บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง จากภูเขาหิมะประตูอาชาเหนือ ท่านมิลาเรปะได้ออกเดินทางต่อไปยังศรีริ ท่านแวะพักระหว่างทางที่ยีรูจาง และได้พบกับท่านมหายอกรูตังบาพร้อมกับพระที่เป็นลูกศิษย์อีกหลายองค์ เมื่อท่านมิลาเรปะเข้าไปบิณฑบาตจากพ่อค้าชื่อ ดาวานอบู ท่านถูกกล่าวตำหนิอย่างรุนแรงถึงการใช้ชีวิตภิกขาจารโดยไม่พยายามช่วยเหลือตนเอง โดยเขาตำหนิว่า “พวกนักบวชคุ้นเคยแต่จะเอาของคนอื่นมาสร้างความบันเทิงให้ตนเอง ทำไมจึงไม่พยายามทำมาหากินด้วยตนเอง มันน่าจะเป็นการดีกว่ามาก ในการช่วยเหลือตนเอง” ท่านมิลาเรปะตอบโต้ว่า “มันเป็นความจริง เมื่อมองตามวิถีทางของท่าน บุคคลอาจได้รับความสุขและความสำเริงสำราญอย่างฉับพลัน แต่ความสุขที่เหลือล้นนี้ จักเป็นสาเหตุให้เกิดความทุกข์ทรมานเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต ข้อนี้เป็นจุดสำคัญที่พวกท่านไม่เคยได้ใส่ใจ ณ บัดนี้ จงได้ฟังธรรมคีตาของอาตมา ที่มีชื่อว่า “ข้อเตือนใจแปดประการ”
ปราสาทและนครอันเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
อันเป็นสถานที่ซึ่งท่านยินดีจะพำนักอาศัยอยู่ในกาลบัดนี้นั้น
ย่อมจะกลับกลายเป็นผืนดินอันรกร้างว่างเปล่า
ที่เหลือไว้แต่ร่องรอยของสิ่งปรักหักพัง ในกาลอนาคต เมื่อท่านได้ล่วงลับลาจากโลกนี้ไปแล้ว

ความโอ้อวดและหยิ่งผยองลำพองตนซึ่งเป็นเพียงเหยื่อล่อ ที่ท่านยินดีติดตามมันอยู่ในกาลบัดนี้นั้น
ย่อมไม่สามารถใช้เป็นที่พึ่งพาอาศัยแก่ท่านได้เลย เมื่อมรณกาลคืบคลานเข้ามา

บรรดาวงศาคณาญาติอันล้วนเป็นบุคคลซึ่งท่านยินดีปรารถนาจะอยู่ใกล้ชิดในกาลบัดนี้นั้น
ย่อมเป็นผู้ที่ท่านจำต้องพลัดพรากจากไปทั้งหมดทั้งสิ้นเมื่อกายแตกทำลายลง

คนรับใช้พร้อมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภครวมทั้งเด็กๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ท่านยึดครองไว้ในกาลบัดนี้นั้น
ท่านย่อมไม่สามารถจะหยิบฉวยมันไว้ใช้ได้อีกต่อไป เมื่อมรณกาลมาเยือน

ความสดชื่นด้วยพลานามัยที่สมบูรณ์ซึ่งท่านยินดีหวงแหนอยู่ในกาลบัดนี้นั้น
ย่อมจบสิ้นลง เมื่อเรือนกายของท่านถูกหุ้มห่อและแบกไปทิ้ง

ณ บัดนี้อวัยวะต่างๆของท่านยังแข็งแรงดีอยู่ เนื้อและเลือดยังเปล่งปลั่งสมบูรณ์
แต่จงได้ระลึกรู้ว่า เมื่อขณะแห่งมรณกาล มันย่อมไม่อยู่รับใช้ท่านอีกต่อไป

อาหารอร่อยหอมหวานเป็นสิ่งซึ่งท่านปรารถนาจะกิน ณ บัดนี้
แต่จงได้ระลึกรู้ว่าเมื่อมรณกาลมาเยือน
ปากของท่านย่อมเพียงแต่ปล่อยให้น้ำลายไหลยืดออกมา

เมื่ออาตมาได้พิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้
อาตมาไม่มีหนทางอื่นใดนอกจากปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์
ความรื่นเริงสำราญทั้งหลายบนโลกภพนี้ หมดอำนาจดึงดูดครอบงำอาตมาอีกต่อไป

อาตมาได้แสดงข้อเตือนใจแปดประการ ณ สถานที่แห่งนี้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
อาตมาขอให้ท่านทั้งหลายจงจดจำไว้พิจารณา
เพื่อปลุกเร้าพลังใจในการปฏิบัติบำเพ็ญตามอาตมา

ธรรมคีตาของท่าน ได้ปลุกเร้าพ่อค้า ดาวานอบู ให้เกิดศรัทธาอย่างล้ำลึก เขาได้อุทานขึ้นว่า “ท่านลามะ ธรรมคีตาของพระคุณเจ้า ช่างเป็นความจริงเสียนี่กระไร มันแจ่มชัดและปลุกเร้าให้กระผมรำลึกถึงพระธรรม จงได้โปรดแนะนำสั่งสอนกระผม ว่าจะสามารถปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์อย่างไร”
ท่านมิลาเรปะกล่าวบทโศลกว่า
สถานที่อันสงบวิเวกย่อมเหมาะสมสำหรับการงอกงามของกุศลธรรม
คุรุผู้รู้จริงและปฏิบัติสำเร็จแล้ว ย่อมมีค่ายิ่งกว่าอัญมณี
เป็นบุคคลผู้ซึ่งสมควรแก่การน้อมคารวะด้วยความสุจริตใจ
คำสอนที่ไม่หลงทิศหลงทาง เป็นมรรคาที่จะต้องดำเนินตาม

บุคคลผู้ซึ่งรู้สึกว่ามีดวงจิตอันดิ้นทุรน
สมควรอย่างยิ่งในการเยียวยารักษาตนโดยพยายามเข้าถึงสุญตภาวะ
อันเป็นสภาพซึ่งความผูกพันร้อยรัดจักถูกปลดปล่อยสู่ความเสรี
มันช่างน่าปลาบปลื้มและอัศจรรย์อะไรเช่นนี้หนอ

บุคคลผู้ซึ่งรู้สึกเจ็บป่วยทางจิตวิญญาณ
ควรได้ร่ำร้องที่จะบริโภคโภชนาหารแห่งความไม่กำหนดหมายแยกแยะคุณค่าของสิ่งใดๆ
เขาย่อมได้พบความน่าอัศจรรย์ของสภาพที่เบาว่างปลอดโปร่งสิ้นความวิตกกังวล
มันช่างน่าปลาบปลื้มและอัศจรรย์อะไรเช่นนี้หนอ

บุคคลผู้ท้อแท้ต่อการปฏิบัติธรรม จำเป็นต้องใกล้ชิดเสพคุ้นกับท่านผู้รู้
อันจักก่อประโยชน์แก่จิตวิญญาณในภายใน

ในบางครั้งที่ความลังเลสงสัยบังเกิดขึ้นในดวงใจ
ท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้ศึกษาคำสอนอันถือกำเนิดมาจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยบทสรุปตัดสินในถ้อยคำอันเป็นความจริงแท้ของพระธรรม
ความเชื่อมั่นและศรัทธาในใจของบุคคล ย่อมงอกงามเติบใหญ่

ผู้ซึ่งเผชิญอยู่กับอุปสรรคอันยุ่งยาก
สมควรจะได้ระลึกถึงพระรัตนตรัยด้วยดวงใจที่เปี่ยมศรัทธา
ไม่ช้าไม่นานความสงบเย็นจักแผ่ซ่านอยู่ในภายใน

อีกครั้งหนึ่ง ที่บุคคลควรได้คิดถึงเหล่าบุคคลผู้ไร้ศรัทธา
ผู้ซึ่งทอดเรือนกายของเขาอยู่บนเตียงนอนแห่งสังสารวัฏ
ผู้ซึ่งหนุนศีรษะของเขาด้วยหมอนแห่งกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการ
และสลัดมูตรคูตรแห่งตัณหาราคะออกไปในทิศทั้งสิบ
บุคคลควรได้แสวงหาแพทย์ เพื่อดูแลรักษาเขา
โดยการอุทิศตนต่อการปฏิบัติบำเพ็ญทั้งกาย วจี และมโน
บุคคลย่อมสามารถวิเคราะห์สาเหตุของโรคได้
ด้วยการบ่มเพาะบารมีทั้งหก บุคคลย่อมได้รับธรรมโอสถ
บุคคลย่อมได้รับอานิสงส์อันเกิดแต่ความแน่ใจต่อการบรรลุถึงกายทั้งสามแห่งพุทธะ
พิษร้ายแห่งกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการย่อมสูญสิ้นไป

เพื่อขอขมาโทษและขออภัย
บุคคลควรได้บริจาคด้วยความจริงใจ

เมื่อฟังธรรมเทศนาจากท่านมิลาเรปะจบลง ดาวานอบู ได้บังเกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างลึกล้ำ และต่อมาภายหลัง เขาได้กลับกลายมาเป็นนักบวชชั้นเลิศไปในที่สุด
วันหนึ่ง ท่านมิลาเรปะในเครื่องแต่งกายของนักบวช ได้เข้าไปยังที่พักผู้เดินทาง ท่านมหายอกรูตังบากำลังแสดงธรรมให้หมู่สงฆ์ฟัง โดยที่ท่านมิลาเรปะได้รู้มาว่าข้อวัตรปฏิบัติของสงฆ์หมู่นี้ มีรูปแบบในการต้องสวดสาธยายมนต์ทุกเย็น ฝึกสมาธิในเวลากลางวัน และมักจะขั้นด้วยศาสนพิธีก่อนการแสดงธรรมเสมอ
ท่านมิลาเรปะเข้าไปขอบิณฑบาตจากหมู่สงฆ์ พระภิกษุหลายรูปพากันกล่าวว่า “ชายผู้นี้ช่างน่าสมเพชจริงหนอ เขาแสดงตนเป็นนักบวช แต่ไม่เคยศึกษาหรือปฏิบัติธรรมเลย ไม่มีภูมิรู้หรือตั้งใจที่จะบำเพ็ญสมาธิภาวนาแต่อย่างใดเลย เขาสวดมนต์ไม่ได้แม้แต่บทเดียว และยังมาขอบิณฑบาตกับพระสงฆ์อีก น่าทุเรศมากเลย” พวกเขาพากันรู้สึกสลดใจต่อท่าน ท่านมิลาเรปะได้กล่าวกับพวกเขาว่า “ดวงจิตของอาตมาเรียบง่ายและผาสุกเสมอ เพราะอาตมาสามารถปฏิบัติในการสละอุทิศตนได้ในหลายๆวิถีทางพร้อมๆกัน เช่นสวดสาธยายมนตราและมีทิพย์จักษุเห็นองค์เทพเทวาขณะที่ศึกษาปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จงได้โปรดฟังธรรมคีตาของอาตมา”
พระรัตนตรัยย่อมยังประโยชน์แก่สรรพชีวิตเสมอ
ในอาณาจักรของการบรรลุถึงความไร้ตัวตนผู้กระทำกรรมใดๆ อันเต็มเปี่ยมอยู่ด้วยสติ
อาตมาได้รู้แจ้งตระหนักชัดอย่างสมบูรณ์ในสิ่งทั้งปวง
ไฉนอาตมาจึงยังต้องสวดสาธยายถึงความรู้แจ้งทั้งหลายอยู่อีกเล่า
ความผาสุกคือการบำเพ็ญโยคะ โดยปราศจากมนตราและการท่องบ่น

ผู้ที่บรรลุถึงอุภโตภาควิมุติซึ่งสมบูรณ์พร้อมทั้งเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ
คือพุทธะ ซึ่งเป็นที่พึ่งอันเกษมแท้จริง
ในอาณาจักรอันสว่างไสวแห่งปรีชาญาณ
อาตมาได้ตระหนักชัดถึงความไม่ดำรงอยู่ของบรรดาสรรพสิ่ง
อาตมาย่อมหมดความจำเป็นที่จะต้องฝึกบำเพ็ญสมาธิแบบโยคีอีกต่อไป
สภาพที่ยิ่งกว่าสุข คือประสบการณ์ในการเข้าถึงความเป็นเอกสภาวะเดียวกับพุทธะ

เทพธิดาได้ช่วยกันขจัดอุปสรรคยุ่งยากและภัยพิบัติทั้งมวล
ด้วยความรู้เห็นอันเป็นปัจจัตตังรู้เฉพาะตนของอาตมาถึงธรรมชาติของจิตเดิมแท้
ย่อมทำให้อาตมาหมดความจำเป็นที่จะต้องมัวสาละวนอยู่กับศาสนพิธี
สัมมาอริยมรรคอันดำเนินสู่ความผาสุกนั้น
คือการปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อปลดปล่อยอายตนะทั้งหกสู่ความเสรี

การสั่งสมความรู้เห็นทางปริยัติธรรมไว้มากมาย อาจกลับกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางทางดำเนิน
อาตมาย่อมขจัดความชั่วร้ายด้วยการสมาทานในศีลอันสะอาดหมดจด
ดังนั้น พิธีปัดรังควานด้วยไสยศาสตร์ จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับอาตมา
ความผาสุกคือการบำเพ็ญโยคะ ที่หยั่งรู้ถึงธรรมกาย ตามข้อชี้แนะของพระปริยัติธรรม

ถ้อยคำที่ใช้ในการพูดอธิบาย ย่อมเป็นเพียงตรรกศาสตร์
ในอาณาจักรแห่งสัมมาสติอันสว่างไสว อาตมาไม่ต้องการที่จะศึกษาเล่าเรียนอะไรอีก
ความผาสุกคือประสบการณ์แห่งความรู้แจ้งตระหนักชัด ที่เกิดจากการบำเพ็ญโยคะของนักบวช
อันเป็นแหล่งก่อกำเนิดพระสูตรทั้งปวง

ท่านมหา ยอ กรู ได้กล่าวกับท่านมิลาเรปะว่า “ท่านสมณะ ประสบการณ์และความเข้าใจของท่าน มหัศจรรย์มากจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลักการของพระพุทธศาสนา พระปริยัติธรรมจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น และยังช่วยก่อแรงบันดาลใจให้ผู้คนดำเนินตามวิถีทางแห่งกุศล มันไม่เป็นดังนั้นดอกหรือ?” ท่านมิลาเรปะกล่าวโต้ตอบว่า “ตามที่ท่านว่ามานั้น อาจเป็นคำสอนในสำนักของท่าน และท่านย่อมสามารถทำตามความพอใจของท่านได้ คำสอนของอาตมาแตกต่างออกไปบ้าง อาตมาคิดว่า เพียงแต่บุคคลมีความรู้สึกนับถือตนเองได้ ด้วยไม่มีเรื่องที่ต้องน่าละอาย แค่นี้ก็นับว่าพอเพียงแล้ว จากที่อาตมาได้เห็นวิถีทางในการอุทิศตนของพวกท่าน อาตมาขอวิเคราะห์ให้ฟัง จงฟังดูเถิด แล้วชั่งใจว่าคำกล่าวของอาตมาที่จะแสดงต่อไปนี้ ถูกต้องหรือไม่”

อาตมาขอถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
คุรุผู้เมตตาของอาตมา จงได้โปรดคุ้มครองและอวยพรชัยให้อาตมาด้วย

ท่านมหาผู้คงแก่เรียนแต่ยังคงหมกจมอยู่ในโลกธรรมทั้งแปดประการ
ท่านจะสามารถขจัดความมืดบอดและอุปสรรคนานับประการให้แก่บุคคลอื่นได้อย่างไร
ในเมื่อท่านไม่สามารถเอาชนะจิตใจของท่านเองให้ได้เสียก่อน

มันไม่ผิดอะไรกับการได้เห็นนกยูงลำแพนท่ามกลางท้องฟ้าอันขาวสะอาด
แล้วกลับอันตรธานหายลับไปในทันใด
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

บรรดาวัดที่มีโรงครัวอยู่หลังหมู่บ้านนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความหลอกลวง
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

การเข้าร่วมในสมาคมที่อึกทึกครึกโครม ย่อมไม่ผิดอะไรกับการตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู
จงพิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่จริงดังนั้นดอกหรือ

การสะสมโลกียทรัพย์ เช่น ม้า แกะ และอัญมณี
เปรียบประดุจหยดน้ำที่เกาะติดอยู่บนแก้ว ซึ่งอยู่ท่ามกลางกระแสลมร้อน
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

เรือนกายอันเป็นมายาของมนุษย์ ซึ่งเต็มไปด้วยตัณหาราคะ
ไม่ได้ต่างอะไรกับซากศพที่ฉาบทาไว้ด้วยทองคำ
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

ผู้นำสตรีที่ขาดประสบการณ์ ย่อมเพียงแต่ลอกเรียนแบบอย่างและท่วงท่าอันสง่างามไว้ได้เท่านั้น
ในท้ายที่สุด ย่อมนำความเสื่อมเสียมาให้
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

การช่วยเหลือโดยมีการเรียกร้องตั้งวงบริจาคนั้น
ไม่ได้ผิดอะไรกับการเก็บภาษีของข้าราชการผู้หยิ่งผยองลำพองตน
จงพิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่ได้เป็นดังนั้นดอกหรือ

การทำนายทายทักและศาสนพิธีอันเป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวบ้านนั้น
ไม่ได้ผิดอะไรกับการแสดงมายากล
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

การร่วมกันสวดประสานเสียงด้วยท่วงทำนองอันไพเราะของบรรดาสานุศิษย์
ซึ่งก่อให้เกิดความกำหนัดยินดีแม้แก่ตนเอง
ไม่ได้ผิดอะไรกับเสียงคร่ำครวญของพญามาร
จงพิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่จริงดังนั้นดอกหรือ

การครอบครองที่ดินบ้านเรือนจนถึงประเทศชาตินั้น เป็นสิ่งสมมุติที่ไม่อาจเป็นจริง
มันเพียงแต่ยั่วยุให้หลงใหล เช่นเดียวกับที่สายรุ้งสวยสดงดงาม ล่อลวงผู้ที่ยังอยู่ในวัยเยาว์
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

การโน้มน้าวและชนะใจสานุศิษย์ ด้วยความฉ้อฉลหลอกลวง
ไม่ได้ต่างอะไรกับคนรับใช้ที่คอยประจบบรรดาเจ้านาย
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

การแสดงธรรมเทศนาโดยปราศจากการเข้าถึงสภาวธรรมอันแท้จริง
ย่อมเป็นเพียงการโกหกหลอกลวง
จงได้พิจารณาดูเถิดท่านมหา มันไม่เป็นจริงดังนั้นดอกหรือ

ถ้าท่านไม่สามารถยังประโยชน์ให้แก่ตนเองได้แล้วไซร้
ท่านจะสามารถบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นได้อย่างไร

หลังจากได้ฟังท่านมิลาเรปะแสดงธรรมจบลง สงฆ์หมู่นี้ก็เริ่มศรัทธาในตัวท่าน แม้ว่าจะมีข้อขัดแย้งกับบทเรียนตามแบบฉบับอันไม่มีขั้นมีตอนของท่านมิลาเรปะ แต่ครั้นเมื่อได้ฟังท่านชี้แจงเพิ่มเติม ท่านมหายอกรูตังบาถึงกับต้องลุกขึ้นแสดงคารวะต่อท่านด้วยน้ำตานองหน้าและได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ภิกษุหนุ่มซีวานดันชอนชาวาซึ่งเป็นพระรูปหนี่งที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ได้ออกติดตามศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่านมิลาเรปะ จนได้บรรลุถึงบรมธรรมสูงสุด ท่านได้รับฉายานามว่า ซีวานเรปะ

นี้เป็นตำนานเรื่องราว ที่ท่านมิลาเรปะพบสานุศิษย์ของท่าน คือท่าน ซีวานเรปะ ณ ที่พักผู้เดินทาง การากาเช่ แห่ง ยี รู จาง ในแคว้น ซาง

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook