บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ด้วยรัก

3

เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยตื่นเต้นโสมนัส ยินดีเป็นล้นพ้น เป็นวันที่พวกเขาได้รอคอยให้มาถึง และก็ได้มาถึงแล้ว ณ วันนี้ ถึงแม้จะไม่มีโทรทัศน์ให้เห็นด้วยตา แต่พวกเขาก็คอยฟังข่าวจากวิทยุ และจากหนังสือพิมพ์ คนไทยจะได้มีทั้งกษัตริย์และพระราชินี พร้อมที่จะได้มีหลักที่หัวใจได้ผูกพันยึดมั่น ประเทศจะได้อยู่ในความสงบสุข หลังจากที่ความทุกข์ ความหวาดหวั่นทั้งปวงได้ผ่านพ้นไปแล้ว และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้ทรงมีความสุขที่สมบรูณ์ เพื่อทรงพร้อมที่จะเป็นหลักชัยของประเทศต่อไป

          ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าในวังสระปทุม
            ตอนเช้าหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้พาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาไปวังสระปทุม ประทับรอในห้องรับแขก
            หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร อยู่ในชุดเจ้าสาวสีงาช้าง เสื้อแขนยาวปักลายกนกทองงดงาม พร้อมด้วยเครื่องประดับเพชรทั้งชุด ของเก่าของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
           เวลา 09.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องแบบเต็มยศ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงสวมสายสะพายจุลจอมเกล้า ประทับรถยนต์เสด็จเข้าสู่วังสมเด็จพระราชบิดา เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ห้องรับแขกพระตำหนักสมเด็จพระศรีวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พรั่งพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสนี้หม่อมเจ้านักขัตรมงคล ทรงนำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลโท มังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายสมุดทะเบียนราชาภิเษกสมรส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ลงพระนาม และนามตามลำดับ ในฐานะพระบิดา และพระมารดา ที่ยินยอมให้ทำการสมรสตามกฎหมาย จากนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขีลงนามด้วย เนื่องจากหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และจอมพล ป.พิบูลสงคราม

             เสร็จการลงพระปรมาภิไธย พระนามและนามในสมุดทะเบียนแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ นำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นประทับ ยังห้องพระราชพิธีบนพระตำหนัก สมเด็จพระศรีวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จออกมาประทับ ณ ห้องพระราชพิธี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ถวายดอกไม้ ธูปเทียนแพ แด่สมเด็จพระพันวัสสาฯ สมเด็จพระพันวัสสาฯ พระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ เทพมนต์ และทรงเจิมพระนลาฏแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงรดน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์ ทรงเจิมแก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ตามโบราณราชประเพณี
            นับว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ก็ว่าได้ คือ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในขณะนั้นซึ่งมีพระชนม์มากแล้ว ทรงมีความจำที่อยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ แต่ในขณะที่ทรงอยู่ในเวลาทำพระราชพิธี ความทรงจำกลับคืนมาอยู่ในสภาพปกติ อย่างแปลกประหลาด ทรงรับรู้ในเหตุการณ์เฉพาะพระพักต์ได้เป็นอย่างดี ยังความแปลกพระทัย และปลื้มปิติแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุกคนในที่นั้นเป็นอันมาก
                          หลังจากเสร็จพิธีรับพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์ จากสมเด็จพระพันวัสสาฯ แล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กลับลงมายังห้องรับแขกอีกครั้ง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลวงบรรเจิดอักษรการ อาลักษณ์ อ่านประกาศสถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระราชินี
             สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ประทับบนพระราชอาสน์ ซึ่งทอดพระสุจหนี่เคียงกัน
            ต่อจากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงลงพระนามในสมุดถวายพระพร ซึ่งตั้งอยู่เฉพาะพระพัตร์ทั้งสองพระองค์ แล้วคณะรัฐบาลซึ่งนำโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็เข้ามาลงนามในสมุดถวายพระพรเช่นเดียวกัน
            เมื่อพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ผ่านไปแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานของที่ระลึกเป็นหีบบุหรี่เงิน ประดับพระปรมาภิไธยย่อ ภอ. กับพระนามาภิไธยย่อ สก. มีจักรกับตรีอยู่บนฝาหีบบุหรี่นั้น
            เวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีเสด็จฯ ออก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง ประทับคู่กันเหนือพระราชอาสน์
            ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชวงศ์ได้มีโอกาสเฝ้าฯ ถวายพระพรและแสดงความปิติโสมนัส เนื่องในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสได้ทั่วถึง
            พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร กราบบังคมทูลถวายพระพร แทนพระบรมวงศานุวงศ์ มีความตอนหนึ่ง แสดงความปลื้มปิติโสมนัส ในวันราชาภิเษกสมรส ในการที่ทรงเลือกสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ มาเป็นสมเด็จพระภรรยาเจ้าว่า   " ได้ทรงพิจารณาเลือกสรร ประสบผู้ที่สมควรแก่การสนอง พระยุคลบาท ร่วมทุกข์ ร่วมสุข แบ่งเบาพระภาระในภายหน้า..."   หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำรัสตอบขอบพระทัย ในความที่ทุกพระองค์ทรงมีความปรารถนาดี ต่อพระองค์ท่าน

 

                            เสร็จพระราชพิธีพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ ถวายพระพรแล้ว ทั้งสองพระองค์เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย โดยสถานอุตราภิมุข ชาวพนักงานประโคมแตร และมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการ คณะทูตานุทูตเฝ้าทูลอะอองธุลีพระบาท

 

              เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส เนื่องที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ให้ผู้มาเฝ้าฯ ทราบ จอมพล ป.พิบูลสงครม นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กราบบังคมทูล พระกรุณาแสดงความชื่นชมยินดี และถวายพระพรชัยมงคล
                เวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จขึ้นชาวพนักงานประโคมแตร และมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
               เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้ว สมเด็จพระราชินีได้ตามเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
               ในตอนค่ำวันเดียวกัน มีพระราชทานเลี้ยงบนพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นการภายในอย่างอบอุ่น และสดชื่น ในระหว่างพระญาติสนิท และข้าราชบริพารที่ใกล้ชิด มีพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และหม่อมเอลิซาเบธ รังสิต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว กิติยากร หม่อมเจ้ามุรธาภิเษก โสณกุล หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ และหม่อมวิภา จักรพันธ์ หม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร พลเอกหลวงสุรณรงค์ และนางจรวย โชติกเสถียร นายแพทย์หม่อมหลวงจินดา และนางเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายสุรเทิน และหม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
              ในการเลี้ยงคืนนี้ นับเป็นการเลี้ยงในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส สำหรับพระมหากษัตริย์ที่ง่าย เรียบ และสิ้นเปลืองน้อยที่สุดในโลก เป็นสิ่งแรกที่แสดงให้เห็นถึงอนาคตว่า พระมหากษัตริย์ของเราพระองค์นี้ จะทรงมีพระราชกิจที่ได้ปฏิบัติต่อประชาชน อย่างไม่มีกษัตริย์พระองค์ไหนในโลก จะปฏิบัติได้เหมือน

 

              หลังจากการเลี้ยงร่วมโต๊ะเสวยแล้ว มีการแสดงแหวกแนวแบบใหม่ให้แขกชม คือ การฉายหนังผีเรื่อง  "Return of Frankenstein"   ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงค้นพบถึงวิธีที่จะหาทางข่มพระขวัญ พระเจ้าสาวให้ทรงหันเข้ามาพึ่ง พระบรมโพธิสมภารและยึดพระองค์ เป็นที่พึ่งตั้งแต่วันแรกของวันราชาภิเษกสมรส เพราะกลัวผีก็เป็นได้ และไม่มีพิธีส่งตัวเจ้าสาว เหมือนตามประเพณีของไทยทั่วไป
           รุ่งขึ้น ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปหัวหินเป็นการส่วนพระองค์ โดยรถไฟพระที่นั่งเสด็จฯ ไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล ประมาณ 3 วัน ตามประเพณีหลังการอภิเษกสมรส และโปรดเกล้าฯ ให้มีผู้ตามเสด็จแต่เฉพาะที่จำเป็น
          ตลอดระยะทางที่รถไฟผ่านตามสถานีต่างๆ ตลอดจนถึงหัวหิน ประชาชนต่างมาคอยเฝ้าฯ อย่างแน่นขนัด ทุกดวงตามีแต่ความเบิกบาน แจ่มใส ทรงโบกพระหัตถ์ บางคนที่อยู่ใกล้ก็พระราชทานพระหัตถ์ เขาก็เอามาทูลหัว ด้วยความรักและบูชา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพระองค์ เสด็จออกให้ประชาชนต่างจังหวัดได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด และเป็นสัญญาณให้เห็นถึงอนาคต ที่พวกเขาจะมีโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าฯ และจะเสด็จฯ มาทรงรับรู้ความทุกข์สุข ของพวกเราเสมอไป.

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook