บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

บิดาแห่งกฎหมายไทย

4

พระคุณลักษณะส่วนพระองค์ ของเสด็จในกรมฯ นั้นเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ทรงเอาจริงเอาจัง ทรงหนักแน่นในพระหฤทัย เที่ยงธรรมเป็นที่สุด เป็นต้นว่า ในคราวที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงพา   " แหม่ม "  ชาวรัสเซีย มาอยู่ด้วย เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นเจ้านายผู้ใหญ่พระองค์หนึ่ง ที่ทรงปฏิบัติต่อหม่อมในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ อย่างปรกติ มิได้ทรงแสดงความรังเกียจใดๆ ดังที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือเกิดวังปารุสก์ ความว่า

 

                        " เจ้านายพระญาติของพ่อ โดยมากก็ทรงทำเฉยๆ ต่อแม่ ที่ท่านทรงทำเฉยๆ ก็เพราะกลัวทูลหม่อมปู่ แต่ข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะสามารถบันทึกไว้ว่า มีเจ้านายองค์หนึ่ง ซึ่งไม่กลัวใคร และอะไรเลย คือ เสด็จกรมหลวงราชบุรีฯ ได้เสด็จมาหาแม่ และตรัสว่าแม่คงจะเหงามาก จึงทรงนำกล้องถ่ายรูปมาประทาน เพื่อที่แม่จะได้ถ่ายรูปกันเบื่อ เป็นพระเมตตาที่น่าสรรเสริญยิ่ง เพราะได้ทรงฝ่าอันตราย ที่จะถูกทูลหม่อมปู่กริ้ว ข้าพเจ้ารำลึกถึงพระเมตตาของท่าน ด้วยความขอบพระทัยเสมอ ฯลฯ "
                           แม้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอง ยังทรงตระหนักแก่พระราชหฤทัยในพระบุคลิกดังกล่าว ของเสด็จในกรมฯ ปรากฏในพระราชหัตถเลขา ถึงเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว. เปีย มาลากุล) ความว่า
                           " เป็นคนที่ใช้อันใดได้ถึงอกถึงใจ แต่มีพุ่งแรงๆ อยู่ถ้าได้ทำการในที่รับผิดชอบซึ่งหนักน่า พอถอยกำลังแล้วก็ลดลงมาพอเหมาะทีเดียว เดี๋ยวนี้ก็เห็นว่าทางจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ตั้งแต่ไปทำการศาลหัวเมือง ความรังเกียจของคนทั้งปวง เห็นว่าแรงอยู่นั้น กลับเป็นที่พอใจของผู้หลักผู้ใหญ่ ขึ้นหลายคนแล้ว ฯลฯ "
                           อย่างไรก็ตาม ในพุทธศักราช 2453 เสด็จในกรมฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายลายพระหัตถ์ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า มีพระโรคไม่สามารถที่จะรับราชการสนอง พระเดชพระคุณได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงหยุดพักรักษาพระองค์ได้
                           สาเหตุที่แท้จริง ที่พระองค์กราบบังคมทูล พระกรุณาลาออกราชการนั้น เนื่องจาก ช่วงนั้นเกิดมีเรื่องคดีพญาระกา ซึ่งเจ้านายชั้นผู้ใหญ่พระองค์หนึ่ง ทรงเข้าพระทัยผิด และทรงพระนิพนธ์บทละคร เรื่องพญาระกาขึ้น ใครอ่านก็เข้าใจว่า กระทบกระเทือนเสด็จในกรมฯ ซึ่งเสด็จในกรมฯ ทรงเสียพระทัยมากว่าสมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท แล้วก็ไม่ได้ทรงห้ามปราม จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาลาออก ในเรื่องนี้ เจ้าพระยามหิธร ได้บันทึกไว้ในหนังสือธรรมจักรว่า เมื่อเสด็จในกรมฯ กราบบังคมทูลลาออกแล้ว บรรดาเนติบัณฑิตผู้พิพากษาตุลาการ เกือบทั้งหมดในขณะนั้น ได้กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งโดยเสด็จด้วย
                            ต่อมาศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้วิจารณ์ไว้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ปรากฏว่าเสด็จในกรมฯ คงต้องมีคุณลักษณะอย่างวิเศษ จึงสามารถดำรงอยู่ในความเทิดทูนบูชา ของเนติบัณฑิตทั้งหลาย ได้ถึงปานนั้น ถึงกับร่วมกันตกลงใจ กล้ากระทำการอันเป็นการเสี่ยง ต่อราชภัยเป็นอย่างยิ่ง

