บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

นายพรานกับกวาง หลังจากได้อนุเคราะห์บรรดาสานุศิษย์ของท่าน ให้อยู่ในกุฏิของแต่ละคนแล้ว ท่านมิลาเรปะ ได้ออกจาริกธุดงค์ไปยังสถานที่ปลีกวิเวก ณ ภูเขา นะยิชางเกอดา ซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อเขตแดนระหว่าง ทิเบตและเนปาล ลาดชันของภูเขาตอนบน ดูระเกะระกะ มีเมฆหมอกครึ้ม เจิ่งนองชื้นแฉะด้วยน้ำฝน ด้านขวาของภูเขา เป็นหน้าผาสูงชัน บุคคลสามารถได้ยินเสียงร้องของสัตว์ป่า และได้แลเห็นหมู่แล้งบินถลาร่อนอยู่เหนือขึ้นไป ด้านซ้ายปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นที่ซึ่งฝูงกวางและละมั่งพากันมาวิ่งเล่น เบื้องล่างเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้นาๆพันธ์และบรรดาไม้ดอก เป็นสถานที่อาศัยของฝูงลิง นกยูง ไก่ป่า และนกสวยงามมากมาย ฝูงลิงร่าเริงอยู่กับการกระโดดโลดเต้นท่ามกลางหมู่ไม้น้อยใหญ่ บรรดานกโผบินไปมาด้วยปีกสวยงามของมัน พร้อมทั้งส่งเสียงร้องขับขาน เบื้องหน้ากระท่อม มีธารน้ำอันเกิดแต่การหลอมละลายของหิมะ ผู้คนที่ผ่านไปมา ได้ยินเสียงน้ำไหลเซาะปะทะก้อนศิลาน้อยใหญ่ในธารน้ำอยู่ตลอดเวลา
กระท่อมนี้ถูกเรียกว่า กาดายา มันเงียบสงัดและรื่นรมย์ เหมาะสำหรับการสละอุทิศตนมาก ท่านมิลาเรปะ ได้ใช้อาการไหลรินของสายน้ำเจริญอนิจสัญญา ขณะเดียวกับที่บรรดาเทพธิดาต่างพากันยินดีในการมาเยือนของท่าน และได้คอยเฝ้าปรนนิบัติรับใช้ท่าน วันหนึ่งขณะที่ท่านมิลาเรปะ ได้ยินเสียงสุนัขเห่าดังแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่านดำริขึ้นว่า “สถานที่สัปปายะอันเหมาะสมเช่นนี้ ยังจะถูกรบกวนอีกหรือ?” ท่านออกมาจากกระท่อม ขึ้นมานั่งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ ท่านแผ่เมตตาจิตออกไปโดยไม่มีประมาณ เวลาล่วงไปได้ไม่นาน ท่านได้แลเห็นกวางป่าถูกนางสุนัขล่าเนื้อไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ในระยะไกลมาก ท่านดำริขึ้นด้วยความเมตตาว่า “มันเป็นเพราะวิบากกรรมอันเลวของกวางในอดีต ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ก่อบาปกรรมในชาตินี้ มันก็ต้องรับความทุกข์ทรมาน อาตมาจะต้องโปรดมัน” ท่านได้กล่าวบทโศลกขึ้นว่า

อาตมาขอน้อมเศียรเกล้ากราบลง ณ เบื้องบาทของท่านมาระปะ
ได้โปรดอวยพรชัยให้สรรพสัตว์ พ้นจากความทุกข์ทรมานด้วยเถิด

จงได้ฟังอาตมา เจ้ากวางเขาแหลม
มันเป็นเพราะมัวสาละวนอยู่กับการหลบหลีกสิ่งต่างๆที่เป็นข้าศึกในโลกภายนอก
เจ้าจึงหมดโอกาสที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากความมืดบอดในภายใน

จงระงับความหวาดหวั่นและทุกข์ทรมานทั้งปวงลงเสีย
มันถึงเวลาที่จะสละคืนความโง่งมที่เกิดจากมิจฉาทิฐิในสภาพมายาทั้งปวงแล้ว
อิทธิพลของวิบากแห่งกรรมย่อมไม่มีผู้ใดจะทัดทานได้
เจ้าจะพาเรือนกายอันเป็นมายานี้หลบหลีกไปได้อย่างไรกัน

ดังนั้นจงได้สงบอยู่ในพฤติภาพแห่งดวงใจของเจ้าเถิด
ถ้าคิดจะออกวิ่งไปข้างหน้าแล้วไซร้ จงได้กำหนดทิศทางสู่พระโพธิญาณ
ไม่มีสถานที่อื่นใดดอก ที่จะปกป้องคุ้มครองได้อย่างปลอดภัย

จงได้ถอดถอนอวิชชาที่ปรุงแต่งความคิดให้หลั่งไหลอยู่ในดวงใจออกเสีย
จงอยู่ใกล้ชิดอาตมาด้วยความสงบระงับ
ขณะที่ความหวาดกลัวต่อความตายกำลังคุกคามเจ้าอยู่อย่างมากมายนั้น
เจ้าได้แต่คิดว่าสถานที่ปลอดภัยอยู่ข้างหน้า การรั้งรออยู่ที่เดิมจะมีแต่อันตราย
การกำหนดหมายที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวังเช่นนี้
คือคำตอบที่ว่าเพราะเหตุใด เจ้าจึงต้องกระเสือกกระสนไปในสังสารวัฏ

อาตมาจะได้สอนเจ้าให้เรียนรู้ถึงโยคะทั้งหกของท่านนาโรปะ
และจักจัดการให้เจ้าได้บำเพ็ญมหามุทรา อันหมายถึงสุญญตาธรรม

เสียงของท่านมิลาเรปะก้องกังวานดังเสียงพรหม ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้ยิน ย่อมบังเกิดความเลื่อมใสยินดี
ด้วยพลังแห่งเมตตาธรรมของท่าน กวางรู้สึกผ่อนคลายจากความหวาดกลัวที่จะถูกจับ น้ำตาของมันไหลรินลงมาจากดวงตาทั้งคู่ มันเข้ามาใกล้ท่านมิลาเรปะ ค่อยๆบรรจงใช้ลิ้นเลียจีวรของท่าน จากนั้นก็นอนหมอบลงทางด้านซ้ายของท่าน ท่านมิลาเรปะดำริว่า “กวางตัวนี้ถูกตามล่าโดยสุนัขที่ดุร้าย ตัวที่อาตมาได้ยินเสียงเห่าของมันเมื่อครู่นี้”
ขณะที่ท่านกำลังนึกวาดภาพของสุนัขอยู่ในใจว่าเป็นอย่างไร ก็มีนางสุนัขขนสีแดงเพลิง มีหางสีดำ และมีปลอกสวมคอ วิ่งตรงเข้ามายังท่าน มันเป็นสุนัขล่าเนื้อตัวเมีย ลิ้นของมันห้อยออกมานอกปากเห็นได้ชัด กรงเล็บเท้าแหลมคมของมัน สามารถฉีกสัตว์ออกเป็นชิ้นๆได้ และเสียงร้องของมันดุจดังฟ้าคำราม ท่านมิลาเรปะดำริว่า “เจ้าสุนัขตัวนี้เอง ที่ไล่ขย้ำกวางมา มันดุร้ายมากจริงๆ มันโกรธสิ่งที่มันเห็นว่าเป็นศัตรูทุกชนิด เป็นเรื่องดี ที่อาตมาจะทำให้มันสงบลงได้” ความเมตตาในสัตว์เดรัจฉาน บังเกิดขึ้นในใจของท่าน ท่านได้กล่าวบทโศลกขึ้นว่า
อาตมาขอกราบลง ณ เบื้องบาทท่านอาจารย์มาระปะ
จงได้โปรดอวยพรชัยให้สัตว์โลกได้พ้นจากพยาบาทวิตกในดวงใจด้วยเถิด
โอ้ เจ้าสัตว์เดรัจฉานที่มีดวงหน้าของสุนัขป่า
จงฟังอาตมา มิลาเรปะ

ไม่ว่าอะไรที่เจ้าเห็น เจ้าทึกทักเอาว่าเป็นศัตรูของเจ้าเสมอ
เจ้าสุนัขล่าเนื้อผู้มีหัวใจที่เต็มไปด้วยความชิงชังและวิกลจริต
มันเป็นเพราะวิบากแห่งกรรมอันเลวทรามในอดีต
เจ้าจึงถืออุบัติในภพภูมิแห่งเดรัจฉาน ผู้เต็มไปด้วยความกระหายอยากและร่านทุรน

ถ้าเจ้ามิได้พยายามหยุดยั้งความคิดที่หลั่งไหลอยู่ในภายในลงให้ได้แล้วไซร้
มันย่อมไร้ประโยชน์ที่จะมาพยายามหยุดยั้งสิ่งต่างๆอันเป็นไปในภายนอก
มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องขจัดความชั่วร้ายให้สูญสิ้นไปจากดวงใจของเจ้า
จงได้อยู่ใกล้ชิดอาตมาด้วยความสงบเถิด

ด้วยการกำหนดหมายว่าเส้นทางนี้จะทำให้สูญเสียเหยื่อ
เจ้าจึงได้หวังว่าการวิ่งแล่นไปทางโน้น จักทำให้ตะครุบเหยื่อได้
นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องกระเสือกกระสนท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ

อาตมาจะได้สอนเจ้าให้เรียนรู้ถึงโยคะทั้งหกของท่านนาโรปะ
และจักจัดการให้เจ้าได้บำเพ็ญมหามุทรา อันหมายถึงสุญญตาธรรม

เมื่อได้ฟังสำเนียงแห่งสวรรค์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตากรุณา ความดุร้ายของมันก็หย่อนคลายลง มันเปลี่ยนเป็นร้องครางและกระดิกหางกับท่านมิลาเรปะ มันตรงเข้ามาเลียจีวรของท่าน มันทำท่ากราบท่าน น้ำตาไหลรินออกมา มันหมอบลงอย่างสงบใกล้ๆกวาง
ท่านมิลาเรปะดำริขึ้นว่า “ยังต้องมีคนบาป ติดตามสัตว์ทั้งสองมาด้วย เขาคงจะมาถึงในไม่ช้า” ต่อมาไม่นาน ชายที่ดูหยิ่งยโสและดุร้ายก็ปรากฏกายขึ้น ภายใต้เสียงด่าทอ ดวงตาของเขาลุกโพลงอย่างดุดัน ผมของเขาถูกมัดไว้เหนือศีรษะ แขนเสื้อแกว่งไกว ขณะวิ่งเข้ามาหาท่านมิลาเรปะ ในมือข้างหนึ่งถือคันธนูและลูกศร มืออีกข้างหนึ่งถือบ่วงบาศยาวสำหรับคล้องจับเหยื่อเมื่อเขาปราดเข้ามา บุคคลย่อมได้ยินเสียงลมหายใจเหนื่อยหอบ และได้แลเห็นเหงื่อไหลย้อยลงจากใบหน้าของเขา ซึ่งแทบจะทำให้เขาสำลักตาย เมื่อเขาได้แลเห็นนักบวชกับสุนัขและกวางที่นอนอยู่ข้างๆ ประดุจมารดากับบุตร เขาดำริว่า “ทั้งกวางและสุนัขของข้าฯ โดนมนต์สะกดโดยนักบวชผู้นี้หรืออย่างไร?” เขาร้องตะโกนไปยังท่านมิลาเรปะด้วยความโกรธว่า “เจ้านักบวชที่ไหลลื่นไปทั่ว ข้าเห็นแกที่นี่ ที่นั่น และทุกหนทุกแห่ง แกเล่นเกมฆ่าบนภูเขาหิมะ ลงมาตกปลาริมทะเลสาบในทุ่งราบ แกเข้าไปในเมืองเพื่อขายสุนัขและต่อสู้กับผู้คน มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย ที่คนอย่างแกจะตายสักสองสามคน แกอาจมีอำนาจสะกดหมาและกวางของข้าฯ แต่มาดูกัน ณ บัดนี้เถิดว่า เสื้อผ้าของแกจะกันลูกศรของข้าฯได้หรือเปล่า?” เมื่อพูดจบ เขาก็เหนี่ยวคันธนู ยิงลูกธนูใส่ท่านมิลาเรปะ แต่ลูกธนูกับเหินขึ้นสูงผิดพลาดเป้าหมายไปหมด ท่านมิลาเรปะดำริว่า “แม้แต่สัตว์เดรัจฉานที่โง่เขลาก็ยังเข้าใจภาษาของอาตมา เขาควรจะเข้าใจได้ด้วย เพราะเขาเป็นมนุษย์”
ท่านกล่าวขึ้นว่า “เธอไม่ต้องรีบร้อนยิงอาตมาดอก เธอมีเวลาอีกมากมายถมเถไป จงใช้เวลาของเธออย่างสบาย และฟังอาตมา” ด้วยเสียงก้องกังวานดังเสียงพรหม ท่านแสดงบทโศลกให้นายพราน ผู้มีนามว่า ชิราวา กวันโบ ดอจี
อาตมาขอสวดภาวนาถึงวิสุทธิบุคคลทั้งมวล
อาตมาสวดภาวนาให้ท่านช่วยขจัดปัดเป่ากิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการ ให้สูญสิ้นลงด้วยเถิด

นายพรานผู้มีเรือนกายแห่งมนุษย์ แต่มีดวงหน้าเป็นปีศาจ
จงได้ฟังอาตมามิลาเรปะ จงได้ฟังบทโศลกของมิลาเรปะ

ผู้คนกล่าวกันว่า เรือนกายของมนุษย์นั้นย่อมมีค่าดุจอัญมณี
แต่สำหรับคนบาปหนาผู้มีแววตาแห่งมารเช่นท่านนั้นย่อมไร้ค่าสิ้นเชิง
แม้แต่โลกียสุขในชีวิตนี้ ท่านก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับมันเลย
การสละออกซึ่งตัณหาราคะอันเป็นไปในภายในนั้น ย่อมทำให้บุคคลได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่
การเอาชนะตนเองย่อมเป็นสิ่งที่ยากลำบาก
ขณะที่ยังต้องพะวงกับการต่อสู้ในโลกภายนอกไปพร้อมๆกันด้วย
จงได้เอาชนะตัวตนและดวงจิตของเธอให้จงได้
การทำชีวิตกวางตัวนี้ให้ตกล่วง ไม่ได้นำความน่ายินดีมาสู่เธอเลย
แต่ถ้าเธอจักได้ฆ่ากิเลสนิวรณ์ทั้งห้าในภายใน แล้วไซร้
ความปรารถนาของเธอ ก็จักบรรลุถึงสัมฤทธิ์ผล

ถ้าบุคคลเอาแต่พยายามต่อสู้กับศัตรูในโลกภายนอก
มันย่อมกลับกลายเป็นการเพิ่มพูนข้าศึกและขยายขอบเขตของสงครามให้กว้างขวางออกไป
ถ้าบุคคลจักได้เอาชนะตัวตนและจิตในภายใน
มันย่อมทำให้ศัตรูทั้งมวลปลาสนาการไป ในเวลาไม่ช้าไม่นานเลย

จงอย่าได้ใช้ชีวิตของเธอเพื่อสั่งสมบาปกรรม
มันเป็นสิ่งดีงามสำหรับเธอ ที่จะได้ปฏิบัติธรรมะอันศักดิ์สิทธิ์

อาตมาจะได้สอนเธอให้เรียนรู้ถึงโยคะทั้งหกของท่านนาโรปะ
และจักจัดการให้เธอได้บำเพ็ญมหามุทรา อันหมายถึงสุญญตาธรรม

นายพรานดำริขึ้นว่า “ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่า ถ้อยคำที่นักบวชผู้นี้กล่าว จะเป็นความจริง โดยปรกติ กวางเป็นสัตว์ที่ขี้ตกใจมาก และสุนัขของข้าฯก็เป็นสัตว์ที่ปราดเปรียวดุร้ายมาก มาวันนี้ มันนอนอย่างสงบอยู่ด้วยกันข้างกายนักบวช ตัวหนึ่งอยู่ข้างซ้าย ตัวหนึ่งอยู่ข้างขวา ดังมารดากับบุตร ข้าฯไม่เคยยิงธนูผิดพลาดเลย ในฤดูกาลล่าเหยื่อหน้าหนาว ในภูเขาหิมะ แต่มาวันนี้ ข้าฯยิงเขาไม่ถูก เขาจะต้องมีมนต์ดำอย่างแน่นอน หรือไม่ก็เป็นลามะที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ธรรมดา ข้าฯจะต้องตรวจสอบดู ว่าเขาเป็นอยู่อย่างไร?”
เมื่อดำริดังนั้นแล้ว เขาเข้าไปในกระท่อมซึ่งอยู่ในถ้ำ เขาไม่พบอะไรเลย นอกจากสมุนไพรเล็กๆน้อยๆ เขาเริ่มศรัทธาในตัวท่านมิลาเรปะ และได้กล่าวว่า “ท่านลามะ อาจารย์ของท่านเป็นใคร ท่านปฏิบัติตามคำสอนแบบไหน? ท่านมาจากไหน? ใครเป็นมิตรสหายของท่าน และท่านมีอะไรครอบครองบ้าง? ถ้าข้าฯยอมรับท่านได้ ข้าฯควรที่จะเป็นข้าทาสรับใช้ท่าน ข้าฯจะถวายชีวิตของกวางนี้ให้ท่านด้วย”
ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า “อาตมาจะบอกเธอถึง มิตรสหายของอาตมา มาจากไหน อาตมามีชีวิตอยู่อย่างไร ถ้าเธอสามารถดำเนินตามวิถีชีวิตของอาตมา เธอก็อาจมากับอาตมา ท่านได้แสดงบทโศลกให้ ชิราวา กวันโบ ดอจี ฟังว่า
ท่านลามะ ทิโลปะ นาโรปะ และ มาระปะ
ทั้งสามท่านนี้ คือคุรุของอาตมา
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

คุรุ พุทธนิมิต และเทพธิดา
ทั้งสามสิ่งนี้ อาตมามิลาเรปะ ให้ความเคารพบูชา
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ทั้งสามสิ่งนี้ คือสรณะของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา
ทิฐิ การปฏิบัติ และการกระทำกรรม
ทั้งสามหัวข้อนี้ คือพระธรรมที่มิลาเรปะปฏิบัติ
ถ้าเธอสามารถซึมซับคำสอนเหล่านี้ เธอก็อาจติดตามอาตมา

ภูเขหิมะ ภูเขาศิลา และภูเขาดิน
ทั้งสามแห่งนี้ คือสถานที่ซึ่งมิลาเรปะบำเพ็ญสมาธิภาวนา
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

กวาง แกะ และ ละมั่ง
สัตว์ทั้งสามนี้ คือปศุสัตว์ของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

แมวป่า สุนัขป่า และสุนัขจิ้งจอก
สัตว์ทั้งสามนี้ คือสุนัขเฝ้าบ้านของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

นกกาเหว่า นกแร้ง นกโจลโมเสียงไพเราะ
นี้คือเป็ดไก่ของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

สุริยัน จันทรา และหมู่ดาว
ทั้งสามสิ่งนี้ คือรูปภาพของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

เทพเจ้า ปีศาจ และนักบุญ
ทั้งสามสิ่งนี้ คือเพื่อนบ้านของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

หมาไฮยีน่า ค่าง ลิง
สัตว์ทั้งสามนี้ คือเพื่อนเล่นของอาตมา
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา
ความที่ยิ่งกว่าสุข ความสว่างใส และปราศจากความตริตรึก
ทั้งสามภาวะนี้ คือมิตรสหายของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

ข้าวโอ๊ต หัวมัน สมุนไพร
ทั้งสามสิ่งนี้ คืออาหารของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

น้ำจากหิมะ น้ำพุ น้ำจากลำธาร
ทั้งสามสิ่งนี้ คือเครื่องดื่มของมิลาเรปะ
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

พลังกำจัดสารพิษ พลังปราณ พลังโคจรของเลือดลม
ทั้งสามสิ่งนี้ คือเครื่องนุ่งห่มของอาตมา
ถ้าเธอพอใจยอมรับ เธอก็อาจติดตามอาตมา

นายพรานดำริว่า “คำพูดของท่าน ความนึกคิด และการกระทำ สอดคล้องต้องกันอย่างแท้จริง” ความศรัทธาได้บังเกิดขึ้นในใจของนายพราน เขาหลั่งน้ำตาออกมามากมาย และน้อมกายลงกราบที่เท้าของท่านมิลาเรปะ พลางอุทานว่า “โอ้ ลามะผู้ประเสริฐ ณ บัดนี้ กระผมขอถวายกวางของกระผม สุนัขของกระผม คันธนู ลูกธนู และบ่วงบาศของกระผม ให้กับท่าน กระผมและสัตว์เลี้ยงของกระผม ได้ร่วมกันก่อบาปกรรมไว้มากมาย กระผมขอให้ท่านปลดปล่อยสุนัขของกระผม นังแดงเพลิง ขึ้นสู่ภพภูมิที่สูงยิ่งขึ้น ขอพระคุณเจ้านำกวางนี้ไปสู่มรรคาแห่งความผาสุก และโปรดช่วยสอนธรรมะกระผม และช่วยนำกระผมสู่สัมมาอริยมรรคแห่งความอิสระหลุดพ้น” จากนั้นนายพรานได้กล่าวว่า

ข้างขวากระผม คือกวาง ที่มีเขาสีขาวสะอาดดังปุยหิมะ
รอยด่างบนปาก คือเครื่องประดับของมัน
ถ้ากระผมฆ่ามัน กระผมจักเอร็ดอร่อยอยู่ได้ประมาณเจ็ดวัน
ณ บัดนี้ กระผมไม่ต้องการมันแล้ว และขอถวายให้พระคุณเจ้า
ได้โปรดอวยพรชัยให้กวางสีดำตัวนี้ ดำเนินสู่มรรคาแห่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้ นังแดงเพลิง ดำเนินสู่มรรคาแห่งโพธิด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม กวันโบ ดอจี เข้าสู่ดินแดนแห่งความอิสระหลุดพ้นด้วยเถิด

เชือกสีดำพร้อมด้วยห่วงโลหะของมัน เหมาะที่จะมัดจามรีป่า ซึ่งอาศัยอยู่ในท้องทุ่งกว้างตอนเหนือ
ณ บัดนี้ กระผมไม่ต้องการมันแล้ว และขอถวายให้พระคุณเจ้า
ได้โปรดอวยพรชัยให้กวางสีดำตัวนี้ ดำเนินสู่มรรคาแห่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้ นังแดงเพลิง ดำเนินสู่มรรคาแห่งโพธิด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม กวันโบ ดอจี เข้าสู่ดินแดนแห่งความอิสระหลุดพ้นด้วยเถิด

การสวมเสื้อหนังแกะ พร้อมทั้งลายจุดสวยงามทันสมัย ย่อมทำให้อบอุ่น
ไม่ว่าจะขึ้นไปบนภูเขาสูงเท่าใดก็ตาม
ณ บัดนี้ กระผมไม่ต้องการมันแล้ว และขอถวายให้พระคุณเจ้า
ได้โปรดอวยพรชัยให้กวางสีดำตัวนี้ ดำเนินสู่มรรคาแห่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้ นังแดงเพลิง ดำเนินสู่มรรคาแห่งโพธิด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม กวันโบ ดอจี เข้าสู่ดินแดนแห่งความอิสระหลุดพ้นด้วยเถิด

ลูกธนูที่มือขวาของกระผม แหลมคม มันวิ่งเข้าสู่เป้าเสมอ
ณ บัดนี้ กระผมไม่ต้องการมันแล้ว และขอถวายให้พระคุณเจ้า
ได้โปรดอวยพรชัยให้กวางสีดำตัวนี้ ดำเนินสู่มรรคาแห่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้ นังแดงเพลิง ดำเนินสู่มรรคาแห่งโพธิด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม กวันโบ ดอจี เข้าสู่ดินแดนแห่งความอิสระหลุดพ้นด้วยเถิด

คันธนูในมือซ้ายของกระผม เมื่อท่านโน้มน้าวมัน มังกรในฟากฟ้าก็ยังร้องด้วยความหวาดกลัว
ณ บัดนี้ กระผมไม่ต้องการมันแล้ว และขอถวายให้พระคุณเจ้า
ได้โปรดอวยพรชัยให้กวางสีดำตัวนี้ ดำเนินสู่มรรคาแห่งความผาสุกอันยิ่งใหญ่ด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้ นังแดงเพลิง ดำเนินสู่มรรคาแห่งโพธิด้วยเถิด
ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม กวันโบ ดอจี เข้าสู่ดินแดนแห่งความอิสระหลุดพ้นด้วยเถิด

เมื่อได้ถวายทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดแล้ว นายพรานได้กล่าวว่า “โอ้ ท่านลามะ กรุณารับกระผมไว้เป็นข้าทาส กระผมจะกลับบ้านไปทำธุระให้เด็กๆของกระผมแล้วจะกลับมาใหม่ ท่านตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อไปหรือเปล่าครับ? ได้โปรดบอกผมด้วย ท่านกำลังจะไปพักที่ไหนหรือครับ?” ท่านมิลาเรปะยินดีที่นายพรานกลับใจ ท่านได้กล่าวว่า “นายพราน มันมหัศจรรย์มาก ที่เธอพิจารณาละเลิกการกระทำที่เป็นบาปกรรม และตั้งใจกระทำกรรมที่เป็นกุศล แต่มันเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเธอ ที่จะมาพึ่งพาอาตมาอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเธอเชื่อมั่นในอาตมา มันก็เป็นเรื่องยากลำบากที่จะหาอาตมาพบ เพราะอาตมาไม่มีที่พำนักแน่นอน ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าเธอต้องการปฏิบัติธรรม เธอต้องละทิ้งความผูกพันกับครอบครัว และดูตัวอย่างจากอาตมา อาตมาจะได้บอกให้เธอฟัง ว่าทำไมอาตมาจึงไม่มีที่พำนักอันแน่นอน จงฟังอาตมา”

อาตมา เรปะแปลกหน้า ในกระท่อมของอาตมา
สามเดือนในฤดูร้อน อาตมาใช้ชีวิตบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่บนภูเขาหิมะ
เพื่อความสดชื่นทั้งกายและใจ
สามเดือนในฤดูใบไม้ร่วง อาตมาลงไปบิณฑบาต
สามเดือนในฤดูหนาว อาตมาพำนักบำเพ็ญสมาธิภาวนาในป่าทึบ
สามเดือนในฤดูใบไม้ผลิ อาตมาจาริกไปตามทุ่งหญ้า ชายเขา และลำธาร
อาตมาย่อมมีสุขภาพดีตลอดทุกฤดูกาล
อาตมาย่อมบำเพ็ญสมาธิภาวนาโดยปราศจากสิ่งรบกวน

เรือนกายของมนุษย์สังขารกันขึ้นมาจากธาตุทั้งสี่
มีธรรมชาติปกติที่จักต้องผันแปรไปสู่ความเปื่อยเน่าเป็นธรรมดา
บุคคลควรได้พิจารณาให้ดี เพื่อเป็นอุบายเครื่องดับกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการ

อาตมาบริโภคอาหารเท่าที่มีอยู่ เพื่อเกื้อหนุนให้เกิดความมั่นคงในความสันโดษ
นิมิตหมายอันยิ่งใหญ่ของภิกษุ คือการปฏิบัติบำเพ็ญโดยสม่ำเสมอ

นายพรานกล่าวว่า “ลามะเช่นท่าน ช่างวิเศษอัศจรรย์จริงๆ และไม่มีผู้ใดลอกเลียนแบบได้ กระผมต้องการปฏิบัติธรรมจากก้นบึ้งของหัวใจของกระผม กระผมกลับบ้านไปพูดกับครอบครัวสองสามคำ กระผมจะกลับมาในไม่ช้า ได้โปรดอยู่ที่นี่สักพักหนึ่งจนกระผมกลับมาก่อนเถิด”
ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า “ถ้าเธอต้องการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องกลับไปพบครอบครัว การเป็นนักบวช ไม่ต้องตระเตรียมอะไร เพราะบุคคลสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยผลไม้และผักหญ้า กุศลและความตั้งใจจริงในจิตของเธอ อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น เป็นการดีกว่า ที่จะอยู่ที่นี่เสียเลย จงฟังอาตมา ก่อนที่เธอจะไปพูดกับครอบครัวของเธอ” ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า

จงฟัง จงฟัง นายพราน
แม้ว่าเสียงฟ้าร้องจะดังกึกก้องกัมปนาท ความหมายอันแท้จริงของมันก็เป็นเพียงเสียงอันว่างเปล่า
แม้ว่าสายรุ้งจะมีสีสวยสดงดงาม ไม่ช้าไม่นานก็จะจืดจางลงและหายลับไปในที่สุด
ความสุขสำราญทั้งหลายบนโลกนี้นั้น ย่อมเป็นเพียงภาพมายาแห่งความฝัน
แม้ว่าบุคคลจะหลงใหลชื่นชมยินดีในมัน
แต่มันนั่นแหละกลับกลายเป็นมูลเหตุแห่งการสะสมบาปกรรมของบุคคลนั้นเอง
ปรากฏการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่สัมผัสรู้เห็นได้นั้นย่อมผันแปรเสื่อมสลายไปจนหมดสิ้นเสมอ

เมื่อวานบางคนยังร่ำรวยเกินพอ มาวันนี้ทรัพย์สมบัติอันตรธานไปจนหมดสิ้น
เมื่อปีกลายบางคนยังมีชีวิตอยู่ มาปีนี้เขาตาย
อาหารที่ประณีตกลับเย็นจนชืดและบูดเน่ากลายเป็นยาพิษ
มิตรที่รักใคร่กลับกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต

ความตั้งใจดีงามและความกตัญญูรู้คุณ ถูกทำลายลงด้วยคำพูดหยาบคายและเสียงบ่น
บาปกรรมของบุคคลย่อมทำลายล้างบุคคลนั้นเอง
บุคคลย่อมเห็นคุณค่าของตนเองมากที่สุด
มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องแสวงหาทางดำเนินที่ปลอดภัยให้แก่ตน

ชีวิตกำลังล่องลอยไปอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าไม่นานความตายก็มาเคาะประตู
มันเป็นความหลงโง่งมที่จะผลัดวันประกันพรุ่งต่อการอุทิศตนเพื่อพระธรรมอีกต่อไป
ไม่มีอะไรที่บรรดาญาติมิตรจะมอบให้เป็นของกำนัลแก่ท่านได้ดอก
นอกจากผลักท่านให้ตกล่วงลงสู่วังวนแห่งสังสารวัฏ
มันถึงเวลาแล้วที่จักต้องแสวงหาผู้ที่ท่านสามารถพึ่งพาในการปฏิบัติธรรม
มันถึงเวลาแล้วที่ท่านจำต้องพากเพียรปฏิบัติธรรม เพื่อดับทุกข์ทั้งปวง

นายพรานถึงกับเปลี่ยนใจอยู่กับท่านมิลาเรปะโดยไม่กลับบ้าน หลังจากบำเพ็ญสมาธิภาวนาได้ระยะหนึ่ง เขาได้รับประสบการณ์มากมาย และร้องขอให้แนะนำเพิ่มเติมอีก ท่านมิลาเรปะมีความยินดีมาก และกล่าวว่า “เธอเริ่มต้นสั่งสมกุศลขึ้นในตนแล้ว จงได้ฟังข้อแนะนำต่อไปนี้”
บุคคลควรได้น้อมรำลึกถึงคุณของครูบาอาจารย์โดยสม่ำเสมอด้วยความภักดี
บุคคลควรรำลึกถึงบรรดาทวยเทพทั้งหลายด้วยความสว่างไสวแห่งสมาธินิมิต
เมื่อบุคคลได้เจริญอนิจสัญญา โดยระลึกถึงความตายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาควรได้จดจำไว้ว่า ความตายไม่สามารถพยากรณ์หรือหลีกเลี่ยงได้

การเข้าถึงความวิมุติหลุดพ้นนั้น จำเป็นต้องพยายามดำเนินไปตามลำดับ
การพิจารณาว่าสรรพชีวิตเป็นดั่งบิดามารดาของตน ย่อมทำให้เกิดความอ่อนน้อมต่อสิ่งทั้งปวง
เมื่อได้บำเพ็ญลึกเข้าไปถึงญาณทัสสนะในภายใน จงเต็มไปด้วยขันติ ด้วยธรรมวิจัยอันยิ่งใหญ่

เมื่อบังเกิดธรรมจักษุต่อสัมมาอริยมรรค
บุคคลย่อมหมดความลังเลสงสัยใดๆ
เมื่อแน่ใจกับการปลดปล่อยอัตตาตัวตน
จงได้กำหนดพิจารณาถึงความเป็นเอกสภาวะเดียวของสรรพสิ่ง
การสั่งสมพอกพูนภูมิธรรมให้แก่ตน ย่อมหมายถึงการสละออกซึ่งโลกียกรรมทั้งปวง

เมื่อได้รับอาหารทิพย์จากเทพธิดา
บุคคลไม่จำเป็นต้องหาอาหารด้วยตนเอง
ผู้ที่ตระหนี่ถี่เหนียว จักไม่มีวันได้รับเพิ่มขึ้น
นี้ถูกเป็นประจักษ์พยานโดยคำสาบานของเทพธิดา
ดังนั้นเธอจักต้องปล่อยวางโลกธรรมทั้งปวง

ท่านมิลาเรปะได้ให้คำแนะนำที่ลึกซึ้งแก่นายพราน ในที่สุด ด้วยการปฏิบัติอย่างหนัก เขาได้กลับกลายเป็นสานุศิษย์ของท่านมิลาเรปะ เป็นที่รู้จักในนาม ชิรา เรปะ กวางและสุนัขล่าเนื้อ พ้นจากโลกต่ำแห่งอบาย กล่าวกันว่า สิ่งของที่นายพรานมอบให้กับท่านมิลาเรปะ ยังอยู่ที่ถ้ำดังกล่าว
นี้คือตำนานเรื่องราว ที่ท่านมิลาเรปะพบ ชิรา เรปะ ที่ นยิชาง เกอ ดา

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook