ปัญหาการฆ่าตาย
ผ่อนคลาย และป้องกันได้
การฆ่าตัวตายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้
กับคนทุกเพศทุกวัย
ซึ่งปรากฎอยู่ในสังคมและชุมชนต่างๆอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม
ภาวะนี้สามารถป้องกันได้
หากว่าประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน
ช่วยเหลือ
โดยประชาชนมีเจตคติที่ดี
มีความเห็นอกเห็นใจ
รวมทั้งความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
วิธีการสังเกตสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายเสียแต่เนิ่นๆ
และรู้แหล่งหรือบุคคลที่จะให้ความช่วยเหลืออื่นๆ
ที่จำเป็น
ย่อมจะทำให้ปัญหาการฆ่าตัวตาย
และพยายามฆ่าตัวตายของคนในชุมชนต่างๆ
ลดลงไปมาก
และนำความสงบสุขมาสู่ชุมชนนั้น
คุณรู้ไหมว่าทำไม
คนเราถึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย
- มองไปทางไหนก็เห็นแต่ปัญหา
ไม่เห็นทางออก เจอแต่ทางตัน
- ซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยาก หดหู่
ท้อแท้
- ป่วยเป็นโรคจิต
หลงผิดคิดว่ามีคนสั่งให้ไปตาย
หรือระแวงว่าจะมีคนมาฆ่า
ก็เลยอยากตายไปให้พ้น
- ติดเหล้า ติดยา
ไม่ได้เสพก็ทรมาน
พอเสพจนเมาก็ขาดสติ
ไม่มีใครอยากเหลียวแล
- มีความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยทางกาย
จนไม่สามารถทนได้
จึงฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นทุกข์
|
คนที่ฆ่าตัวตายต้องการสิ่งเหล่านี้
- ความเข้าใจ
- เพื่อนที่จริงใจ
- การระบายความทุกข์
- ความใส่ใจ
|
ลักษณะบุคคลที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
หากพบว่าใครมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งในข้อต่อไปนี้
ให้ระวังว่าอาจจะมีความเสียงต่อการฆ่าตัวตาย
|
- พูดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย
หรือบ่นว่าอยากตาย
ไม่อยากเป็นภาระใคร
รู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า
ไม่รู้จะอยู่เพื่อใคร
- พูดหรือเขียนสั่งเสีย
- เคยพยายามฆ่าตัวตาย
- นิสัยเปลี่ยนเป็นหงอยเหงา
เศร้าซึม แยกตัวเอง
หมดอาลัยตายอยาก ร้องไห้บ่อยๆ
โดยไม่ทราบสาเหตุ
มีความรู้สึกผิด และดูถูกตนเอง
- ป่วยเป็นโรคจิต เช่น
มีอาการหูแว่วว่ามีคนมาสั่งให้ไปตาย
หลงผิดคิดว่าจะมีคนมาฆ่าจึงอยากตายให้พ้นๆ
มีความคิดแปลกๆ
ว่าถ้าตายแล้วจะช่วยไม่ให้โลกแตก
เป็นต้น
- ติดสุราหรือยาเสพติด
จนเลิกไม่ได้
ครอบครัวและชุมชนไม่ยอมรับ
- มีความทุกข์ทรมานจากโรคประจำตัวร้ายแรง
โรคเรื้อรัง และรักษาไม่หาย เช่น
โรคเอดส์ มะเร็ง เป็นต้น
- มีความพิการจากการสูญเสียอวัยวะสำคัญ
จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
หรือเสียความสวยงาม
- สูญเสียบุคคลหรือของรักที่มีความสำคัญต่อชีวิต
การตายจาก
หรือแยกจากในระยะเวลาไม่เกิน 6
เดือน
- ถูกเร่งรัดหนี้สินจนหาทางออกไม่ได้
สินเนื้อประดาตัว
หมดทางทำมาหากิน
- เกิดการโต้เถียง
ทะเลาะวิวาทรุนแรงบ่อยๆ
ระหว่างคนในครอบครัว
หรือเพื่อนฝูง
ถ้ามีลักษณะดังข้อ 1-6
แนะนำหรือชักชวนให้ขอคำปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
หรือโรงพยาบาลชุมชนโดยด่วน
เพราะมีความเจ็บป่วยทางจิตใจซึ่งรักษาได้
โรคบางอย่างจำเป็นต้องรักษาด้วยยา
ถ้าพบข้อใดข้อหนึ่ง
ให้ดูแลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะข้อ 1-6
เพียงข้อใดข้อหนึ่ง
รีบให้ความช่วยเหลือโยเร่งด่วน
โดยขอให้ดำเนินการช่วยเหลือตามวิธีที่ได้แนะนำไว้ในหน้านี้
เราจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการฆ่าตัวตายได้อย่างไร
|
- สังเกตว่ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้กล่าวมาแล้วทั้ง
11 ข้อ หรือไม่
ถ้ามีให้เฝ้าระวังว่ามีโอกาสกระทำได้จริง
ควรเข้าไปพูดคุยซักถามด้วนความเอาใจใส่
พร้อจะช่วยเหลือ
- ลองถามไถ่ว่ามีการเตรียมวิธีที่จะทำร้ายตัวเองหรือไม่อย่างไร
ถ้าผู้ช่วยเหลืออยู่ในฐานะเพื่อนบ้านหรือมิใช่คนในครอบครัว
ให้บอกญาติหรือคนในครอบครัวให้คอยระวังอย่างใกล้ชิด
ให้อยู่ในสายตาและให้อยู่ห่างจากอุปกรณ์
ที่เขาเตรียมไว้เพื่อทำร้ายตัวเอง
- พูดคุยให้คำปรึกษา ปลอบใจ
ให้เขามีสติ
ค่อยๆคิดหาทางแก้ไขปัญหา
อาจจะแนะนำให้เขาปรึกษาคนที่เขาไว้วางใจ
และนับถือ เช่น ญาติ พระ ครู กำนัน
ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ
- กระตุ้นให้ญาติให้กำลังใจ
ไม่ตำหนิ
หรือลดการทะเลาะเบาะแว้งลง
- ติดต่อหาแหล่งช่วยเหลือในพื้นที่
เท่าที่จะทำได้ เช่น
แหล่งฝึกอาชีพ
แหล่งฟื้นฟูสมรรถภาพ
แหล่งช่วยเหลือเรื่องการเงิน
เช่น กรมประชาสงเคราะห์ เป็นต้น
- กระตุ้นให้คนในชุมชนตระหนักถึงปัญหา
และให้ความสนใจดูแล
และเฝ้าระวังซึ่งกันและกัน
ไม่ปล่อยปละละเลย
- ให้ความรู้เรื่องผลระยะยาวของสุขภาพที่เกิดจากการใช้ยา
หรืออุปกรณ์ในการฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ
เช่น สมองเสื่อมจากการผูกคอตาย
หรือเกิดความพิการทางกายอื่นๆ
เทคนิคการปลอบใจ
เมื่อใครมีแนวโน้มที่จะคิดทำร้ายตนเอง
ควรพูดปลอบใจ
และให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
เป็นมิตร ดังนี้
|
- พูดให้ความหวัง ตัวอย่างเช่น "
ทำใจดีๆไว้
พรุ่งนี้อาจะดีขึ้นก็ได้
เพราะไม่มีอะไรที่คงที่
จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ความทุกข์ก็เหมือนกัน
มันจะหมดไปสักวัน
และพ้นผ่านไปเองในที่สุด "
- ยังมีหนทางแก้ไขปัญหาได้
ตัวอย่างเช่น "
ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข
บางปัญหาต้องใช้เวลา
เราลองมาช่วยกันคิดหาหนทางที่จะแก้ไขปัญหากันดีกว่า
"
- ให้ความมั่นใจว่า
ยังมีคนคอยช่วยเหลืออยู่
ตัวอย่างเช่น "
ลองปรึกษาหารือกับเพื่อน
(หรือญาติพี่น้อง สามี หรือภรรยา
ลูกที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว) ดู
" แต่ถ้าไม่มีใครจริงๆ
ยังมีหน่วยงานอีกหลายแห่งที่ยังคอยให้ความช่วยเหลืออยู่
- พูดให้ห่วงคนข้างหลัง
ตัวอย่างเช่น " ถ้าขาดคุณเสียคน
ลูกๆจะทำอย่างไร " หรือ
"ถ้าขาดคุณแล้ว
พ่อแม่จะอยู่อย่างไร
ใครจะช่วยดูแลท่าน
ท่านแก่มากแล้ว "
- พูดให้เห็นข้อดีของการมีชีวิต
ตัวอย่างเช่น "
คุณยังมีอะไรดีๆอยู่อีกมาก เช่น
มีลุก มีสามี หรือภรรยาที่ดี
ที่คอยหว่งใยให้กำลังใจ " หรือ
"
คุณยังมีงานทำมีทรัพย์สินเงินทอง
" หรือ "
การมีชีวิตอยู่ยังได้ทำบุญ
ทำประโยชน์ให้ครอบครัวให้สังคมได้
"
- ในกรณีที่เวลาผ่านไประบะหนึ่ง
ผู้คิดทำร้ายตนเอง
สามารถมีสติรับฟังเหตุผลได้
ให้พูดถึงบาปบุญคุณโทษ
ตัวอย่างเช่น "
คิดทำร้ายตัวเองไม่ดีหรอกบาปกรรมเปล่าๆ
กว่าจะเกิดมาเป็นคนนั้นแสนยาก
"
|
|
อย่าพูดซ้ำเติมคนคิดฆ่าตัวตาย
เพราะจะกายเป็นการผลักดันให้ลงมือทำซ้ำอีก
การปลอบใจและให้กำลังใจที่ดีที่สุด
คือการรับฟังอย่างเข้าใจ
และใส่ใจความรู้สึกของผู้ประสบปัญหา
และเห็นอกเห็นใจด้วยความจริงใจ |
|
เมื่อมีการฆ่าตัวตายจะทำอย่างไร
|
- รีบช่วยปฐมพยาบาล
และรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
- ปลอบโยนญาติให้มีสติ
- ทำความเข้าใจกับชุมชนให้เข้าใจว่า
เขาทำไปเพราะทุกข์ใจ
ไม่ใช่เป็นการกาเรื่องใส่ตัว
ไม่ควรรังเกียจ
ควรเห็นใจผู้ฆ่าตัวตาย และญาติ
ให้ความช่วยเหลือ
และช่วยกัยดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก
สิ่งที่ญาติหรือผู้ใกล้ชิด
ไม่ควรพูดกับผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย
|
- ตายเสียได้ก็ดี
- ไม่น่ารอดมาเลย
- อย่าไปสนใจมากเดี๋ยวก็ทำอีก
ไม่ตายจริงหรอก
- เก่งจริงคราวหน้าก็ให้ตายจริงซิ
- อยู่ไปก็ไม่เห็นทำประโยชน์อะไร
- ไม่ต้องฆ่าตัวตายหรอก
ยังไงก็ตายอยู่ดี
- อยู่ไปนานก็ยิ่งจะสร้างภาระให้คนอื่น
|
 |
แหล่งให้ความช่วยเหลือที่ติดต่อได้
- สถานีอนามัย
- โรงพยาบาลชุมชน
โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์
โรงพยาบาลจิตเวช
- บุคคลในชุมชนที่เคารพนับถือ
ไว้วางใจ
และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ
เช่น พระครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
อสม. และเพื่อนบ้าน
- แรงงานจังหวัด
ที่ให้ความช่วยเหลือด้านจัดหางาน
เพื่อให้มีอาชีพ
เลี้ยงตัวเองและครอบครัว
- ประชาสงเคราะห์จังหวัด
ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องการเงิน
ที่พักอาศัย และปัจจัย 4 ได้แก่
อาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม
และยารักษาโรค
|
|
|
ต่อชีวิตคน
ได้กุศล ผลบุญแรง |
|