 

                           นับเวลาที่เสด็จในกรมฯ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีนาน 14 ปี ระหว่างนั้นได้ทรงตรากฎ และคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติราชการ ฝ่ายการศาลยุติธรรม ไว้หลายฉบับตั้งแต่ปี ร.ศ.115 ถึง ร.ศ.120 ปรากฏว่าทรงตรากฎเสนาบดีไว้ทั้งหมดรวม 28 ฉบับด้วยกัน แต่ละกฎและคำสั่งล้วนแต่วางแนวทาง ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ฝ่ายการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาในปี ร.ศ. 121 ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้ยกเลิกกฎเสนาบดี ชุดก่อนเสียทั้งหมด และได้ทรงตรากฎ และคำสั่งออกใช้ใหม่ถึง 67 ฉบับด้วยกัน บรรดากฎเหล่านั้นนับเป็นมูลที่มาของกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม บางมาตราในปัจจุบัน
                            ต่อมาในรัชกาล ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพุทธศักราช 2454 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดี กระทรวงเกษตราธิการ หลังจากที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง สนองพระเดชพระคุณได้เพียงปีเดียว ก็ได้มีพระบรมราชโองการ เลื่อนพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ขึ้นเป็นกรมหลวงมีพระนามตามจารึก ในพระสุบัฏว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ คชนาม
                            จนกระทั่งพุทธศักราช 2462 เสด็จในกรมฯ ประชวรด้วยโรคพระวักกะ จึงทรงกราบบังคมทูลพระกรุณาลาออก และได้เสด็จไปรักษาพระองค์ ณ กรุงปารีส แต่พระอาการหาทุเลาลงไม่ ในวันที่ 7 สิงหาคม พุทธศักราช 2463 เวลา 21 นาฬิกา พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ก็เสด็จสิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส นั้นเอง สิริพระชนมายุ 47 พรรษา เมื่ออัญเชิญพระอัฐิของพระองค์ คืนสู่พระนครแล้ว นับแต่พุทธศักราช 2497 เนติบัณฑิตสภาได้เริ่มกำหนดวันที่ 7 สิงหาคม ว่าเป็น  " วันรพี "   พร้อมทั้งจัดงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย นับแต่นั้นสืบเนื่องมาเป็นประจำทุกปี
                            แม้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ จะเสด็จสิ้นพระชนม์ ไปเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วก็ตาม หากแต่พระเกียรติคุณการุณยธรรม และพระจริยวัตรอันงาม ยังคงบันทึกตรึงตราอยู่ในดวงใจ ของนักกฎหมายไทย ทุกหมู่เหล่ามิรู้คลาย จึงพร้อมใจกันถวายพระสมัญญา   " บิดาแห่งกฎหมายไทย "   กับทั้งต่างพากันมาวางพวงมาลา ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ หน้าศาลฎีกาในวันรพี 7 สิงหาคม ของทุกปี
                            บิดาแห่งกฎหมายไทย ได้ทรงวางวิถีสุจริตสัมมาปฏิบัติ เป็นแนวทางไว้ดีแล้ว อนุชนผู้เป็นนักกฎหมายจักดำเนินตามเบื้องพระบาทยุคล โดยเสด็จในพระปณิธาน  " ชีวิตของฉันคือการรับใช้ประชาชน "

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook