บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

มิติแห่งสวรรค์ ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

คหบดีแห่งแคว้นลาชิน ผู้เป็นพุทธศาสนิกชนทั้งๆที่ถือกำเนิดในชนเผ่าที่นับถือลัทธิบอน ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากท้องถ้ำแห่งนะยานันเท่าใดนัก ได้ป่วยหนักและใกล้จะถึงแก่ความตาย ท่านขอร้องญาติมิตรที่แวดล้อมอยู่ในขณะนั้น ให้จัดการมอบถวายทรัพย์สินทั้งหมดของท่านแก่ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์ เพื่อที่ท่านจะได้นำไปก่อประโยชน์สูงสุดอันเป็นการสั่งสมกุศลบารมีแก่ตัวท่านคหบดีเองและบรรดาญาติของท่านด้วย และยังได้ขอร้องให้ทุกคนกลับใจมาปลงศรัทธาในพระพุทธศาสนาแทนลัทธิบอน ที่ยึดถือเลื่อมใสกันมาแต่เดิมอีกด้วย แต่ดูเหมือนท่านคหบดีจะไม่ได้รับการยอมรับตามคำขอร้องของท่านแต่อย่างใด ท่านถึงกับวิตกไปว่าจะไม่มีผู้ใดยอมไปตามท่านมิลาเรปะ มาเยี่ยมไข้ในวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านถึงกับประกาศที่จะทำลายชีวิตตนเองเสียถ้าไม่ยอมเชื่อฟังท่าน ในที่สุดญาติๆจึงต้องตามใจท่าน ท่านคหบดีได้สั่งให้ทำพิธีศพของตนตามคตินิยมของพุทธศาสนา และให้นิมนต์ท่านมิลาเรปะมาเป็นศุภมงคลในพิธีด้วย โดยกำชับมิให้ประกอบพิธีกรรมตามแบบลัทธิบอนโดยเด็ดขาดบรรดาญาติมิตรของผู้ตายล้วนแต่นับถือลัทธิบอน แต่ก็จำใจเชิญท่านมิลาเรปะมาในพิธีด้วยตามที่ได้รับปากไว้กับผู้ตาย ในระหว่างพิธีได้ปรากฏร่างของอมนุษย์มีผิวสีเขียวคล้ำ ผมสยายยาวลงมาประบ่า พวกพระในลัทธิบอนซึ่งเป็นแกนนำในพิธีศพ ได้อ้างว่าเป็นการเชิญผู้ตายมาด้วยฤทธิ์อำนาจของพวกตน อุบาสิกาเบทาซึ่งเป็นผู้เผชิญกับอมนุษย์เป็นคนแรกได้รายงานเรื่องนี้ต่อท่านมิลาเรปะ ท่านได้ชี้แจงว่าเป็นกลลวงของพวกพระในลัทธิบอน และท่านได้สั่งให้ชิวาอุย จัดการขับไล่ปีศาจตนนั้นไปเสีย โดยให้จับที่นิ้วของปีศาจ และให้ถามปีศาจถึงชื่อที่ท่านมิลาเรปะเป็นผู้ตั้งให้ สมัยเมื่อท่านมิลาเรปะก่อแรงบันดาลใจให้ปีศาจที่ท้องถ้ำระฆัง ท่านชิวาอุยออกไปขับไล่ปีศาจตามบัญชาของท่านมิลาเรปะ และได้กลับมารายงานว่า ปีศาจไม่อาจต้านทานพลังแห่งเมตตาธรรมของท่านมิลาเรปะได้ จึงยอมจากไปโดยง่าย และได้วิ่งออกจากหมู่บ้าน กลายร่างเป็นสุนัขป่า หายลับไปทางหลังภูเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ที่มาในงานทุกคนทราบได้ดีว่ามิได้เป็นการปรากฏกายของผู้ตายตามที่พระในลัทธิบอนได้กล่าวตู่ไว้ จากนั้นท่านมิลาเรปะได้พาผู้คนไปพบกับผู้ตายที่ได้ถือกำเนิดเป็นแมลงปีกยาวตัวเล็กลีบ ท่านได้แสดงอภิญญาส่งวิญญาณของผู้ตายไปยังภพภูมิที่สูงกว่า ต่อหน้าชาวบ้านและพระในลัทธิบอน การเจรจาโต้ตอบกันระหว่างท่านมิลาเรปะกับผู้ตายในพิธีส่งวิญญาณ เป็นประจักษ์พยานให้เห็นกันทั่วหน้า ผู้คนต่างพากันน้อมคารวะท่านมิลาเรปะ ด้วยความศรัทธาในอิทธิฤทธิ์ของท่าน บรรดาญาติมิตรของผู้ตายก็กลับใจมาเลื่อมใสท่าน และยอมรับความเห็นที่ถูกต้องของผู้ตาย ในการยอมรับนับถือ ท่านมิลาเรปะ
ท่านมิลาเรปะได้กล่าวว่า “อาตมามีสิ่งอื่นๆที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่านี้”จากนั้นท่านแสดงบทโศลกว่า

อาตมาขอสวดภาวนาระลึกถึงท่านอาจารย์มาระปะ
อาตมาทะนุถนอมความกรุณาของท่าน ไว้ในดวงใจของอาตมาเสมอ
ขอเมตตาบารมีของท่านจงได้ปกป้องคุ้มครองสานุศิษย์ของอาตมาด้วย
ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล
ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการได้พบกับคุรุของอาตมาครั้งแรก

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล
ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการได้รับคำสั่งสอนชะนิดที่เป็นเสียงกระซิบในภายในที่สืบสานถ่ายทอดต่อๆกันมา

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการสละโลกธรรมทั้งปวง

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการพำนักอยู่ในกระท่อม

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล
ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการอุบัติขึ้นมาของประสบการณ์และความรู้แจ้งตระหนักชัดในภายใน

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการทนกับงานหนัก ในสถานที่อันวิเวก

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความไม่หวั่นไหวไปกับโลกธรรม
ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด
คือการนำความปลาบปลื้มใจมาสู่คุรุ ด้วยการสละอุทิศตน

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความตั้งใจอันดีงามที่ชาวลัทธิบอนผู้ตาย มอบไว้ให้

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการพินิจพิจารณาถึงความตั้งใจของผู้ตาย

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความอิสระปล่อยวางของผู้ตาย

ในบรรดาความน่าอัศจรรย์ทั้งมวล
ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความเลื่อมใสศรัทธา ที่งอกงามขึ้นในบรรดาผู้ที่อยู่ในมหาสมาคมแห่งนี้

ญาติๆของผู้ตายกล่าวว่า “แน่นอนทีเดียว ผู้ตายย่อมไม่ได้เลือกศรัทธาผิดๆในขณะแห่งมรณกาลของเขาแต่อย่างใด บุคคลควรได้ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ตาย” ชิวาอุยกล่าวว่า “มันยากนักหนาที่จะได้พบบุคคลอย่างท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เป็นบุคคลที่ทำให้บังเกิดความเลื่อมใสและปลงศรัทธาลงในตัวท่าน” ท่านมิลาเรปะกล่าวว่า “ถ้าสานุศิษย์ของอาตมา ต้องการนำวิญญาณของผู้ตาย ไปสู่สัมมาอริยมรรค พวกเธอต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้”

เป็นที่ไว้วางใจได้ คือความวิเศษอัศจรรย์ของคำสอนแห่งเสียงกระซิบภายใน ที่สืบสานต่อๆกันมา
โดยอาศัยมัน บุคคลอาจบรรลุธรรมของเทพธิดา
สานุศิษย์ลูกๆของอาตมา ย่อมไม่มีวันผิดพลาดในกระแสแห่งธรรมธารา

เพื่ออิสระจากอิทธิพลของกรรมทั้งหลาย เธอจักต้องสำรวมระวังในพระธรรมวินัย
เพื่อรับบริจาคและเพื่อรับความเคารพบูชาจากผู้คน เธอจักต้องมีเมตตาธรรมและโพธิจิต
เพื่อได้รับเกียรติให้เป็นประธานในหมู่นักบวช
เธอจักต้องตระหนักชัดต่อสภาวะธรรมในภายในและเต็มเปี่ยมด้วยบุญกุศล

เพื่อยังความปลาบปลื้มใจมาสู่ท่านอาจารย์
พวกเธอจักต้องมีสัญชาติแห่งความเป็นคนตรงและเต็มเปี่ยมด้วยขันติธรรม
เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย พวกเธอจักต้องบรรลุโลกุตรธรรม
เพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณของผู้ตายสู่ความเสรี
พวกเธอจักต้องมีอภิญญาที่ประกอบพร้อมด้วยความตรัสรู้
เพื่อกลับใจผู้ไร้ซึ่งศรัทธา พวกเธอต้องสามารถในการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์
เพื่อจัดมณฑลพิธีในวันที่เจ็ดให้สมบูรณ์ พวกเธอต้องส่งผู้ตายสู่สัมมาอริยมรรคอย่างแท้จริง

เบทาน้องสาวของท่านมิลาเรปะหลั่งน้ำตาพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านชำระบาปให้วิญญาณคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ของเรา มันเป็นเหตุใดหรือ?” ท่านมิลาเรปะจับมือเธอไว้และปลอบว่า “เบทา อย่าเศร้าโศกไปเลย อาตมาได้ตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ โดยกระทำสิ่งเหล่านี้ สำหรับท่าน” จากนั้นท่านแสดงบทโศลกว่า

อาตมาขอสวดภาวนาถึงท่านอาจารย์
ได้โปรดช่วยอาตมาตอบแทนบุญคุณบิดามารดาด้วยเถิด

ในการชี้นำทางต่อวิญญาณของบิดามารดา เพื่อละออกจากเรือนกายที่เป็นมายาของท่าน
อาตมาหลอมรวมวิญญาณของบิดามารดา เข้ากับดวงจิตของอาตมา
และทำให้มันสูญสลายไปในแก่นสารสาระแห่งดวงจิตของพุทธะ
ด้วยความกรุณาของท่าน แสงสว่างงดงามดังสายรุ้ง สาดส่องขึ้นมาจากดินแดนอันบริสุทธิ์
เรือนกายของบุพการี สูญสลายไปในกายแห่งพุทธะ ซึ่งทรงความปรากฏขณะที่ว่างเปล่าเป็นสุญตา
มหัศจรรย์อะไรเช่นนี้หนอ ที่ได้หลอมรวมกับพุทธภาวะที่แทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน

วจีกรรมของท่านทั้งสอง ที่ว่างเปล่าและปราศจากสถานภาพที่เป็นจริงดังเสียงสะท้อน
หลอมรวมกับพุทธะวจะ
ช่างมหัศจรรย์จริงหนอ ในเอกภาพแห่งโสตวิญญาณ

ดวงจิตของบิดามารดาที่ท่องเที่ยวในภาวะสัมภวสี
ถูกจับไว้ด้วยกำลังแห่งสมาธิของอาตมา ท่านจึงได้เห็นหน้าตาของ สติที่สว่างไสวและว่างเปล่า

ด้วยการดำรงดวงจิตไว้ตามธรรมชาติของมัน ความยุ่งยากทั้งปวงก็ถูกขจัดออกไป
มหัศจรรย์จริงหนอ กับภาวะที่เป็นอมตะนี้

การสละอุทิศตนอันยาวนานในชีวิตของอาตมา ด้วยความเมตตาและความตั้งใจอันดีงาม
อาตมาเจริญมนต์ทั้งกลางวันและกลางคืน
ด้วยบุญกุศลนี้ บาปกรรมของบิดามารดาจึงถูกชำระล้าง

ณ บัดนี้ ท่านทั้งสองผาสุกอยู่กับบรรดามิตรที่ศักดิ์สิทธิ์
ในดินแดนอันบริสุทธิ์ ท่านทั้งสองล้อมรอบไปด้วยเทพธิดา
เบทาน้องรัก อย่าได้กังวลหรือเศร้าโศกไปเลย

เบทากล่าวว่า “ช่างอัศจรรย์จริงๆ ท่านทำพิธีกรรมอะไรให้บิดาและมารดา?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า

อาตมาสวดภาวนาถึงสรณะของสรรพชีวิต
จงได้ช่วยเหลืออาตมาทดแทนพระคุณบุพการีของอาตมาด้วยเถิด

ในปริมณฑลแห่งความที่ยิ่งกว่าสุขของความไม่เป็นของคู่
อาตมาได้จัดวางภาพจำลองแห่งความสว่างไสวของมหาสติแห่งพุทธะลงไป
ในความกว้างใหญ่ไพศาลของพระคัมภีร์และคำแนะนำอันศักดิ์สิทธิ์
อาตมาเทน้ำทิพย์แห่งบารมีทั้งหกลงไป
อาตมาจึงสามารถชำระล้างมลทินสกปรกแห่งกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าออกได้

ด้วยน้ำอมฤตแห่งคุรุของกายู อาตมาประทานแรงบันดาลใจทั้งสี่ลงไปบน กาย วจี และมโน ของท่าน
อาตมาได้แสดงถึงเอกสภาวะเดียวของความที่ยิ่งกว่าสุข
และสัมฤทธิ์ผลแห่งการรู้แจ้งตระหนักชัดต่อสัมมาอริยมรรค แก่ท่านทั้งสอง
เอกภาพของกายทั้งสามแห่งพุทธะ คือเครื่องบวงสรวงที่อาตมาจัดทำให้
การปลดเปลื้องให้เป็นอิสระจากตัณหา คือพิธีกรรมที่อาตมาจัดให้สำหรับความตายของท่านทั้งสอง
อาตมานำผู้ช่วยทางจิตวิญญาณมาให้ท่านทั้งสอง ด้วยความรอบรู้ถึงช่วงเวลาอันเหมาะสม
อาตมารจนาคำจารึกในการอุทิศให้กับท่านทั้งสองด้วยมหามุทรา
อาตมาปฏิญาณต่อท่านทั้งสอง ว่าอาตมาจักรับใช้สรรพชีวิตทั้งปวง

ความปรารถนาของอาตมาและบรรดาสรรพชีวิตที่เป็นดุจบิดามารดา
ได้บรรลุถึงสัมฤทธิ์ผล และหลอมรวมเป็นเอกภาพเดียวกัน
ด้วยการระลึกถึงความเมตตากรุณาแห่งคุรุของอาตมา
อาตมาได้ทดแทนพระคุณของบุพการีแล้ว

เบทาถูกโน้มน้าวให้ยินดีกับการทดแทนคุณบุพการี ด้วยบทโศลกของท่านมิลาเรปะ และเพื่อเป็นการชักชวนให้เบทาน้องสาวของท่านหันมาประพฤติธรรม ท่านมิลาเรปะได้กล่าวบทโศลกว่า

อาตมาขอน้อมเศียรเกล้าลงกราบ ณ เบื้องบาทท่านอาจารย์มาระปะ
จงได้สวดภาวนาเพื่อระงับตัณหาราคะในวงศาคณาญาติของอาตมาด้วยพระธรรม

จงได้ตื่นจากความหลับใหลและฟังอาตมา เบทา
เมื่อเธอไม่ยอมปฏิบัติธรรมขณะยังหนุ่มยังสาว
ด้วยเหตุผลอันใดเธอจึงคิดว่าจะปฏิบัติธรรมในวัยชราเล่า?
เมื่อเธอไม่ยอมรับเอาวิสุทธิบุคคลเป็นคุรุของเธอ แล้วไฉนเธอจะยอมรับคุรุที่ยังเป็นโมฆะบุรุษเล่า?
เมื่อไม่ใส่ใจกับคำสอนที่เป็นเสียงกระซิบในภายใน
ประโยชน์อะไรกันหนอที่เธอจะได้รับจากถ้อยคำไร้สาระที่เป็นไปเพื่อวัฏฏะสงสาร?

ถ้าเธอไม่รู้จักแม้กระทั่งดวงจิตของเธอเอง ประโยชน์อะไรเล่ากับการศึกษาอื่นใด?
ถ้าเธอคิดว่าไม่สามารถสงบระงับในสุญตภาวะแล้วไซร้
เธอจะผาสุกสงบในโลกธรรมอันไร้สาระและพอกพูนบาปกรรมได้อย่างไร?
ผู้คนที่ยังถือมั่นในอัตตาตัวตนย่อมนิยมการโอ่อวดและปราศจากประสบการณ์ในภายใน
ผู้ที่ยังเต็มไปด้วยโมหะ ย่อมไม่อาจเข้าใจได้ว่าการโอ่อวดนี้เป็นเรื่องที่น่าขบขันเพียงใด

โมฆะบุรุษที่ยังเป็นผู้เสแสร้ง ย่อมปราศจากทั้ง ความเมตตา, ความศรัทธา และโพธิจิต

บุคคลที่ไม่เคยใส่ใจในพระธรรม ย่อมเต็มไปด้วยพยาบาทวิตกและกามวิตก
เขาจึงหมดโอกาสที่จะเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง

เมื่อปราศจากเมตตาธรรมต่อสรรพชีวิต เธอจักต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏ
ถ้าบุคคลปฏิบัติล่วงละเมิดพระธรรมวินัย มวลมิตรจักกลับกลายมาเป็นศัตรู
บรรดาผู้ที่ทำอันตรายต่อมิตรทั้งหลายของเขา คือญาติที่ชั่วร้าย ไม่ว่าเขาจะมีเสน่ห์สักปานใด

ผู้ที่ปฏิญานตนเป็นสมณะทั้งๆที่ไม่สามารถปฏิบัติธรรมที่แทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน ได้อย่างล้ำลึก
ย่อมเป็นได้แต่เพียงผู้หลอกลวงเท่านั้น
ผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ด้วยความทรหดอดทน
การคบหาสมาคมก็จักเป็นเพียงสิ่งที่นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งอันเป็นเหตุให้ต้องเสียใจ

น้องหญิง เบทา ความเศร้าเสียใจของเธอ
แสดงว่าเธอยังจำเป็นต้องขจัดบรรดาอุปสรรคและบาปกรรมทั้งหลาย

จากนั้น ท่านมิลาเรปะ ส่งน้องหญิงของท่านไปบำเพ็ญสมาธิภาวนา เธอได้รับประสบการณ์และความตระหนักชัดที่วิเศษเหนือธรรมดา ท่านมิลาเรปะยินดีมาก ท่านได้แสดงบทโศลกเพื่อก่อแรงบันดาลใจและให้กำลังใจเธอว่า

จงฟังอาตมาอีกครั้งหนึ่ง น้องเบทา
ถ้าบุคคลไม่เคยสูญเสียความศรัทธาในพระธรรม
ความสิ้นสุดของความเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งหลายย่อมจะมาถึง
ผู้ที่ปราศจากวจีทุจริตในที่ทุกกาลสถาน ย่อมเป็นดังเทพธิดาในสายตาของผู้คน
ผู้ที่ปราศจากมโนทุจริต บุญกุศลย่อมงอกงามไพบูลย์

ผู้ที่หมดความยึดมั่นถือมั่นต่อสรรพสิ่ง ในกาลบัดนี้ ย่อมประสบสันติสุขในชีวิตหน้า
บุคคลที่มีความหยิ่งผยองลำพองตนน้อยที่สุด ย่อมเป็นที่รักของผู้คนทั้งปวง

ใครก็ตามที่รักษาจิตเดิมแท้ไว้ได้ ย่อมบรรลุถึงพุทธภาวะในเวลาไม่ช้าไม่นาน
ใครก็ตามที่ปลีกวิเวกด้วยความเคร่งสันโดษ และพูดให้น้อยลง ย่อมได้รับพรจากเทพธิดา

เมื่อเธอปราศจากตัณหาในสุขเวทนา เธอจักอยู่เหนืออิทธิพลแห่งวิบากกรรมที่สุกงอม
ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เธอจักเป็นยิ่งกว่าจอมราชัน

ถ้าดวงจิตอิสระจากความฉ้อฉลและยุ่งยาก เทพธิดาย่อมจะยอมรับเธอ

ถ้าเธอจักได้ระลึกถึงอาจารย์ของเธออยู่เสมอ สัมฤทธิ์ผลและพรชัยทั้งปวงจักปรากฏแก่เธอ

จงจดจำถ้อยคำเหล่านี้ไว้ในดวงใจของเธอ และหมั่นบำเพ็ญสมาธิภาวนา
ขอให้ความผาสุกและความมีโชคดี จงอยู่กับเธอตลอดไป

เบทา สามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาในสถานที่อันสงบสงัดด้วยความขยันขันแข็งและทรหดอดทน ทำให้เธอมีประสบการณ์และความตระหนักชัด เทียบได้กับสานุศิษย์หญิงชั้นเลิศสี่องค์ของท่านมิลาเรปะ
ชาวลัทธิบอนที่อยู่ในพิธี ต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในท่านมิลาเรปะอย่างมั่นคง

นี้คือตำนานเรื่องราวมิติแห่งสวรรค์

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook