บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

กรณีปราสาทพระวิหาร

ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร และการเจรจาเขตแดนไทย - กัมพูชา
50 ประเด็น ถาม-ตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร
สรุปข้อมูลสถานะของคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505
ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร

ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ
เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร
และการเจรจาเขตแดนไทย - กัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศ

การแก้ไขปัญหาไทย - กัมพูชา ในกรอบคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ UNSC และกรอบอาเซียน

เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา

ภายหลังจากกัมพูชานำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ได้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารมาเป็นลำดับ จนในที่สุดได้เกิดการปะทะกัน ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาหลายครั้ง ดังนี้

1. เหตุการณ์ความตึงเครียดและการปะทะบริเวณปราสาท พระวิหารระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2551

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2551 ได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับ ทหารกัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร ด้านภูมะเขือ (ทางด้านตะวันตกของ ปราสาทพระวิหาร) ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 คน ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 1 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2551 มีทหารไทย จำนวน 2 คน เหยียบ ทุ่นระเบิดที่มีการวางใหม่ ทำให้ขาขาดและบาดเจ็บสาหัส ความตึงเครียด ได้เพิ่มมากขึ้นจนนำไปสู่การปะทะในวันที่ 15 ตุลาคม 2551 ซึ่งมีผลทำให้ ทหารไทยเสียชีวิต 2 คน และทหารกัมพูชาเสียชีวิต 3 คน

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการหารือกันระหว่างไทยกับ กัมพูชาในระดับต่าง ๆ ได้แก่ การหารือระหว่างแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยกับ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชาที่เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ 23 - 24 ตุลาคม 2551 และการหารือระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในระหว่างการประชุมสุดยอดเอเชีย - ยุโรป ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2551 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้มีการลดการเผชิญหน้าและแก้ปัญหา ด้วยกลไกทวิภาคี และให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันต่อไปทั้งในกรอบ ทวิภาคีและในระดับภูมิภาค

2. เหตุการณ์ปะทะบริเวณปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2552 มีทหารไทย 1 คน เหยียบกับระเบิด ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาซ้ายขาด ขณะลาดตระเวนในเส้นทางประจำที่ ห้วยตามาเรีย บริเวณภูมะเขือ ต่อมากองทัพไทยได้ส่งกำลังทหารเข้าไป ตรวจสอบในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุและได้ปะทะกับทหารกัมพูชาในวันที่ 3 เมษายน 2552 ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 7 คน ส่วน ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 2 คนและบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ ยื่นหนังสือประท้วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อกัน นอกจากนั้น ฝ่ายกัมพูชายัง ได้มีหนังสือถึงสำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ร้องเรียนว่า ฝ่ายไทยได้ กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวปราสาทพระวิหารและไฟไหม้ ชุมชน ตลาด ในพื้นที่ด้านล่างของปราสาทฯ อีกด้วย และขอให้ยูเนสโกเข้ามา แก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนในฐานะที่ปราสาทพระวิหารเป็นมรดก โลกซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่า

ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ไทยและกัมพูชาจัดประชุม JBC สมัยพิเศษที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 6 - 7 เมษายน 2552 โดยมีผลความ คืบหน้าที่สำคัญ กล่าวคือ ทั้งสองฝ่ายสามารถลงนามบันทึกการประชุม JBC ครั้งที่ผ่านมา 2 ครั้ง (เมื่อพฤศจิกายน 2551 และ กุมภาพันธ์ 2552) ซึ่งก่อน หน้านี้มีประเด็นคงค้างที่ตกลงกันไม่ได้ และได้หารือกันเรื่องร่างข้อตกลง ชั่วคราว (Provisional Arrangement - PA) เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหารและสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการจะไม่ คงกำลังทหารไว้ที่ปราสาทพระวิหาร “วัดแก้วสิขาคีรีสะวารา”) และรอบวัด ดังกล่าว ชื่อชุดทหารติดตามสถานการณ์โดยให้ใช้ชื่อว่า “ชุดทหารติดตาม สถานการณ์ชั่วคราว” (Temporary Military Monitoring Groups) ส่วน ประเด็นคงค้างเหลือเพียงประเด็นเดียว คือ การเรียกชื่อปราสาทพระวิหาร ซึ่งการเจรจาร่างความตกลงดังกล่าวไม่มีข้อยุติและจะต้องเจรจากันต่อไป

3. เหตุการณ์ปะทะบริเวณปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 4 - 7 กุมภาพันธ์ 2554

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ได้เกิดการปะทะระหว่างทหารไทยกับ กัมพูชาบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านปราสาทพระวิหาร จังหวัด ศรีสะเกษ ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ ทวิภาคี (JC) ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 7 ที่เมืองเสียมราฐ (3 - 4 กุมภาพันธ์ 2554) สิ้นสุดเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงใส่ฝ่ายไทยที่ บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (ด้านตะวันตกของปราสาทพระวิหาร) ต่อมาได้มีการปะทะเกิดขึ้นเป็นระยะ บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหารจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ส่งผลให้ ฝ่ายไทยมีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นทหาร 1 คน และพลเรือน 1 คน มีผู้ได้รับ บาดเจ็บ 16 คน เป็นทหาร 14 คน พลเรือน 2 คน และได้มีการอพยพ ประชาชนกว่า 15,000 คน ฝ่ายกัมพูชาได้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแจ้งต่อ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเรียกร้องให้ UNSC จัดประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยด่วน

ต่อมา UNSC ได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม UNSC เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปะทะที่เกิดขึ้นและชี้แจงท่าทีไทยด้วย ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ประธานการประชุมได้ออกแถลงข่าว (Press statement) เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึง ที่สุด และยุติการปะทะอย่างถาวรโดยเร็ว และให้มีการเจรจาโดยให้ อาเซียนมีบทบาทสนับสนุน

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน ได้จัดการประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่กรุงจาการ์ตา ประเทศ อินโดนีเซีย ซึ่งภายหลังการประชุมประธานอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชากลับมาเจรจาทวิภาคีกันต่อไปตามกลไก ทวิภาคีที่มีอยู่ โดยให้อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนมีบทบาทตาม ความเหมาะสม และยินดีที่จะมีการประชุม JBC และ GBC ในอนาคต ในวันที่จะกำหนดต่อไป นอกจากนี้ ไทยและกัมพูชาได้ตกลงที่จะเชิญ ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบริเวณชายแดน ไทย - กัมพูชาด้วย ภายหลังการประชุมดังกล่าว มีความคืบหน้าหลายประการ ได้แก่

(1) ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC ไทย - กัมพูชา ที่เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 7 - 8 เมษายน 2554 โดยได้มีการหารือ เกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนแห่งใหม่บริเวณบ้านหนองเอี่ยน จังหวัด สระแก้ว - สตึงบท จังหวัดบันเตียเมียนเจย การจัดทำแผนที่ภาพถ่าย ทางอากาศและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) ไทยและกัมพูชาได้พิจารณาร่าง Terms of Reference ของคณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย ซึ่งอินโดนีเซีย เสนอแล้ว โดยฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาได้เห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับบริเวณที่ ผู้สังเกตการณ์จะเข้าไปประจำการ (area of coverage) อย่างไรก็ดี ฝ่าย ไทยประสงค์ให้ฝ่ายกัมพูชาถอนกำลังทหารและประชาชนกัมพูชาออกจาก พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ชุมชน ตลาด และวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา เสียก่อน จึงจะสามารถให้คณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียเข้ามาได้

4. เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เมื่อวันที่ 22 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2554

เมื่อวันที่ 22 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2554 กัมพูชาได้เปิด การปะทะขึ้นอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นบริเวณพื้นที่กลุ่มปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งห่างจากปราสาทพระวิหารประมาณ 140 กิโลเมตร โดยใช้อาวุธหลายประเภทรวมทั้งอาวุธหนัก อาทิ เครื่องยิง ลูกระเบิด ปืนใหญ่สนาม และปืนใหญ่รถถัง รวมถึงจรวดหลายลำกล้อง BM - 21 ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นพื้นที่กว้างในฝั่งไทย ทั้งพื้นที่ทาง ทหารและพลเรือน จนต้องมีการอพยพประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณอำเภอ พนมดงรักและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนเกือบ 50,000 คนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาตามความเหมาะสม โดยโจมตี เป้าหมายทางการทหาร และไม่มีการใช้ก๊าซพิษ อาวุธเคมี หรือเครื่องบินรบ ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหา ทั้งนี้ การปะทะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 โดยฝ่ายไทยมียอดผู้เสียชีวิตรวม 10 คน เป็นทหาร 8 คน พลเรือน 2 คน และได้รับบาดเจ็บ 137 คน เป็นทหาร 123 คน และพลเรือน 14 คน

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook