 อัฏฐ ให้กองทุนมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายใน ขอบวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา 29 ตรี และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งใน และนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (2) ให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินโดยมีหรือไม่มีประกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดการกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (3) ค้ำประกันหรือรับรอง รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน (4) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามควรแก่กรณีสำหรับผู้ฝากเงิน หรือเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินที่ต้องเสียหาย เนื่องจากสถาบันการเงินดังกล่าว ประสบวิกฤตการณ์ทางการเงินอย่างร้ายแรง (5) มีเงินฝากไว้ในสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการจัดการกองทุน เห็นว่าจำเป็นและสมควร (6) ซื้อหรือเข้าถือหุ้นในสถาบันการเงิน (7) ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือรับโอน สิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน (8) กู้หรือยืมเงิน ออกตั๋วเงินและพันธบัตร (9) ลงทุนเพื่อนำมาซึ่งรายได้ตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ จัดการกองทุน (10) ทำกิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตาม วัตถุประสงค์ของกองทุน เพื่อความประสงค์ของมาตรานี้ "ผู้ฝากเงิน" หมายความว่า ผู้ฝากเงินทุกประเภทรวมทั้งผู้ถือบัตร เงินฝากและผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกเพื่อการกู้ยืมหรือรับเงินจากประชาชน "เจ้าหนี้" หมายความว่า เจ้าหนี้อื่นที่มิใช่ผู้ฝากเงินและเป็นเจ้าหนี้ที่ เกิดจากการที่สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจ เงินทุนหลักทรัพย์ หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ เช่น เป็นผู้ให้กู้ยืมเงิน ผู้ซื้อตั๋วเงิน หรือผู้ทรงตราสารหนี้ประเภทอื่นซึ่งสถาบันการเงินเป็นผู้กู้ยืม ผู้สั่งจ่าย หรือผู้ออก ตราสาร *[มาตรา 29 อัฏฐ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540]
มาตรา 29 นว ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการ จัดการกองทุน ประกอบด้วยผู้ว่าการเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเก้าคน ให้ผู้จัดการเป็นเลขานุการคณะกรรมการจัดการกองทุน

มาตรา 29 ทศ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละสามปี ในกรณีที่กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือ ในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการ เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวาระหนึ่ง หากยังมิได้มีการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา 29 เอกาทศ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม มาตรา 29 ทศ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีให้ออก (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา 29 ทวาทศ การประชุมของคณะกรรมการจัดการกองทุน ต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็น องค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 29 เตรส คณะกรรมการจัดการกองทุนมีอำนาจหน้าที่วาง นโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของกองทุน อำนาจและหน้าที่เช่นว่านี้ ให้รวมถึง (1) ออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา 29 ตรี มาตรา 29 เบญจ และมาตรา 29 อัฏฐ (2) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการประชุมและการดำเนินงานของ คณะกรรมการจัดการกองทุน (3) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้จัดการ (4) พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบหมาย

มาตรา 29 จตุทศ ให้ประธานกรรมการและกรรมการจัดการกองทุน ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา 29 ปัณรส ให้คณะกรรมการจัดการกองทุนเป็นผู้แต่งตั้ง และถอดถอนผู้จัดการ ผู้จัดการนั้นให้แต่งตั้งจากพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา 29 โสฬส ผู้จัดการมีหน้าที่ดำเนินกิจการของกองทุนให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของกองทุน และตามนโยบายหรือ ข้อบังคับที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด ในการดำเนินกิจการ ผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการจัดการ กองทุน

มาตรา 29 สัตตรส ในกิจการของกองทุนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทนของกองทุน และเพื่อการนี้ ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้ตัวแทน หรือบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด
มาตรา 29 อัฏฐารส เงินของกองทุนให้นำมาใช้จ่ายได้เฉพาะ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และเป็นค่าใช้จ่ายในการ บริหารงานของกองทุนตามที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด รวม ทั้งค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามหมวดนี้ *ในกรณีที่กองทุนได้ประกันหรือให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ฝาก เงินและเจ้าหนี้ตามมาตรา 29 อัฏฐ (4) และได้รับความเสียหาย ให้รัฐบาลช่วย เหลือทางการเงินที่จำเป็นแก่กองทุน *[วรรคสอง เพิ่มความโดย พรก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคาร แห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540]

มาตรา 29 เอกูนวีสติ ให้กองทุนวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชี อันถูกต้องมีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำและมีสมุดบัญชีลงรายการ (1) การรับและจ่ายเงิน (2) สินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งแสดงการเงินที่เป็นอยู่ตามจริงและตามที่ควรพร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มา ของรายการนั้น

มาตรา 29 วีสติ ทุกปี ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี และตรวจบัญชีรวมทั้งการเงินของกองทุน

มาตรา 29 เอกวีสติ ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานผลของการสอบบัญชี เสนอรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี และให้ส่งสำเนารายงานดังกล่าว ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย *[หมวด 5 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรก. แก้ไขเพิ่มเติม พรบ. ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 พ.ศ. 2528]

หมวด 6
ความสัมพันธ์กับรัฐบาล
______

มาตรา 30 ให้เป็นภารธุระของธนาคารแห่งประเทศไทยในอันที่จะ รับเงินเพื่อเข้าบัญชีฝากของกระทรวงการคลัง และจ่ายเงินจำนวนต่าง ๆ ไม่เกิน จำนวนลัพธ์อันเป็นสินเชื่อของบัญชีนั้น โดยกระทรวงการคลังไม่ต้องจ่ายเงินให้แก่ ธนาคารนั้นเป็นค่ารักษาบัญชีที่กล่าวแล้ว และธนาคารนั้นไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยตาม บัญชีฝากให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อความประสงค์แห่งมาตรานี้ ให้มอบกิจการของส่วนราชการ กรมบัญชีกลางและกรมคลังบางส่วน ตามจำเป็นพร้อมทั้งเงินที่อนุญาตในงบประมาณ สำหรับส่วนราชการนั้นให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับ ฝ่ายการธนาคาร การมอบให้เป็นไปโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 31 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ทำการแลกเปลี่ยน เงิน การส่งเงินไปต่างประเทศ และกิจการธนาคาร บรรดาที่เป็นของรัฐบาล และ มีหน้าที่ออกและจัดการเงินกู้สำหรับรัฐบาลและองค์การสาธารณะ โดยมีข้อสัญญา และเงื่อนไขตามแต่จะได้ตกลงกัน

หมวด 7
เงินสำรองที่ธนาคารต้องดำรงไว้
______

มาตรา 32* [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2505]

มาตรา 33 ให้ทุกธนาคารส่งรายงานลับต่อผู้ว่าการ แสดงข้อความ ต่อไปนี้ ก. หนี้สินในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายเมื่อเรียกร้องและที่ต้องจ่ายโดยมี กำหนดเวลา ข. ยอดจำนวนเงินซึ่งมีอยู่ในราชอาณาจักรเป็นธนบัตรของรัฐบาลไทย และบัตรธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทย ค. ยอดจำนวนเงินซึ่งมีอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเหรียญกษาปณ์จำแนก ตามชนิดราคา
ง. จำนวนเงินต่าง ๆ ที่ได้ให้กู้ยืม และยอดเงินตามตั๋วเงินที่ได้ซื้อลด ในราชอาณาจักร จ. ยอดเงินคงเหลือที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ฉ. ข้อความอื่น ๆ อันเกี่ยวกับหนี้สินหรือสินทรัพย์ตามแต่ผู้ว่าการจะ ต้องการ บรรดาข้อความดังกล่าวนี้ ให้รายงานประจำสัปดาห์ตามที่เป็นอยู่ขณะ เลิกทำงานทุกวันศุกร์ แต่ถ้าวันศุกร์เป็นวันหยุดทำงานของธนาคาร ก็ให้รายงาน ตามที่เป็นอยู่ขณะเลิกทำงานก่อนวันหยุด รายงานลับนี้ให้ส่งภายหลังวันที่เป็นเกณฑ์แห่งรายงานไม่ช้ากว่าสองวัน อันเป็นวันทำงาน แต่ทว่าเมื่อผู้ว่าการเป็นที่พอใจว่า ธนาคารใดไม่อาจส่งรายงานประจำ สัปดาห์ได้ จะสั่งให้ธนาคารนั้นส่งรายงานประจำเดือนแทนภายในวันที่ผู้ว่าการจะ กำหนดก็ได้

มาตรา 34 เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้ว่าการแล้ว ให้ธนาคารชี้แจงเพื่อ อธิบายหรือขยายความในรายงานตามมาตรา 33 โดยไม่ชักช้า

หมวด 8
การสอบและตรวจบัญชี
______

มาตรา 35 ให้ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจและ หน้าที่สอบบัญชีแสดงกิจการทั้งหลายซึ่งเกี่ยวกับทุนสำรองที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ เงินตรา พุทธศักราช 2471 และมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตามความใน มาตรา 25

มาตรา 36 โดยไม่เป็นการเสื่อมเสียต่ออำนาจและหน้าที่ของประธาน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา 35 ให้คณะกรรมการเลือกตั้งผู้สอบบัญชี คนหนึ่งหรือมากกว่า โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้กรรมการหรือพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น ผู้สอบบัญชีตามมาตรานี้
มาตรา 37 โดยไม่เป็นการเสื่อมเสียต่ออำนาจและหน้าที่ของผู้สอบ บัญชีตามมาตรา 36 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งให้ประธานคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินหรือบุคคลอื่นตามแต่จะเห็นสมควร เป็นผู้ตรวจบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อใดก็ได้

หมวด 9
บทเบ็ดเสร็จ
______

มาตรา 38 ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ภาษีเสริม ภาษีโรงค้า หรือภาษีการธนาคารตามประมวลรัษฎากร และบัตร ธนาคารที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออก ก็ให้ยกเว้นจากอากรแสตมป์

มาตรา 39 การเลิกธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำได้ก็แต่โดย พระราชบัญญัติ

มาตรา 40 การกำหนดกิจการทั้งปวงที่จำเป็นหรือสมควรเพื่อปฏิบัติ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา กล่าวโดยเฉพาะ พระราชกฤษฎีกาอาจกำหนดข้อความดังต่อไปนี้ (ก) กิจการในหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (ข) ธุรกิจประเภทต่าง ๆ ที่อนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบได้ (ค) ธุรกิจประเภทต่าง ๆ ที่ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบ (ง) จำนวนเงินคงเหลือที่ทุกธนาคารต้องดำรงไว้เป็นเงินสำรอง ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (จ) อำนาจและหน้าที่ของผู้สอบบัญชีที่คณะกรรมการเลือกตั้งขึ้น (ฉ) บัญชี ข้อความและรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้อง ทำเสนอต่อรัฐมนตรี หรือที่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 41 ห้ามมิให้บุคคลอื่นใดนอกจากธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้คำว่า ชาติ รัฐ ประเทศไทย หรือ กลาง หรือคำอื่นใดที่มีความหมาย เดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือคำแสดงชื่อธนาคาร

หมวด 10
บทลงโทษ
______

มาตรา 42 ธนาคารใดฝ่าฝืนมาตรา 32 มาตรา 33 หรือมาตรา 34 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาท เรียงตามรายวันตลอดเวลาที่ยังทำการขาดตกบกพร่องอยู่ ในกรณีที่คณะบุคคลอันมิใช่นิติบุคคลกระทำการเป็นธนาคาร ได้กระทำ ความผิดตามความในวรรคก่อน ให้ถือว่าผู้อำนวยการของคณะบุคคลนั้นหรือ ผู้จัดการธนาคารนั้นเป็นผู้กระทำความผิด

มาตรา 43 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 41 มีความผิดต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา 44 ให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ ธนาคาร พุทธศักราช 2480 มีอำนาจเรียกใบอนุญาตที่ออกให้ตามความใน พระราชบัญญัตินั้นคืนจากธนาคารซึ่งกระทำความผิดตามมาตรา 42 ได้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

__________________
พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2487 [รก.2487/63/931/10 ตุลาคม 2487]

__________________
พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2505
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ ได้ปรับปรุงและวางหลักเกณฑ์ กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินสดสำรองไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็น การเหมาะสมยิ่งขึ้นแล้ว จึงควรยกเลิกหลักเกณฑ์ในกรณีเดียวกันที่กำหนดไว้เดิม ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 นั้นเสีย [รก.2505/39/24พ./30 เมษายน 2505]

__________________
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 พ.ศ. 2528
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ เพื่อให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทาง การเงินเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤติการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน และโดยที่ เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ [รก.2528/177/42พ./26 พฤศจิกายน 2528]

__________________
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540
บทเฉพาะกาล มาตรา 6 ในกรณีของหลักประกันที่กองทุนได้เรียกไว้ในการให้กู้ยืม เงินแก่สถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2540 และวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งสั่งโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ถ้าคณะกรรมการจัดการกองทุน เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นธรรมและความมั่นคงของระบบการเงิน คณะกรรมการจัดการกองทุนจะสละหลักประกันดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหนี้อื่นของ สถาบันการเงินนั้นได้รับเฉลี่ยหนี้ตามความเป็นธรรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีก็ได้

มาตรา 6 ทวิ* ในกรณีที่กองทุนได้ประกันหรือให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่สถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะได้ดำเนินการ ก่อนหรือหลังคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการ ให้ถือว่ากองทุนเป็นเจ้าหนี้ของ สถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการนั้น มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 94 (2) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาใช้บังคับแก่การที่กองทุนขอรับชำระหนี้จากทรัพย์สินของ สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง *[บทเฉพาะกาล มาตรา 6 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2541]
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่มีความ จำเป็นต้องให้ความคุ้มครองผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินที่สุจริต ในกรณีที่สถาบันการเงินประสบปัญหา โดยการให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินเข้าประกันผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ดังกล่าว และโดยที่ในการ เรียกหลักประกันในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินบางกรณี ทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบและมีผล กระทบต่อความเชื่อมั่นของเจ้าหนี้ในการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินโดยรวม อันจะทำให้วิกฤตการณ์ของสถาบันการเงินในประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทวีความ รุนแรงยิ่งขึ้น สมควรแก้ไขให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีอำนาจเพิ่มฐานในการคำนวณเงินที่สถาบันการเงินต้องนำส่ง เพื่อให้กองทุน สามารถรับภาระการประกันผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ของสถาบันการเงิน และโดยที่ เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความ มั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ [รก.2540/60ก/22/24 ตุลาคม 2540]
__________________
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2541
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดนี้ คือ โดยที่ประเทศไทย ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง จึงได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไข ปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจในขณะนี้หลายประการ ซึ่งมาตรการแก้ไขประการหนึ่ง คือการให้ความช่วยเหลือและการจัดการทางการเงินแก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ พัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อเสริมสภาพความแข็งแกร่งทางการเงินให้แก่ กองทุนและลดภาระทางการเงินที่รัฐจะต้องช่วยเหลือกองทุน และในขณะเดียวกัน ให้มีความโปร่งใสเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนในประเทศต่อไป แต่ในระยะเวลาที่ผ่านมากองทุนได้ให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินต่าง ๆ ในรูปการประกันและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเป็นจำนวนมากเพื่อ แก้ไขวิกฤติทางการเงินในขณะนั้น ฉะนั้น เพื่อมิให้กองทุนต้องได้รับความ เสียหายจากการดำเนินการช่วยเหลือดังกล่าวประกอบกับกองทุนจำเป็นต้อง สละหลักประกันที่ได้มาจากสถาบันการเงินเหล่านั้นตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อ ให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้อื่น ๆ จึงอาจเกิดปัญหาทำให้กองทุนไม่ได้รับชำระ หนี้คืน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูฐานะของกองทุนตามมาตรการแก้ไขปัญหา วิกฤติทางเศรษฐกิจขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองและให้มีหลักประกัน ที่กองทุนจะได้รับเงินที่ให้ความช่วยเหลือไปแล้วคืนมาในฐานะเป็นเจ้าหนี้ของ สถาบันการเงินนั้นเสียตั้งแต่ในขณะนี้ และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความ จำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในการที่จะรักษาความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ *[รก.2541/23ก/8/7 พฤษภาคม 2541]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook