

|
ธนบัตรแบบ 5 (พิมพ์ญี่ปุ่น)
เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยาตราเข้าประเทศไทยในวันที่
8 ธันวาคม 2484
รัฐบาลไทยจำเป็นต้องหันหน้าไปขอร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่น
จัดหาผู้พิมพ์ธนบัตรให้
รัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้บริษัทมิตซุยบุซซันไกซา
เป็นผู้ติดต่อกับโรงพิมพ์ธนบัตร
ของกระทรวงคลังญี่ปุ่นอีกต่อหนึ่ง
ธนบัตรรุ่นนี้มี
7 ขนาด คือ 50 สตางค์ , 1 บาท , 5 บาท , 10 บาท
, 20 บาท , 100 บาท และ 1000 บาท
ด้านหน้าราคา
50 สตางค์ ไม่มีรูปใดเลย ราคา 1 บาท
รูปวัดภูมินทร์ จ. น่าน 5 บาท
รูปวัดเบญจมบพิตร 10 บาท
รูปกำแพงและวัดพระเชตุพน 20 บาท
รูปพระที่นั่งบางปะอิน 100 บาท
รูปพระปรางค์วัดอรุณฯ และ 1000 บาท
รูปพระที่นั่งจักรี
ด้านหลังของทุกราคา
รูปพระบรมหาราชวัง |

|
ธนบัตรแบบ 6 (กรมแผ่นที่และกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ)
ธนบัตรแบบ 6 ออกใช้ 2 ราคา เท่านั้น
คือ 20 บาท เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2488
และ 100 บาท เมื่อวันที่ 21
กุมภาพันธ์ 2488 เช่นกัน
ลักษณ์เหมือนราคาเดียวกันกับแบบ
4 (พิมพ์กรมแผนที่) เกือบทั้งหมด
เว้นแต่ลายน้ำตรงกลางใต้ข้อความ
"รัถบาลไทย" บนราคา บาท
เป็นสีชมพูสีเดียว และบนราคา 100
บาท เป็นสีม่วงอ่อนกับเขียว
ส่วนธนบัตรที่พิมพ์จากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ
ไม่มีคำว่า "กรมแผนที่"
อยู่ตรงกลางกรอบด้านล่าง
สำหรับชนิดราคา 100 บาท
มีตราของธนาคารแห่งประเทศไทย
สีแดงประทับบนด้านหลังให้คาบกับต้นขั้ว
รุ่น
2 ทั้ง 2 ราคา
มีเส้นไหมสีแดงและน้ำเงินโปรยทั่วธนบัตร
และลายน้ำเปลี่ยนเป็นเส้นริ้วพาด
มีพานแว่นฟ้าประดิษฐ์รัฐธรรมนูญ
อยู่ในวงกลมขาว |

|
ธนบัตรแบบ 7 (รุ่นธนาคารแห่งประเทศไทย)
การขนส่งจากญี่ปุ่นขลุกขลัก
และกรมแผ่นที่ทหารฯ
กับกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ
ต่างทำงานจนสุดกำลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้จัดจ้าง
โรงพิมพ์เอกชนพิมพ์ธนบัตรเพิ่มเติม
แม้จะได้ควบคุมอย่างเข้มงวด
สีของธนบัตรก็ผิดไปจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เฉพาะอย่างยิ่ง ชนิดราคา 10 บาท
ขนาดก็ต่างไปจากที่ประกาศไว้
บางทีถึง 1.5 มม.
คงเป็นเพราะใช้หลายโรงพิมพ์
ธนบัตรชุดนี้มีพระบรมฉายาลักษณ์
รัชกาลที่ 8
พระพักตร์ตรงเช่นเดียวกับแบบ 5 (ญี่ปุ่น)
ธนบัตรราคา 1 บาท และ 5 บาท
คล้ายกับแบบ 4 (โทมัส) ราคา 10 บาท
คล้ายราคา 10 บาทของแบบ 4 (กรมแผนที่)
ราคา 50 บาท คล้ายแบบ 4 และแบบ 6
ตรงกลางขอบล่างทุกราคา
มีข้อความว่า "ธนาคารแห่งประเทศไทย"
ด้านหลังเหมือนแบบ 4 กับแบบ 6 |

|
ธนบัตรแบบ 8 (พิมพ์อเมริกา)
บริษัท โทมัส เดอลารู
ประสบความเสียหายในสงคราม
รัฐบาลไทยจำต้องหันไปหารัฐบาลสหรัฐฯช่วยจัดพิมพ์ให้
โรงพิมพ์ธนบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯได้ติดต่อจ้าง
เดอทิวเอดร์เพรส อิงค์
แห่งบอสตัน เป็นผู้พิมพ์ให้ 5
ราคา คือ 1 บาท , 5 บาท , 10 บาท (ขนาด 6.6
คูณ 11.1 ซม.) ราคา 20 บาท , 100 บาท (ขนาด 6.6
คูณ 15.6 ซม.)
ด้านหน้าทางซ้ายมีพระบรมฉายาลักษณ์
ถัดไปคำว่า "รัฐบาลไทย" "ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย"
ตัวอักษรบอกราคา ลายมือรัฐมนตรี
พื้นเป็นลายเฟือง
ภาพพระปฐมเจดีย์
รูปครุฑอยู่มุมบนซ้าย
ช้างสามเศียรอยู่มุมล่างขวา
ด้านหลัง
รัธรรมนูญเหนือพานแว่นฟ้าในกรอบลายเถา
มีคำกล่าวโทษการปลอมแปลงธนบัตร |

|
ธนบัตรแบบ 9
ธนบัตรแบบ 9 นี้มี 6 รุ่น
ซึ่งแต่ละรุ่นแตกต่างกันเล็กน้อย
และใช้มาเป็นเวลายี่สิบปี
ระยะหลังเมื่อขาดคราวก็ยังนำชนิด
10 บาท , 20 บาท มาใช้ต่อ ธนบัตรชนิด 50
สตางค์
ซึ่งพิมพ์ก่อนสงครามก็นำมาใช้ด้วย
เฉพาะชนิด
50 สตางค์ ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์
มีรูปครุฑอยู่ตรงกลางด้านบน
ต่อลงมาคำว่า "รัฐบาลไทย" "ธนบัตรเป็นเงินชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย"
และห้าสิบสตางค์
ส่วนราคาอื่น
1 บาท , 5 บาท , 10 บาท , 20 บาท
เหมือนกับแบบ 4 (โทมัส)
เปลี่ยนแต่พระบรมฉายาลักษณ์และเพิ่มชื่อ
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ลักษณะของชนิดราคา
100 บาท ก็เช่นเดียวกับราคาอื่นๆ
เพียงแต่ว่าเลขหมายเป็นสีดำ
จึงสงเคราะห์เข้ากับรุ่น 2
ของชนิดราคาอื่นๆ |