บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชกำหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินพ.ศ. 2540
    


พระราชกำหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินพ.ศ. 2540

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2540
เป็นปีที่ 52 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 218 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า "พระราชกำหนดบรรษัทบริหาร สินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540" มาตรา 2* พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2540/60ก/14/24 ตุลาคม 2540] มาตรา 3 ในพระราชกำหนดนี้ "บรรษัท" หมายความว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน "สถาบันการเงิน" หมายความว่า (1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ (2) บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิต ฟองซิเอร์ "กองทุน" หมายความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย "องค์การ" หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน "อบส." หมายความว่า องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2540 "เงินกองทุน" หมายความว่า ทุนประเดิมของบรรษัทตามมาตรา 9 เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนตามมาตรา 10 เงินสำรองและกำไรสุทธิคงเหลือหลังจาก การจัดสรรแล้ว ทั้งนี้ เมื่อหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดการบัญชีออกแล้ว "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงิน "กรรมการ" หมายความว่า กรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบัน การเงิน "ผู้จัดการ" หมายความว่า ผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้ มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชกำหนดนี้

หมวด 1
การจัดตั้งและเงินทุน
_______

มาตรา 5 ให้จัดตั้งบรรษัทขึ้นเรียกว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบัน การเงิน เรียกโดยย่อว่า บบส. และให้เป็นนิติบุคคล มาตรา 6 ให้บรรษัทตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร มาตรา 7 วัตถุประสงค์ของบรรษัทมีดังต่อไปนี้ (1) ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ทุกประเภทของบริษัท เงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่งของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2540 และวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งสั่งโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ที่องค์การเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟู ฐานะหรือการดำเนินการได้ หรือที่ อบส. เป็นผู้จำหน่าย รวมตลอดจนหลักประกัน ของสินทรัพย์นั้นเพื่อนำมาบริหารและจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป (2) ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีการค้าง ชำระดอกเบี้ยตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปของสถาบันการเงินอื่นที่กองทุนเข้าถือหุ้นและ มีอำนาจในการจัดการ มาตรา 8 ให้บรรษัทมีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบ วัตถุประสงค์ของบรรษัทตามมาตรา 7 อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(1) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งใน และนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ (2) ค้ำประกันหรือรับรอง รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน (3) เรียกเก็บดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม และค่าบริการทาง การเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (4) กู้หรือยืมเงินในหรือนอกราชอาณาจักร (4 ทวิ)* ให้กู้แก่ลูกหนี้ของ อบส. บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และสถาบันการเงินอื่นตามมาตรา 7 (5) ออกหุ้นกู้ ตั๋วเงิน หรือตราสารแห่งหนี้ (6) ลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาล หรือองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ (7) มีเงินฝากไว้ในสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการเห็นว่าจำเป็น และสมควร (8) กระทำการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้สำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท * [(4 ทวิ) เพิ่มความโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบัน การเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541] มาตรา 9 ให้กำหนดทุนของบรรษัทเป็นจำนวนหุ้นสามัญสิบล้านหุ้นมี มูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาทรวมเป็นทุนหนึ่งพันล้านบาท โดยบรรษัทจะได้รับทุนประเดิม จำนวนนี้จากรัฐบาล และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น มาตรา 10 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ บรรษัทอาจเพิ่มทุนได้ การเพิ่มทุนของบรรษัทให้ทำได้โดยการออกหุ้นใหม่ ทั้งนี้ โดยอนุมัติ ของคณะรัฐมนตรี ให้บรรษัทเสนอต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามแต่บรรษัทจะกำหนด ให้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่ระบุในวรรคสอง ตามเวลา วิธีการและจำนวนที่บรรษัทกำหนด และให้บรรษัทจัดออกหุ้นเหล่านั้นได้ เพื่อประโยชน์ในการเสนอขายหุ้นตามวรรคสาม บรรษัทอาจเปลี่ยน มูลค่าหุ้นและจำนวนหุ้นได้ตามที่เห็นสมควร *[มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541] มาตรา 11 เงินที่ใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการประกอบด้วย (1) เงินกองทุนของบรรษัท (2) เงินกู้ยืมจากในและนอกราชอาณาจักร (3) รายได้ของบรรษัท (4) เงินที่มีผู้มอบให้

หมวด 2
คณะกรรมการและการจัดการ
______

มาตรา 12 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่นอีกหกคนซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่มีการนำหุ้นออกขายแก่ประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้มีการ เปลี่ยนแปลงกรรมการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มิให้นำมาตรา 5 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับ กรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ และกรรมการอื่น
มาตรา 13 ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้ เป็นกรรมการ (1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (3) เป็นข้าราชการการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการ บริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (4) เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของ สถาบันการเงิน (5) เป็นหรือเคยเป็นลูกหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ มาตรา 14 กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับ แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน มาตรา 15 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 14 กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อน ความสามารถ (4) เป็นบุคคลล้มละลาย (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา 16 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธาน กรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็น ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 17 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุม ดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของบรรษัทภายในกรอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 อำนาจ หน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (1) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เงินตอบแทน และค่าใช้จ่าย (2) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้งการตรวจสอบและสอบบัญชีภายใน (3) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินกิจการ (4) ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาสินทรัพย์ และหลักประกันที่บรรษัทจะรับซื้อหรือรับโอน (5) พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของบรรษัท มาตรา 18 คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการ ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ผู้จัดการต้องสามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่บรรษัทและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 การแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามวรรคหนึ่งต้องประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการทั้งหมด มิให้นำมาตรา 9 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับ กรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการ มาตรา 19 ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบรรษัทให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของบรรษัท และตามนโยบายหรือข้อบังคับ ที่คณะกรรมการกำหนด ในกิจการของบรรษัทที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทน ของบรรษัท และเพื่อการนี้ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำ กิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 20 ให้กรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรี กำหนด มาตรา 21 ในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน บรรษัทอาจจัดให้มีการประเมินราคาสินทรัพย์นั้นโดยนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจการ ประเมินราคาอิสระหรือผู้มีวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนี้ให้คำนึงถึงกระแส รายรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย และการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวต้อง ไม่เกินราคาตลาดหรือราคาประเมินกลาง มาตรา 22 การโอนและการรับโอนสินทรัพย์ ตลอดจนสิทธิจำนอง สิทธิจำนำ หรือหลักประกันอย่างอื่น ให้บรรษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องบรรดาที่เกิดขึ้นเนื่องในการโอนและ รับโอนสินทรัพย์หรือหลักประกันของสินทรัพย์ดังกล่าว มาตรา 23 การโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนของสถาบัน การเงิน องค์การหรือ อบส. ไปยังบรรษัท และการโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือ บางส่วนของบรรษัทไปยังสถาบันการเงิน องค์การ หรือ อบส. ให้กระทำได้โดยไม่ต้อง บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา 306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา 308 วรรคสอง แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

หมวด 3
การกำกับ การดำเนินงาน และการควบคุม
_______

มาตรา 24 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ บรรษัท เพื่อการนี้จะสั่งให้บรรษัทชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงานได้ มาตรา 25 ในกรณีที่บรรษัทขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ ที่บรรษัทกู้ยืมเงินจากแหล่งให้กู้ยืมในหรือนอกราชอาณาจักร ให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นได้ แต่จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ ที่การค้ำประกันของกระทรวงการคลังยังค้างอยู่ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงิน กองทุนของบรรษัทเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกัน ตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด
การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวม ของเงินกู้ตามวรรคหนึ่งให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ ธนาคารประเทศไทยกำหนดไว้ในวันทำสัญญา

หมวด 4
การจัดสรรกำไร
_______

มาตรา 26 ในกรณีที่บรรษัทมีผลกำไร หลังจากหักผลขาดทุนสะสม ออกแล้ว ให้จัดสรรไว้เป็นเงินกองทุนของบรรษัทจนกว่าเงินกองทุนของบรรษัทจะมี จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้น ส่วนที่เหลือให้จ่ายเป็นเงินปันผล ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ *[มาตรา 26 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหาร สินทรัพย์สถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541]

หมวด 5
การสอบและตรวจบัญชี
_______

มาตรา 27 ให้บรรษัทวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้องและ จัดให้มีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน มาตรา 28 ให้บรรษัทจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรและขาดทุนทุกงวด หกเดือน
มาตรา 29 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีของบรรษัท ทำการตรวจสอบบัญชีรวมทั้งการเงินทุก ประเภทและเสนอรายงานผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐมนตรี มาตรา 30 ให้บรรษัทรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไร และขาดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชีตามมาตรา 29 รับรองแล้วต่อรัฐมนตรีภายในสี่เดือน นับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ และให้รัฐมนตรี ประกาศรายงานงบดุลและบัญชีดังกล่าวโดยเปิดเผย

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นายกรัฐมนตรี

_____________________________
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในการแก้ไข ปัญหาระบบสถาบันการเงินและฟื้นฟูฐานะการดำเนินการของสถาบันการเงินบางแห่ง ที่ประสบปัญหา โดยการจัดตั้งองค์การของรัฐขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนิน มาตรการดังกล่าวอย่างเป็นระบบตามแนวทางสากล จำเป็นต้องจัดตั้งบรรษัทบริหาร สินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ สถาบันการเงินดังกล่าวอันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน และโดยที่ เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันจะรักษาความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในขณะนี้ มีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็วเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจของประเทศทั้งในภาคการเงินและภาคการลงทุน ด้วยเหตุนี้รัฐจึงได้กำหนด มาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการตรากฎหมายหลายฉบับเพื่อระดมทุนให้เกิดการ หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินส่วนหนึ่งนั้น ได้มีการจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นเพื่อดำเนินการรับซื้อหนี้ด้อย คุณภาพของสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่มีปัญหาในการดำเนินการมาจัดการบริหารต่อไป แต่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของบรรษัทดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ในการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันมีปัญหาในการเร่งระดมเงินของ บรรษัทเพราะการเพิ่มทุนกระทำได้อย่างจำกัด ทำให้ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะรับซื้อ หนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารให้เป็นหนี้มีคุณภาพและไม่อาจทำให้เกิดการหมุนเวียนทาง การเงินที่จะเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องกำหนดให้บรรษัท เพิ่มทุนได้โดยการขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปและมีมาตรการจูงใจให้มีผู้มาลงทุนใน บรรษัท รวมทั้งให้อำนาจบรรษัทในการเข้าช่วยเหลือโดยการให้กู้เงินแก่หนี้ด้อย คุณภาพซึ่งเป็นโครงการลงทุนต่าง ๆ ที่รับโอนมาเพื่อทำเป็นหนี้มีคุณภาพซึ่งจะส่งผล ให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินในระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอันเป็น ส่วนหนึ่งของการเสริมสภาพคล่องทางการเงินตามมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤติทาง เศรษฐกิจ และโดยที่การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องกระทำอย่าง รวดเร็วในขณะนี้เพื่อมิให้เกิดภาวะชงักงันทางการเงินอันจะกระทบต่อมาตรการ อื่น ๆ ขึ้นได้ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ในการที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกำหนดนี้

*[รก.2541/23ก/11/7 พฤษภาคม 2541]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook