บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ด้วยรัก

1

ะหว่างที่เสด็จฯ กลับไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซิอร์แลนด์ พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ และพระราชวงศ์ทางประเทศไทย ด้วยความห่วงใย ประกอบกับเป็นพระราชประเพณี ว่าด้วยการสืบสันติวงศ์ของไทย ต่างพระองค์ก็ทรงมีความเห็นว่า ถึงเวลาสมควรหาบุคคลที่เหมาะสม สำหรับตำแหน่งพระราชินี เตรียมไว้ในอนาคต เพื่อให้มีเวลาที่จะได้ทรงรู้จัก และคุ้นเคยพอ จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร

 

          กรมขุนชัยนาทนเรนทร (พระยศในขณะนั้น) ซึ่งเป็นพระบรมวงศ์ ที่ทรงถือว่าใกล้ชิด และสนิทด้วยมา (คงเนื่องจากเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์เนื่อง สนิมวงศ์ เจ้าจอมมารดาถึงแก่อนิจกรรม เมื่อกรมขุนชัยนาทนเรนทร (พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิต) ทรงมีพระชนมายุได้ประมาณ 10 วัน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุ้มมาพระราชทาน ให้สมเด็จพระพันวัสสาเลี้ยง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรียกว่า เสด็จลุง) ได้รวบรวมรายพระนาม และนามพระราชวงศ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และสมควรแก่ตำแหน่งพระราชินีในอนาคต อัญเชิญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงทราบฯ เพื่อจะได้ทรงมีโอกาสรู้จักต่อไป (แต่รายนามที่ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงทราบนั้น ไม่มีนามของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ร่วมอยู่ด้วย)
            การเลือกคู่แห่งเจ้านายชั้นสูง มักจะถูกผู้ใหญ่กำหนดชะตาชีวิตคู่ ไว้ก่อนเป็นส่วนมาก
           ถึงแม้การตัดสินใจในขั้นสุดท้าย จะเป็นของตนเองก็ตาม ยิ่งสำหรับองค์รัชทายาท สตรีผู้ใดจะต้องดำรงตำแหน่งราชินี ของประเทศย่อมจะต้องอยู่ในสายตา ของญาติผู้ใหญ่ที่จะแนะนำ และสอดส่องเสมอ บางประเทศรัฐบาลอาจจะมีเสียง ในการคัดค้านหรือสนับสนุนได้ แต่ในที่สุดก็ย่อมจะต้องอยู่ในการตัดสินใจ ของผู้กำชะตาชีวิตด้วยตนเอง
            สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชะตาชี้ให้เห็นอย่างแจ่มชัด สายพระเนตรได้แหวกวงล้อม จากเหล่ากุลสตรีทั้งหลายทั้งผู้ที่ถูกเสนอแนะ และผู้ที่ผ่านสายพระเนตรมาแล้ว จึงดลพระทัยให้มีพระราชประสงค์ ที่จะซื้อรถที่ประเทศฝรั่งเศส และเสด็จฯ ไปด้วยพระองค์เอง และก็เป็นการบังเอิญ ที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ในขณะนั้นทรงเป็นเอกอัครราชทูตอยู่ ณ กรุงปารีส เมื่อพุทธศักราช 2490

           เป็นวันที่มีอากาศดีวันหนึ่งในกรุงปารีส ที่ครอบครัวท่านทูต หม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทราบข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มาประเทศฝรั่งเศส หน้าที่ของท่านทูตจะต้องนำขบวนรถอารักขา ไปรับเสด็จที่ชานเมืองปารีส

 

            ณ เมือง Fontainebleau ซึ่งเป็นชานเมืองนครปารีส ทุกคนไปรอรับเสด็จอยู่ใต้เงาไม้ อันร่มรื่นของป่าโปร่ง บรรยากาศโดยรอบ มีแต่ความสดชื่นแจ่มใส ทุกคนตื่นเต้นเบิกบานใจที่จะได้เฝ้า... ใจจดใจจ่ออย่างยากที่จะสงบใจได้ สำหรับบุตรีของท่านทูตทั้งสองคน คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร นับได้ว่าเป็นการที่จะได้เข้าเฝ้า เห็นพระองค์อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก นับจากวันที่เคยถวายความจงรักภักดี ด้วยการปักดอกไม้ใส่แจกันเล็กๆ ถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์มาเป็นกิจวัตร จากเด็กหญิงเล็กๆ จนถึงวัยดรุณีแน่งน้อยอยู่ในขณะนั้น หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ แต่งกายอยู่ในสูทสีเนื้อเก๋ เรียบร้อย ผมรวบเป็นเปียเดี่ยวยาวถึงกลางหลัง มีความอ่อนหวานน่ารัก ร่าเริงอย่างเต็มที่ แต่เวลาแห่งการรอคอยนานขึ้นเพียงไร ความร่าเริงก็ยิ่งน้อนลง กลายเป็นความกระวนกระวายมากขึ้นทุกที หน้าที่ยิ้มแย้มชักจะมุ่ย และมุ่ยมากขึ้น โดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จากเวลาที่รอคอยนานอย่างผิดปกติ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระนิสัยตรงเวลา รวดเร็ว และว่องไว ครั้งนี้ทำไมจึงผิดเวลาอย่างน่าสงสัย
            และแล้วเวลาประวัติศาสตร์แห่งความรักก็มาถึง พร้อมกับพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับตรงหน้าหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ให้ได้เฝ้าเป็นการพบกันครั้งแรก ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตร เห็นหน้าของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ที่ไม่ค่อยจะงามนัก (ผิดจากแบบการพบครั้งแรกของนวนิยาย) เพราะอยู่ในอารมณ์ที่ทั้งหิว และรอนาน ด้วยรถยนต์เป็นเหตุ ซึ่งเป็นพระราชพาหนะที่ค่อนจะคร่ำคร่า รับราชการฉลองพระเดชพระคุณ อย่างเคร่งครัดมาเป็นเวลานาน เกิดเครื่องเสีย และน้ำมันหมดในเวลาเดียวกันอย่างประหลาด ต้องใช้เวลาแก้ไขนานพอสมควร กว่าจะเสด็จฯ มาได้ ทั้งๆ ที่พระราชทานอาหารปลอบใจให้หายหิว แต่หลวงประเสริฐไมตรี (ประเสริฐ โชติกเสถียร) ท่านรองเลขาฯ ก็ยังเชิญแต่เฉพาะผู้ใหญ่เข้าร่วมโต๊ะเสวย เด็กๆ ให้ไปรับประทานอาหาร ที่ร้านอีกแห่งหนึ่ง ชื่อ  " GOLDEN DRAGON "   ซึ่งคงต้องเสียเวลาต่อไปอีก (ปัจจุบันไม่ทราบว่ายังอยู่หรือเปล่า) เหตุการณ์ในวันนั้น วันแห่งการพบกันครั้งแรก ถึงจะเป็นกาลเวลาที่ผ่านมาประมาณ 50 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังคงเป็นความรู้สึก ที่เป็นปัจจุบันที่สดใส ในพระราชหฤทัยของสองพระองค์ ยามที่ทรงนึกถึงวันนั้น และทรงล้อสมเด็จพระบรมราชินีนาถอย่างขันๆ ถึงความหลัง ทั้งในบันทึก พร้อมทั้งภาพล้อบนแผ่น MEMO ที่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่า  " เดินตุปัดตุเป๋ หน้างอคอยถอนสายบัว "   ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็จะกราบบังคมทูล ตอบทันด่วนว่า   " หน้างอเพราะให้แต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย เด็กกลับไล่ให้ไปกินที่อื่น "   เป็นความทรงจำที่ยังสดใสอยู่จนทุกวันนี้
            จากวันที่ทรงพบกันที่ Fontainebleau ครอบครัวหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ก็ได้รับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบ่อยครั้ง เนื่องจากมาทอดพระเนตรรถยนต์ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกพระทัยนัก? จึงต้องใช้เวลาเสด็จฯ มาปารีสบ่อยครั้ง และทุกครั้งมักจะเสด็จฯ มาเสวยพระกระยาหาร กว่าจะเสด็จฯ กลับก็ร่วมตีสามของวันใหม่ และต่อมาการเสด็จฯ กลับที่ประทับก็เลื่อนเวลาช้าออกไป หรือตามพระราชอัธยาศัย                       
             ครั้งแรกที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ปารีส นับว่าเป็นศุภนิมิตได้เหมือนกัน เมื่อสมเด็จพระราชชนนี รับสั่งให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ด้วยว่าจะสวยน่ารักไหม เพราะหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นหลานแท้ๆ ของสมเด็จย่าและเป็นคนดี หม่อมหลวงบัวก็เป็นลูกเจ้าพระยาวงศาฯ (วงศานุประพัทธ์) ซึ่งก็เป็นคนดีซื่อตรง และยังทรงกำชับว่า  " ถึงปารีสแล้ว โทรฯ บอกแม่ด้วย "   และในครั้งนั้น เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงปารีสแล้ว ทรงโทรศัพท์ถึงสมเด็จพระราชชนนี และสมเด็จพระราชชนนี ไม่ทรงลืมที่จะรับสั่งถามถึง ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทูลตอบทันทีเหมือนกันว่า   " เห็นแล้วน่ารักมาก "
             ตลอดเวลาที่ผ่านมาในระยะนั้น ทำให้ครอบครัว ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ในฐานะเอกอัครราชทูตไทย เป็นที่ทรงคุ้นเคยต่อเบื้องพระยุคลบาท และด้วยความจงรักภักดี หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และครอบครัวได้เฝ้าฯ และถวายความสะดวกต่างๆ ทุกคราวที่เสด็จฯ โดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัย เนื่องด้วยหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มีนิสัยร่าเริง สุภาพ อ่อนน้อม และบางครั้งค่อนข้างจะอาย เป็นที่ชื่นชมของผู้ที่ได้พบเห็น

อ่านหน้า2

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook