ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2541
เป็นปีที่ 53 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้
โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
- มาตรา 1
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า
"พระราช
บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พ.ศ. 2541"
- มาตรา 2*
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่
วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- *[รก.2541/35ก/25/9 มิถุนายน 2541]
- มาตรา 3
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พ.ศ. 2540
- มาตรา 4
ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
- "เลือกตั้ง" หมายความว่า
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิก วุฒิสภา
สมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี
- "จังหวัด" หมายความรวมถึง
กรุงเทพมหานคร
|
|
- "เลขาธิการ" หมายความว่า
เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- "รองเลขาธิการ" หมายความว่า
รองเลขาธิการคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง
- มาตรา 5
ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราช
บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
หมวด 1
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
______
- มาตรา 6
คณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญนี้ ได้แก่
คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีองค์ประกอบ
คุณสมบัติและ
ลักษณะต้องห้ามวิธีการสรรหาและการเลือกตั้งวาระการดำรงตำแหน่งและ
การพ้นจากตำแหน่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
- มาตรา 7
ให้กรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน
และหนี้สินของตน คู่สมรส
และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อคณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่เข้าดำรง
ตำแหน่งและภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งและต้องยื่นบัญชีแสดงรายการ
ทรัพย์สินและหนี้สินอีกครั้ง
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว
เป็นเวลาหนึ่งปี
- บัญชีตามวรรคหนึ่งให้ยื่นพร้อมเอกสารประกอบซึ่งเป็นสำเนาหลักฐาน
ที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว
รวมทั้งสำเนาแบบแสดงรายการ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา
โดยผู้ยื่นจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง
ความถูกต้องกำกับไว้ในบัญชีและสำเนาหลักฐานที่ยื่นไว้ทุกหน้าด้วย
- มาตรา 8
การประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมีกรรมการ
การเลือกตั้งมาประชุมไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด
เท่าที่มีอยู่
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งคนใดไม่อาจมา
ประชุมได้ให้จดแจ้งเหตุนั้นไว้ในรายงานการประชุม
- การลงมติในการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใช้คะแนน
เสียงข้างมาก
โดยให้กรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง
เป็นเสียงชี้ขาด
เว้นแต่การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณา
ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา
10 (5) (6) (7) และ (8) ให้ใช้คะแนน
เสียงเอกฉันท์
- ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้าประธาน
กรรมการการเลือกตั้งไม่มาประชุม
ให้กรรมการการเลือกตั้งที่มาประชุมเลือก
กรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
|
|
มาตรา 9
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้ง
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการการเลือกตั้งเลือกกรรมการการเลือกตั้ง
คนหนึ่งทำหน้าที่แทนประธานกรรมการการเลือกตั้ง
- มาตรา 10
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
- (1) ควบคุมและดำเนินการจัด
หรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออก
เสียงประชามติตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
- (2)
ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติตาม
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก
วุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
กฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก
สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- (3) มีคำสั่งให้ข้าราชการ พนักงาน
หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หรือราชการส่วนท้องถิ่น
หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
ปฏิบัติการทั้งหลายอันจำเป็นตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
พรรคการเมือง
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
และ
กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- (4)
ออกข้อกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้มี
อำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
- (5)
ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการ
แบ่งเขตเลือกตั้ง
และจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- (6)
สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือ
ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยพรรคการเมืองกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- (7)
สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใด
หน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่
เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติในหน่วย
เลือกตั้งนั้น ๆ
มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ
วิธีพิจารณาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
- (8)
ประกาศผลการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
|
|
- (9)
ดำเนินการหรือประสานงานกับหน่วยราชการ
ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
หรือสนับสนุนองค์การเอกชนใน
การให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- (10)
จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตเสนอ
ต่อรัฐสภา
- (11)
ดำเนินการอื่นตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอื่น
หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่
ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- มาตรา 11
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจแต่งตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
บุคคล
คณะบุคคลหรือผู้แทนองค์การเอกชน
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ
การเลือกตั้งมอบหมายได้
|
|
- หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่ง
การพ้นจากตำแหน่ง และค่าตอบแทน
รวมทั้งวิธีปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ
จังหวัด
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
บุคคล
คณะบุคคลหรือผู้แทนองค์การ
เอกชนตามวรรคหนึ่ง
และคณะอนุกรรมการตามมาตรา 14
ให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
- มาตรา 12
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามมาตรา
11 ให้มีจำนวนจังหวัดละไม่เกิน 11
คน
ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง
แต่งตั้ง
โดยใช้วิธีสรรหาจากผู้ที่มีคุณสมบัติ
และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
137 (1) (2) (4) (5) (6) และ (7)
ของรัฐธรรมนูญโดยให้สรรหาจากผู้มีภูมิลำเนาใน
จังหวัดนั้นเป็นหลัก
- กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
- มาตรา 13
คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะกรรมการ
การเลือกตั้งประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่
ดังต่อไปนี้
- (1)
อำนวยการการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ที่กระทำ ภายในจังหวัดนั้น
- (2)
เสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการ
แบ่งเขตเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- (3)
รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือ
ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- (4)
เสนอแนะต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคล
ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
ตามที่กฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
หรือกฎหมายว่าด้วยการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดไว้
- (5)
ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
- หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ
จังหวัดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
- มาตรา 14
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่
มอบหมายได้
- มาตรา 15
ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับ
การเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้
หน่วยราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น
รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐดำเนินการ
ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามอำนาจหน้าที่
หรือให้หน่วยงานดังกล่าวมีคำสั่งให้ข้าราชการ
พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ
ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือ หน่วยงานอื่นของรัฐ
ปฏิบัติการอันจำเป็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
หรือการออกเสียง
ประชามติได้ตามที่เห็นสมควร
- ในกรณีที่ข้าราชการ
พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งหรือมาตรา
10 (3) ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
โดยไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าเป็นการกระทำความผิดทางวินัย
และให้คณะกรรมการ
การเลือกตั้งส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยของผู้นั้นดำเนินการตามอำนาจ
หน้าที่ต่อไป
- มาตรา 16
ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าผู้ใดกระทำ
ความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
กฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ให้มีอำนาจแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนิน
การสอบสวน
และให้มีอำนาจดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องในทางแพ่ง
ทางอาญาหรือทางปกครอง
โดยให้ถือว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้เสียหาย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ในการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการแทนได้
และ ให้พนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการ
หรือศาลอำนวยความสะดวกและเร่งรัดให้การ
ดำเนินการคดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็วและในการนี้ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม
ทั้งปวง
- มาตรา 17
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการทำทะเบียน
รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลักฐานทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียน
ราษฎรแยกเป็นรายจังหวัดไว้เป็นประจำ
ทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิ
ตรวจสอบและขอแก้ไขให้ถูกต้องได้
|
|
| มาตรา 18
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแบ่งเขต
เลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งไว้ทุกจังหวัด
เพื่อให้ประชาชนได้
ทราบล่วงหน้า
การแบ่งเขตเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งจะต้องกำหนดพื้นที่ในแต่ละเขตเลือกตั้ง
ให้ติดต่อกันและมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกัน
โดยถือ เกณฑ์ดังนี้ (1)
ในกรณีที่อำเภอหรือตำบลใดมีจำนวนราษฎรเพียงพอที่จะกำหนด
เป็นเขตเลือกตั้งได้ให้กำหนดอำเภอหรือตำบลนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง
(2) ในกรณีที่ไม่เป็นไปตาม (1)
ให้รวมอำเภอต่าง ๆ
เป็นเขตเลือกตั้ง
โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่ติดต่อใกล้ชิดกัน
ความสะดวกในการคมนาคมระหว่างกัน
และการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน
ถ้าการรวมอำเภอในลักษณะนี้จะทำให้มี
จำนวนประชากรมากหรือน้อยเกินไป
ให้แยกหรือรวมพื้นที่ตำบลเพื่อให้ได้จำนวน
ประชากรพอเพียงสำหรับการเป็นเขตเลือกตั้ง
แต่จะแยกหรือรวมเฉพาะเพียง
บางส่วนของตำบลไม่ได้ (3)
ในกรณีที่การกำหนดพื้นที่ตามเกณฑ์ใน
(2) จะทำให้จำนวนราษฎร
ในแต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนไม่ใกล้เคียงกันหรือไม่มีสภาพเป็นชุมชนเดียวกัน
ให้
ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งตามสภาพของชุมชนที่ราษฎรมีการติดต่อกันเป็นประจำ
ในลักษณะที่เป็นชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันและสามารถเดินทางติดต่อกันได้โดย
สะดวก
โดยจะต้องทำให้จำนวนราษฎรของแต่ละชุมชนในเขตเลือกตั้งแต่ละแห่ง
มีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด
เมื่อได้ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้ง
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงเขต
เลือกตั้งให้กระทำได้เฉพาะเมื่อต้องมีการรวมเขตเลือกตั้งหรือเพิ่มเขตเลือกตั้งใหม่
เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ในวรรคสอง
|
|
- ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ
กำหนดเขตเลือกตั้งในคราวนั้นโดยถือเขตเลือกตั้งที่มีการประกาศกำหนดไว้ตาม
มาตรานี้
เว้นแต่มีกรณีจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งตามมวรรคสาม
- มาตรา 19
ในกรณีที่มีเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องสืบสวน
สอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง
และวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ
การปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และสมาชิกวุฒิสภา
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
กฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ให้คณะกรรมการ
การเลือกตั้งดำเนินการโดยพลัน
- ในการสืบสวนสอบสวนตามวรรคหนึ่ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งต้อง
ให้โอกาสผู้ร้อง
ผู้ถูกคัดค้านหรือผู้ถูกกล่าวหา
มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดง
หลักฐาน
รวมทั้งต้องให้โอกาสมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ทำเป็นหนังสือ
ลงลายมือชื่อของกรรมการการเลือกตั้งที่พิจารณาวินิจฉัยทุกคน
- วิธีการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นไปตามระเบียบที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- มาตรา 20
องค์การเอกชนใดที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือการปฏิบัติงาน
ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
ให้ยื่นคำขอ
ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบแล้ว
เห็นว่าองค์การเอกชนที่ยื่นคำขอมีความเป็นกลางในทางการเมือง
คณะกรรมการ
การเลือกตั้งมีอำนาจรับรองให้องค์การเอกชนนั้นช่วยเหลือในการตรวจสอบการ
เลือกตั้งได้
- ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจแต่งตั้ง
ผู้แทนขององค์การเอกชนที่ได้รับรองตามวรรคหนึ่ง
เพื่อช่วยดูแลตรวจสอบการเลือกตั้ง
และรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบในกรณีที่พบเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไป
โดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม
หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
- หลักเกณฑ์และวิธีการการขอให้รับรอง
การรับรอง การเพิกถอนการ รับรอง
และการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ
การเลือกตั้งกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- มาตรา 21
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
นี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจ
ดังต่อไปนี้
- (1) ให้หน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หรือราชการส่วน
ท้องถิ่นมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นในการปฏิบัติงาน
หรือส่งเอกสาร หลักฐาน
หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
- (2) ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตาม
(1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ
พนักงานอัยการ
พนักงานสอบสวนหรือบุคคลใด
มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง
หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร
หลักฐาน
หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
- (3) ขอให้ศาลส่งเอกสาร หลักฐาน
หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประกอบการพิจารณา
- (4) เข้าไปในที่เลือกตั้ง
ที่ออกเสียงประชามติ
หรือสถานที่นับคะแนน เลือกตั้ง
หรือนับคะแนนการออกเสียงประชามติ
|
|
มาตรา 22
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
ให้กรรมการการเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ผู้อำนวยการการ
เลือกตั้งประจำจังหวัด
และอนุกรรมการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งเป็น
เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
- มาตรา 23 เงินเดือน
เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่น
ของประธานกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย
ว่าด้วยการนั้น
- มาตรา 24
ห้ามมิให้กรรมการการเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกตั้ง
ประจำจังหวัด
ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
และอนุกรรมการที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้ง
กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือ
เป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
หรือกระทำการหรือละเว้นกระทำการ
โดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่
- ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งกระทำตามหน้าที่โดยสุจริตย่อมได้รับ
ความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งหรือทางอาญา
หมวด 2
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
______
- มาตรา 25
ให้มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหน่วยงาน
ของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยมีประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
- กิจการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ไม่อยู่ภายใต้บังคับ
แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
กฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคม
และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
- มาตรา 26
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
มีหน้าที่รับผิดชอบ
เกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง
และให้มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
- (1)
รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการการเลือกตั้งและ
นายทะเบียนพรรคการเมืองศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง
ๆ ที่เกี่ยวกับงานของ
คณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง
- (2)
ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
การออกเสียงประชามติและการพัฒนาพรรคการเมือง
- (3)
เผยแพร่วิชาการและให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับ
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
|
|
- (4)
รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่
เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติ
ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาความ
สงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง
หรือเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับ
การเลือกตั้ง
หรือเกี่ยวกับการทุจริต
หรือประพฤติมิชอบในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
รับเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้ง
พรรคการเมือง
หรือบุคคลอื่นใดเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง
- (5)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย
- มาตรา 27
ในการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศเพื่อดำเนินการ
เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
การงบประมาณ
การเงินและทรัพย์สิน และการ
ดำเนินการอื่นในเรื่องดังต่อไปนี้
- (1)
การจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
- (2) การกำหนดตำแหน่ง
อัตราเงินเดือน
และค่าตอบแทนอื่นของ เลขาธิการ
รองเลขาธิการ
พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง
- (3) การคัดเลือก การบรรจุ
การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัย
และการลงโทษทางวินัย
การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์
และการอุทธรณ์ การลงโทษ
สำหรับเลขาธิการ รองเลขาธิการ
และพนักงานของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
รวมทั้งวิธีการและเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้างของ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- (4) การคัดเลือก
การกำหนดอัตราค่าจ้างหรือค่าตอบแทน
ตลอดจน
การกำหนดเงินเพิ่มพิเศษให้แก่ข้าราชการ
พนักงานหรือลูกจ้าง
ซึ่งมาปฏิบัติงาน
เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งชั่วคราวตาม
มาตรา 32
- (5)
การบริหารและจัดการการเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
- (6)
การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่เลขาธิการ
รองเลขาธิการ
พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- มาตรา 28
ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีเลขาธิการคนหนึ่ง
ซึ่งประธานกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
การเลือกตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งและรับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง
และจะให้มีรองเลขาธิการเป็นผู้ช่วยสั่ง
และปฏิบัติงานรองจากเลขาธิการก็ได้
- ให้เลขาธิการทำหน้าที่เป็นเลขานุการในคณะกรรมการการเลือกตั้ง
|
|
มาตรา 29
เลขาธิการต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์และมีคุณวุฒิ
ประสบการณ์
และความสำเร็จด้านการบริหารตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
เลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งห้าปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
และ อาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
- มาตรา 30
เลขาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานโดยทั่วไปของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ ประกาศ และมติของ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
และให้มีอำนาจ ดังนี้
- (1) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อน
ลดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษ
ทางวินัยพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตลอดจนให้
พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่ง
- (2)
วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานหรือลูกจ้างใน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และข้าราชการ
พนักงานหรือลูกจ้าง ซึ่งมา
ปฏิบัติงานเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการ
ชั่วคราวตามมาตรา 32
- (3)
วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง
- ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
และเท่าที่ไม่ขัดกับระเบียบหรือประกาศ
หรือมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- มาตรา 31
ในกิจการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง
เพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่าง
แทนก็ได้ ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- มาตรา 32
คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจขอให้ข้าราชการ
พนักงาน
หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ
ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่น
ของรัฐมาปฏิบัติงานเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้
เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น
แล้วแต่กรณี
- ข้าราชการ
พนักงานหรือลูกจ้างผู้ใดได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็น
พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่า
เป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด
ๆ และ
ให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งสำหรับการ
คำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกัน
เสมือนอยู่ปฏิบัติ
ราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว
แล้วแต่กรณี
|