บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ด้วยรัก

2

ครั้นคืนวันที่ 4 ตุลาคม พุทธศักราช 2491 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุบัติเหตุ รถยนต์พระที่นั่งชนกับรถบรรทุกคันหนึ่ง ที่ถนนในเมืองมอนเนย์ ใกล้ทะเลสาบเจนีวา ได้รับบาดเจ็บที่พระเศียร พระพักต์ และพระเนตรขวา ทรงเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลมอร์เชส ซึ่ง ดร.มาเรียง เกรกซ์ แห่งโรงพยาบาลนี้ ได้ถวายการรักษาอย่างดียิ่ง ทางรัฐบาลได้จัดคณะผู้แทนไปเฝ้าฯ และเยี่ยมฟังพระอาการ ตลอดจนสั่งให้เอกอัครราชทูตไทย ประจำสวิตเซอร์แลนด์ ไปถวายความสะดวก และช่วยเหลือระหว่าง ทรงรับการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด จนทรงกลับเป็นปกติดังเดิม

 

           ทางครอบครัวหม่อมเจ้านักขัตรมงคล พอทราบข่าวการประชวร ทั้งตกใจและเป็นห่วง แต่ไม่กล้าพาครอบครัวเข้าเฝ้าเยี่ยม ทั้งที่ทรงคุ้นเคยแล้วก็ตาม จนได้ทราบว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมหลวงบัว กิติยากร ซึ่งอยู่ในลอนดอนพาธิดาทั้งสอง คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร เข้าเฝ้าด่วนที่สุด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร และประทับที่สถานพยาบาล หม่อมหลวงบัว และบุตรีทั้งสอง ได้พักอยู่ชั่วระยะเวลาพอสมควร เนื่องด้วยหม่อมหลวงบัว มีภาระและความจำเป็น จึงได้กราบถวายบังคมลากลับก่อน พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร
           ในการที่ทรงพระประชวรครั้งนี้ คณะที่ทางรัฐบาล จัดเป็นผู้แทนไปเฝ้าเยี่ยม โดยมีพระยาบริรักษ์ เวชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะ ประกอบด้วยหลวงเสรีเริงฤทธิ์ และหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ) เมื่อทรงทราบว่าคณะไปถึง ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสั่งให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ เข้าเฝ้าฯ โดยเฉพาะเป็นพิเศษ พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า   " ทรงรัก หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร อย่างแน่นอน "   พระราชทานเหตุผลว่า เมื่อทรงฟื้นคืนพระสติครั้งแรกนั้น ทรงระลึกถึงบุคคลเพียงสองคน คือ สมเด็จพระราชชนนี และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งแสดงถึงความจริง ที่สถิตอยู่ในพระราชหฤทัย
            หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เมื่อมีโอกาสที่จะถวายความจงรักภักดี จึงน้อมถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ช่วยให้ทรงร่าเริง ปลอบพระทัยในการที่ต้องทรงพระประชวร เยี่ยงที่คนเจ็บทั้งหลายมีความรู้สึกกัน ทั้งที่มีคนสงสัยว่ามาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ทำไม และก็มิได้บอกกล่าวใครทั้งสิ้น

 

              ตลอดเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พักอยู่ที่โลซานน์ สมเด็จพระราชชนนี ทรงเป็นพระธุระให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนประจำ   "Riante Rive"   ที่สอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี ในเมืองโลซานน์ใกล้พระตำหนัก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเป็นผู้ปกครอง ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนประจำนั้น เมื่อเวลาหมดเรียนเมื่อไหร่ สมเด็จพระราชชนนี จะประทานโอกาสให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มาร่วมโต๊ะเสวยพระสุทธารสชาทุกครั้ง เมื่อโรงเรียนหยุดเมื่อไร ก็ทรงอนุญาตให้กลับไปเยี่ยมครอบครัว ที่สถานทูตฝรั่งเศส หรืออังกฤษแล้วแต่กรณี (ในกาลต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสแก่ผู้ใกล้ชิดว่า ทรงสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา มิได้ทรงลืมพระมหากรุณาธิคุณนี้เลย เพราะทั้งสองพระองค์ ทรงพระเมตตาต่อพระองค์มาก ทรงอบรมสั่งสอนเอาพระทัยใส่ทุกอย่าง เพราะตอนนั้นพระองค์เอง ยังทรงพระเยาว์มาก แต่งพระองค์ก็ไม่เป็น ทรงแนะนำแม้กระทั่งการใช้น้ำหอม หรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว ก็ให้อยู่ในลักษณะที่ควร ซึ่งในขณะนั้นพระองค์เอง ทรงเป็นเด็กเกินกว่าที่จะปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ความจริงในราชสำนักของต่างประเทศ กุลสตรีผู้ใดจะต้องรับตำแหน่งราชินีของประเทศ จะต้องถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในราชสำนัก ก่อนอภิเษก เพื่อฝึกหัดเรียนรู้ระเบียบประเพณีก่อนเสมอ แต่สำหรับพระองค์ท่านเท่ากับทั้งสองพระองค์ ได้ทรงพระกรุณาอบรมด้วยพระองค์เองแท้ๆ)

 

             ระหว่างที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ศึกษาอยู่ในโรงเรียน เวลาใดที่มีโอกาสก็จะมาเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างสม่ำเสมอ ทำให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษา และเข้าพระทัยในหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ดีมากขึ้น จนกระทั่งพระอาการประชวรทุเลา และเป็นปกติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และครอบครัวมาเข้าเฝ้าฯ ในการนี้โปรดเกล้าฯ ให้จัดที่ประทับแก่ครอบครัวหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ที่โรงแรมวินเซอร์ และโปรดเกล้าฯ ให้ดูแลความสะดวกทุกประการ ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ในโลซานน์
               วันที่ 18 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสเป็นการส่วนพระองค์ เรื่องการที่จะทรงขอหมั้น กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ (พระราชดำรัสที่ทรงมีต่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และคำกราบบังคมทูลตอบอย่างไร ข้าพเจ้าไม่ทราบจนเดี๋ยวนี้ และไม่บังอาจที่จะกราบบังคมทูลถาม จึงถือเป็นความลับส่วนพระองค์ ของทั้งสองพระองค์โดยแท้)
               ดังนั้นในวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 เวลา 10.00 น. อันเป็นราชาฤกษ์ สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่ง ขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ซึ่งน้อมเกล้าฯ ถวายด้วยความโสมนัสยินดียิ่ง และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระธำมรงค์ เป็นของหมั้นแด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพิธีภายในเงียบๆ ที่โรงแรมวินเซอร์ แต่เป็นที่ตื่นเต้นในพระราชหฤทัย และหัวใจของทุกคนในที่นั้น ด้วยพระธำมรงค์องค์เดียวกับสมเด็จพระราชบิดา ประทานสมเด็จพระราชชนนี ซึ่งเล็กมากไม่ถึงสองกระรัต ตามที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เลือกเองระหว่างแหวนทับทิมประดับเพชรงดงาม ของสมเด็จพระพันวัสสาฯ จึงนับได้ว่าช่วงเวลานี้ คงจะเป็นเวลาที่ทรงมีความสุขที่สุด ก่อนที่กาลเวลาต่อมาจะต้องทรงกลับ มารับพระราชภาระอย่างหนักด้วยหน้าที่
             ในคืนวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2492 มีงานเลี้ยง (reception และ dinner) ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นวันฉลองวันเกิดครบ 17 ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในวันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาไปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศข่าวทรงหมั้นให้รู้ทั่วกัน เป็นการเปิดเผยให้คนไทยได้ทราบ ถึงข่าวอันเป็นที่น่ายินดีด้วย
              หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในวันงานอยู่ในชุดที่งดงาม อ่อนหวาน สีฟ้าอ่อนกระโปรงพลีต เสื้อเป็นระบายน่ารัก กิริยาอันสุภาพอ่อนโยน เป็นที่จับตาผู้ได้พบเห็นยิ่งนัก งานเลี้ยงไม่ใหญ่โตอะไร จัดเป็นโต๊ะอาหารเล็กๆ ไม่กี่โต๊ะ แต่บรรยากาศอบอวนไปด้วยสัมผัสที่เบิกบาน และเป็นความสุขแว่วเสียงเพลง Sweet sixteen ลอยมาเบาๆ ทุกคนมีความปิติยินดีทั่วหน้า ในการที่ได้เห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงมีความสุขในความรัก กับกุลสตรีที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นวันมงคล เป็นวันเริ่มต้นที่จะเป็นเวลาอันยืดยาว แห่งความรักต่อไป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานซิการ์เกือบ 1 ฟุต แก่หม่อมเจ้านักขัตรมงคล (พ่อตาในอนาคต) ซึ่งเมื่อได้รับพระราชทานแล้ว ก็ทรงจุดสูบด้วยความสุขเช่นกัน
              ภายหลังที่ข่าวโปรดเกล้าฯ หมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ประกาศเป็นทางการ ประชาชนได้เห็นภาพหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ในหนังสือพิมพ์ เหมือนมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามาสู่หัวใจของคนไทย ซึ่งในกาลเวลาขณะนั้นอยู่ในความมืดมนอธนการ และเศร้าหมองไม่แน่ใจในอนาคต ข่าวนี้จึงเป็นเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลม พรมให้หัวใจทุกผู้คนเป็นสุข และสดใสกันทั่วหน้า
              หลังจากที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นพระคู่หมั้นแล้วก็ยังคงศึกษาต่อตามเดิม จนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตรพระนคร จึงโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตามเสด็จฯ มาถวายพระเพลิงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดลในวันที่ 24 มีนาคม พุทธศักราช 2493
               เมื่อตามเสด็จฯ พระเจ้าอยู่หัวกลับกรุงเทพฯ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้กลับมาอยู่พร้อมครอบครัว ที่พระตำหนักท่านพ่อ ที่เทเวศร์ปากคลองผดุงกรุงเกษมอย่างสงบ ทั้งที่เป็นพระคู่หมั้น ไม่โปรดที่จะให้ไปงานไหนเป็นการเอิกเกริก เพราะไม่ได้ทรงแต่งตั้งพระยศ ในการที่เป็นพระคู่หมั้น เฉกเช่นที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระคู่หมั้นเป็นพระวรกัญญาปทาน โปรดที่จะเสด็จฯ มาในตอนเย็นเพื่อร่วมเสวยพระสุธารส กับพระคู่หมั้น ณ กลางสนามพระตำหนักเทเวศร์ ท่ามกลางความสุขร่มเย็นของสายลม จากแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสม่ำเสมอ

อ่านหน้า3

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook