บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ครู พุทธศักราช 2488
    


พระราชบัญญัติ ครู พุทธศักราช 2488


ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ 1 สิงหาคม พุทธศักราช 2487)
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2488
เป็นปีที่ 12 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยครู จึงมีพระบรมราชโองการ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.2488/4/61/16 มกราคม 2488] มาตรา 3 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
คุรุสภา
_______

มาตรา 4 ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า "คุรุสภา" และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล มาตรา 5 คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้ (1) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (2) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (3) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การ จัดหาผลประโยชน์ของคุรุสภา (4) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้ บังคับแห่งเงื่อนไข ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้ ให้คุรุสภา รักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา มาตรา 6* คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษา โดยทั่วไป หลักสูตร แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึก อบรม การวัดผลและประเมินผลการศึกษา การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่น ที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา (2) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณา โทษครูผู้ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู (3) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด (4) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร (5) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู *[มาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2519 และความใน (6) และ (7) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523] มาตรา 7* ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน อธิบดีทุกกรมและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมใน กระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และครูตามมาตรา 24 ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกคุรุสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภาประกาศ กำหนดจำนวนสิบคนเป็นกรรมการ และให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการ และเลขานุการ *ครูซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องประกอบด้วย ครูตามมาตรา 24 (1) เฉพาะครูซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาในกระทรวง ศึกษาธิการจำนวนหกคน ครูตามมาตรา 24 (3) จำนวนหนึ่งคน ครูตาม มาตรา 24 (4) จำนวนหนึ่งคน และครูตามมาตรา 24 (5) จำนวนสองคน *กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับ เลือกตั้งใหม่อีกได้ *นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการที่ได้รับเลือกตั้ง พ้นจากตำแหน่งเมื่อ ลาออก พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือพ้นจาก การเป็นครูซึ่งตนเป็นผู้แทนตามมาตรา 24 *ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งว่างลงก่อนถึงคราวออก ตามวาระให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปในการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งเข้า ดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการซึ่งเข้ามาแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียง เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2521] ส่วนความในวรรคสอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2523] มาตรา 7 ทวิ* ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิก คุรุสภาจากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน และ สมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เขตละ หนึ่งคนเป็นกรรมการที่ปรึกษา มีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนสามคน และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษา ของตนเขตละสามคน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการ กำหนด และเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา และให้คณะ กรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาดังกล่าว เพื่อแต่งตั้ง เป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภา หรือย้ายไปอยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ อำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานคร หรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ ตามวรรคสองเป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้ง แทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน *[มาตรา 7 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2499 และแก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 8* ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและ รองเลขาธิการและเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร *[มาตรา 8 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 8 ทวิ* ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และบริหาร กิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการ คุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1)*เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคุรุสภา (2) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครู (3) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย (4) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา *[มาตรา 8 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519 และความใน (1) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523] มาตรา 9 ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และให้เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการใน ความควบคุมของประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมาย มาตรา 9 ทวิ* ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุม พิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา หรือเป็นการสมควรที่จะ รับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการ

ที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้ แต่ประธานจะต้อง เรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง

ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการ ที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง ลงคะแนน *[มาตรา 9 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 10 ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจ และปฏิบัติ หน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา 6 และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือมอบหมาย ให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ แทนก็ได้ มาตรา 11 การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ หรืออนุกรรมการ ต้องมีกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการ แล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุมได้ ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุม ให้ผู้ที่ประชุมเลือกกรรมการอำนวยการ คนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่ง ย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่นั่ง เป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 12 สมาชิกของคุรุสภามีสามประเภท คือ (1) สมาชิกสามัญ (2) สมาชิกวิสามัญ (3) สมาชิกสมทบ

คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของคุรุสภาก็ได้

มาตรา 13 สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิด ในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท (2) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ (3) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ (5) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (6) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ มาตรา 14 สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้ (1) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ (2) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ศึกษาธิการ หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลา รวมกันไม่น้อยกว่ายี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (2) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอนโดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์ หรือได้ รับเป็นรายเดือนแต่ได้รับเฉพาะเดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้ ,p> มาตรา 15 สมาชิกวิสามัญ ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมาย ว่าด้วยประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ และจะต้องอยู่ใน เงื่อนไขตามมาตรา 14 (2) เมื่อสมาชิกวิสามัญผู้ใดมีพื้นความรู้ตามมาตรา 14 (1) ให้สมาชิกผู้นั้น เป็นสมาชิกสามัญ และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ มาตรา 16 ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 13 และมีพื้นความรู้ตามมาตรา 14 (1) หรือมาตรา 15 แต่มิได้มีอาชีพเป็นครู ตามเงื่อนไขในมาตรา 14 (2) เมื่อสมาชิกสมทบผู้ใดมีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา 14 (2) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ แล้วแต่กรณี และต้องแจ้ง ให้คุรุสภาทราบ *[ความในวรรคสามของมาตรา 16 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521] มาตรา 17 ให้กรรมการอำนวยการเป็นสมาชิกสามัญ แม้ว่าจะได้ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม มาตรา 18 สมาชิกคุรุสภาต้องเสียค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตาม อัตราและภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้ มาตรา 19 สมาชิกคุรุสภาพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 13 (4) มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา 14 (2) สำหรับกรณี สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญ หรือ (5) ประพฤติผิดวินัยและคณะกรรมการอำนวยการวินิจฉัยให้ออกโดย คะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด มาตรา 20* [ยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 21* [ยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 22* [ยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519] มาตรา 23 ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อ ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภาโดยประกาศให้สมาชิกทราบโดย เปิดเผย

หมวด 2
ครู
______

มาตรา 24* ครู ได้แก่ (1) ข้าราชการครู (2)*[ยกเลิกแล้ว] (3)*พนักงานครูเทศบาล (4) ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำ ในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร (5) ผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ศึกษาธิการ และได้รับเงินเดือนเป็นประจำ" *[มาตรา 24 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519 ความใน (2) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 และ (3) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521]
มาตรา 25* [ยกเลิกแล้วโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523] มาตรา 26 ครูต้องเป็นสมาชิกของคุรุสภา มาตรา 27* ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิเป็นสมาชิกสามัญของ คุรุสภา (1) เป็นครูที่ได้ทำการสอนติดต่อกันเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป แม้จะดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการ หรือตำแหน่งอันเกี่ยวกับการ ให้การศึกษาในราชการบริหารส่วนท้องถิ่น (2)*[ยกเลิกแล้ว] (3) เป็นพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในเทศบาลอันเกี่ยวกับ การให้การศึกษาตามที่กำหนดโดยระเบียบของคุรุสภา *[มาตรา 27 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2509 และ ความใน (2) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523]

หมวด 3
จรรยา มรรยาท และวินัย
_______

มาตรา 28 ครูต้องมีจรรยาและมรรยาทอันดีงาม และอยู่ในวินัย ตามระเบียบประเพณีของครูตามที่คุรุสภาจะได้วางไว้ และตามระเบียบของ สถานศึกษาที่ตนมีหน้าที่ทำการสอน
มาตรา 29 คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้น เพื่อสอดส่องจรรยามรรยาทและวินัยของครู เพื่อการนี้ให้อนุกรรมการมี อำนาจแนะนำตักเตือนครูผู้ประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยของครู หรือ ทำการพิจารณาสอบสวนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อ พิจารณาลงโทษต่อไป มาตรา 30 ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งลงโทษ ภาคทัณฑ์ ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้ออกจากสมาชิกภาพของคุรุสภา แล้วแต่จะเห็นสมควรแก่ความผิด คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการให้เป็นที่สุด มาตรา 31 ครูซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากสมาชิกภาพแห่งคุรุสภาเพราะ เหตุประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยนั้น ถ้าได้กลับประพฤติตนดี มีสมาชิก รับรองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน และเวลาได้ล่วงพ้นจากวันที่ถูกสั่งให้ ออกจากสมาชิกภาพไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จะยื่นคำร้องขอให้สอบสวน ความประพฤติเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกอีกใหม่ก็ได้ ถ้าคณะกรรมการอำนวยการสอบสวน เห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติดีและกลับตนเป็นคนมีจรรยามารยาทและวินัยดีแล้ว จะอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกก็ได้

หมวด 4
บทเฉพาะกาล
_______

มาตรา 32 บรรดาผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญแห่งคุรุสภา แล้วแต่กรณี และต้อง เสียเงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามมาตรา 18

มาตรา 33 ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง ตามความในมาตรา 7 และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคน ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อย กว่าสิบปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ควง อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2495

[รก.2495/63/1252/14 ตุลาคม 2495]

________________ พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2509
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการโอน โรงเรียนประถมศึกษาบางประเภทไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้ โอนข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งครูหรือตำแหน่งอื่นในโรงเรียนนั้น ๆ ไปเป็น ข้าราชการส่วนจังหวัด และโดยที่ได้โอนโรงเรียนประถมศึกษาในเขตเทศบาล ไปเป็นโรงเรียนเทศบาลแล้ว จึงเป็นการสมควรให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ควบคุม การบริหารงานบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอน ประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยครูและให้ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอน ประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาลมีฐานะเป็นครู ตามกฎหมายว่าด้วยครู

[รก.2509/79/30พ/16 กันยายน 2509]

______________ พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2519

มาตรา 9 ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัติ นี้ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2519/156/29พ/24 ธันวาคม 2519]

_______________ พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521

มาตรา 7 ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งอยู่ในตำแหน่งใน วันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่า จะได้มีการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็น การสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประกอบ ของคณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา เพื่อให้ข้าราชการครูส่วนจังหวัด ได้มีส่วนในการกำหนดนโยบายและบริหารกิจการของคุรุสภา และโดยที่ได้ มีกฎหมายกำหนดให้มีข้าราชการครูส่วนจังหวัดและพนักงานครูเทศบาลขึ้น สมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยครูให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2521/73/37พ/21 กรกฎาคม 2521]

_______________ พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523

มาตรา 10 ผู้ใดเป็นกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งได้รับเลือกตั้ง จากข้าราชการครูส่วนจังหวัดอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นอยู่ใน ตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะถึงคราวออกตามวาระ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการ ดังกล่าวว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไป ในการเลือกตั้งกรรมการนั้นเข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการ ซึ่งเข้ามา แทนให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู โดยแยกการบริหารงาน บุคคลสำหรับข้าราชการครูออกจาก ก.พ. และคุรุสภาแล้ว ในการนี้ จำเป็น ต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ในส่วนที่เป็นบทบัญญัติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูให้สอดคล้องกับกฎหมาย ดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.2523/158/77พ/13 ตุลาคม 2523]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook