เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2545 ที่ผ่านมา
ไมเคิล บราวน์
นักดาราศาสตร์ชื่อดังชาวอเมริกัน
ได้เปิดเผยถึงการค้นพบ
"ควาอัวร์" (Quaoar) หรือ 2002 LM60
เทหวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดบริเวณวงแหวนคูเปอร์นับตั้งแต่การค้นพบดาวพลูโตในปี
1930
"ควาอัวร์"
เป็นเทหวัตถุขนาดใหญ่ดวงที่ 4
ที่ถูกค้นพบบริเวณวงแหวนคูเปอร์
3 ดวง
ก่อนหน้ามันถูกค้นพบในช่วงสองปีก่อน
คือ 2001 KX76 ขนาดระหว่าง 960-1270 กิโลเมตร
Varuna และ 2002 AW197 ขนาด 900 กิโลเมตร
และนี่เองคือเสน่ห์เย้ายวนใจให้นักดาราศาสตร์หลายคนต้องหันกล้องไปยังวงแหวนคูเปอร์
ไมเคิล บราวน์ และ เชดวิค
ทรูจิลโล
สองนักดาราศาสตร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย
(Caltech)ก็เช่นกัน
พวกเขาเริ่มงานสำรวจเทหวัตถุบริเวณวงแหวนคูเปอร์เมื่อแปดเดือนก่อน
ทั้งสองแกะรอยจุดสว่างเล็กๆ
จากภาพถ่ายในปี 1982 ของชาร์ลี
โคเวล
นักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย
ในครั้งที่ โคเวล
ค้นหาดาวเคราะห์เอ็กซ์(X)
แต่โคเวลไม่ได้สังเกตเห็นมัน
บราวน์และเชดวิค
อาศัยภาพถ่ายของโคเวลคำนวณเส้นทางการโคจรและถ่ายภาพมันได้โดยกล้องโทรทรรศน์ออสชินขนาด
48 นิ้ว ของหอดูดาวพาโลมาร์
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2002
หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
พวกเขาใช้กล้อง New Advanced Camera for Survey
ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิ้ลติดตามถ่ายภาพและวัดขนาดของมัน
ทั้งสองตั้งชื่อโลกที่หนาวเย็นนี้ว่าควาอัวร์
ซึ่งเป็นชื่อของเทพผู้สร้างเผ่าตองวา
Tongva
ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณลอสแองเจลิสก่อนการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวสเปนและชาวยุโรปอื่นๆ
ควาอัวร์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
800 ไมล์ หรือ 1,280 กิโลเมตร
ขนาดครึ่งหนึ่งของดาวพลูโต(2,250
กิโลเมตร) และ 1 ใน 10 ของโลก(12,870
กิโลเมตร) อยู่ห่างจากโลก 42 AU (1 AU
เท่ากับระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์)
และห่างจากพลูโต 1.6
พันล้านกิโลเมตร หรือ 1
พันล้านไมล์ โคจรรอบดวงอาทิตย์ 288
ปี วงโคจรเกือบเป็นวงกลม
แตกต่างกับพลูโตที่โคจรเป็นวงรี

ส่วนวงแหวนคูเปอร์อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปไกลจากดวงอาทิตย์
30-50
AU.ชื่อวงแหวนนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่
เจอราด คูเปอร์
ผู้เสนอทฤษฎีว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งของดาวหาง
ในปี 1951
ในปี 1992 เดวิด เจวิตต์
นักดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาวายและเจน
ลู ค้นพบเทหวัตถุขนาด 150 ไมล์
ที่วงแหวนคูเปอร์ ให้ชื่อว่า 1992 QB1
หลังจากนั้นโลกที่หนาวเย็นที่ไม่ใช่ดาวหางถูกค้นพบมากขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงปัจจุบันพบแล้วกว่า 600 ดวง
เทหวัตถุเหล่านี้ถูกเรียกว่า Kuiper
Belt Objects หรือ KBOs
นักดาราศาสตร์ประมาณว่ามี KBO
ขนาดอย่างน้อย 100 กิโลเมตร ถึง 70,000
ดวง
แต่ก่อนหน้านั้นเกือบ 100 ปี
วงแหวนคูเปอร์และอวกาศที่ไกลออกไปได้รับความสนใจจากนักดาราศาสตร์ยุคก่อนมาแล้ว
เพราะมันเป็นบริเวณที่นักดาราศาสตร์ค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ๆ
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากวิลเลียม
เฮอซ์เชล ค้นพบดาวยูเรนัสในปี 1781
แต่ผลการคำนวณวงโคจรของมันพบว่ามีแรงดึงดูดรบกวน
นักดาราศาสตร์ยุคนั้นเชื่อว่ามันต้องเกิดดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างออกไปที่ยังมองไม่เห็นและเรียกมันว่า
ดาวเคราะห์เอ็กซ์
การค้นหาดาวเคราะห์ดวงนี้ประสบความสำเร็จในปี
1846 โจฮานน์ แกลลี และ เฮนริช เดอ
อาเรสต์ ค้นพบดาวเนปจูน
แต่มันไม่จบเพียงแค่นั้น
ดาวเนปจูนก็ยังถูกรบกวนวงโคจรเช่นเดียวกับยูเรนัส
นักดาราศาสตร์จึงเชื่อว่ายังมีดาวเคราะห์ที่ยังมองไม่เห็นอยู่อีกดวงหนึ่ง
ปี 1930 ไคลด์ ทอมบอห์
ก็ค้นพบดาวพลูโต
พลูโตถูกนับเป็นดาวเคราะห์ของระบบสุริยะดวงที่
9 แต่ทว่านักล่าดาวเคราะห์เอ็กซ์
สรุปว่ามวลดาวเคราะห์ดวงที่ 9
มีไม่มากพอที่จะรบกวนวงโคจรของเนปจูนได้
การค้นหาดาวเคราะห์เอ็กซ์จึงดำเนินต่อไป
ปี 1946 ฟรานซิส เซวิน
พยากรณ์ว่ามีดาวเคราะห์เอ็กซ์อีกดวงอยู่ไกลออกไป
7 พันล้านไมล์ ต่อมาในปี 1987 จอห์น
แอนเดอร์สัน นักวิทยาศาสตร์ของ Jet
Propulsion Laboratory (JPL)
ตรวจสอบการโคจรของยานไพโอเนียร์
10 และ 11 อย่างละเอียด
เขาสรุปว่าดาวเคราะห์ดวงที่ 10
อาจมีอยู่จริงและ
มันน่าจะมีมวลมากกว่าโลก 5 เท่า
โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1,000 ปี คอลลีย์
พาวเวลล์ นักวิทยาศาสตร์ของ JPL
เป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่ามีดาวเคราะห์เอ็กซ์พาวเวลล์พยากรณ์ว่ามันอยู่ไกล
5.6 พันล้านไมล์ มีมวลมากกว่าโลก 3
เท่า
การค้นพบควาอัวร์ครั้งนี้ยังนำมาซึ่งข้อมูลใหม่ๆ
ในระบบสุริยะอีกด้วย
นั่นคือความรู้เกี่ยวกับดาวพลูโต
"มันกระจ่างชัด
ถ้าหากเราค้นพบพลูโตในวันนี้
ด้วยความรู้เกี่ยวกับเทหวัตถุดวงอื่นๆ
บริเวณวงแหวนคูเปอร์(Kuiper Belt)
เราจะไม่แม้แต่จะคิดว่าพลูโตเป็นดาวเคราะห์"
ไมเคิล บราวน์
นักดาราศาสตร์กล่าว
การเผยโฉมของควาอัวร์ทำให้สถานภาพดาวเคราะห์ของพลูโตถูกสั่นคลอนยิ่งกว่าครั้งใดๆ
เพราะนับสิบปีแล้วที่นักดาราศาสตร์ส่วนหนึ่งไม่ยอมรับว่าพลูโตเป็นดาวเคราะห์
แต่ถือว่าเป็นเทหวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในวงแหวนคูเปอร์
พลูโตนั้นถูกสงสัยว่าไม่ใช่ดาวเคราะห์มาตั้งแต่ปี
1989
มันเกิดจากภาพถ่ายดวงจันทร์ไทรตัน(Triton)
ของดาวเนปจูนโดยยานวอยเอเจอร์ 2
ขององค์การนาซ่าซึ่งแสดงให้เห็นว่าไทรตันละม้ายคล้ายคลึงพลูโต
นักดาราศาสตร์ส่วนหนึ่งตั้งสมมติฐานว่าทั้งพลูโตและไทรตันมาจากวงแหวนคูเปอร์
แต่ไทรตันถูกแรงโน้มถ่วงของเนปจูนจับมันมาเป็นบริวารได้
ขณะที่พลูโตยังอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน
เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักดาราศาสตร์หลายคนทุ่มเทกับการค้นหาดาวเคราะห์ดวงที่
10 ทว่ากลับไม่มีใครเจอมัน
ดาวเคราะห์เอ็กซ์จึงยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาของดาราศาสตร์
เช่นเดียวกับ ปริศนา
บิ๊กแบงค์เกิดขึ้นเมื่อไร? หรือ
จักรวาลใหญ่แค่ไหน?
แต่หลังจากการค้นพบ ควาอัวร์
มันทำให้นักดาราศาสตร์หลายคนต้องตอบคำถามที่ว่าจะมี
เทหวัตถุขนาดใหญ่กว่าพลูโตที่วงแหวนคูเปอร์หรือไม่
รวมทั้งขนาดที่ใหญ่จนเรียกว่าดาวเคราะห์หรือไม่
นั่นก็หมายความว่าไม่เพียงแต่ผู้คนอยากจะรู้ว่าระบบสุริยะมีอาณาเขตไกลออกไปจากที่เรารู้อีกแค่ไหน
แต่ความสนใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์เอ็กซ์ก็ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
เดวิด เจวิตต์ผู้เชี่ยวชาญ KBO
กล่าวว่า
"การค้นพบครั้งใหม่นี้สอดรับกับที่เราคาดหวังไว้ว่ามี
KBO
หลายดวงหรืออาจจะสองดวงที่ใหญ่เท่าพลูโต"

ขณะที่ แฟรงก์ ซัมเมอส์
นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของ Space Telescope
Science Institute
ศูนย์วิจัยอวกาศโดยกล้องอวกาศฮับเบิ้ลกล่าวว่า
"การค้นหาเช่นนี้ช่วยยืนยันว่าเราจะค้นพบ
KBO ขนาดใหญ่กว่าพลูโต" และฮาโรล
เลวิสัน นักวิทยาศาสตร์ของ Southwest
Research Institute
เชื่อว่าขณะที่เวลาผ่านไปเราจะพบเทหวัตถุที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
อย่างน้อยที่สุดขนาดเท่าพลูโตแต่เขาไม่คิดว่าจะพบขนาดที่ใหญ่เท่าดาวอังคารหรือดวงจันทร์ของโลก
ด้าน ไมเคิล บราวน์
ผู้ค้นพบควาอัวร์คาดว่าภายในปีหน้า
หรืออีกสองปีเราจะค้นพบเทหวัตถุขนาดควาอัวร์และเป็นไปได้ที่จะพบขนาดที่ใหญ่กว่าพลูโต
เขายังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสมมติฐานที่ว่ามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อยู่บริเวณระหว่างวงแหวนคูเปอร์กับเมฆอ๊อต[Oort
Cloud] แหล่งดาวหางนับล้านๆ ดวงว่า
มันเป็นการคาดเดาที่มีค่าควรแก่การพิจารณา
และเป็นเรื่องที่เขาจะสำรวจในอีกสองสามปีข้างหน้าซึ่งสามารถจะตรวจจับมันได้
|